ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 2 : งานเปิดตัวบิ๊กไบค์ (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ก.ค. 61

            อรนุชดูโทรทัศน์ไปรับประทานข้าวต้มไปจนหมดถ้วยจึงได้ถือชามไปล้าง ระหว่างที่ล้างชามอยู่ก็นึกถึงพักตร์ศรขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยความสงสัยว่าเพื่อนรุ่นน้องของเธอเป็นอะไรหรือไม่ จึงไม่ยอมรับสาย ดังนั้น เมื่อล้างชามเสร็จ หญิงสาวจึงได้มาหยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนอีกครั้ง แต่ผลก็ยังเป็นว่าไม่มีคนรับสายอีกเช่นเดิม ทำให้อรนุชเปลี่ยนเป้าหมายเป็นโทรหาเพื่อนรุ่นน้องของเธออีกสองคนแทน

            “ฮัลโหล ฟ้า” เสียงทักทายฟ้าใหม่ส่งไปยังปลายสาย

            (ค่ะ พี่นุช งานบิ๊กไบค์เป็นไงบ้างคะ สนุกไหม”

            “ก็ดีจ้ะ ยืนขาแข็งดี”

            (ฮ่าฮ่า เหมือนกันเลยค่ะพี่ ฟ้านี่ปวดขามาก บ่นจนพี่เจต้องมานั่งนวดขาให้อยู่นี่เลยค่ะ)

            เจ หรือ เจตนัย เป็นแฟนหนุ่มของฟ้าใหม่ ที่คบกันมากว่าเจ็ดปี แต่ก็ยังไม่ได้แต่งงานกันเสียที เนื่องจากยังไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นฐานะ การงาน ทั้งคู่เคยคิดที่จะแต่งงานกันแบบเล็ก ๆ เชิญแค่ญาติสนิท แต่ทว่าแม่ของฝ่ายหญิงไม่เห็นด้วย บอกว่าต้องเชิญญาติให้หมดทุกคน ไม่อยากให้ญาติ ๆ ต่อว่าเอาได้ภายหลัง ว่าแต่งงานลูกแล้วไม่บอกกัน ดังนั้น งานเล็ก ๆ ในฝันของทั้งสองคนจึงตกไป

            “โห..พูดซะคนไม่มีแฟนตาร้อนเลย”

            (แหม พี่นุชก็มีกับเขาสักทีสิคะ ครองตัวโสดนาน ๆ เดี๋ยวก็มีคนเชิญให้ไปอยู่คานทองนิเวศน์หรอก ปล่อยให้น้อง ๆ แซงหน้ากันจนจะครบทุกคนแล้วนะพี่)

            “นั่นสิ คิตตี้ก็ทำท่าจะทิ้งพี่ไปอีกคนแล้วเนี่ย”

            (พี่นุชคิดว่าคุณอินดี้เขาชอบไอ้คิตตี้จริง ๆ เหรอคะ?)

            “พี่ก็ว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ถ้าไม่ใช่ คนระดับเขาจะมาหาเรื่องพริตตี้หาเช้ากินค่ำอย่างคิตตี้ทำไมกัน แล้วฟ้าจำวันที่ไปเดินแฟชั่นโชว์กันได้หรือเปล่าล่ะ ที่คุณอินดี้เขาไปจับยัยคิตตี้แต่งชุดฟินนาเล่แล้วพาเดินออกมาน่ะ คุณอินดี้ยิ้มไม่หุบเลยสังเกตไหมล่ะ”

            (นั่นสิเนาะ ฟ้าก็ขอให้มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แล้วกัน สงสารคิตตี้มันอ่ะ เหลือตัวคนเดียวในเมืองไทย ถ้ามีแฟนไว้ดูแลกันมันก็ดีค่ะ ว่าแต่พี่นุชโทรมา มีอะไรหรือเปล่าคะ?)

            “ก็จะโทรมาถามว่าติดต่อคิตตี้ได้บ้างหรือเปล่า พี่โทรหาหลายครั้งแล้ว ไม่รับสายพี่เลย”

            (ไม่ได้โทรไปเลยค่ะ แต่ว่าไม่น่าจะมีอะไรหรอกค่ะพี่ งานมันอาจจะยังไม่เสร็จ หรือไม่ก็ลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ อย่างที่มันเป็นบ่อย ๆ นั่นละค่ะ) เป็นคำตอบจากฟ้าใหม่ ก่อนที่เธอจะวางสายไป

            “เฮ้อ! คิตตี้พี่ก็สงสารนะ แต่ตอนนี้ก็เริ่มสงสารตัวเองด้วย แก่สุดในแก๊ง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมาสอยลงจากคานเลย” อรนุชส่งเสียงรำพึงรำพันให้กับความอาภัพเนื้อคู่ของตนเองอยู่คนเดียว

            ในเมื่อถามฟ้าใหม่แล้วยังไม่ได้คำตอบ อรนุชจึงได้โทรหาเพื่อนรุ่นน้องอีกหนึ่งคนในแก๊ง ฟังเพลงรอสายอยู่นาน สุดท้ายก็มีสัญญาณตอบรับ หญิงสาวจึงได้ส่งเสียงทักไปยังปลายสายทันที

            “ฮัลโหล แพท”

            (สวัสดีครับ ผมทินภัทร แพทเข้าห้องน้ำครับ) เสียงที่ตอบกลับมา ไม่ใช่เสียงพรธิชาเจ้าของเครื่อง หากแต่เป็นเสียงของ ทินภัทร เสี่ยเจ้าของสนามกอล์ฟชื่อดังหลายแหล่ง ซึ่งเป็นสามีของเพื่อนรุ่นน้องของเธอนั่นเอง

            “สวัสดีค่ะคุณทิน นุชนะคะ คือนุชติดต่อคิตตี้ไม่ได้ โทรไปไม่มีคนรับค่ะ เลยจะโทรมาถามแพทว่าติดต่อคิตตี้ได้บ้างหรือเปล่าค่ะ ถ้าแพทออกมาแล้วรบกวนให้โทรกลับนุชด้วยนะคะ”

            (มาพอดีเลยครับ) ทินภัทรตอบกลับก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้กับภรรยาสุดที่รัก

            (ค่ะ พี่นุช ว่าไงคะ)

            “ดีงามนะคะ มีโอเปอเรเตอร์ส่วนตัวด้วย”

            (ฮ่าฮ่า พี่ก็หาบ้างสิคะ หรือว่าจะให้น้องติดต่อเพื่อนของคุณทินให้ก็ได้นะ เดี๋ยวจะไปคัดตัวมาให้เลยค่ะ)

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรจ้ะ พี่เกรงใจ ที่พี่โทรมานี่จะถามว่าแพทติดต่อคิตตี้ได้หรือเปล่า พี่โทรไปหลายรอบมาก ไม่มีคนรับสายเลย”

            (มันก็คงลืมโทรศัพท์ไว้ในรถอีกตามเคยนั่นละค่ะพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก เดี๋ยวถ้ามันนึกออกว่าโทรศัพท์ไม่อยู่กับตัว มันก็ลงมาหาแล้วก็โทรกลับพี่เองนั่นละค่ะ)

            “แกนี่พูดเหมือนไอ้ฟ้าเลย เออ ๆ งั้นพี่ไม่คิดมากก็ได้ ไม่กวนเวลาสวีทของแกกับคุณทินแล้ว แค่นี้ละกันนะ”

            อรนุชวางสายจากพรธิชา แล้วเดินเข้าห้องไปอาบน้ำนอน อย่างตัดใจไม่คิดมากเรื่องที่ติดต่อพักตร์ศรไม่ได้

 

            ค่ำคืนในย่านสีลม แสงสีเสียงที่ไม่เคยหลับใหล ปลุกให้ทุกชีวิตขึ้นมาสนุกสนานในยามราตรี ฤทธิเดชกำลังนั่งดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ อยู่ในผับแห่งหนึ่ง โดยมีเมนี่สาวสวยจองพื้นที่นั่งข้าง ๆ ชายหนุ่ม คอยทำหน้าที่รินเครื่องดื่มให้ เสียงเพลงสนุกสนานจังหวะเร้าใจ สาว ๆ วัยใสลุกขึ้นไปเต้นอวดลีลาให้คนมองได้เพลินตา

            “ร็อฟคะ เราไปแด๊นซ์กันบ้างดีกว่าค่ะ ไปนะ เมนี่อยากแด๊นซ์แล้วค่ะ” เมนี่พูดจบก็หยิบแก้วเบียร์ออกจากมือของชายหนุ่ม แล้วลุกขึ้นดึงคนตัวใหญ่ให้ลุกขึ้นตามเธอด้วย ก่อนจะพากันไปที่กลางฟลอร์แล้วโชว์สเต็ป สนุกกันสุดเหวี่ยง

            ดื่ม กิน เต้นรำ ท่ามกลางแสง สี เสียง และไปจบที่ห้องในคอนโดมิเนียมที่ชายหนุ่มซื้อเอาไว้ เพื่อพาสาวไปทำกิจกรรมในร่มผ้ากันโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำคืนของหนุ่มโสดผู้รักความสนุก และคืนนี้ก็เช่นกัน สองหนุ่มสาวสนุกกันจนพอใจแล้ว จึงพากันกลับไปที่คอนโด ด้วยพาหนะคู่ใจเป็นบิ๊กไบค์คันสวย หนึ่งหนุ่มขี่ หนึ่งสาวซ้อนท้าย ใช้เวลาไม่นานทั้งสองคนก็พากันมาถึงที่หมาย

            สองคนโอบกอดกันเดินเข้าตึก ขึ้นลิฟต์ และตรงไปยังห้องพักที่รอรับสองร่างที่กำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความใคร่และความกำหนัด ไม่ต้องพูดกันมาก ต่างฝ่ายต่างรู้ความต้องการของกันและกันดีแก่ใจ

            เมนี่เดินผ่านพ้นประตูห้องเข้ามา ก็หันหลังกลับโน้มคอคนตัวใหญ่ ให้ก้มลงมาประทับริมฝีปากกับเธอ ฤทธิเดชไม่อิดออดดันสาวสวยเข้าห้องปิดประตูลงกลอน แล้วสานต่อบทรักในทันที ทุกลีลาเร่าร้อน รุมเร้าจากความกระสันที่เดือดพล่านอยู่ในกาย เรียกร้องให้ต้องปลดปล่อยมันออกมา หนึ่งคนรุกอีกหนึ่งคนรับ ผลัดเปลี่ยนไปมารู้ท่ารู้จังหวะ ในยามนี้กำแพงคือจุดพึ่งพิงของสาวร่างเล็กไม่ให้ล้มลงไปด้วยแรงถาโถมที่ใส่เข้ามาของคนตัวใหญ่ แค่เพียงแรงจูบก็เกือบจะกระชากวิญญาณไปจากเธอได้แล้ว

            เดรสสั้นรัดรูปตัวสวย ไร้ประโยชน์ในยามนี้ มันจึงถูกเหวี่ยงออกจากร่างบาง ด้วยฝีมือของคนตัวใหญ่ และเสื้อผ้าของฤทธิเดชเองก็เช่นกัน ที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ปิดบังเรือนกายที่สมบูรณ์แบบของบุรุษเพศอีกต่อไป 

--------------ตัด NC-------------


            สงครามความใคร่อุบัติแล้วไม่อาจดับลงโดยง่าย ไฟราคะที่โหมลุกไหม้จะดับมอดก็เมื่อมีน้ำอมฤตหลั่งไหลออกมาช่วยดับนั่นเอง แต่กระบวนการกว่าจะได้มาซึ่งน้ำอมฤตขาวขุ่นข้นนั้น เป็นสิ่งที่สองร่างกำลังโรมรันเพื่อให้ได้มันมา

--------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น