ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 14 : ลืมมันไป (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ส.ค. 61

            ในขณะที่ทั้งสามคนพูดเล่นสนุกกันอยู่นั้น อรนุชได้แต่ยิ้มแหย อย่างไม่รู้จะคัดค้านได้อย่างไร หนึ่งต่อสามเสียง ความคิดเห็นของเธอเป็นต้องตกไปอยู่ดี

            “เอ้า ๆ มาแล้วก็เข้าห้องประชุมค่ะ มัวแต่มานั่งเม้าท์กันเป็นนกกระจอกแตกรังเลยนะ” เสียงจากจิราภาดังขึ้นในขณะที่กำลังเดินผ่านทั้งสี่สาวไปเข้าห้องประชุม  ทั้งสี่สาวจึงลุกเดินตามไปด้วย    ซึ่งก็พบว่ามี

เพื่อน ๆ ร่วมสังกัดมานั่งรอกันอยู่แล้ว

            “ทุกคนมาพร้อมกันแล้วนะ งั้นพี่ขอเริ่มเลย” จิราภาเข้าไปนั่งที่หัวโต๊ะได้ก็เริ่มงานของตนเองทันที

            “งานนี้ผู้ใหญ่ขอมาแบบเน้น ๆ เลยค่ะ รูปร่างหน้าตา ความสามารถต้องเป๊ะมาก พี่ก็คัดมาแล้ว ซึ่งก็เป็นพวกเธอทั้งสิบคนนี่ล่ะ ลูกค้าเป็นเพื่อนของท่านประธาน พวกเธอก็รู้ว่าท่านประธานของเราเสียอะไรเสียได้ แต่ต้องไม่ใช่เสียหน้า เพราะฉะนั้นพี่คัดหัวกะทิอย่างพวกเธอมา ก็หวังว่าจะไม่มีการผิดคิวหรืออะไรผิดพลาดเกิดขึ้นนะจ๊ะ งานจะจัดที่เดอะมอลล์บางกะปิ สามวัน คือศุกร์ เสาร์ อาทิตย์หน้า สินค้าเป็นเครื่องเสียงติดรถยนต์ หนึ่งคนรับผิดชอบหนึ่งโปรดักต์ เพราะฉะนั้นสคริปต์จะไม่เหมือนกัน ใครได้อันไหนก็กลับไปอ่านกันให้ขึ้นใจเลยค่ะ งานนี้จะมาหวังพึ่งเพื่อนเอาไม่ได้นะ แล้วนี่คือชุดที่จะใส่”

            จิราภาพูดพร้อมกับชี้ให้ทุกคนดูบนจอโปรเจคเตอร์ที่อยู่ด้านหลังเธอ ภาพที่ปรากฏคือ ผู้หญิงที่อยู่ในชุดเสื้อกระโปรงสั้นสีเงินโชว์ขาอ่อน ส่วนตัวเสื้อนั้นใช้เป็นผ้าลูกไม้แบบหนาสีขาว ตัดเป็นเสื้อสายเดี่ยวผ่าเว้าเปิดร่องอก ตัวเสื้อสั้นแค่พอปิดรัดช่วงอก มองดูแล้วก็เหมือนเสื้อชั้นในลายลูกไม้นั่นเอง และมีแต่งเติมต่อส่วนลำตัว ด้วยการใช้โซ่มุกคล้องไขว้

กัน เวลาเดินจะแกว่งไปมาเป็นตุ้งติ้ง

            “โอ้โห! ชุดแซ่บมากค่ะพี่เจี๊ยบ” เสียงจากพักตร์ศรดังขึ้น

            “นั่นแหละ ใครมีแฟนมีสามีคอยคุมความประพฤติ ก็ไปเคลียร์กันไว้ให้ดี ๆ เลย งานนี้พี่ขอแล้วกันนะ อย่าให้ผู้ชายของแต่ละคนมาทำงานแตกนะจ๊ะ งานนี้ห้ามขาด ห้ามสาย และห้ามมีชายของใครเข้าไปหึงหวงชิงตัวกันกลางงาน ไม่เอาแล้วนะ คิดว่าเห็นแก่พี่เถอะ พี่ยังไม่อยากตกงานตอนแก่ ภาระของพี่ยังเยอะอยู่ เข้าใจกันตามนี้นะ” ประโยคของจิราภา ทำเอาพักตร์ศรถึงกับหน้าเจื่อนไปอย่างคนที่รู้สึกผิด

            “ค่ะ...พี่” เสียงตอบกลับจากทุกคนที่ดังพร้อมกัน แต่หาความหนักแน่นไม่ได้

            “แหม เสียงอ่อยกันเลยนะ แต่ละคน ยังไงพี่ฝากนุชช่วยดูให้ด้วยนะ ยังไม่มีแฟนนี่ พี่ไว้ใจเราได้ใช่ไหม”

            “ค่ะพี่เจี๊ยบ” อรนุชตอบกลับ

            “รายละเอียดอื่น ๆ อยู่ในแฟ้มข้างหน้าทุกคนนั่นละ ใครมีอะไรจะถามเพิ่มไหมคะ”

            “........” ไม่มีเสียงตอบกลับจากพริตตี้หัวกะทิของโมเดลลิ่ง ที่ต่าง

คนก็ต่างเปิดดูรายละเอียดในแฟ้มกันอยู่

            “ถ้าไม่มีคำถามแล้วก็เลิกประชุมได้ ไปเตรียมตัวฟิตหุ่นท่องสคริปต์กันให้พร้อม ส่วนเรื่องชุดวันพุธเข้ามาเอาอีกทีนะ บริษัทเขาจะส่งมาให้วันนั้นจ้ะ แต่ถ้ามาก่อนพี่จะโทรไปตามแล้วกันนะ”

            จิราภาและคนอื่น ๆ ทยอยเดินออกจากห้อง ยกเว้นแก๊งสี่สาวที่ยังนั่งทำหน้ากลุ้มใจอยู่

            “งานนี้จะรอดไหมวะ ถ้าบอกคุณทินว่าชุดเป็นอย่างนี้นะ สงสัยไม่ได้ทำแน่ค่ะงานนี้” พรธิชารำพึงออกมาด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

            “ก็ไม่ต้องบอกสิ แล้วแกก็ไปเปลี่ยนชุดที่งานเอา ก่อนกลับก็เปลี่ยนเป็นชุดเดิมซะ แค่นี้คุณทินก็ไม่รู้แล้ว ง่ายจะตาย” พักตร์ศรเอ่ยขึ้น เพราะเธอเองก็คิดเอาไว้ว่าจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน

            “แนะนำเสียคล่องเลยนะไอ้คิตตี้ แกก็คิดจะทำอย่างนั้นด้วยเหมือนกันใช่ไหมล่ะ” ฟ้าใหม่เอ่ย

            “ก็นิดหนึ่ง แฮ่ ๆ”  พักตร์ศรตอบเสียงอ่อย “ใครจะไปสบายเหมือนพี่นุชล่ะ แฟนไม่มีก็ไม่มีผู้ตรวจการ จะทำอะไร ไปไหน แต่งตัวยังไงก็ได้ นึกไปแล้วชีวิตโสดมันก็ดีตรงนี้เนาะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็โสดกันไหมล่ะ วันนี้กลับไปเลิกกันให้หมดเลยนะ พรุ่งนี้จะได้โสดเป็นเพื่อนพี่ไง”

            “หูย แรงส์...” ฟ้าใหม่ตอบกลับ ก่อนชวนเปลี่ยนเรื่อง “พอ ๆ ค่ะ เรื่องงาน เอาเรื่องเที่ยวกันดีกว่า นี่ยังเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าผับจะเปิด ฉันว่าพวกเรากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันดีกว่าไหม แล้วค่อยไปเจอกันที่ผับ”

            “ไม่ดี เพราะเข้าบ้านแล้วก็จะขี้เกียจออกมาอีกแล้วค่ะ ฉันว่าระหว่างรอเราก็ไปช้อปปิ้งกันเลยดีกว่า ไม่ต้องกลับไปเปลี่ยนที่บ้าน แต่ไปเปลี่ยนที่ร้านแทนไง ดีป่ะ?” พักตร์ศรเสนอ

            “เออ ดี เห็นด้วย ไปค่ะทุกคน ลุก ๆ เลย งานนี้ฉันจ่ายเอง”  พรธิชา ภรรยาของเสี่ยสนามกอล์ฟเอ่ยพร้อมกับดึงแขนของฟ้าใหม่และอรนุชให้ลุกขึ้นไปด้วยกัน

           

            พักตร์ศรนั้นถึงแม้จะบอกกับเพื่อนว่าตัวไม่ได้ติดกับอดิศรแฟนหนุ่ม แต่ว่าก็แอบโทรไปบอกเขาว่าคืนนี้จะขออยู่สังสรรค์กับเพื่อนและจะกลับดึก ซึ่งก็ต้องเสียงอ่อนเสียงหวานอยู่นาน  กว่าที่จะได้รับอิสระให้ไป

เที่ยวกับเพื่อน ๆ โดยที่ไม่มีแฟนหนุ่มตามติดไปด้วย

            และเมื่อคนรักแจ้งความประสงค์ที่จะกลับดึกในคืนนี้ ชายหนุ่มก็ไม่คิดที่จะนอนเหงาอยู่ในคอนโดมิเนียมคนเดียว อดิศรจึงได้โทรหาฤทธิเดชนัดให้ออกมาสังสรรค์กัน เนื่องจากเคยรับปากเอาไว้ว่าจะเลี้ยงข้าวเจ้าของสุพรีมสปายที่เขาช่วยจัดการแก้ปัญหาในบริษัทให้คลี่คลายและจบลงได้อย่างรวดเร็ว

            “ฮัลโหล ไอ้ฤทธิ คืนนี้ว่างไหม?”

            (จะว่างก็ได้ ไม่ว่างก็ได้ แกมีอะไรหรือเปล่า?)

            “ก็ว่าจะชวนแกออกมาดริ้งค์หน่อย ฉันติดแกไว้มื้อหนึ่งไง ถ้าแกว่างก็ได้ ไม่ว่างก็ได้ งั้นก็ทำตัวให้ว่างเลย เพราะนาน ๆ ฉันจะว่างสักทีเว้ย”

            (แหม เดี๋ยวนี้พอมีแฟนแล้วพูดเต็มปากเต็มคำเลยนะ ว่านาน ๆ จะว่าง)

            “เออ ทำไม คนมีเมียก็ต้องอยากอยู่กับเมียสิ แล้วไอ้ที่แกบอกว่าไม่ว่างก็ได้ นี่คือแกจะไปทำอะไรวะ?”

            (ไปตามหาเมีย)

            “ฮ้า! ฉันฟังอะไรผิดไปหรือเปล่าวะ? แกเนี่ยนะจะไปตามหาเมีย”

            (เออ หูแกก็ยังดีอยู่นี่หว่า)

            “แกมีเมียแล้วเหรอ ผู้หญิงคนไหนวะที่แกยอมรับว่าเขาเป็นเมีย ฉันนี่อยากเห็นหน้าจริง ๆ เลย”

            (ก็ถ้าฉันหาเจอ แกก็คงได้เห็นนั่นแหละ)

            “ยังไงของแกวะ ทะเลาะกันหรือไง?”

            (หึ ยังไม่ทันได้ทะเลาะเลย)

            “อ้าว! งงในงงเลยฉัน เออ ๆ เอาไว้เจอกันค่ำนี้แล้วค่อยคุยแล้วกัน ฉันขอเคลียร์งานก่อน”

            ฤทธิเดชวางสายจากเพื่อนไป ก็หันมาหาข้อมูลของผู้หญิงที่กำลังทำตัวเป็นสาวนิรนามต่อ จนในที่สุดก็รู้ว่าเธอเป็นพริตตี้สังกัดอยู่ล็อตเต้โมเดลลิ่ง ต่อจากนั้นก็ไม่เกินความสามารถของชายหนุ่มอีกเช่นกันที่จะรู้รายละเอียดที่ลึกมากกว่านั้น นิ้วจิ้มแป้นพิมพ์ ตามองจอคอมพิวเตอร์อยู่ไม่นาน ข้อมูลของหญิงสาวก็ขึ้นมาบนหน้าจอให้ชายหนุ่มได้อ่านเก็บใส่สมองเอาไว้เรียบร้อย

            ก๊อก..ก๊อก.. เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเจ้าของสุพรีมสปายดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ปรากฏตัวลูกน้องหนุ่ม ที่เข้ามารายงานการปฏิบัติงาน

            “มีข่าวดีอะไรหรือเปล่าครับบอส วันนี้ดูยิ้มกว้างอารมณ์ดีจังเลยนะครับ” เสียงของอำนาจ ลูกน้องที่ได้รับมอบหมายให้ไปตามประกบตัวพ่อเลี้ยงมงคลเอ่ยทักทาย

            “แล้วไม่ดีหรือไง หรือว่าอยากให้ฉันหน้างอ ๆ แล้วไล่เตะนายแทนอย่างนั้นเหรอ?” ฤทธิเดชหันมาพูดเล่นกับลูกน้อง

            “แฮ่ ๆ ไม่เอาครับบอส บอสยิ้ม ๆ อย่างนี้ก็ดีแล้วครับ”

            “พ่อเลี้ยงกลับเชียงใหม่ไปแล้วใช่ไหม”

            “ใช่ครับบอส กลับไปเมื่อเช้านี่เองครับ”

            “นายเช็คดูชัวร์นะ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ขึ้นเครื่อง แต่หลบไปหาสาวที่ไหนนะ”

            “ไม่มีแน่นอนครับ ผมนี่ตามดูยันเข้าประตูเครื่องบินไปเลยครับ”

            “หึหึ เว่อร์ไป ๆ แล้วรายงานแม่เลี้ยงไปหรือยัง?”

            “เรียบร้อยแล้วครับ แม่เลี้ยงพอใจผลงานของเรามากครับบอส บอกว่าเดี๋ยวจะโอนอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือมาให้ครับ”

            “อืม ดี แล้ววันนี้มีงานเข้าใหม่ไหม?”

            “มีครับ งานตามลูกหนี้ ผมโยนให้ไอ้จ๊าบทำไปแล้วนะครับ” อำนาจรายงาน

            “อืม..ที่นี่ก็ไม่มีอะไรให้ฉันทำแล้วสิ งั้นฉันจะออกไปข้างนอกแล้วนะ”

            “เห็นทีจะไม่ได้ครับบอส เพราะว่าแม่บอสโทรมาบอกว่ากำลังจะมาที่นี่ ให้บอสอยู่รอเจอด้วยครับ”

            “แล้วทำไมแม่ไม่โทรหาฉันเองวะ” 


---------------------------------------


เรื่องนี้มีอีบุ๊คแล้วนะคะ ราคาพิเศษยังเหลืออีกหนึ่งวันนะคะ สนใจจิ้มลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ 

สำหรับคนที่สนใจรูปเล่ม ตอนนี้ก็เปิดให้จองด้วยเหมือนกันนะคะ ติดต่อได้ตามที่อยู่ข้างล่างนี้เลยค่ะ

Fanpage : นามปากกา ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Facebook Group : นิยาย Style ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Line ID : Looktumngen.writer


ยั่วสวาทฤทธิเดช Hot Seduce (นิยายชุดยั่วหนุ่ม)
ปนิตา
www.mebmarket.com
เขาเชื่อว่าการรักข้างเดียว พูดให้สวยหรูอย่างไร สุดท้ายก็คือความเจ็บปวด เขาจึงไม่คิดจะเหนี่ยวรั้ง..เธอ..ที่ปล่อยให้ความเข้าใจผิดเข้าครอบงำ จนเกือบทำให้ต้องเสียคนที่เธอรักและรักเธอไป แต่เมื่อคู่กันแล้วก็ย่อมไม่แคล้วกัน จึงเป็นหน้าที่หนักของพรหมที่จะลิขิตให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งได้อย่างไร....เอ๊ะ! หรือไม่ใช่พรหม? 



sds



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น