ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 13 : ลืมมันไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

            ทรักที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ทำให้ พริตตี้สาวอ่อนเพลียจนหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว กระทั่งช่วงสายของวันรุ่งขึ้น อรนุชลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวใหญ่ความรู้สึกแรกที่รับรู้ ยังทำให้มีรอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าสวย จนกระทั่งสมองได้เริ่มไตร่ตรอง และคิดได้ว่าอ้อมแขนที่โอบกอดเธออยู่นี้ เคยไปโอบกอดสาวใหญ่มาแล้วมากมาย ก็ทำให้รอยยิ้มจากความอุ่นใจหายไปในทันที

            อรนุชจับแขนใหญ่ขยับออกจากตัวเธออย่างแผ่วเบา หากแต่ชายหนุ่มก็รู้สึกตัวไวกว่าที่คิด

            “ตื่นแล้วเหรอครับ” ลำแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ที่เธอเพิ่งจะยกออกเคลื่อนกลับมาสวมกอดเธอเอาไว้อีกครั้ง

            “อืม ปล่อยฉันก่อน ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ” ประโยคถูกส่งออกไปด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างห้วน หากแต่ชายหนุ่มยังทำเป็นไม่ได้ยิน นอนหลับตากอดร่างบางเอาไว้แน่น จนหญิงสาวต้องพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หวานขึ้น “นะคะ ฉันปวดฉี่ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำแล้วค่ะ”

            แขนใหญ่ยอมปลดปล่อยหญิงสาวไปตามที่เธอร้องขอ อรนุชลุกขึ้นยึดผ้าห่มมาม้วนตัว แต่ไม่ทันได้คิดว่า ผ้าห่มผืนนั้นนอกจากจะปิดบังร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอเอาไว้แล้ว ยังปิดบังร่างกายของชายหนุ่มเอาไว้ด้วย ดังนั้นเมื่อดึงผ้าห่มออกมา ร่างหนาที่ไร้อาภรณ์ปกปิดก็ต้องเปิดเปลือยเช่นกัน

            “ว้ายยยย!...” เสียงร้องของอรนุชดังขึ้น พร้อมกับยกมือปิดตา ท่าทางของพริตตี้สาวทำเอาฤทธิเดชหัวเราะลั่นอย่างอดไม่ได้ ซึ่งก็ยิ่งทำให้สาวร่างบางเขินอายมากเข้าไปอีก รีบเบือนหน้าหนีแล้วส่งมือมาดึงผ้าปูที่นอนตวัดขึ้นไปคลุมร่างหนาของชายหนุ่มเอาไว้แทน

            “เป็นอะไรคุณ นี่มันผ้าปูที่นอนนะ จะเอามาคลุมตัวผมทำไม ไม่เห็นต้องอายเลย เมื่อคืนคุณก็เห็นของผมหมดแล้ว จับก็จับแล้วด้วย จะมาทำเป็นมองไม่ได้อะไรกันตอนนี้ล่ะ”

            “ว้าย! ไอ้บ้า พูดอะไรไม่อายปาก” อรนุชพูดจบก็รีบก้มเก็บเสื้อผ้า

ของตนเองแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป

 

            รนุชออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย พร้อมที่จะออกจากห้องได้เลย

            “ทำไมคุณรีบแต่งตัวจัง เราน่าจะทบทวนกันอีกสักรอบนะ” ประโยคของชายหนุ่มทำเอาพริตตี้สาวหันมาค้อนให้วงใหญ่

            “นายจะทบทวนอะไรก็เชิญทำไปคนเดียวเถอะ ฉันจะกลับแล้ว”

            “เดี๋ยวผมไปส่ง”

            “ฉัน...” อรนุชหันกลับมาจะตอบกลับ ทว่าชะงักคำพูดเอาไว้ได้ทัน

            “ฉันอะไร?”

            “ไม่มีอะไร นายจะไปอาบน้ำก็ไปสิ จะได้ไปกันสักที”

            “ได้ ถ้าอย่างนั้นคุณรอผมแป๊บเดียว ผมอาบไม่นาน” ชายหนุ่มพูดจบก็ลุกขึ้นจากเตียงทันที

            “ว้าย!” อรนุชร้องด้วยความตกใจและหันหน้าหนี ร่างเปลือยเปล่า

ที่เปิดโล่งโชว์ส่วนงอกส่วนย้อยโดยไม่คิดที่จะเกรงใจใคร แถมยังหันกลับมาส่งเสียงหัวเราะในลำคอขำในอากัปกิริยาของเธอก่อนจะเข้าห้องน้ำไปอีกด้วย

            ลับตาคนตัวใหญ่ อรนุชก็รีบฉวยกระเป๋า ใส่รองเท้าแล้วรีบออกจากห้องไปทันที ความคิดที่จะอยู่รอชายหนุ่มนั้นไม่ได้มีอยู่ในหัวเธอแม้แต่น้อย

            “คิดว่าไปแบบนี้ แล้วผมจะตามหาคุณไม่เจอหรือไง หึหึ” ใบหน้าหล่อยกยิ้มเย็นยะเยือก ฤทธิเดชเอ่ยขึ้น หลังออกมาจากห้องน้ำแล้วไม่เจอตัวพริตตี้สาว

 

            นขณะที่ขับรถกลับบ้าน อรนุชทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองด้วยสติทั้งหมดที่มีอยู่  และก็คิดได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความงี่เง่าของเธอเอง จู่ ๆ ก็ออกจากบ้านไปหาเรื่องใส่ตัว แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ปฏิเสธว่า คำพูดปลอบโยนของคนตัวใหญ่ และความอ่อนโยนของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกดี และที่สำคัญนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้ระบายความรู้สึกอึดอัดและอัดอั้นทั้งหมดในใจออกไปให้ใครสักคนได้ฟัง ซึ่งมันก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นราวกับปลดล็อกปัญหาบางสิ่งบางอยากออกไป แต่สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดสำหรับเธอ คือคุณสมบัติของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายคนแรกของเธอนั้น ดันเป็นผู้ชายที่เป็น...แมงดา...

            อรนุชตัดใจลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น และจะพยายามกลับไปตั้งต้นใหม่อีกครั้ง

            ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด เสียงโทรศัพท์มือถือของอรนุชดังขึ้น หญิงสาวหยิบเครื่องขึ้นมาดู หน้าจอ โชว์เบอร์ของจิราภา ผู้จัดการล็อตเต้ โมเดลลิ่ง

            “สวัสดีค่ะพี่เจี๊ยบ” อรนุชส่งเสียงทักทายอีกฝ่ายหลังจากหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบหูเรียบร้อยแล้ว

            (สวัสดีนุช เป็นยังไงบ้าง พร้อมที่จะรับงานหรือยัง)

            “คือว่านุชยังไม่..” อรนุชที่ตั้งใจจะขอพักอีกสักสองสามวันตอบกลับไป แต่ยังไม่ทันจะจบประโยค เสียงจากจิราภาก็ดังขึ้นมาขัดไว้เสียก่อน

            (ไอ้นุช นี่แกปฏิเสธงานพี่มากี่หนแล้ว ภายในหนึ่งสัปดาห์เนี่ย แกเป็นอะไรวะ ปกติแกไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่หว่า งานไม่มีก็แทบจะเข้ามากราบของาน แต่พอพี่มีงานให้ ตอนนี้แกกลับจะไม่รับ แกเป็นอะไร?) ผู้จัดการโมเดลลิ่งยิงคำถามส่งตรงหาเด็กในสังกัดด้วยความคับข้องใจเต็มที่

            “คือ นุชรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยน่ะค่ะพี่เจี๊ยบ”

            (เหนื่อยกายน่ะ พักหน่อยมันก็หายแล้วนะ หรือแกเหนื่อยใจ เหนื่อยเรื่องอะไร เล่าให้พี่ฟังได้ไหม?)

            “นุชก็บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ”

            (เออ ถ้างั้นก็ไม่ต้องบอก แต่พี่จะบอกแกให้นะ ว่าแกต้องรับงานนี้ เพราะถ้าแกไม่รับ พี่ก็หาคนไม่ทันแล้ว คิดว่าช่วยพี่หน่อยแล้วกันนะ พรุ่งนี้บ่ายเข้ามาฟังบรีฟด้วย) จิราภาพูดจบก็วางสายไปไม่เปิดโอกาสให้เด็กในสังกัดปฏิเสธ

 

            ละในวันรุ่งขึ้นอรนุชก็ไปตามที่ผู้จัดการล็อตเต้โมเดลลิ่งแจ้งไว้ หญิงสาวไปถึงก่อนเวลาประชุม แต่ก็ยังช้ากว่าสามสาวในแก๊งที่มาถึงก่อนแล้ว

            “เฮ้ย!..” / “พี่นุชมาแล้ว” / “เย้! ๆ ๆ” เสียงที่ดังขึ้นพร้อมกันของสามสาว เมื่อเห็นอรนุชเดินเข้ามาในโมเดลลิ่ง ฟ้าใหม่รีบลุกขึ้นไปดึงตัวพี่ใหญ่ของแก๊งให้มานั่งรวมกัน

            “โคตรคิดถึงเลยพี่นุช หายไปทำอะไรมาเนี่ย” พักตร์ศรเอื้อมแขนมากอดพี่ใหญ่ที่เพิ่งหย่อนก้นนั่งลงเก้าอี้ตัวข้าง ๆ กัน

            “ก็ไม่ทำอะไร มันรู้สึกเหนื่อย ๆ ก็เลยขอหยุดพักเครื่องหน่อย ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะจ๊ะ”

            “พี่นุชไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วค่ะ ยินดีต้อนรับกลับแก๊งนะคะ งั้นวันนี้เราไปเลี้ยงฉลองต้อนรับพี่นุชกลับแก๊งกันหน่อยดีกว่าพวกเรา” พรธิชาเสนอ

            “เออ ๆ ดี จะว่าไปเราไม่ได้แด๊นซ์กันนานแล้วเหมือนกันนะ ไปผับเลยไหมแกค่ำนี้” พักตร์ศรสนับสนุน

            “เห้ย! ไม่ดีมั้ง พี่ว่าร้านกาแฟข้าง ๆ โมของเรานี่ก็พอแล้วนะ” อรนุชรีบขัดขึ้นทันที ทั้งนี้ก็เพราะว่าเธอไม่อยากเข้าไปอยู่ในบรรยากาศของเมื่อคืนอีก อย่างน้อยก็ในช่วงนี้

            “แต่ว่าฟ้าก็อยากไปเหมือนกันนะ เราไม่ได้ไปนานแล้วอ่ะ อยาก

เข้าไปเติมแสงสีเสียงให้ชีวิตบ้าง วันนี้พี่เจไปค้างต่างจังหวัดด้วย ฟ้าทางสะดวกมากเลยนะ เราไปเที่ยวตามประสาสาวโสดย้อนความหลังกันเถอะนะ”

            “นั่นสิ ไปเถอะนะคะพี่นุช เดี๋ยวแพทจะโทรไปขอคุณทินเลย แกล่ะไอ้คิตตี้ ต้องรายงานใครก่อนหรือเปล่า”

            “รายงงรายงานอะไรเล่า ฉันก็ฉัน เขาก็เขา ไม่เกี่ยวกันเสียหน่อย ตัวไม่ได้ติดกันนี่”

            “หราาาา....” เสียงแซวจากฟ้าใหม่และพรธิชาดังขึ้นพร้อมกัน

            “อย่าให้ฉันเห็นนะว่าโทรไปรายงานกันน่ะ จะล้อยันลูกบวชเลยค่ะ” ฟ้าใหม่บอกพักตร์ศร


---------------------------------------


เรื่องนี้มีอีบุ๊คแล้วนะคะ ตอนนี้จัดโปรฯ ราคาพิเศษอยู่ด้วยค่ะ สนใจจิ้มลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ 

สำหรับคนที่สนใจรูปเล่ม ตอนนี้ก็เปิดให้จองด้วยเหมือนกันนะคะ ติดต่อได้ตามที่อยู่ข้างล่างนี้เลยค่ะ

Fanpage : นามปากกา ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Facebook Group : นิยาย Style ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Line ID : Looktumngen.writer


ยั่วสวาทฤทธิเดช Hot Seduce (นิยายชุดยั่วหนุ่ม)
ปนิตา
www.mebmarket.com
เขาเชื่อว่าการรักข้างเดียว พูดให้สวยหรูอย่างไร สุดท้ายก็คือความเจ็บปวด เขาจึงไม่คิดจะเหนี่ยวรั้ง..เธอ..ที่ปล่อยให้ความเข้าใจผิดเข้าครอบงำ จนเกือบทำให้ต้องเสียคนที่เธอรักและรักเธอไป แต่เมื่อคู่กันแล้วก็ย่อมไม่แคล้วกัน จึงเป็นหน้าที่หนักของพรหมที่จะลิขิตให้ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งได้อย่างไร....เอ๊ะ! หรือไม่ใช่พรหม? 



sds




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น