ยั่วสวาทฤทธิเดช

ตอนที่ 10 : แก้ปัญหาตัวเอง (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

            ด้านในทำข้อตกลงกันอย่างหน้าตาชื่นมื่น ต่างจากด้านนอกที่แอบส่องกล้องดูและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานไปด้วยท่าทางที่หงุดหงิด ต้องทำหน้าที่ ทั้งที่รู้สึกขัดตาขัดใจสุด ๆ เช่นกัน ชายหนุ่มถ่ายภาพของทั้งคู่โดยปรับมุมกล้องไม่ให้เห็นใบหน้าของพริตตี้สาวได้ชัดเจน ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าเธอจะเดือดร้อน แต่ก็ต้องมีผลงานให้ผู้ว่าจ้างด้วย

            หลังจากนั่งรับประทานอาหารไปคุยเล่นกันไป จนเวลาล่วงเลยไปเกือบสองทุ่ม พ่อเลี้ยงหนุ่มและอรนุชตัดสินใจที่จะย้ายขึ้นไปนั่งที่ไนต์คลับกันต่อ อรนุชขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนที่จะออกจากห้องอาหาร

            หญิงสาวเข้าห้องน้ำมาเช็คความพร้อมของเสื้อผ้าหน้าผม และเพื่อทบทวนความต้องการของตัวเองอีกครั้ง เพราะคืนนี้ถือเป็นโอกาสเดียวของเธอ ถ้าพลาดไปก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกับพ่อเลี้ยงหนุ่มอีก และก็ไม่รู้ว่าจะยังมีผู้ชายคนไหนที่เหมาะสมจะเป็นคู่ชีวิตของเธอเท่ากับพ่อเลี้ยงคนนี้อีกหรือไม่?

            อรนุชส่องกระจกตบแป้ง เติมเครื่องสำอาง แล้วพยายามสะกดจิตบอกตัวเองว่า “เธอสวย เธอสวย เธอสวย...เอาน่ะ เป็นไงเป็นกัน ท่องเอาไว้อรนุช ถ้าไม่อยากขึ้นคานอย่างโดดเดี่ยว ก็ต้องเคี้ยวพ่อเลี้ยงคืนนี้” เป็นสโลแกนที่ดูเหมือนว่าจะกล้าแกร่งก้านโลก ที่พริตตี้สาวพยายามเอามาปกปิดความรู้สึกผิดต่อแม่ทิวาและความกระดากอายในใจ

            หญิงสาวเดินกลับมาถึงโต๊ะ ก็เห็นว่าพ่อเลี้ยงนั้นเรียกพนักงานเก็บเงินแล้ว และกำลังจะหยิบเงินจ่าย อรนุชจึงรีบเดินเข้าไปขัดเอาไว้ก่อน

            “พ่อเลี้ยงจะแอบจ่ายเงินใช่ไหมคะเนี่ย ไม่ได้สิคะ เราตกลงกันแล้ว” หญิงสาวพูดพร้อมกับเปิดกระเป๋าหยิบบัตรเครดิตส่งให้พนักงาน

            “ผมแค่เห็นว่า คุณยังไม่มา ก็เลยจะจ่ายไปก่อน พอคุณมาแล้วเราจะได้ไปกันเลยยังไงละครับ”

            “แหม เข้าใจแก้ตัวนะคะพ่อเลี้ยง” หญิงสาวพูดจบ พนักงานในห้องอาหารก็ถือสลิปบัตรเครดิตมาส่งให้ เธอจึงหันไปรับมาเซ็นชื่อ ก่อนจะบอกกับพ่อเลี้ยงเมืองเหนืออีกครั้ง “ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้เราไปกันได้แล้ว”

            จบประโยคของอรนุช พ่อเลี้ยงที่พร้อมอยู่แล้วก็ลุกขึ้นส่งแขนให้ พริตตี้สาวเกาะ เดินควงกันออกจากห้องอาหารไปทันที

            “ควงกันไปไหนอีกวะ อย่าบอกนะว่า.... เห้ย! ไม่ใช่มั้ง” เป็นเสียงเปรยจากคนที่ยืนส่องกล้องอยู่ด้านนอกโรงแรม

            ฤทธิเดชพยายามหามุมที่จะสามารถเห็นทั้งสองคนได้อีกแต่ก็หาไม่ได้ จนเป้าหมายของเขาหายไปไหนจากสายตาแล้วครู่หนึ่ง ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจเก็บกล้องส่องทางไกล แล้วเดินเข้าโรงแรมไปถามหาพ่อเลี้ยงมงคลเอากับพนักงานที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

            “พ่อเลี้ยงเพิ่งจะเดินขึ้นบันไดไป ตอนนี้คงยังไม่ถึงห้องค่ะ ถ้าคุณต้องการให้โทรเข้าเบอร์ห้องคงต้องรอสักครู่นะคะ แต่ว่าดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะว่าท่านจะขึ้นไปที่ห้องหรือเปล่า เพราะเห็นว่าเดินขึ้นบันไดไปแทนที่จะขึ้นลิฟต์น่ะค่ะ” เป็นคำตอบที่ได้จากพนักงานของโรงแรม

            “บนชั้นสองนี่มีไนต์คลับอยู่ใช่ไหมครับ”

            “ใช่ค่ะ เปิดเอาไว้ให้บริการกับลูกค้าของโรงแรมเท่านั้นค่ะ ถ้าคุณต้องการจะเข้าไปใช้บริการ ต้องเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมก่อนนะคะ”

            “ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมเปิดห้องเลย”

            “ได้ค่ะ ขอบัตรประชาชนและรบกวนกรอกข้อมูลให้ด้วยนะคะ” พนักงานของโรงแรมส่งใบเช็คอินใบเล็ก ๆ มาให้ชายหนุ่มกรอก ก่อนจะส่งบัตรประชาชนคืนมาพร้อมกับคีย์การ์ด คูปองเข้าไนต์คลับ และคูปองอาหารเช้าด้วย

            ฤทธิเดชเดินขึ้นไปชั้นสอง เป้าหมายคือไนต์คลับของโรงแรม แสงไฟสลัว สีสันสลับสับเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ เสียงเพลงที่เปิดเรียกลูกค้าในช่วงค่ำ เร้าใจราวกับต้องการจะกระชากวิญญาณของผู้รักความสนุกให้เข้าไปเสพความครึกครื้นด้านใน เจ้าของสุพรีมสปายก้าวเข้ามาก็สอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายของเขา จนได้พบว่าทั้งสองคนจับจองที่นั่งในโซนชุดโซฟา คือมีโต๊ะตัวกลางและที่นั่งสองฝั่งเป็นโซฟาขนาดสองที่นั่ง ซึ่งอยู่โซนรอบนอกติดผนัง ฤทธิเดชจึงได้เลือกที่นั่งห่างออกไป แต่สามารถมองเห็นทั้งคู่ได้

            “นุชไม่ได้เที่ยวผับมานานมากแล้วนะคะ เกือบลืมบรรยากาศอย่างนี้แล้วสิ ต้องขอบคุณพ่อเลี้ยงนะคะ ที่ทำให้นุชได้กลับมาเจอบรรยากาศสนุก ๆ แบบนี้อีก นาน ๆ ทีก็ดีเหมือนกัน แต่ถ้าวันนี้นุชเมานี่ พ่อเลี้ยงห้ามทิ้งกันนะคะ” อรนุชเอ่ยบอกพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ ไปพร้อมกับรอยยิ้มอย่างตั้งใจโปรยเสน่ห์ของเธอเต็มที่

            “หึหึ ผมพาคุณมา ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ไว้ใจได้ เชิญคุณอรนุชเต็มที่ได้เลยครับ”

            “ถ้าอย่างนั้น นุชไม่เกรงใจแล้วนะคะ”

            “ได้เลยครับ เชียร์ส!” พ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มรับ พร้อมกับยกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นมาตั้งท่ารอชน อรนุชก็ยกเครื่องดื่มในมือขึ้นมาชนอย่างรู้มารยาท

            “เชียร์สค่ะ”

            บรรยากาศในการร่วมโต๊ะของทั้งคู่ ยังคงเต็มไปด้วยความสนุกสนานแพรวพราวไปด้วยมุกของพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ และจังหวะเพลงก็ทำให้ทั้งคู่โยกย้ายลำตัวขยับเคลื่อนไปตามจังหวะเพลงที่กระหึ่มอยู่ในสถานที่แห่งนี้

            อรนุชกำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศสนุกสนาน เครื่องดื่มเย็น ๆ ที่เพิ่งตระหนักได้ว่ามันเริ่มทำให้เธอมึนศีรษะเข้าบ้างแล้ว และหากเป็นเช่นนี้ต่อไป แผนเธอคงไม่สำเร็จ จากที่ตั้งใจจะเป็นแม่เสือสาว อาจจะต้องกลายเป็นเหยื่อให้พ่อเสือหนุ่มขย้ำเสียเอง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสหญิงสาวจึงได้เปลี่ยนตัวเอง มาแย่งตำแหน่งของพนักงานชงเครื่องดื่มให้กับเป้าหมายของเธอเสียเอง และนอกจากจะชงเครื่องดื่มแล้ว การนั่งอยู่ตรงข้ามกันก็ดูว่าจะห่างเกินไปเสียแล้ว

            “นอกจากไร่สตรอว์เบอร์รี่แล้ว พ่อเลี้ยงยังมีไร่ผลไม้อื่นอีกไหมคะ”

อรนุชชวนคุยเองบ้าง

            “ก็มีไร่ส้ม องุ่น แล้วก็พุทรานมสดครับ ถ้าคุณไปเที่ยวที่นั่นรับรองว่าผมจะพาไปชมให้ทั่วเลย ถ้าคุณอรนุชต้องการนะครับ”

            “ต้องการสิคะ พุทรานมนี่ของชอบของนุชเลยรู้ไหมคะ จะออกหน้าไหนคะ ฤดูหนาวไหม ปกตินุชไปช่วงปลายปีจะเห็นขายอยู่ค่ะ”

            “ที่ไร่ผมทำให้ทยอยออกตลอดปีครับ”

            “ดีจังเลยค่ะ ว้าย!....”

            เสียงร้องดังขึ้น พร้อมกับการดีดตัวขึ้นจากที่นั่งของพริตตี้สาว เกิดขึ้นหลังจากที่แก้วเครื่องดื่มในมือของหญิงสาวที่เธอแกว่งไปแกว่งมาเพลิน ๆ หกใส่ที่นั่ง เป็นความตั้งใจที่ทำให้ดูเหมือนไม่ตั้งใจ

            “คุณอรนุช ไม่เป็นไรนะครับ” เสียงจากพ่อเลี้ยงมงคล ที่ลุกขึ้นมาดึงมือหญิงสาวให้ไปยืนในฝั่งเดียวกัน ก่อนจะจับเธอหันซ้ายหันขวาให้เขาเขาได้มองสำรวจความเสียหาย

            “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ทันเปื้อน แค่ตกใจนิดหน่อย”

            “คุณอรนุชนั่งกับผมแล้วกันนะครับ     ฝั่งนั้นเอาไว้ให้เด็กมาทำ

ความสะอาดก่อนแล้วกัน”

            “ขอบคุณมากนะคะ นุชนี่แย่จังเลยค่ะ ถือแก้วแค่นี้ก็ทำหก”

            “นิดหน่อยน่ะครับ อย่าโทษตัวเองเลย เรามาสนุกกันต่อดีกว่า วันนี้คุณอรนุชบอกว่าจะสนุกให้เต็มที่ไม่ใช่เหรอครับ”

            “ใช่ค่ะ แต่ก่อนอื่น พ่อเลี้ยงเลิกเรียกชื่อเต็มนุชได้แล้วค่ะ ดูห่างเหินจัง เรียกนุชเฉย ๆ ก็พอแล้วนะคะ” หญิงสาวไม่ได้พูดเปล่า หากแต่มือบางพาดไปที่อกกว้างของพ่อเลี้ยงด้วย

            “โอ้โห นี่ลงทุนกันขนาดนี้เลยเหรอ เห็นสวย ๆ ดูหยิ่ง ๆ นึกว่าจะดีกว่าคนอื่น” เป็นเสียงที่ดังขึ้นจากชายหนุ่มที่เข้ามาตามดูคนทั้งคู่

            สายตาคู่คมจ้องมองคนทั้งคู่อย่างอ่านเกมทั้งหมดออก ฟันบนล่างขบกันแน่น มือหนากำแก้ววิสกี้เอาไว้แน่น ถ้าหากว่าเป็นแก้วเนื้อบางกว่านั้นเสียหน่อย คงแตกคามือไปแล้ว ด้วยความผิดหวังในตัวของหญิงสาวที่เขาแอบเทใจให้และปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่ามีความหึงปนรวมอยู่ในนั้น หึงทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ หึงทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีสิทธิ์

            มือบางที่จับอยู่บนอกกว้างของหนุ่มชาวเหนือ กำลังถูกกอบกุมด้วยมือใหญ่ของเจ้าของอก ที่พร้อมจะตอบสนองความต้องการของหญิงสาวที่เสนอมา สายตาของทั้งสองคนที่มองสบกันนิ่งนาน ก่อนที่ใบหน้าของพ่อเลี้ยงจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาใบหน้าสวยทีละนิด

            ปึ่ง... เสียงก้นแก้วกระทบเข้ากับเคาน์เตอร์บาร์ ด้วยฝีมือของคนที่ทนดูไม่ได้ ตั้งใจจะลุกเข้าไปขวาง ทว่าแค่เพียงลุกขึ้น ยังไม่ทันเดิน อีกฝั่งก็ลุกเองเสียก่อนแล้ว

            อรนุชกระเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ หญิงสาวคิดว่าตัวเองทำใจกล้าพอแล้ว แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่เลย

            “ขอโทษนะคะพ่อเลี้ยง ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่ค่ะ” หญิงสาวพูดจบก็ฉวยกระเป๋าถือของตัวเอง เดินไปเข้าห้องน้ำ โดยมีสายตาคู่คมมองตามร่างเธอไปจนถึงห้องน้ำ ชายหนุ่มจึงได้เดินฝ่ากลุ่มคนในนั้น ตามไปดักรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ

-------------------------------------

ตอนนี้กำลังเปิดให้จองเรื่องนี้อยู่ด้วยนะคะ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ค่ะ

Fanpage : นามปากกา ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Facebook Group : นิยาย Style ลูกตุ้มเงิน / ปนิตา

Line ID : Looktumngen.writer

sds







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น