ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 18 : ทิ้งโต๊ะไว้จนได้เรื่อง (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

“ทำไมง่วงจังเลยวะ” ฟ้าใหม่เอ่ยขึ้น หลังจากหาวติด ๆ กันมาสามรอบ

            “เออ สามหาวแล้วนะแกเนี่ย ต้องกลับไปให้พี่เจสั่งสอนหน่อยแล้วมั้ง ฮ่าฮ่า” พรธิชาเอ่ยแซวเพื่อนสาวจบ ตัวเองก็หาวด้วยเช่นกัน

            “พี่ก็ง่วงแล้วเหมือนกัน เอ๊ะ..หรือเรียกว่าเมากันแน่ หึหึ แล้วไอ้คิตตี้มันยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จอีกเหรอ ง่วงแล้วอ่ะ กลับบ้านกันเถอะ” อรนุชพูดไปก็สะบัดศีรษะไล่ความมึนไปด้วย

            “นั่นสิพี่ ทำไมง่วงจัง เรียกเก็บเงินดีกว่าค่ะ” พรธิชาบอก พร้อมกับกวักมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน

            “จะกลับกันแล้วเหรอครับสาว ๆ ทำไมรีบกันจัง” เสียงจากชายหนุ่มที่ถูกอรนุชปฏิเสธไปในครั้งแรกดังขึ้น ชายหนุ่มนิรนามเดินเข้ามาหาทั้งสามสาวพร้อมกับเพื่อนชายในกลุ่มอีกสามคน

            “แล้วหายไปไหนอีกหนึ่งละครับ เมื่อกี้ผมยังเห็นว่ามากันสี่คนนี่

นา” ชายอีกหนึ่งถามสามสาวด้วยความสงสัย ในขณะที่เข้ามายืนติดกับฟ้าใหม่ จนหญิงสาวต้องเป็นคนขยับออกห่างเสียเอง

            “ฉันว่าก่อนที่คุณจะถาม ช่วยขยับออกไปหน่อยก็ได้นะคะ ไม่ต้องเบียดกันขนาดนี้ก็ได้ค่ะ” ฟ้าใหม่หันไปตอบกลับชายหนุ่ม

            “พวกเราจะกลับกันแล้ว คุณคงต้องไปจอยกับโต๊ะอื่นแล้วค่ะ” อรนุชส่งเสียงบอกชายหนุ่มทั้งสี่คน ก่อนจะต้องสะบัดศีรษะแรง ๆ เรียกสติให้ตัวเองอีกครั้ง

            “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ง่วงมากเลยเหรอ อย่างนี้กลับกันเองไม่ไหวแล้วมั้งครับ ให้พวกผมไปส่งดีกว่าไหม” กลุ่มชายนิรนามเริ่มส่งมือปลาหมึกไปโอบกอดสาว ๆ เอาไว้ ส่งยิ้มให้กันอย่างพอใจในผลงานของตัวเอง

            ทั้งนี้ก็เพราะในระหว่างที่ทั้งสี่สาวทิ้งโต๊ะเครื่องดื่มของตัวเองเอาไว้ แล้วไปวาดลวดลายอยู่กลางฟลอร์กันรอบสองนั้น หนึ่งในสี่หนุ่มก็เดินมาจัดการใส่ยานอนหลับลงไปในแก้วเครื่องดื่มของทั้งสี่สาวไว้เรียบร้อย

            “อื้อ...อย่ามาจับเส้” น้ำเสียงทั้งเมาทั้งมึนและโกรธของอรนุชดัง

ขึ้น บอกผู้ชายที่ถือโอกาสรวบเอวเธอไว้

            ซึ่งอีกสองสาวก็กำลังจัดการกับมือปลาหมึกของผู้ชายกลุ่มนี้อยู่ด้วยเช่นกัน ระหว่างนั้นพักตร์ศรที่สวมเสื้อแจ๊คเก็ตของอดิศรทับอยู่ก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ โดยมีเจ้าของเสื้อเดินตามมาด้วยเช่นกัน

            “นั่นพวกนายจะทำอะไรเพื่อนฉัน” เสียงแหวส่งออกไปทันทีที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

            “มาแล้วเหรอครับ คนสวย พอดีว่าเพื่อนของคุณ อยากจะไปกับพวกผมคืนนี้ เชิญคุณไปด้วยกันสิครับ จะได้คบคู่พอดีเลย”

            “เห็นจะไม่ได้หรอกครับ เพราะเธอมีคู่อยู่แล้ว” อดิศรที่เดินตามมาส่งเสียงขัดขึ้นทันที ก่อนจะดูสภาพของแต่ละสาวแล้วก็พอจะเดาเหตุการณ์ออก “ผมว่าอีกสามสาวก็คงไม่ได้อยากจะไปเป็นคู่กับพวกคุณด้วยหรอกนะ”

            “แกยุ่งอะไรด้วยวะ” หนึ่งในสี่หนุ่มหันมาตวาดอดิศร ก่อนจะดึงตัวพรธิชาออกจากโต๊ะ พยายามจะพาเธอออกไปด้วยให้ได้

            “ปล่อยเถอะครับ เธอไม่ได้อยากจะไปกับคุณ” อดิศรคว้าแขนของผู้ชายฉวยโอกาสเอาไว้ได้

            “มึงเกี่ยวอะไรด้วยวะ” ชายฉวยโอกาสหันมาขึ้นเสียงใส่อดิศรอีกครั้ง พร้อมกับผลักอกของเขาอีกด้วย ทว่าอดิศรไวกว่า จับข้อมือข้างนั้นเอาไว้ได้ แล้วผลักกลับ พร้อมกับดึงร่างของพรธิชาเอาไว้ทัน ปล่อยให้หนุ่มฉวยโอกาสเซไปกระแทกโต๊ะตัวข้าง ๆ จนจานอาหารที่วางอยู่ตกแตก เสียงดัง และความวุ่นวายก็เริ่มขึ้น

            พักตร์ศรเข้าไปช่วยรับเพื่อนที่เริ่มมึนจนเกือบไม่ได้สติเอาไว้ ปล่อยให้แฟนหนุ่มจัดการกับอีกสี่คนร้าย ปากก็ส่งเสียงให้คนช่วยเรียกการ์ดของผับเข้ามาหน่อย ด้วยความเป็นห่วงคนรักของตน

            ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้านล่าง เรียกความสนใจจากฤทธิเดชที่นั่งอยู่ชั้นลอยได้ ชายหนุ่มไล่สายตาไปยังเหตุแห่งความวุ่นวาย จนได้เห็นว่าเพื่อนของตนนั้นกำลังตกอยู่ในกลุ่มหมาหมู่ จึงได้รีบลุกขึ้นไปช่วยเพื่อนอย่างไม่ต้องคิดอะไรอีก

            งานนี้คนมากก็แพ้คนน้อยได้ โดยเฉพาะคนมากที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะสู้หนึ่งคนที่มีทักษะและฝึกมาพร้อมได้อย่างไร การ์ดประจำผับ ก็มาราวกับเป็นตำรวจในภาพยนตร์ไทยสมัยก่อนที่พากันมาในตอนจบ ผู้จัดการร้านเข้าดูเหตุการณ์และถามหาความรับผิดชอบ

            “นี่นามบัตรผม คุณส่งบิลไปเก็บที่นี่ได้เลย แต่ก่อนอื่นช่วยเอาไอ้สี่

คนนี้ไปอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ก่อน อย่าให้เที่ยวมาทำนิสัยหมา ๆ ใส่ยาให้ผู้หญิงคนอื่นกินได้อีก” อดิศรยื่นนามบัตรส่งให้ผู้จัดการร้าน แล้วชี้ไปที่ผู้ชายสี่คนที่กองรวมกันอยู่ที่พื้น

            “ไปครับคิตตี้ ช่วยกันพาเพื่อน ๆ คุณกลับก่อน” อดิศรพูดกับแฟนสาว ก่อนหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกครั้ง “ไอ้ฤทธิ์ช่วยต่ออีกหน่อยวะ”

            “อืม...” คนตัวใหญ่รับปาก ก่อนจะละสายตาจากคู่กรณีทั้งสี่คน แล้วหันไปดูสาว ๆ ที่เขาต้องช่วย ก่อนจะต้องอุทานเรียกชื่อของหญิงสาว ที่เขากำลังหาตัว “อรนุช!!

            แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาวที่พักตร์ศรต้องช่วยพยุงไว้ ไม่เช่นนั้นคงฟุบอยู่กับโต๊ะเหมือนกับฟ้าใหม่ตอนนี้ เนื่องจากพักตร์ศรมีสองมือ ซึ่งช่วยจับพยุงอรนุชและพรธิชาเอาไว้ หมดมือจะช่วยเพื่อนอีกหนึ่งคน

            “คุณรู้จักพี่นุชด้วยเหรอคะ?”

            “ผมว่าเราพาสามคนออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยไปถามกันข้างนอกแล้วกันนะ” อดิศรพูดพร้อมกับเข้าไปช่วยงัดฟ้าใหม่ที่ฟุบ

อยู่กับโต๊ะขึ้นมา

            ส่วนฤทธิเดชนั้น  เข้าไปช่วยประคองอรนุชเอาไว้ ปล่อยให้พักตร์ศรประคองพรธิชาออกจากผับไป

            “อือออ ไม่ไปหนายยยแล้ว..คนจาาานอน ง่วงนอน...” เสียงจากคนที่ทั้งเมาทั้งง่วงโวยวายออกมาเมื่อเธอต้องการนอน แต่มีคนพาเดินอยู่ไม่หยุด

            “นี่ไม่ใช่ที่นอน เดี๋ยวผมจะพาคุณกลับไปนอนนะ แต่ว่าตอนนี้เดินหน่อย” ฤทธิเดชตอบกลับอรนุช

            “ไม่อาวววว...คนจานอน ไม่เข้าใจหรือไง” มือบางฟาดเปะปะไปที่ลำตัวหนาของคนตัวใหญ่ สุดท้ายฤทธิเดชจึงตัดปัญหาด้วยการช้อนตัวพริตตี้สาวขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก พาเดินออกมาด้านนอก

            “พาไปที่รถฉันก่อน เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” อดิศรบอกฤทธิเดช เมื่อเดินพ้นประตูผับออกมาแล้ว

            “ไม่เป็นไรอินดี้ เดี๋ยวฉันจัดการคนนี้เอง นี่ละคนที่ฉันตามหาตัวอยู่น่ะ”

            “ห๊ะ! จริงเหรอวะเนี่ย ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้วะ” อดิศรถึงกับ

อุทานตกใจ ไม่คิดว่าโลกจะกลมและเล็กจนหาเจอกันไวขนาดนี้

            “หมายความว่ายังไงคะ  แล้วคุณจะเอาพี่นุชไปไหน คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรจะมาพาพี่นุชไป” พักตร์ศรโวยขึ้น ไม่เห็นด้วย จนอดิศรต้องจับแขนของเธอไว้แล้วส่งเสียงปราม

            “เอาน่ะที่รัก ไอ้ฤทธิ์นี่มันเป็นเพื่อนผมเอง ให้มันจัดการกับคุณนุชไปเถอะ เชื่อผมนะ”

            “มันจะดีเหรอคะ” พักตร์ศรยังคงแย้ง อย่างไม่คิดว่ามันจะถูกต้อง แต่ก็เสียงเบาลง

            “อืม...” อดิศรพยักหน้ายืนยันกับคนรัก ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อน “ว่าแต่แกไปได้แน่นะ เอามอเตอร์ไซค์มาไม่ใช่เหรอ?”

            “ไม่ต้องห่วง ฉันไปได้”

            “เออ ถ้างั้นก็โชคดีโว้ย”

            “อืม ขอบใจ” ฤทธิเดชตอบกลับเพื่อน ก่อนจะหันมาขอบคุณแฟนเพื่อนด้วยที่ทำให้เขาได้พบกับสาวในดวงใจ “ขอบคุณคุณด้วยนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก รอบหน้าเราคงได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้ครับ”

            ฤทธิเดชพูดจบก็อุ้มพริตตี้พี่ใหญ่ของแก๊งตรงไปยังบิ๊กไบค์ของตนเอง คนตัวใหญ่จับสาวร่างบางนั่งบนรถก่อน แล้วตนเองจึงขึ้นไปนั่ง จัดท่าให้หญิงสาวนั่งซบหลังกอดเอวเขาไว้ แล้วใช้เสื้อแจ๊คเก็ตของเขาแทนเชือกผูกเธอติดไว้กับตัวเขากันตกอีกด้วย

            “จะรอดไหมคะที่รัก” พักตร์ศรเปรยออกมาเมื่อฤทธิเดชขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้ารถของอดิศรไป

            “รอดสิครับที่รัก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เชื่อมือเพื่อนผมได้” อดิศรพูดพร้อมกับจับมือคนรักเอาไว้ ก่อนจะหันไปมองเบาะหลังที่มีสองสาวนั่งหลับกันอยู่ “เราพาสองคนนี้ไปส่งที่บ้านกันก่อนดีกว่า บ้านอยู่ตรงไหนกันบ้างครับเนี่ย”

            “สุทธิสารกับลาดพร้าวค่ะ คุณเล่าเรื่องเพื่อนคุณให้คิตตี้ฟังหน่อยสิคะ เขาเป็นใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน มีเมียหรือยัง แล้วตอนนี้เขา....”

            “ใจเย็น ๆ ครับที่รัก มาเป็นชุดเลย เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังให้หมดเลยนะ” อดิศรจับมือคนรักเบรกไว้อีกรอบ ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องของเพื่อนตนเองให้ฟัง

----------------------------------------

หมดโควต้าอัพเต็มแล้วน้า สนใจไปฟินกันเต็ม ๆ ได้ในอีบุ๊คจ้ะ สนใจจิ้มลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ 

สำหรับคนที่สนใจรูปเล่ม ติดต่อได้ที่หน้าเพจและไลน์นะคะ

Fanpage : นามปากกา ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Facebook Group : นิยาย Style ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Line ID : Looktumngen.writer


ยั่วสวาทฤทธิเดช Hot Seduce (นิยายชุดยั่วหนุ่ม)
ปนิตา
www.mebmarket.com
เขาเชื่อว่าการรักข้างเดียว พูดให้สวยหรูอย่างไร สุดท้ายก็คือความเจ็บปวด เขาจึงไม่คิดจะเหนี่ยวรั้ง..เธอ..ที่ปล่อยให้ความเข้าใจผิดเข้าครอบงำ จนเกือบทำให้ต้องเสียคนที่เธอรักและรักเธอไป แต่เมื่อคู่กันแล้วก็ย่อมไม่แคล้วกัน จึงเป็นหน้าที่หนักของพรหมที่จะลิขิตให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งได้อย่างไร....เอ๊ะ! หรือไม่ใช่พรหม? 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น