ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 8 : หดหู่ (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

            (สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ)

            “คนที่ติดข้าวพ่อเลี้ยงเอาไว้หนึ่งมื้อค่ะ จำได้ไหมคะ”

            (อ๋อ! จำได้สิครับ ใครจะลืมคนสวย ๆ ได้กัน ว่าแต่คุณอรนุชโทรมามีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ)

            “แหม นุชไม่กล้าใช้พ่อเลี้ยงหรอกค่ะ แค่จะโทรมาถามว่าเย็นนี้พ่อเลี้ยงว่างพอจะให้นุชเลี้ยงข้าวคืนไหมคะ?”

            (ได้สิครับ แหม..จะมีสาวสวยเลี้ยงข้าวทั้งที ถึงไม่ว่างก็ต้องว่างแล้วละครับ)

            “หึหึ พ่อเลี้ยงนี่น่ารักจริง ๆ เลยนะคะ อย่างนั้นวันนี้หกโมงเย็นเจอกันที่โรงแรมที่พ่อเลี้ยงพักอยู่ก็ได้ค่ะ พ่อเลี้ยงพักอยู่ที่โรงแรมอะไรเหรอคะ?”

            พ่อเลี้ยงมงคลบอกชื่อโรงแรมให้พริตตี้สาวพร้อมจุดนัดเจอเรียบร้อยก่อนวางสายจากกัน อรนุชลุกขึ้นมาเปิดตู้เสื้อผ้า หาชุดที่จะใส่ไปดินเนอร์กับเป้าหมายของเธอ ชุดเซ็กซี่ที่ดูไม่จงใจโป๊จนเกินไป แต่เลือกดูจนหมดตู้แล้วก็ยังไม่มีชุดไหนถูกใจ จึงตัดสินใจจะไปหาซื้อชุดใหม่ หญิงสาวตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัว แต่งหน้า ตามที่คิดว่าสวย ทว่ายังคงขาดความมั่นใจ จนต้องลงไปถามคุณแม่ทิวาขอความเห็นจากท่านอีกคน เมื่อแม่ทิวาตอบว่าสวย หญิงสาวจึงยิ้มกว้าง

            เมื่อลูกสาวยิ้มได้ ดูร่าเริงกลับมาเป็นปกติ ผู้เป็นแม่ก็ดีใจ และหมดกังวลจนตัดสินใจได้ว่าจะไปนั่งวิปัสสนาอีกครั้งตามคำชวนของป้าวิไล ที่ชวนท่านให้ไปเป็นเพื่อนกัน

            “นุช วันนี้แม่จะไปวัดนะลูก หนูอยู่คนเดียวได้ไหมลูก”

            “ได้สิคะแม่ แหม..หนูก็อยู่คนเดียวออกจะบ่อย” ลูกสาวคนเดียวเดินเข้ามากอดผู้เป็นแม่เอาไว้ ซบหน้าลงบนบ่าของท่านคลอเคลียออดอ้อน “ถึงแม้ว่าจะต้องทนคิดถึงแม่บ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ หนูเข้าใจ”

            “อื้อหือ...ฟังแล้วชื่นใจจริง ๆ เลย”

            ฟอด../ “หนูออกไปข้างนอกก่อนนะคะ” อรนุชส่งยิ้มให้แม่ทิวา แถมหอมให้อีกหนึ่งฟอด

            “จ้ะ..” แม่ทิวาตอบรับ ดีใจที่ลูกสาวออกจากบ้านได้ด้วยรอยยิ้ม และทุกอย่างก็ดูจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

            ช้เวลาไม่ถึงสามสิบนาทีดีในการฝ่ารถติดในเมืองหลวง อรนุชก็มาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เป้าหมายของเธอคือร้านเสื้อผ้า เมื่อจอดรถเสร็จ ก็เดินตรงไปยังร้านเป้าหมาย แต่ก่อนที่จะถึงร้านเสื้อผ้า สายตาของเธอก็ไปกระทบเข้ากับใครบางคนเสียก่อน สายตาที่มองผ่านไป ต้องเลื่อนกลับมาจับจ้องที่ชายหนุ่มกล้ามปูอีกครั้ง เพื่อมองให้แน่ใจว่าใช่คนที่เธอเหม็นขี้หน้าหรือไม่

            “ไอ้แมงดาโรคจิตจริง ๆ ด้วย วันนี้ผู้หญิงที่ควงมา ไม่ใช่คนเดิมด้วยแฮะ แหวะ..เกาะอยู่หลายคนสินะ ป้า ๆ พวกนี้ก็จริง ๆ เล้ย ปูนนี้แล้วยังยอมให้เด็กหลอกอยู่ได้ เห็นว่าหน้าตาดีหน่อย ก็ตัดกิเลสกันไม่ลงเลยนะ” อรนุชพึมพำ ส่งสายตามองด้วยความสังเวชใจ ก่อนจะละสายตาจากทั้งคู่ ตั้งใจเดินไปยังเป้าหมายของเธอต่อไป

            อรนุชใช้เวลาเดินเข้าออกอยู่หลายร้าน ลองชุดอยู่หลายชุด ในที่สุดก็ได้ชุดที่ถูกใจมาหนึ่งชุด เสร็จธุระแล้วก็ตั้งใจกลับบ้าน แต่ว่ายังเดินไปไม่ถึงรถ ก็ต้องเจอกับคนที่ไม่อยากเจอเข้าเสียก่อน ใช่แล้ว..พ่อกล้ามปูนั่นเอง

            “สวัสดีครับ คุณน้องนุช” ฤทธิเดชที่ยืนโทรศัพท์อยู่แถวหน้าประตูทางออกไปยังที่จอดรถ หันมาเห็นพริตตี้คนสวยเข้า จึงได้เอ่ยทักทาย

            “ค่ะ สวัสดีค่ะ” อรนุชหันมามองหาเจ้าของเสียงจนได้พบว่าเป็นใคร ก่อนจะเอ่ยตอบ แล้วตั้งใจว่าแค่นั้นคงพอจึงได้ขยับขาก้าวต่อ ทว่าชายหนุ่มเจ้าของสุพรีมสปายรีบเข้าไปขวางเธอเอาไว้

            “เดี๋ยวสิครับ ทำไมรีบจัง อยู่คุยกันให้ผมหายคิดถึงคุณหน่อยสิ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน”

            “คุณเนี่ยนะ คิดถึงฉัน?” ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของอรนุช บ่งบอกชัดเจนว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด “เรามีอะไรเกี่ยวกันจนต้องมานั่งคิดถึงกันอย่างนั้นเหรอคะ?”

            “ใจยังไงล่ะ คุณคงยังไม่รู้ตัวสินะ ว่าตอนนี้ใจผมอยู่ที่คุณไปเรียบร้อยแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบกลับอย่างอารมณ์ดี แต่คนฟังกลับไม่รู้สึกอารมณ์ดีด้วย

            “ถ้าอย่างนั้นก็เอาคืนไปเลยค่ะ เอาไปพร้อมกับตัวของคุณนั่นแหละ ช่วยหลบไปด้วย ฉันจะกลับแล้ว”

            “โอ๊ะ!...เจ็บจัง ใจผมถูกคุณเขี่ยทิ้งเสียละ” ฤทธิเดชยกมือจับหน้าอก พูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่นใบหน้าทะเล้น

            “ฉันว่าคุณเอามุกพวกนี้ ไปหลอกพวกสาวแก่ในสต๊อกของคุณเถอะ มันใช้กับฉันไม่ได้หรอก หลบไปฉันจะกลับ”

            คนตัวใหญ่ไม่หลบ อรนุชจึงเป็นฝ่ายเดินเลี่ยงเสียเอง ทว่าฤทธิเดชที่ยังคาใจในคำพูดของพริตตี้สาว ยังคงตามไปขวาง

            “เดี๋ยวก่อนสิคุณ ผมว่าคุณกำลังเข้าใจผมผิดอยู่นะครับ”

            “จะถูกจะผิด ฉันก็ไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับคุณอีกทั้งนั้น ดูปากฉันนะ เราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันค่ะเพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน หลบไป” อรนุชชี้ที่ปากตัวเอง ก่อนส่งคำพูดชนิดที่เน้น ๆ ชัด ๆ ทุกคำออกไป และเมื่อเธอพูดจบก็ผลักไหล่คนตัวใหญ่ให้หลีกทาง แล้วเดินตรงไปที่รถของเธอ อย่างไม่คิดจะหันกลับมามองคนที่ยังยืนตรึกตรองอยู่ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พริตตี้คนสวยเข้าใจเขาผิดไปได้ขนาดนั้น

            แต่ยืนคิดอยู่ได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์มือถือของเจ้าของสุพรีมสปายก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเบอร์โทรเข้า เห็นว่าเป็นเบอร์ลูกน้อง จึงได้รีบรับสาย

            “ฮัลโหล ว่าไง”

            (ได้เรื่องแล้วครับบอส เย็นนี้พ่อเลี้ยงมีนัดดินเนอร์กับสาวที่ไหนไม่รู้ครับ นัดกันตอนหกโมงเย็นที่โรงแรม ที่พ่อเลี้ยงมงคลพักอยู่นั่นละครับ)

            “ดี เตรียมกล้องเอาไว้ให้ด้วย เดี๋ยวเย็นนี้ฉันไปเอง”

            (ครับ..บอส)

            “แล้ววันนี้ส่งข้อมูลของเมื่อวานให้แม่เลี้ยงลดาหรือยัง?”

            (เรียบร้อยแล้วครับ บอสไม่ต้องห่วงนะครับ บอสไปปฏิบัติภารกิจของลูกให้เต็มที่ได้เลยครับ)

            “เสร็จแล้ว ฉันพาแม่ช้อปปิ้งจนเกือบหมดห้างละเนี่ย ตอนนี้ก็ส่งขึ้นรถกลับบ้านไปแล้ว ฉันกำลังจะเข้าออฟฟิศ” ฤทธิเดชตอบกลับลูกน้อง ก่อนจะวางสาย แล้วเดินลงไปหารถบิ๊กไบค์คันเก่งของตัวเองบ้าง

 

            ทธิเดชนั้นรับงานมาจากแม่เลี้ยงลดา ที่ให้ตามดูความประพฤติของพ่อเลี้ยงมงคลในขณะที่ลงมาทำธุระที่กรุงเทพฯ ว่าแอบไปมีผู้หญิงไว้ที่ไหนหรือไม่ แม่เลี้ยงลดานั้นมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพ่อเลี้ยงมงคล เพียงแต่ทั้งสองคนตกลงกันไว้ว่าจะยังไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ให้คนนอกรับรู้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าแม่เลี้ยงลดานั้นเพิ่งจะเป็นหม้ายสามีตาย ยังไม่อยากตกเป็นขี้ปากของสังคม แต่ข้อตกลงที่จะปิดข่าวนี้ กลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้พ่อเลี้ยงมงคลได้บริหารเสน่ห์ต่อไป สร้างความไม่ไว้วางใจให้กับแม่เลี้ยงลดา หม้ายสาวที่ยังสวยและรวยมาก จนเป็นเหตุให้ต้องจ้างนักสืบตามกันนี่เอง

            วิธีการทำงานของฤทธิเดช คือนอกจากจะให้ลูกน้องคอยตามติดชีวิตพ่อเลี้ยงมงคลแล้ว ยังใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการติดตามความเป็นไปของพ่อเลี้ยงมงคลอีกด้วย ทำให้ข้อมูลที่ได้แม่นยำ คุ้มค่าเงินที่ลูกค้าของเขาจ่ายมาแน่นอน

            ฤทธิเดชเข้าสำนักงานนักสืบของตนเองเพื่อไปเอากล้องส่องทางไกล ที่ใช้ได้หลายออฟชั่น ทั้งถ่ายวิดีโอ บันทึกภาพนิ่ง และซูมขยายได้หลายเท่า และยังถือโอกาสตามเช็คงานอื่น ๆ ด้วย เสร็จแล้วจึงออกจากออฟฟิศไปในเวลาห้าโมงเย็น เพื่อไปให้ถึงก่อนเวลานัด จะได้มีเวลาสำรวจสถานที่ว่าควรส่องกล้องดูจากตึกไหนหรือมุมไหนดี จึงจะสามารถเห็นพฤติกรรมของเป้าหมายของเขาได้ชัดเจน

            โรงแรมที่พ่อเลี้ยงพักอยู่ มีคนของสุพรีมสปายรออยู่แล้วหนึ่งคน ซึ่งเป็นคนที่ถูกส่งให้มาติดตามดูความเคลื่อนไหวของพ่อเลี้ยง รวมทั้งคอยถ่ายรูปส่งไปรายงานให้ลูกค้ารับทราบอีกด้วย

            “สวัสดีครับบอส มาเองเลยเหรอครับ” อำนาจเอ่ยทักเจ้านาย เมื่อฤทธิเดชขี่บิ๊กไบค์คันใหญ่เข้ามาจอดเทียบมอเตอร์ไซค์ของเขา

            “อืม เป็นไงบ้าง เป้าหมายยังอยู่ในโรงแรมใช่ไหม”

            “ครับ ออกไปกรมส่งเสริมการส่งออกมาเมื่อเช้า เพิ่งกลับมาเมื่อกี้นี่ละครับ”

            “นายไปพักได้แล้ว เดี๋ยวฉันดูต่อเอง”

            “ครับ บอส” อำนาจตอบรับ แล้วก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ปล่อย ฤทธิเดชทำหน้าที่แทน

            ชายหนุ่มหาทำเลที่คนไม่พลุกพล่านไปนั่งสังเกตการณ์ มีน้ำดื่มหนึ่งขวดติดมือไปด้วย ตั้งใจจะปักหลักส่องกล้องยาว ๆ ไป

-------------------------------------




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น