ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 5 : ไปอีกหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 ก.ค. 61

            “ครับ ใช่ เพราะว่าเมื่อวานผมฟังคุณพูดจนเคลิ้ม เลยหลงสั่งซื้อนี่ยังไงละครับ” ฤทธิเดชพูดพร้อมกับชี้มือมาที่บิ๊กไบค์รุ่นใหม่ล่าสุดที่อยู่ตรงหน้าเขา

            “อ้อ....” อรนุชส่งเสียงเพียงแค่นั้นเป็นการรับทราบพร้อมกับรอยยิ้มอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ เพราะเข้าใจว่าเป็นคำหวานจากพวกผู้ชายทั่วไปที่ชอบส่งคำหวานให้กับผู้หญิงสวย

            “นั่นสิครับ เพราะอย่างนั้นผมถึงได้เชิญน้องนุชให้มาช่วยเป็นพริตตี้ประจำโชว์รูมที่นี่เสียเลย” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดพูดเห็นด้วยกับลูกค้าวีไอพี

            “จริงเหรอครับ? ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงต้องมาที่นี่บ่อย ๆ เสียแล้วสิ”

            “ผมเชิญจริงครับ ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าน้องนุชจะยอมตอบรับคำเชิญของผมอยู่นี่ละครับ”

            “แหม เอาจริง ๆ นุชก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะพี่ ก็พูดไปตามสคริปต์นั่นละค่ะ”

            “อย่าถ่อมตัวเลยครับ..คุณน้องนุช! เมื่อวานนี้ผมเห็นคุณพูดคล่องเสียนึกว่าความรู้พวกนี้มันอยู่ในสายเลือดคุณอยู่แล้วนะนั่น” เป็นฤทธิเดชที่ตอบกลับพริตตี้สาวสวย “มาเป็นพริตตี้ประจำอยู่ที่นี่ก็ดีครับ เวลาผมมาที่นี่ จะได้เจอคุณด้วยไง”

            อรนุชได้แต่ยิ้มเจื่อนตอบกลับชายหนุ่มกล้ามใหญ่ ที่ตอนนี้ก็รู้ชื่อเธอไปแล้ว โดยที่ไม่ต้องแนะนำตัวกัน แถมรู้ไม่ถูกต้องเสียอีก

            “ถ้าคุณร็อฟอยากเจอน้องนุชเวลามาที่นี่ ผมก็จะเหนี่ยวรั้งเธอให้เต็มที่ เพื่อให้เธอยอมมาทำงานด้วยให้ได้ครับ”

            “หวังว่าคุณกิตจะไม่ทำให้ผมผิดหวังนะครับ วันนี้ผมต้องขอตัวก่อน จะเอารถคันนี้ไปลองเครื่องหน่อย นัดเพื่อน ๆ ไว้ที่สนามด้วย”

            “ได้เลยครับ ถ้าติดปัญหาอะไร โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดตอบรับ ก่อนจะปล่อยให้ลูกค้าวีไอพีขับบิ๊กไบค์ป้ายแดงออกไป  แล้วจึงหันกลับมาคุยกับอรนุช

            “เห็นไหมครับน้องนุช ไม่ใช่พี่คนเดียวหรอก ที่เห็นว่าน้องนุชเหมาะกับงานนี้มาก เพราะฉะนั้นมาทำงานที่นี่กับพี่เถอะ”

            “หึหึ นุชขอทราบรายละเอียดก่อนนะคะพี่ ว่าพี่จะให้นุชทำอะไร ยังไงบ้าง”

            “ได้ครับ อย่างนั้นเราเข้าไปดูข้างในกันเลยดีกว่า”

            กิตติพงษ์พูดจบก็เดินนำพริตตี้สาวเข้าโชว์รูมไป อธิบายเรื่องรุ่นรถที่มี สิ่งที่ต้องทำ วันที่ต้องมา และชุดที่ต้องใส่ รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ จนเรียบร้อย ซึ่งก็ทำให้อรนุชตกลงที่จะทำงานนี้ เนื่องจากค่อนข้างอิสระ เพราะผู้จัดการฝ่ายการตลาดให้เธอเลือกวันทำงานเอง และถ้าวันใดที่ติดงานอื่น ก็ยังสามารถมาทำชดเชยวันถัดไปได้อีก ส่วนลักษณะก็ไม่มีอะไรยาก หลัก ๆ ก็เป็นสิ่งที่เธอเคยทำประจำอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องศึกษารายละเอียดเรื่องรถเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถของหญิงสาว

            “พี่ดีใจนะครับ ที่น้องนุชตัดสินใจทำงานที่นี่ ถ้าไม่รีบไปไหนก็นั่งศึกษาข้อมูลรถไปก่อนก็ได้ ถ้ามีลูกค้าเข้ามาจะได้ลองงานเลยไง”

            “เอาอย่างนั้นเลยนะคะ”

            “ครับ เอาอย่างนั้นเลย เรื่องข้อมูลรถ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามเซลล์ได้เลยนะครับ เพราะพี่ต้องขอตัวไปประชุมต่อก่อน” กิตติพงษ์พูดจบก็ชะเง้อคอมองหาลูกน้องในโชว์รูม ก่อนจะส่งเสียงเรียกหัวหน้าทีมขาย “คุณวิชัย ๆ เชิญทางนี้หน่อยครับ”

            “ครับ..ผู้จัดการ” วิชัยส่งเสียงขานรับ พร้อมกับเดินตรงมาหา

            “นี่น้องนุชครับ เขาจะมาเป็นพริตตี้ประจำโชว์รูมให้เรา ทำงานสามวันคือ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ ส่วนนี่ก็คุณวิชัย เป็นหัวหน้าทีมขาย คนนี้ละที่กุมอำนาจสูงสุดในโชว์รูมนี้แล้ว” คุณกิตติพงษ์ทำหน้าที่แนะนำอรนุชให้หัวหน้าทีมขายรู้จัก ก่อนจะแนะนำกลับด้วย และประโยคสุดท้ายของผู้จัดการฝ่ายการตลาด ก็ทำเอาหัวหน้าทีมขายกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

 

            “ฮ่าฮ่า แหมผู้จัดการก็พูดเกินไป กุมอำนาจสูงสุดที่ไหนละครับ ทุกวันนี้ผมนี่ละที่โดนลูกน้องโขกสับน่ะ” ประโยคของวิชัย ทำเอาอรนุชอดขำไม่ได้ “ยินดีที่ได้รู้จักและได้ร่วมงานกันนะครับน้องนุช ในโชว์รูมนี้เราอยู่กันแบบพี่น้อง มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ทำงานที่นี่สบาย ๆ ครับ ไม่มีอะไรกดดัน แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้นละพอ แล้วถ้ามีอะไรสงสัย ก็ถามพี่ได้เลยครับ พี่ยินดีตอบทุกอย่าง”

            “ขอบคุณมากนะคะพี่วิชัย”

            “ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยแนะนำน้องนุชต่อให้ผมที ผมต้องขึ้นไปประชุมก่อนแล้ว”

            “ได้เลยครับ ผู้จัดการ ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมดูแลต่อให้เอง” หัวหน้าทีมขายรับปากแล้วปล่อยให้ให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเดินจากไป ก่อนจะหันมาพูดกับพริตตี้คนสวย “ผู้จัดการพาน้องนุชดูรถแล้วใช่ไหมครับ”

            “ใช่ค่ะ รถในโชว์รูมที่เราเห็นอยู่นี่ รวมไว้ทุกรุ่นที่เรามีขายแล้วหรือยังคะ”

            “ยังครับ ยังขาดไปรุ่นหนึ่ง เป็นรุ่นเล็กครับ เราส่งคันตัวอย่างกลับไปทำสีใหม่ อาทิตย์หน้าก็มาแล้ว นี่ครับ..รุ่นนี้เลยครับ” วิชัยให้ข้อมูลพร้อมทั้งหยิบแผ่นพับที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาให้หญิงสาวดู

            นับว่าการที่อรนุชตัดสินใจมาตามคำเชิญชวนของกิตติพงษ์นั้นไม่ผิดจริง ๆ เพราะจากการต้อนรับของตัวคุณกิตติพงษ์และคุณวิชัยรวมถึงทีมขายคนอื่น ๆ นั้นสร้างความประทับใจให้กับพริตตี้สาวได้ไม่น้อย แถมข้อเสนอที่เธอได้รับนั้นยังพิเศษชนิดที่เธอไม่คิดว่าจะได้รับเงื่อนไขดี ๆ อย่างนี้จากที่ไหนอีก

 

            รนุชออกจากโชว์รูมในเวลาเกือบบ่ายสี่โมง ตั้งใจไปเดินซื้อของเข้าบ้านฆ่าเวลาที่ห้างสรรพสินค้าซึ่งมีร้านอาหารที่เป็นจุดนัดพบกับเพื่อน ๆ  เมื่อได้ของที่ต้องการหมดแล้วก็เอาของไปเก็บที่รถ แล้วเข้าไปนั่งในร้านกาแฟต่อ แต่หญิงสาวไม่ได้เข้าไปดื่มกาแฟ หากแต่ตั้งใจเข้าไปนั่งรับประทานเค้กอร่อย ๆ พร้อมกับจิบน้ำชายามบ่ายไปเพลิน ๆ

            หลังจากออเดอร์ที่เคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว พริตตี้สาวก็เดินไปหาโต๊ะนั่ง โดยไม่ลืมที่จะแวะหยิบหนังสือจากชั้นที่มีไว้บริการลูกค้าของร้านติดมือไปอ่านที่โต๊ะด้วย อรนุชเลือกมุมสงบให้ตัวเองแล้วเดินไปนั่งอ่านหนังสือ ไม่นานพนักงานก็ถือเค้กและน้ำชาที่เธอสั่งมาเสิร์ฟให้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขอบคุณพร้อมกับส่งยิ้มให้พนักงานของร้าน

            ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะเลือนหาย เมื่อพนักงานเดินกลับไปไม่อยู่กั้นสายตา จนทำให้เธอได้เห็นชายหนุ่มที่เป็นลูกค้าวีไอพีของคุณกิตติพงษ์นั้น กำลังนั่งอยู่กับผู้หญิงที่ดูอายุมากกว่าเขาหลายปี อรนุชยกหนังสือขึ้นบังหน้าตนเอง อย่างไม่ต้องการให้เขารู้ว่าเธออยู่ในร้านนี้ด้วย

            “ที่แท้ก็ชอบผู้หญิงรุ่นนี้ ทำมาเป็นปากหวานใส่เรา...โธ่เอ๊ย!” อรนุชพึมพำกับตัวเอง แล้วดึงสายตากลับมาอ่านหนังสือของเธอต่อ และเริ่มเอร็ดอร่อยกับขนมเค้กและชาที่อยู่เบื้องหน้า

            ทว่าจิตใจยังคงฝักใฝ่อยากรู้ สายตาจึงยังแอบสอดส่องไปยังโต๊ะของผู้ชายกล้ามใหญ่ อย่างอยากจะรู้ว่ารักข้ามรุ่นจะสวีทหวานกันได้ขนาดไหนในที่สาธารณะเช่นนี้ และสิ่งที่เธอเห็นก็ทำเอาคนไม่มีคู่แอบอิจฉาอยู่ลึก ๆ

            ชายหญิงสองคน ถึงแม้ว่าจะอายุต่างกันจนเกือบจะเป็นแม่ลูกกันได้ กำลังแสดงความรักความอาทรต่อกันด้วยการจับมือถือแขนพร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อม หญิงสาวมองชายหนุ่มราวกับเป็นความหวังสุดท้าย ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่นกลับคืน สองมือจับกันไว้แน่น

            “โห..ถ้าจะขนาดนี้ ทำไมไม่ไปหาโรงแรมคุยกันเสียเลย จะได้จบ ๆ ไป” เสียงเปรยออกจากปากของอรนุช ก่อนจะส่ายศีรษะและพยายามจะดึงสายตากลับมาจากทั้งคู่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่อาจทำได้คือ จู่ ๆ ผู้หญิงที่เห็นอยู่ก็หยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋าถือของเธอ

            “อะไรอ่ะ? อย่าบอกนะว่า....” เสียงพึมพำดังขึ้นจากคนที่อยากรู้อยากเห็น พร้อมกับลักษณะการชะเง้อคอให้ยืดยาว ราวกับว่าจะมองเห็นได้ชัดกว่าเดิม โดยไม่ลืมที่จะยกหนังสือขึ้นตามมาบังหน้าไว้ด้วย แต่ผลที่ได้ก็ยังคงเห็นสิ่งที่หญิงสูงวัยหยิบออกมาไม่ชัดอย่างที่ตั้งใจ ทว่าก็พอจะเดาได้ไม่ยาก ว่ามันคือสมุดเช็ค และเธอก็กำลังกรอกตัวเลขลงไปก่อนจะดึงแล้วยื่นส่งให้พ่อกล้ามปู

            “เหยยยย...เช็คจริง ๆ ด้วย หือ...ดูรวยได้เพราะอย่างนี้นี่เอง ค่าบิ๊กไบค์รุ่นใหม่นั่นสินะ โธ่เอ๊ย..นึกว่าแพง ที่แท้ก็แมงดานี่หว่า” อรนุชส่ายศีรษะให้อย่างเสียความรู้สึก พร้อมกับดึงสายตากลับมาอยู่ที่หนังสือเบื้องหน้าเช่นเดิม


-------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น