ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 7 : หดหู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

            ครจะเชื่อว่าความรู้สึกหดหู่ ล้มเหลวที่เกิดขึ้นภายในใจของอรนุช กำลังทำร้ายตัวเธอ พริตตี้สาวปฏิเสธการรับงานที่โมเดลลิ่งส่งให้ เพราะรู้สึกไม่มั่นใจในความสวยและความสามารถของตนเอง โทรไปเลื่อนกำหนดการเริ่มทำงานกับบริษัทรถ และเก็บตัวอยู่บ้านเฉย ๆ น้อง ๆ ในแก๊งโทรไปก็ไม่ค่อยรับสาย พอบอกจะไปหา ก็ปฏิเสธว่าตัวเองไม่ว่างบ้าง ต้องออกไปทำธุระข้างนอกบ้าง และเหตุผลสารพัดที่เธอยกขึ้นมาอ้าง

            หลังจากประชุมงานกับทางโมเดลลิ่งแล้ว แก๊งสี่สาวที่วันนี้ขาดไปหนึ่งก็คืออรนุช ได้ไปนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟใกล้กับโมเดลลิ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งร้านประจำของพวกเธอ

            “พวกแก..สองสามวันนี้ใครได้คุยกับพี่นุชบ้างวะ” เสียงพรธิชาดังขึ้น ถามเพื่อนอีกสองคน

            “หึ ไม่ได้คุยอ่ะ” พักตร์ศรตอบ

            “แต่ฉันได้คุย” ฟ้าใหม่บอก ซึ่งทำให้อีกสองคนหันมาให้ความสนใจ และก็เป็นพักตร์ศรที่เริ่มซัก

            “เหรอ พี่นุชเป็นไงบ้างวะ แกหายไปไหนเนี่ย ปกติถ้าไม่เจอหน้าก็ต้องได้ยินเสียงแกบ้างนะ นี่เงียบจังเลย”

            “แกก็บอกว่าสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร แต่ฉันก็ว่าพี่นุชแกแปลก ๆ อ่ะ เพราะตอนแรกฉันถามว่าอยู่ที่ไหน แกก็บอกว่าอยู่บ้าน พอบอกว่าจะไปหา แกก็บอกว่าไม่ต้องไป แกกำลังจะออกไปธุระ เดี๋ยวไม่เจอ ประมาณนี้อ่ะ” ฟ้าใหม่ตอบ

            “เออว่ะ มันยังไงกันวะเนี่ย แล้วนี่พี่เจี๊ยบก็บ่น ว่าให้งานไปก็บอกปัดมา ปกติพี่นุชแกไม่เรื่องมากเรื่องงานเนอะ แทบจะกระโจนใส่งานด้วยซ้ำ แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นวะ” พรธิชาเปรยขึ้นด้วยความสงสัย

            “ฉันว่าไม่ต้องมัวแต่เดากันอยู่ โทรไปเลยดีกว่า มา!..ฉันโทรเอง” พักตร์ศรบอกเสร็จ ก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมา โทรหาพี่ใหญ่ของแก๊ง

            ฟังเสียงสัญญาณรอสายอยู่นาน ก็ไม่มีคนรับ จนกระทั่งสายตัดไป และลองโทรอีกครั้งก็เป็นเช่นเดิม

            “โทรไปถามแม่เลยดีป่ะ?” ฟ้าใหม่ออกความเห็น

            “เออ เบอร์แม่เบอร์ไรวะ?” พักตร์ศรถาม

            “ฉันมี ๆ แป๊บนะแก” พรธิชาตอบ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาเปิดหาเบอร์ของแม่ทิวา แม่ของอรนุช เพื่อบอกเบอร์ให้พักตร์ศร

            เมื่อได้เบอร์ก็กดโทรทันที รอไม่นานก็มีสัญญาณตอบรับจากปลายสาย

            (สวัสดีจ้ะ ใครจ๊ะ)

            “สวัสดีค่ะแม่ หนูคิตตี้นะคะ พอดีว่าหนูติดต่อพี่นุชไม่ได้ค่ะ ตอนนี้พี่นุชเป็นยังไงบ้างคะแม่”

            (ก็สบายดีนี่จ๊ะ อยู่บ้านตลอดเลย ช่วงนี้ไม่มีงานกันบ้างเหรอ)

            “มีนะคะแม่ แต่พี่นุชไม่รับ หนูก็เลยโทรมาถามแม่นี่ละค่ะ นึกว่าพี่นุชไม่สบายเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้หนูโทรไปก็ไม่ได้รับสายด้วยค่ะ เลยยังไม่ได้คุยกัน แต่ถ้าแม่บอกว่าพี่นุชสบายดีก็ค่อยหายห่วงหน่อยค่ะ สงสัยพี่นุชคงจะอยากพักบ้างมั้งคะ”

            (อืม คงทำงานเหนื่อย ให้นุชพักหน่อยแล้วกันนะ เดี๋ยวเค้าก็คงกลับไปทำงานเอง)

            “ค่ะแม่ ขอให้พี่นุชกลับมาไว ๆ แล้วกันนะคะ อย่าเงียบไปนานพวกหนูสามคนคิดถึงค่ะ แล้วแม่สบายดีนะคะ”

            (จ้ะ แม่สบายดีลูก)

            “เยี่ยมเลยค่ะแม่ เอาไว้ว่าง ๆ หนูจะไปดูด้วยตาตัวเองเลยค่ะ ว่าแม่ยังออกกำลังกายแข่งกับหนูไหวไหม?”

            (ฮ่าฮ่า ต้องมาดูกันสิ) เสียงหัวเราะตอบกลับมาจากผู้สูงอายุ ทำเอาสามสาวที่นั่งฟังอยู่ด้วยกัน อารมณ์ดีไปด้วย

            ผู้เป็นแม่อย่างคุณแม่ทิวา รู้สึกผิดสังเกตอยู่แล้ว ยิ่งได้รับโทรศัพท์ของเพื่อนลูก ก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้น ลูกสาวผู้ร่าเริงเริ่มนิ่งเงียบและเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เป็นอย่างนี้มาแล้วเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็ม จนกลัวว่าลูกสาวจะเป็นโรคซึมเศร้า จึงได้ตัดสินใจเข้าไปพูดคุยด้วย

            ก๊อก..ก๊อก.. เสียงเคาะประตูห้องของอรนุชดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออกด้วยฝีมือเจ้าของห้องที่เดินกอดหมอนหนุนใบใหญ่มาเปิดประตูให้ผู้เป็นแม่ได้เข้าไปภายใน

            “นุชไม่สบายหรือเปล่าลูก หมู่นี้แม่ไม่เห็นหนูออกไปไหนเลย ไม่มีงานเหรอ?”

            “ไม่มีค่ะแม่ หนูไม่ได้รับ”

            “มีอะไรหรือเปล่า มีอะไรที่อยากจะเล่าให้แม่ฟังไหม?”

            “ไม่มีค่ะแม่” คำตอบจากลูกสาวทำให้ผู้เป็นแม่ที่กำลังยืนอยู่หน้าประตู เดินเข้าไปนั่งที่เตียงเคียงข้างลูกสาว และโอบกอดเธอเอาไว้

            “นุช หนูรู้ใช่ไหมลูก ว่าเรามีกันอยู่แค่สองคน แม่ไว้ใจหนู และหนูก็ไว้ใจแม่ได้เสมอ หนูคือลมหายใจของแม่นะลูก ไม่มีวันที่แม่จะทำร้ายลูกสาวคนเดียวของแม่ อะไรที่มันทำให้ลูกสาวของแม่ทุกข์ใจ ระบายออกมาให้แม่ช่วยแบ่งเบาบ้างได้ไหม”

            อรนุชหันมามองสบตาคุณแม่ทิวาแน่นิ่ง น้ำตาเอ่อคลอด้วยความซาบซึ้ง และพึ่งตระหนักได้ว่าเธอกำลังทำให้คนที่เธอรักมีความทุกข์ หญิงสาวปาดน้ำตาทิ้ง แล้วกอดตอบคุณแม่ของเธอด้วยความรู้สึกเสียใจ

            “พร้อมจะบอกแม่หรือยังลูก ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

            “......ไม่มีอะไรค่ะแม่ หนูไม่เป็นอะไร” อรนุชนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตอบปฏิเสธเพราะรู้สึกอับอายเกินกว่าจะพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอเป็นเช่นนี้

            “ถ้าหนูยังไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร แต่แม่อยากให้หนูจำเอาไว้ ว่าหนูสำคัญกับแม่เสมอ แม่คงอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีหนู พลังใจสำคัญนะลูก ถ้าเรามีพลังใจเข้มแข็ง ไม่ว่าหนทางจะยากเย็นแค่ไหน เราก็จะสามารถฝ่าไปได้ในที่สุด อย่าลืมว่าหนูต้องอยู่เป็นพลังใจที่เข้มแข็งให้แม่ด้วยนะลูก” แม่ทิวาโอบกอดลูกสาวเอาไว้แน่น รู้สึกสงสารดวงใจของท่านสุดหัวใจ หากว่าการโอบกอดนั้นสามารถทำให้ความทุกข์ใจของลูกสาวแทรกซึมถ่ายเทมาที่ท่านได้ก็คงจะดี

            แม่ทิวาเดินออกมาจากห้อง ด้วยความหวังว่าลูกสาวจะกลับมาเหมือนเดิม หากแต่เบื้องหลังประตูที่ถูกปิดลง กลับมีเสียงร้องไห้ของลูกสาวคนเดียว แต่ครั้งนี้เป็นความเสียใจที่ตนเองทำให้ผู้เป็นแม่ต้องทุกข์ใจ

            “นี่เรากำลังทำให้แม่เสียใจ ทำไมงี่เง่าอย่างนี้ล่ะนุช” หญิงสาวที่ซบหน้าร้องไห้กับหมอนใบใหญ่ ยกใบหน้าขึ้นมาปาดคราบน้ำตาทิ้ง แล้วคิดหาทางแก้ไขตัวเอง เพราะเธอเองก็ไม่อยากจมอยู่ในความรู้สึกเช่นนี้ไปตลอดชีวิตเช่นกัน ถึงวันนี้การหนีคงช่วยอะไรไม่ได้จริง ๆ แถมยังทำให้คนที่เธอรักเป็นทุกข์อีกด้วย

            อรนุชนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจแก้ปัญหาให้ถูกจุด ในเมื่อไม่มีผู้ชายมันทำให้เธอทุกข์ได้ขนาดนี้ ก็มีเสียสิ ในเมื่อผู้ชายไม่มาเอง อย่างนั้นเธอเป็นฝ่ายไปหาก็ได้นี่

            เมื่อคิดได้ดังนั้น อรนุชก็เริ่มเลือกผู้ชายที่มีคุณสมบัติที่จะพอเทียบเทียมกับผู้ชายของเพื่อนในแก๊งได้ ไหน ๆ เธอจะลงแรงบุกทั้งที ก็ต้องให้คุ้มค่าเหนื่อยด้วย หญิงสาวนั่งคิดถึงผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอ คนไหนที่มีเปอร์เซ็นต์ว่าจะเป็นเป้าหมายของเธอได้บ้าง

            สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่พ่อเลี้ยงมงคล พ่อเลี้ยงหนุ่มเมืองเหนือ เจ้าของไร่สตรอว์เบอร์รี่และรีสอร์ทหลายแห่ง

            “คนนี้แล้วกัน น่าจะดีสุดแล้ว” เสียงพูดคนเดียวดังขึ้นอย่างได้ข้อสรุป “แล้วพ่อเลี้ยงกลับเหนือไปหรือยังนะ?”

            อรนุชลุกขึ้นไปเปิดกระเป๋าถือ หานามบัตรที่พ่อเลี้ยงมงคลเคยให้เอาไว้ แล้วตัดสินใจโทรไปหาเป้าหมายของเธอทันที

            “สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง”

-------------------------------------



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น