ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 4 : มีคนเลี้ยงข้าว (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ก.ค. 61

            “ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ว่ามีคุณอรนุชมาเป็นเพื่อนทานด้วย จะทำให้ผมเจริญอาหารได้ขนาดนี้” ชายหนุ่มพยักหน้าให้หญิงสาวดูผลงานบนโต๊ะอาหาร ที่หมดเกือบทุกอย่าง

            “นั่นสิคะ ไม่รู้ตัวเลยนะคะเนี่ย พอพ่อเลี้ยงพูดแค่นั้นแหละ ฉันรู้สึกแน่นท้องมากเลยค่ะ” พริตตี้สาวตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

            “นี่ครับ นามบัตรผม ถ้าคุณอรนุชขึ้นไปเที่ยวทางเหนือเมื่อไหร่ ติดต่อผมไปได้เลย ผมจะจัดบริการให้เป็นพิเศษเลยครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดพร้อมกับหยิบนามบัตรยื่นส่งให้เพื่อนร่วมโต๊ะ “ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว ผมบริการให้ฟรีเลย”

            “จริงนะคะ ฉันถือว่าพ่อเลี้ยงรับปากแล้วนะ”

            “แน่นอนสิครับ สำหรับคนสวย ๆ อย่างคุณอรนุช จะน้อยกว่านี้ได้ยังไงกัน”

            “หึหึ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ ว่าแต่พ่อเลี้ยงจะอยู่กรุงเทพฯ อีกนานไหมคะ?”

            “หนึ่งอาทิตย์ครับ ผมเพิ่งลงมาเมื่อวาน ก็ว่าจะกลับพุธหน้า หรือถ้างานผมเสร็จก่อน ก็อาจจะกลับก่อนครับ”

            “ถ้าอย่างนั้น ก่อนฉันจะไปใช้บริการของพ่อเลี้ยงที่เชียงใหม่ ขอให้ฉันได้มีโอกาสเลี้ยงคืนที่กรุงเทพฯ นี่ก่อนได้ไหมคะ?”

            “ได้สิครับ ผมยินดีที่จะได้เจอคุณอรนุชอีกเสมอ คุณสะดวกเมื่อไหร่โทรมาได้เลย ผมจะรอ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ตอบรับด้วยความยินดี แถมยังแอบหยอดตามวิสัยของผู้ชายในท่อนสุดท้ายอีกด้วย

           

            รนุชเดินยิ้มแก้มแทบปริกลับมาที่รถ และก็เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองนั้นลืมเรื่องเพื่อนสาวไปสนิท

            “อ้าว! ตายแล้ว ฉันลืมไอ้คิตตี้ไปเลยนี่หว่า เป็นยังไงแล้วนะ” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง แล้วก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจโทรเข้าโมเดลลิ่ง เพื่อสอบถามข้อมูลความคืบหน้า แต่ยังไม่ทันจะได้โทรออก เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวรีบรับโทรศัพท์ทันทีที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของใครโทรเข้ามา ก่อนจะส่งเสียงไปยังปลายสายรัวเป็นชุด

            “ฮัลโหล คิตตี้!! แกหายไปไหนมา เมื่อคืนพี่โทรหาตั้งหลายรอบไม่รับสาย เช้ามาฟ้าโทรบอกว่ามีหนุ่มที่ไหนลากแกออกไปกลางงาน พี่นี่ตกใจหมดเลย แล้วแถมโทรไปก็ยังฝากข้อความอีก สรุปใครมาลากตัวแกไป แล้วพาไปไหน เขาทำอะไรแกหรือเปล่า บอกพี่มาเลย อ้อ! อีกอย่าง แกโทรหาพี่เจี๊ยบหรือยัง พี่เจี๊ยบก็ตามหาตัวแกอยู่ คงเรื่องที่แกหายตัวไปเมื่อคืนนั่นแหละ ร้อยเอาบาทเดียว”

            (โอ้โห! เหนื่อยไหมคะพี่นุช พูดไม่เหลือช่องไฟให้หนูพูดเลย เดี๋ยวก็เป็นลมหรอกค่ะ) พักตร์ศร หรือคิตตี้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

            “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย รีบตอบมา พี่รอฟัง”

            (ก็ได้ค่ะ หนูโทรหาพี่เจี๊ยบแล้วค่ะ พี่แกให้เข้าไปหาบ่ายนี้ ส่วนเรื่องที่มีคนมาลากตัวไปก็จริงค่ะ ลากออกไปแบบไม่ทันได้คว้าอะไรไปด้วยเลย ขนาดมีไมโครโฟนอยู่ในมือ พี่แกยังดึงออกเลยค่ะ ก็เลยเป็นสาเหตุที่ไม่ได้รับโทรศัพท์พี่ นี่หนูเพิ่งจะได้กลับมาเอาโทรศัพท์เมื่อกี้ โทรตามกันจนแบตฯ หมดเลย เพิ่งเอามาชาร์จ เปิดเครื่องได้ก็โทรไปหาพี่เจี๊ยบ แล้วก็พี่นี่ละ)

            “แล้วตกลงผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน?”

            (คุยกันทางโทรศัพท์ไม่มันอ่ะพี่ นัดเจอกันเมื่อไหร่ดีคะ เจอหน้าพร้อม ๆ กันจะได้เล่าทีเดียวเลย หนูขี้เกียจแถลงหลายครั้ง)

            “เอางั้นก็ได้ ช่วงค่ำไปเจอกันที่ร้านประจำละกันนะ ว่าแต่บอกก่อนไม่ได้เหรอว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร บอกแค่ชื่อยังไม่ต้องลงรายละเอียดก็ได้”

            (ไม่ได้ค่ะพี่ เอาไว้ไปรู้พร้อมกันกับไอ้สองคนนั้นเลยนะคะ อดใจไว้นิด เดี๋ยวน้องจะแถลงให้เกลี้ยงเลยจ้ะ)

            “เออ ก็ได้ ถ้าก่อนถึงเย็นพี่อกแตกตายก่อน แกรับผิดชอบด้วยนะ”

            (ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้งคะ)

            “เดี๋ยวก็รู้ ว่าแต่แกเสียงใส หัวเราะได้อย่างนี้พี่ก็สบายใจแล้ว เอาไว้เจอกันค่ำนี้จ้ะ คิตตี้โทรไปบอกฟ้าหน่อยนะ เดี๋ยวพี่โทรบอกแพทเอง”

            (ได้ค่ะพี่นุช)

 

            บ่ายวันนี้อรนุชมีนัดกับผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทรถยี่ห้อดัง ที่เมื่อวานเพิ่งจัดงานเปิดตัวรถบิ๊กไบค์รุ่นใหม่ไป เนื่องจากเมื่อวานนี้หญิงสาวทำหน้าที่ได้ดี จนไปเข้าตาผู้จัดการฝ่ายการตลาดเข้า เขาจึงได้ทาบทามให้เธอไปเป็นพริตตี้ประจำที่โชว์รูมใหญ่ของบริษัทด้วย ซึ่งหญิงสาวยังไม่ได้รับปาก แต่ว่าวันนี้จะขอเข้าไปสังเกตการณ์และคุยรายละเอียดของงานก่อน

            บริษัทรถที่มีสำนักงานอยู่ด้านบน และมีโชว์รูมใหญ่อยู่ด้านล่าง หากไม่ต้องการจะเข้าโชว์รูม ก็มีทางให้เข้าบริษัทอยู่ด้านข้างของโชว์รูมนั่นเอง หญิงสาวเดินเข้าด้านข้าง เพื่อแจ้งความประสงค์ที่เคาน์เตอร์ติดต่อสอบถาม ว่าเธอมาพบผู้จัดการฝ่ายการตลาด

            “สวัสดีค่ะ ดิฉันมาพบคุณกิตติพงษ์ค่ะ”

            “คุณกิตติพงษ์ยังไม่เข้ามาเลยนะคะ คุณได้นัดไว้หรือเปล่าคะ?” เสียงจากเจ้าหน้าที่ตอบกลับมา ทำเอารอยยิ้มสวย ๆ ของอรนุชจางลงทันที

            “นัดไว้ค่ะ” อรนุชตอบกลับ

            พนักงานจึงได้ยกหูโทรศัพท์โทรหาผู้จัดการฝ่ายการตลาด ก่อนจะวางสายลง แล้วหันมาพูดกับพริตตี้สาวอีกครั้ง

            “คุณกิตติพงษ์กำลังจอดรถอยู่ข้างหน้านี่แล้วค่ะ เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ”

            อรนุชนั่งรอนับหนึ่งไม่ถึงสิบ คนที่เธอตั้งใจมาพบก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสียงที่ส่งมาทักทาย

            “สวัสดีครับน้องนุช”

            “สวัสดีค่ะพี่”

            “พี่ต้องขอโทษด้วยที่มาช้าไปหน่อย พอดีออกไปพบลูกค้ามาครับ น้องนุชมาถึงนานหรือยังครับ”

            “ไม่นานค่ะ ก่อนพี่นิดเดียว”

            “แล้วเข้าไปดูที่โชว์รูมของเรามาหรือยังครับ”

            “ยังเลยค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ไปดูกัน พี่พาไปเอง”

            กิตติพงษ์ผายมือเชิญให้หญิงสาวเดินออกไปทางโชว์รูม ซึ่งขณะนั้นเอง ที่หน้าโชว์รูมดูเหมือนว่ากำลังมีบางสิ่งเกิดขึ้น เนื่องจากเห็นมีพนักงานขายไปรุมกันอยู่สองสามคน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดก็ถือโอกาสเดินนำพริตตี้สาวเข้าไปดูด้วย จนได้รู้ว่าเป็นลูกค้ามารับรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะไปเปิดตัวเมื่อวานนั่นเอง

            “สวัสดีครับคุณร็อฟ แหม...วันนี้ว่างมารับรถเองเลยเหรอครับ คิดว่าจะใช้บริการน้อง ๆ ผมให้ไปส่งที่บ้านเสียอีก” กิตติพงษ์พูดพร้อมกับยื่นมือให้ลูกค้าเบอร์หนึ่งจับทักทายกัน

            “ครับ วันนี้ผมว่าง เลยมารับเองเลยดีกว่า จะได้ลองเครื่องด้วย ถ้าไม่แรงจะเอามาเปลี่ยนคุณกิตเลย” ฤทธิเดชตอบกลับ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แต่สายตามองเลยไปกระทบกับใบหน้าสวยของอรนุชที่เดินตามมาข้างหลัง

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เลยครับ เครื่องไม่แรงผมไม่ขายอยู่แล้ว เสียชื่อแย่สิครับ ต้องขอบคุณคุณร็อฟมากนะครับ ที่มาเจิมคันแรกให้ผมเลย ได้คนซื้อง่าย ๆ อย่างคุณร็อฟมาซื้อเป็นคนแรก สงสัยว่ารุ่นนี้ต้องขายดีแน่ ๆ ครับ”

            “ถ้าอย่างนั้น คุณคงต้องขอบคุณคนสวยที่อยู่ด้านหลังคุณด้วยนะครับ” คำตอบของลูกค้าวีไอพี ทำเอาทุกคนหันไปมองที่อรนุชเป็นตาเดียวกัน  

            พริตตี้สาวหันมองซ้ายมองขวาไม่มีใคร จึงได้หันไปถามชายหนุ่มเพื่อให้แน่ใจ

            “หือ?...ฉันเหรอคะ?”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น