[Fic OUTLAST] After Story Eddie/Waylon

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    23 ส.ค. 58

 



 

            เวย์ลอน พาร์ค

 

            ชื่อนี้วนเวียนอยู่ในหัวเอ็ดดี้ตลอดเวลา มีชื่อของเวย์ลอน พาร์คอยู่เต็มผนัง เพดาน กระทั่งพื้น อย่างกับมีเด็กมือบอนมาพ่นสเปรย์คำเอาไว้ มันทำให้เขาคลั่ง จะมีอะไรที่แย่กว่าแผลที่ท้องก็คงจะเป็นเวย์ลอน พาร์ค

 

            อีตัวนั่นเจาะท้องเขาซะพรุน

 

            ใช่ เขาไม่ควรใช้คำพวกนี้ มันหยาบคายมาก คุณหมอบอกมาแบบนั้นตลอดเวลาที่เขาเข้ารักษา จนในที่สุดก็ถูกปล่อยตัวเมื่อทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกัน นายดีขึ้นแล้ว ออกไปอยู่ในสังคมซะกลัสคิน และการอยู่รอดในสังคม คุณต้องมีงานทำ นั่นแหละปัญหาใหญ่สำหรับคนที่ติดแหง็กอยู่นรกชั้นเยี่ยมอย่างเมิฟคอฟมาก่อน ทั้งยังมีประวัติรักษาอาการทางจิตยาวเป็นหางว่าว มันทำให้เขารู้ ไม่ว่าจะหายดีแค่ไหนพวกนั้นก็จะไม่ยอมรับเขาอยู่ดี

 

            กรรมตามสนองกระมัง...

 

            เพราะฉะนั้น เอ็ดดี้ก็ได้แต่พยายามกับการหางานทำเพื่อจ่ายค่าห้องเช่าแคบๆ ของอพาตเม้นท์ และกินขนมปังหืดฝาดจากร้านสะดวกซื้อรองท้อง แต่ไม่ช่วยให้หายเหนื่อยด้วยซ้ำ การนอนยากลำบากเสมอเมื่อคุณมีสิ่งกวนใจ

 

ชื่อของเวย์ลอนไม่หายไปไหน แต่มันต่างออกไปตรงที่คืนนี้ เขาโมโหขึ้นมาจนโยนขนมปังทิ้ง

 

ทุกวัน ทุกคืน ที่เขาคอยกินยาตามหมอสั่ง พยายามข่มตาหลับ แต่เวย์ลอนก็ยังกลับมาหาเขาเสมอ วนเวียนอยู่ข้างหูเขา กระซิบภาพความทรงจำตอนที่เขาฆ่าคน ระบุรายละเอียดทุกบรรทัดราวกับเรียงความ มีหลายครั้งที่เอ็ดดี้หลับตาลงและฝันว่าตนยืนอยู่บนแท่นพิธีที่เขาสร้างขึ้น มืดมิด หดหู่ ร้างผู้คน กับบาทหลวงซึ่งเป็นศพไปนานแล้ว ในนั้นเขาเห็นเวย์ลอนยืนอยู่ หมอนั่นมองมาที่เขาด้วยแว่วตาหวาดกลัวก่อนจะวิ่งหนีไป และมันจะเริ่มเป็นฝันร้ายเมื่อเขาวิ่งตามไป

 

นังโสโครก! เขาร้อง แต่เวย์ลอนไม่แม้แต่จะหันมา นังโสเภณี! มือขวาของเอ็ดดี้มีมีด มันสะท้อนเป็นประกายเมื่ออยู่ใต้แสงราวกับทักทาย สวัสดีกลัสคิน เหยื่อของเราคือใครล่ะ จะใครเสียอีก ก็เวย์ลอน พาร์ค ไงล่ะ!

 

เอ็ดดี้วิ่งไปเรื่อยๆ ตามทางเดินที่เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เสียงของเวย์ลอนเรียกชื่อของเขา ดังวนเวียนอยู่รอบตัว ล่อให้เขาวิ่งพล่านไปทั่วจนกว่าจะเหนื่อยและทรุดลงกับพื้นไปพร้อมกับเสียงที่เงียบลง ไม่นานนัก เวย์ลอนจะมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วกอดเขาอย่างอ่อนโยน กระซิบคำขอโทษอยู่ข้างใบหู บอกว่าตนไม่ควรวิ่งหนี หรือพูดจาไม่ดีกับเขา และขอโอกาสอีกครั้ง ตอนนั้นเองที่เวย์ลอนสบตากับเขา

 

ก่อนที่จะรู้ว่าเวย์ลอนพูดอะไรบางอย่าง เขาก็ตื่น

 

ความฝันนี่เหนื่อยเกินไปสำหรับเอ็ดดี้ เขาพอแล้วกับการเป็นบ้า

 

เขาควรหาวิธีกำจัดเวย์ลอนออกจากหัวเสียที

 

 

เย็นวันนี้ ฝนดันเทลงมาตอนที่เอ็ดดี้ออกจากร้านสะดวกซื้อ เขาไม่มีทางเลือกนอกจากเดินฝ่าฝนและก่นด่าอย่างคับแค้นเมื่อพบว่าถุงกระดาษของตัวเองขาด สายฝนทำให้เขาทุลักทุเลตอนเก็บของ แต่มันก็หล่นจากมือไปมาเหมือนปลาไหล

 

“เวร... เวร เวร” เอ็ดดี้หอบข้าวของของตัวเองไว้ในอ้อมแขน ทว่าตอนนั้นเอง หางตาของเขาเห็นบางอย่างจนต้องหยุดเดิน

 

หลังกระจกนั่น หุ่นโชว์ร้านตัดเสื้อกำลังสวมชุดแต่งงานหรูหราท่ามกลางแสงอ่อนโยน เอ็ดดี้จำได้นิดหน่อย เขาอยากแต่งงานมาตลอด แม่พูดกับเขาเสมอ แต่งงานซะเจ้าลูกชาย แล้วเธอจะเห็นว่าความสุขเป็นอย่างไร...

 

แม่...

 

เอ็ดดี้ลูบใบหน้าของตน ความทรงจำของแม่เลือนรางเหลือเกิน แต่ตอนนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ

 

เขามองมันอีกครั้ง และต้องตกใจเมื่อเห็นเวย์ลอนกำลังสวมชุดแต่งงานนั่น

 

“ดาร์ลิ้ง?...”

 

เขากระซิบ

 

หัวใจของเอ็ดดี้กระตุกวาบ มือของเขาแนบกับกระจกโดยไม่รู้ตัว เจ้าสาวของเขา เวย์ลอนกำลังมองมาทางนี้เหมือนกับในฝัน พูดอะไรบางอย่าง เขาพยายามเงี่ยหูฟัง แต่เมื่อกระพริบตา ภาพนั้นก็หายไปแล้ว

 

เอ็ดดี้ถอนหายใจ... ตั้งสติสักที นายจะไม่มีทางเจอเวย์ลอนอีก

 

แล้วถ้าเจอนายจะทำอะไรล่ะ พาเขามาเป็นเจ้าสาวอีกเหรอ?

 

เขาเงยหน้าขึ้น ปล่อยให้สายฝนชโลมใจให้เย็นลง หาคำถามจากส่วนลึกมาตลอด ทำไมเขาถึงโหยหาเวย์ลอน ฝันถึง คิดถึง ตลอดเวลาเวย์ลอนล้วนมีอิทธิพลเสมอ และครั้งนี้มันชัดเจน ไม่ว่ากลัสคินคนใหม่หรือเก่า ก็ล้วนอยากพบเวย์ลอน

 

เพราะฉะนั้น

 

“ใช่...”

 

เอ็ดดี้เปรย

 

เขาคงจะทำแบบนั้น

 

ทว่า มีใครบางคนชนเขาเข้าอย่างจัง ทำให้ของในมือที่เก็บมาร่วงลงพื้นจนหมด

 

“ห่า--” เอ็ดดี้สบถ “อะไรวะ”

 

“ข ขอโทษครับคุณ”

 

ผู้ชายคนนั้นเลิกลักเก็บของให้ ร่มนั่นทำให้เอ็ดดี้มองไม่เห็นหน้าของหมอนั่น แต่นั่นไม่สลักสำคัญนักหรอก

 

แต่เขาคิดผิด

 

“ผมต้องขอโทษอีกครั้ง คุณ---”

 

วินาทีนั้นเหมือนทุกอย่างช้าไปหมด อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น ร่มนั่นเผยใบหน้าเจ้าของของมันทีละนิดจนกระทั่งชัดเจนที่สุด เสียงของชายคนนั้นขาดหายไป ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา

 

“ดาร์ลิ้ง?”

 

สิ้นเสียงเรียก เวย์ลอนทิ้งทุกอย่างกระทั่งร่มของตน วิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามอง

 

เอ็ดดี้ร้องตะโกน ทิ้งข้าวของและตามเจ้าสาวของเขาไป

 

 

 

นายวิ่ง อีกแล้ว

 

เอ็ดดี้ไม่เคยสนุกกับเกมนี้ แต่ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรง สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายตอนที่แผนหลังของเวย์ลอนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

เอ็ดดี้คว้าแขนไว้ได้สำเร็จ แล้วโผเข้ากอด รั้งให้เวย์ลอนใกล้ชิดกันมากที่สุด

 

ท้องฟ้าด้านบนมือเสียแล้ว แต่เขาไม่สนใจ ใบหน้าของสุดที่รักคนนี้กระจ่างแก่สายตาของเขา คนที่เขาฝันถึง คนที่เขาห่วงหา คนที่เขาเรียก คนที่เขารักใคร่

 

“ดาร์ลิ้ง นาย.. อยู่ที่นี่แล้ว”

 

เอ็ดดี้กอดแน่นขึ้น ซบหน้าลงกับไหล่ของเวย์ลอน รับรู้ถึงกลิ่นอายจากอีกฝ่าย

 

“ดาร์ลิ้ง...” เอ็ดดี้ผละออกเล็กน้อย แล้วแนบหน้าผากของตนกับหน้าผากของเวย์ลอน

 

เวย์ลอนหายใจหนัก ตัวแข็งทื่อและหวาดกลัว

 

“ฉันขอโทษ...”

 

“โอ้ ไม่..” เวย์ลอนร้อง “ขอร้องล่ะ”

 

“ไม่ ไม่ใช่ ดาร์ลิ้ง ฟังก่อน ตอนนี้ฉันหายแล้ว”

 

เอ็ดดี้ยกมือขึ้นเพื่อประคองใบหน้าของเวย์ลอน แต่อีกฝ่ายสะบัดหนี มือของเขายังยกค้างไว้อย่างเลื่อนลอย เอ็ดดี้ไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงจึงค่อยๆ ลดมือลง เลื่อนตัวออกมา แล้วเปลี่ยนเป็นกุมมือแทน

 

“ดาร์ลิ้ง... เวย์ลอน”

 

เขากระซิบ

 

“ฉัน คิดถึงนาย”

 

 

*

 

            ไม่รู้ทำไม แต่เวย์ลอนยอมเข้ามานั่งในร้านกาแฟกับเอ็ดดี้

 

            พนักงานดูไม่พอใจนักเพราะพวกเขาเปียกกันทั้งคู่ แต่ก็ยอมมารับออเดอร์ หลังจากกาแฟมาเสิร์ฟก็ยังไม่มีใครพูดอะไร เอ็ดดี้มองหน้าเวย์ลอนตลอดเวลา ส่วนเวย์ลอนไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากถ้วยกาแฟ กลิ่นของมันทำให้บรรยากาศในโต๊ะตึงเครียดน้อยลง

 

            “ดาร์ลิ้ง”

 

“ขอเถอะ เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักที”

 

ในที่สุดเวย์ลอนก็พูดกับเขา และมองหน้า

 

“ฉันดีใจที่เราเจอกัน”

 

“ฉันคิดว่านายตายไปแล้ว” เวย์ลอนบอก “ฉันเห็นนายโดนเหล็กเสียบ จากนั้นก็นิ่งไป แต่ตอนนี้นายกลับมาอยู่ตรงหน้าฉัน”

 

เวย์ลอนยกมือลูบหน้าของตัวเองแรงๆ

 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”

 

เอ็ดดี้มองเวย์ลอน เข้าใจว่าทำไม เรื่องที่เขาทำเลวร้ายมากเกินกว่าที่จะรับไหว และเขาก็เกือบจัดการเวย์ลอนถ้าอีกฝ่ายไม่หนีไป แต่เขาไม่อยากเลิกหวัง

 

“เวย์ลอน.. ฉันขอโทษ แต่ ดูสิ ตอนนี้ฉันหายแล้ว พวกเขาพาฉันไปรักษา นานหน่อยแต่มันดีขึ้น”

 

“หายเหรอ?” เวย์ลอนเค้นหัวเราะ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ที่วิ่งตามเมื่อกี้คือหายของนายเหรอกลัสคิน”

 

เอ็ดดี้มองใบหน้าของเวย์ลอน แต่อีกฝ่ายไม่สบตาแล้วลุกขึ้น ทำท่าเหมือนจะเดินออกไป เขาคว้าข้อมือไว้ทันที และเห็นเวย์ลอนเม้มปาก

 

“ที่นี่ไม่ใช่เมิฟคอฟ เอ็ดดี้ ฉันทำตามที่นายต้องการแล้ว ถ้านายไม่หยุดฉันจะแจ้งตำรวจ”

 

เอ็ดดี้ถาม

 

“เราจะได้เจอกันอีกไหม”

 

“ไม่ เราไม่ควรเจอกัน”

 

“งั้นเมื่อไหร่...”

 

“เอ็ดดี้ ขอร้อง” เวย์ลอนสูดหายใจลึก และเริ่มสะอื้นออกมา

 

เอ็ดดี้รู้สึกว่านั่นไม่ใช่แค่ความกลัว แต่เป็นความโกรธที่อยากระบายเต็มแก่ เขายอมปล่อยมือในที่สุด มองเวย์ลอนออกจากร้านไป ครู่ต่อมา เขาก็จ่ายเงิน และทิ้งแก้วกาแฟที่ยังไม่ได้ดื่มไว้ตรงนั้น

 

ดาร์ลิ้ง ฉันขอโทษ แต่... คราวนี้ไม่ใช่

 

ฉันไม่อยากแค่ฝันถึงนายอีกแล้ว

 

ฉัน ต้องการ นาย

 

ดาร์ลิ้ง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

102 ความคิดเห็น

  1. #93 Zerina Chanier (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 19:52
    ชอบมากกกกค่าาา ตลกตอนทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งหนี5555
    #93
    0
  2. #91 ขุ่นแม่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 08:14
    โอ้ยยยย มันดี! มันดีมาก! แต่งได้ดีมากเว่อร์!!!! ชอบค่ะ ชอบ! 10 10 10ไปเลยจ่ะ!!!!
    #91
    0
  3. #83 Fuyu no Hana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 20:17
    ม่ายยยย ทำไมเราถึงเพิ่งจะมาติ่ง outlast. เอาตอนนี้นะ!!! หลังจากที่ดูพี่เอกจบไปพร้อมกับความงอแงขั้นสุด เราก็ไปด้นหาแฟนอาร์ต รูปภาพมานั่งนึกนิยาย

    ขอบคุณค่ะที่แต่งออกมา... //น้ำตาคลอด้วยความปลื้มปลิ่ม
    #83
    0
  4. #34 KAKUZU-SAN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 02:28
    *กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง*

    หลังจากทำได้แค่ตามเสพfanartในtumblrมาแรมปี..
    ขอบคุณค่ะ คุณทำให้ฝันของฉันเป็นจริง (ปาดน้ำตา)

    เริ่มเรื่องได้น่าสนใจ แถมภาษาก็สวย.. ขอติดตามนะค่ะ <3

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 พฤษภาคม 2559 / 16:50
    #34
    0