【Fic-Symphogear】ให้ฉันพักบ้างไม่ได้หรอ!!?【YURI】

ตอนที่ 4 : Episode 3: บทบาทที่ถูกกำหนดเอาไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    12 ก.ย. 63

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงของรองเท้ากำลังกระทบพื้นอย่างรวดเร็วดังขึ้นมาซ้อนกัน 2เสียง เรียกความสนใจจาก ฮิคาเสะ และ เซอร์แกรนท์ ได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ได้หันไปมองทางต้นเสียง พร้อมกับ เซอร์แกรนท์ ที่ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบแท่งอะไรบางอย่างออกมาจาก ซองเก็บของ ที่เธอสวมมันไว้ที่เอวทั้ง 2ข้าง

“เอ๋!?”

“พวกคุณมาทำอะไรกันในที่แบบนี้คะเนี่ย!?”

ผู้มาใหม่ ตะโกนถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูทุลักทุเลเล็กน้อย แถมสภาพของตัวเธอ ยังมอมแมมไปหมด เสื้อก็เปียกน้ำ แถมเนื้อตัวยังมีแผลถลอกอีกด้วย

“เงียบน่า สาวน้อย เราก็แค่มาดูพระอาทิตย์ตกดินที่นี่เอง ไม่คิดว่าเธอจะลาก Noise มาด้วยนะเนี่ย”

ฮิคาเสะ นำมือมาล้วงกระเป๋าเสื้อของตนเอง กล่าวออกมาด้วยท่าทีสบายๆ และ ไม่ทุกร้อนกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน จนผู้มาใหม่ทั้ง 2คน ได้แต่อ้าปากค้างกับปฏิกริยาตอบสนองของคนตรงหน้าเหลือเกิน

“เอ๋!? แบบนี้ก็แย่สิคะ เรารีบหนีกันเถอะ!!!”

เด็กสาวผู้มาใหม่ กล่าวเสียงดัง ก่อนจะใช้มือที่ว่างอีกข้างนึง จูงมือของ ฮิคาเสะ และออกตัววิ่งทันที โดยไม่รีรอคำพูดของ ฮิคาเสะ แม้แต่น้อย เธอคงจะคิดว่า ถ้าอยู่นานกว่านี้ อาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตก็ได้ เพราะงั้น ต้องรีบหนี!!

“อ๋าา~ รอด้วยสิ!”

เซอร์แกรนท์ ร้องเสียงหลง หลังจากเห็นว่า ผู้สร้างของตนเอง ได้ถูกจูงมือลากไปแล้ว ตนจึงได้รีบตามไปทันที โดยที่ไม่คิดอะไรมาก เพราะ ตอนนี้คงต้องเกาะกลุ่มกันไว้ก่อนละนะ

ผ่านไปไม่นาน ทั้ง 4คน ได้ขึ้นมาบนยอดของตึกสูง เด็กสาวผู้มาใหม่ ได้ปล่อยมือข้างนึง จากเด็กสาวตัวน้อยอีกคนนึง รวมทั้งมือของ ฮิคาเสะ ด้วย ก่อนเธอจะล้มตัวลงนอนกับพื้น และ แสดงอาการหอบหายใจออกมาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าเต็มที่

“แฮ่ก… แฮ่ก… แฮ่ก…”

ส่วน ฮิคาเสะ ตอนนี้ไม่ค่อยจะสนใจอะไรเท่าไหร่ กับการที่ ต้องประสบพบเจอกับ Noise จำนวนมาก เพราะ ถ้าจำเป็นเธอเองก็ต้องใช้มันเอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดจะปิดบังเรื่องการมีตัวตนของเธออีกด้วย แค่คิดว่า ถ้าอยากใช้ ก็ใช้ ก็แค่นั้น

“อย่าพึ่งพักสิ พวกมันตามขึ้นมาแล้วนะ เธอรีบช่วยเด็กคนนั้นหนีซะเถอะ”

วูบบบบ~

สิ้นเสียงประโยคของ ฮิคาเสะ Noise จำนวนมาก ค่อยๆ เผยตัวออกมา จนผู้ที่เห็นได้แต่ทำสีหน้าหวาดกลัว และ สิ้นหวังกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้…. ยกเว้นอีก 2คน ละนะ

กึดด~

กึดด~

Noise จำนวนมากค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาล้อมรอบตัวของกลุ่มผู้รอดชีวิต ซึ่งด้านหลังของพวกเธอเอง ก็เป็นอากาศ ถ้าเดินไป มีหวังตกตายแน่นอน เพราะงั้นทางหนีในตอนนี้ เรียกได้ว่า ไม่มีเลยด้วยซ้ำ

ฮิคาเสะ ได้เหล่ตามองไปทาง เซอร์แกรนท์ ที่กำลังถืออาวุธของตนอยู่ แต่มันอยู่ในสภาพที่ Safe ที่สุด จึงไม่สามารถเรียกว่าอาวุธได้ในตอนนี้

“อืม…”

เซอร์แกรนท์ ได้พยักหน้ารับสายตาของ ฮิคาเสะ เบาๆ และ เตรียมคัวที่จะเริ่มการต่อสู้ทันที

“เอาล่ะ… สาวน้อย เธออยู่นี่และพยายามปกป้องเด็กคนนั้นเอาไว้ พร้อมกับหาจังหวะหนีไปด้วยเลยก็ดี ส่วน ฉัน และ เธอคนนี้ จะถ่วงเวล—”

ภายในห้วงจิตใจของเด็กสาวผู้หวาดกลัวในตอนนีัเธอได้แต่คิดกับตัวเอง เธอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวเมื่อ 2ปี ก่อน ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้

‘สิ่งที่ฉันทำได้…’

‘สิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนี้มันต้องมีสิ!!!’

ความสิ้นหวัง และ ความกลัวภายในจิตใจ ค่อยๆ พังทลายลง คำพูดของผู้มีพระคุณของเธอ ได้ดังเข้ามาในหัวอีกครั้งนึง เธอจึงตัดสินใจที่จะพูดมันออกมา ด้วยสีหน้าที่ไม่มีวันยอมแพ้!!!

“ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ ก็ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด!!!”

“หืม?”

เสียงของเธอ เรียกความสนใจจาก ฮิคาเสะ ที่กำลังพูดกับเธออยู่ แต่ก่อนที่ ฮิคาเสะ จะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงของเด็กสาวก็ดังขึ้นอีกครั้ง…

[Balwisyall Nescell Gungnir Tron~]

ฮิคาเสะ ที่ได้ยินดังนั้น ก็รู้ได้ทันที บทเพลงที่ เด็กสาวร้องออกมานั้น คือ บทเพลงศักดิ์สิทธิ์ของเหล่า ผู้ถูกเลือกจาก เรลิท เหล่า Symphogear… ซึ่งนั้นจะนับรวมถึงตัวเธอด้วยรึป่าว ก็แล้วแต่จะคิด

วูบบบบ~

สิ้นเสียงของเด็กสาว แสงสว่างได้ทอประกายออกมาจากอกของเธอ ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ จนฮิคาเสะ ต้องเอามือมาบังตาไว้ เพื่อกันแสงเข้าตาของตนเอง ส่วน เซอร์แกรนท์ ก็ยืนมองไปที่ เด็กสาวด้วยสีหน้าเฉยเมย เธอไม่แม้แต่ที่จะคิดปิดตาด้วยซ้ำ…

‘ตานั้นก็จำลองมาจากมนุษย์จริงๆนะ เธอไม่กลัวตาบอดรึไง?’

ฮิคาเสะ ที่เห็นก็ได้แต่คิดในใจด้วยความเอือมระอา… นี่ต้องใช้เงินเเก็บของเธอซ่อมอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย? ถ้าเกิดมันบอดขึ้นมาจริงๆ ละนะ

“ไม่ต้องแล้วล่ะ เซอร์แกรนท์ เธอเก็บอาวุธ และ รอดูอย่างเดียวดีกว่า”

“อื้ม!”

และเธอก็ทำตัวเช่นเคย เซอร์แกรนท์ ตอบรับประโยคของ ฮิคาเสะ ด้วยสีหน้าเต็มใจ และ… ดีใจ โดยที่ไม่ดูสถานการณ์รอบๆ นี้เท่าไหร่เลย

“อึก!”

เด็กสาวที่กำลังอยู่ในกระบวนการแปลงร่าง เธอกัดฟันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอรู้สึกเหมือนกับว่า ภายในร่างกายของเธอมีบางอย่างแปลกๆ เหมือนกับมันกำลังเปลี่ยนไป แถมความเจ็บปวดที่ได้รับจากภายใน มันเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

ตุบ!

“อึก!... อ๊ากกกก!!”

ร่างของเด็กสาว ได้ล้มลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น พร้อมกับร้องตะโกนออกมาสุดเสียง ชุดภายนอกของเธอค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างภายในร่างกายของเธอระเบิดออกมา

“เห้อ~…ดูท่าพวกเราจะไม่ต้องทำอะไรแล้วนะ”

ผู้ที่มองเหตุการณ์อยู่ อย่าง ฮิคาเสะ บ่นออกมาเบาๆ พร้อมกับลงไปนั่งลงข้างๆ เด็กสาวที่กำลังนั่งมองการแปลงร่างของ เด็กสาวอีกคนอยู่ด้วยสีหน้าแตกตื่น กับเหตุการณ์ประหลาดนี้ ที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนในชีวิต

เซอร์แกรนท์ ที่เห็นว่า ฮิคาเสะ ไม่คิดจะตอบโต้พวก Noise เธอจึงทำการเก็บอาวุธลงใส่ซองเก็บของเหมือนเดิม และ ยืนกอดอกดูท่าทีของ เด็กสาวที่กำลังแปลงร่างในตอนนี้

“เอ๋!? อะไรเนี่ย!!? นี่มันอะไรกันเนี่ย!??”

ผ่านไปไม่นาน Symphogear คนใหม่ ก็ได้แปลงร่างเสร็จสมบูรณ์ รูปแบบของชุดที่คุ้นเคย สำหรับ ฮิคาเสะ เรียกความสงสียจากเธอได้เป็นอย่างดี

‘ชุดแบบนั้น… เคยเห็นที่ไหนกันน้า?’

ฮิคาเสะ นั่งมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า และคิดคำตอบของคำถามออกมาภายในใจของตนเองแบบเงียบๆ จนในที่สุด เธอก็ได้คำตอบของมันภายในเวลาไม่นานนัก

‘อ๋อ~ ชุดของ อาโมอุ คานาเดะ นี่เอง’

แต่ความสงสัยของเธอมันยังไม่จบแค่นั้น ฮิคาเสะ เพ่งสายตามองไปยังชุดของเด็กสาวตรงหน้า และทำการเปิดใช้งาน ‘ดวงตาต้นกำเนิด’ ของตนเองทันที เนื่องจาก เธอเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่า ระบบการทำงานของ เรลิท ชิ้นนี้มันต่างจากชิ้นของ 2ปี ก่อนตรงไหนกันแน่?

‘อืมม~ จากการวิเคราะห์ ชุดของเด็กคนนี้ การทำงานต่างจากของ อาโมอุ คานาเดะ อยู่นิดหน่อยสินะ’

ระบบการทำงานของชุดตรงหน้า รู้สึกว่า มันจะถูกออกแบบมาให้เข้ากับตัวของผู้ใช้โดยตรงสินะ แล้วอีกอย่าง ดูท่าเธอคนนี้จะยังใช้ไม่เป็นเลยด้วยซ้ำไป

“ว๊าวว~ พี่สาวเท่สุดๆ ไปเลยล่ะ!”

เด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างของ ฮิคาเสะ ได้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะกล่าวคำชมของตนเองออกมา ด้วยสายตาที่เป็นประกาย แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นแบบสุดๆ ของเด็กอย่างเธอ ซึ่งมันก็ไม่แปลกหรอก ก็ยังเป็นแค่เด็กนี่นะ…

“ตั้งสติหน่อยสิ สาวน้อย ก่อนอื่นเลย ลองบอกชื่อของตัวเองมาหน่อยสิ”

“เอ๊ะ!? คะ-ค่ะ!!... ทาจิบานะ ฮิบิกิ อายุ 15ปี ค่ะ!!!”

เด็กสาว หรือ ฮิบิกิ กล่าวตะโกนออกมาเสียงดังด้วยท่าทีที่ตกใจเล็กน้อย ส่วน ฮิคาเสะ ที่ได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มออกมาเบาๆ และ เอามือไปวางบนช่วงไหล่ของเธอ และ พูดกับ ฮิบิกิ ว่า…

“กระโดดซะ”

“เอ๋?”

“รีบพาเด็กคนนั้นหนีไปซะ เดี๋ยวฉันและอีกคนจะรีบตามไป”

ว่าจบ ฮิคาเสะ ก็จับมือของเด็กสาวอีกคน ดึงเข้าไปหา ฮิบิกิ และ ทำการให้ ฮิบิกิ กอดร่างของเด็กคนนั้นไว้ ก่อนจะผลัก ฮิบิกิ ตกตึกไปในทันที

“เอ๋!!?~”

เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน คือ เสียงร้องตะโกนดังลั่นของ ฮิบิกิ ที่กำลังร่วงหล่นลงพื้นด้วยความสูงเกือบ 50 เมตร แต่ถึงอย่างนั้น เธอยังคงพยายามกอดร่างของเด็กสาวในอ้อมอกของตนเอาไว้แย่างแนบแน่น ราวกับว่า ไม่อย่างให้คนในอ้อมอกของตน ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว

“เอาล่ะ เซอร์แกรนท์ จบเรื่องของเราแล้ว โดดลงไปกันดีกว่า”

“อื้ม!”

ตึก ตึก ตึก!!

เสียงวิ่งของ ฮิาเสะ ดังขึ้นคนแรก เธอวิ่งออกตัวอย่างรวดเร็ว และ ใช้แรงส่งของตนเอง พุ่งตัวไปข้างหน้าในเสี้ยววินาที ก่อนที่เท้าของตน จะสัมผัสกับ อากาศ

ส่วน เซอร์แกรนท์ ก็ได้แต่ทำหน้าเหยเก ถ้าไม่มีเธอลงไปด้วย ฮิคาเสะ จะเท่ากับว่า เธอกำลังฆ่าตัวตาย ในกรณีที่ ฮิคาเสะ ไม่ใช้งาน เรลิท ค่ากายภาพของเธอ ก็ไม่ต่างจาก มนุษย์ธรรมดาคนนึง เพราะงั้น จะมามัวชักช้าไม่ได้ เซอร์แกรนท์ ออกตัววิ่งตามคนตรงหน้าไปในทันที

“เห้อ~ จะเชื่อใจกันมากเกินไปรึป่าวนะ ฮิคาเสะ เนี่ย”

ระหว่างทาง เธออดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ นิสัยแบบนี้… ฮิคาเสะ ที่แสดงนิสัย ไม่สนใจชีวิตของตนเองออกมาแบบนี้ ไม่ว่ากี่ปี เธอก็แก้มันไม่ได้สักที สร้างความลำบากใจให้กับ เซอร์แกรนท์ พอสมควรเลยทีเดียว

ฟึบ!!

ร่างของ เซอร์แกรนท์ สัมผัสเข้ากับคลื่นลมที่กำลังกระแทกใบหน้าของตนเอง เธอเลื่อนสายตามองไปยัง ฮิคาเสะ ที่อยู่ด้านใต้ตัวของเธอ เมื่อเห็นเป้าหมาย เซอร์แกรนท์ ทำการพุ่งตัวไปด้านล่างเพื่อตามความเร็วของคนตรงหน้าให้ทัน ก่อนจะคว้าร่างของเธอเอาไว้อย่างแนบแน่นทันที

หมับ

“อั่ก!... อย่ากอดแน่นสิ!! ฉันจุกนะ”

ฮิคาเสะ ที่โดนแขนของ เซอร์แกรนท์ รัดเอาไว้ ก็ร้องออกมาด้วยความรันทดใจ

“หืม?”

ก่อนที่เธอจะสังเกตุเห็นเงาจำนวนมาก กำลังร่วงหล่นตามพวกเธอทั้งสองคนลงมาอย่างรวดเร็ว

“เซอร์แกรนท์ เกาะตึกซะ”

หนทางเอาตัวรอดในคราวนี้ ไม่ยากนัก เพราะ มีแค่พวกเธอสองคน ไม่ต้องคอยระวังหน้าพะวงหลัง สามารถตัดสินใจทำอะไรได้อย่างง่ายดายมากขึ้น เพราะ ไม่ต้องกลัวว่า ใครจะได้รับผลกระทบไปด้วย

“เข้าใจแล้ว”

แกร่ก!... ปัง!ปัง!ปัง!

เซอร์แกรนท์ หลังจากที่ได้รับคำสั่งของ ฮิคาเสะ เธอยกแขนขึ้นมาข้างนึง และ เล็งไปที่ผนังของตึก ก่อนจะยิงนิ้วทั้ง 5 ของตนออกไป เพื่อใช้ในการยึดกับ ผนังเอาไว้ หลบพวก Noise ที่กำลังล่วงลงมา เพื่อใช้ในการเบี่ยงทิศทางการล่วงหลนของตน ให้พ้นระยะของ Noise นั่นเอง

“เซอร์แกรนท์ ทำการเปิดระบบพลางตัวซะ… เราจะไปจากที่นี่กันแล้ว”

“แล้ว ทาจิบานะ ฮิบิกิ ละ?”

เซอร์แกรนท์ ยังคงมีข้อสงสัย ฮิคาเสะ จะปล่อยเธอไปแบบนี้เลยงั้นหรอ?

“ตอนนี้มีคนกำลังมา แถมคนที่กำลังมาก็คือ คาซานาริ ซึบาสะ อีกด้วย ถ้าตอนนี้บทกำหนดไว้ว่า ยังไม่ให้พวกเราเปิดตัว เพราะงั้น ฉันก็ขอเลือกที่จะหายไปจากจุดนี้แทนแล้วกัน”

ฮิคาเสะ อธิบายถึงเหตุผลของตนเองออกมาให้กับ เซอร์แกรนท์ ที่กำลังทำหน้างงอยู่ บท? นี่เรากำลังเล่นละครกันงั้นหรอ? แต่ถึงอย่างนั้น เซอร์แกรนท์ ก็เลือกที่จะทำตามคำสั่งของ ฮิคาเสะ แต่โดยดี โดยที่คิดไว้ว่า เอาไว้ถามตอนถึงร้านอาหารจีนของพวกเรา 2คน แล้วกันนะ

“เปิดใช้งาน… [Stealth Mode] เริ่มดำเนินการทันที…”

พรึ่บ!!

สิ้นเสียงของ เซอร์แกรนท์ เธอทำการใช้ผ้าคลุมของตนเอง คลุมร่างกายของ ฮิคาเสะ เอาไว้ก่อน รวมถึงตัวเธอเองอีกด้วย จากมุมมองภายนอกจะเห็นว่า ร่างของ ฮิคาเสะ ที่กำลังแนบชิดกับ เซอร์แกรนท์ ตัวของทั้งคู่ค่อยๆ โปร่งแสงจนราวกับว่า หายตัวไปจากจุดนั้น แถมผ้าคลุมยังทำการปรับอุณหภูมิภายนอก ทำให้อุปกรณ์อินฟาเรด ไม่มีผลอีกด้วย

‘น่าสนุกจริงๆ ทาจิบานะ ฮิบิกิ ผู้ถือครอง เรลิท ชิ้นที่ 3 คนใหม่ Gungnir… แต่ว่า ถ้ามันเริ่มวุ่นวายกว่านี้ ฉันคงต้องขอบายละนะ ถึงมันจะน่าสนุกขนาดไหนก็ตาม’

ฮิคาเสะ กล่าวออกมาในใจของตนเอง ขณะที่ เซอร์แกรนท์ กำลังแบกร่างของเธอวิ่งไปตามช่วงตึกต่างๆ อย่างรวดเร็ว

‘ว่าแต่ ทำไมยัยนี่ถึงชอบกอดชั้นแน่นจังนะ?’

___________________________

END

- นั่นสิ? ทำไม เซอร์แกรนท์ ถึงชอบกอดผู้สร้างของตัวเองแน่นจังเลย คิดอะไรอยู่รึป่าว? แต่ว่านะ! การเด-- ไม่สิ การเที่ยวของทั้ง 2คน ดูไม่ค่อยจะราบรื่นเท่าไหร่เลย แบบนี้ทั้ง 2คน จะกระชับความสัมพันธ์กันได้รึป่าวเนี่ย?~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #6 Dragon2549kiw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 20:57
    นั้นสินะ~ การเด-เอ้ย การเที่ยวของทั้ง2เนี้ยมีแต่อุปสรรคสินะ~
    #6
    1
    • #6-1 Yoru-Yami(จากตอนที่ 4)
      12 กันยายน 2563 / 22:36
      ไม่งั้นมันก็น่าเบื่อสิ
      #6-1