บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 8 : ฐานลับใหม่ของเซียงฮวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 648 ครั้ง
    15 ส.ค. 63

"หยุดดด"

เสียงหยุดม้าของคนบังคับรถม้าดังขึ้น เมื่อระยะเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม

เซียงฮวาเปิดม่านที่หน้าต่างรถม้า พร้อมกับมองซ้ายมองขวาถึงสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ที่ตนอยู่

"ถึงแล้วเหรอเจ้าคะ ท่านอาจารย์?"

เซียงฮวาตะโกนถามท่านอาจารย์หวางของนางที่อยู่บนอาชาสีดำหน้ารถม้า

"ลงมาเถอะเจ้ารอง"

เซียงฮวาที่ได้ยินท่านอาของตนที่ลงจากรถม้าไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ยื่นสองมือหนาเป็นเชิงจะอุ้มตนลงจากรถม้า นางก็เขยิบตัวไปทางม่านประตูที่เปิดขึ้นมา พร้อมเข้าสู่อ้อมกอดนั้นทันที

หลังจากที่ส่งภาพวาดพู่กันให้ท่านอาจารย์หลิว และรับประทานอาหารกลางวันกันพร้อมทั้งตระกูลแล้ว ตามเวลาที่ได้นัดแนะกันไว้เมื่อวาน ท่านอาจารย์หวางก็ขี่ม้ามารับตนที่จวนพร้อมกับเฮยหลงที่ก็มารับเซียงฮวาด้วยเช่นกัน

มาในปีนี้ เฮยหลงหนุ่มน้อยคนหน้านิ่ง กับการควบม้าในขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กได้แล้ว ในสายตาวิญญาณป้าแก่ๆอย่างเซียงฮวา ก็ให้ประทับใจกับพัฒนาการของสหายตั้งแต่วัยเยาว์คนนี้ยิ่ง

"ไม่ได้มาที่นี่ตั้งหลายปี ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด"

เฟิงหยูหันไปกล่าวกับอาจารย์หวางของเซียงฮวา ซึ่งก็คือหนึ่งในสหายสนิทของตนนั่นเอง

พูดถึงพลังธาตุ หากให้ไล่เรียงอันดับความหายากของธาตุต่างๆ

ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นธาตุปกติที่หาได้ทั่วไปของดินแดนนี้ เป็นธาตุที่คนส่วนใหญ่มีกัน

ธาตุไม้ ถ้าผู้ใดมีพร้อมกับธาตุไฟ ก็จะสามารถเป็นผู้ปรุงโอสถได้ 

ธาตุสายฟ้า ธาตุมืด ธาตุมิติ เป็นธาตุที่หาได้น้อยมาก แต่ไม่น้อยเท่าพวกธาตุที่พ่วงด้วยคำว่าบริสุทธิ์ข้างหลัง

ท่านอาของเซียงฮวาก็คือหนึ่งในนั้น

ความบริสุทธิ์ของธาตุในโลกมนุษย์นั้น แทบจะมีความเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีอยู่ หากไม่ใช่ผู้มีบุญญาธิการสูงมาเกิด

"อาให้รู้สึกผิดต่อเจ้าแล้ว ที่ตนเป็นผู้ถือครองธาตุดินแท้ๆ แต่ไม่สามารถสอนเจ้าได้ด้วยตัวเอง"

เฟิงหยูกล่าวกับคนในอ้อมแขนอย่างที่ตนรู้สึกจริงๆ ในระหว่างที่กำลังเดินลึกเข้าไปอีกยังที่หมาย ซึ่งรถม้าไม่สามารถนำเข้าไปได้แล้ว 

เซียงฮวาที่เห็นอย่างนั้นก็ให้รู้สึกปวดใจ

"ท่านอาอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยเลยเจ้าค่ะ รองหาใช่เด็กไม่รู้ความไม่"

เรื่องนี้เซียงฮวาที่ไม่ได้เด็กอย่างภายนอกล้วนเข้าใจเป็นอย่างดี ว่ามันมีปัจจัยอะไรยิบย่อยเยอะแยะ 

และอีกอย่าง นางเชื่อมั่นว่าท่านอาต้องหวังที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดต่อนางอยู่แล้ว 

สายตาที่สื่อถึงความนึกคิดในจิตใจของเซียงฮวา ทำให้คนมองอย่างเฟิงหยูรู้สึกเต็มตื้นไปหมด

บุรุษต่างวัยข้างหน้าก็ไม่ได้อยากจะขัดบรรยากาศอบอุ่นของทั้งสองคนที่เดินตามมาด้านหลังสักเท่าไรนัก 

แต่ในเมื่อถึงที่หมายแล้วก็จำเป็นต้องฝืนบังคับปากให้เอ่ยออกไปทำลายบรรยากาศนี้จนได้

"นี่คือสถานที่ในการเรียนของเจ้าตั้งแต่ต่อไปนี้เป็นต้นไป"

เซียงฮวาเมื่อได้ยินอาจารย์หวางของตนกล่าว ก็ใช้มือน้อยๆตีที่อกของเฟิงหยูเบาๆเป็นเชิงบอกให้วางนางลงที่พื้น

เมื่อนางยืนด้วยขาของตัวเองแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่ชั่งยิ่งใหญ่ จนเหมือนนางเป็นมดตัวแค่กระจิ๊ดเดียว

ที่นี่จะเรียกว่าภูเขาขนาดย่อมได้ไหม? ก็คงต้องตอบว่าได้

ภูเขานี้ มันเหมือนผู้เขาหัวโล้นในโลกก่อนของนางไม่มีผิด ต้นไม้สักต้นเดียวก็ไม่มี

หืม เดียวนะ? ทำไมนางไม่รู้สักนิด ว่ามีสถานที่เช่นนี้อยู่ในเมืองหลวงด้วย ท่ามกลางธรรมชาติในสมัยโบราณที่อุดมไปด้วยป่าไม้เช่นนี้ หากมีเขาที่ไร้ต้นไม้สักต้น มันก็น่าจะเป็นแลนมารค์ที่แปลกใหม่ของยุคนี้หรือเปล่า????

เมื่อสงสัย เซียงฮวาก็ไม่ปล่อยให้ตนต้องงงนาน มือเล็กเอื้อมไปเขย่ามือใหญ่ของเฟิงหยู เงยหน้าให้ท่านอาดูสีหน้าที่แสดงความสับสนของตนอย่างเต็มที่

"หึๆๆๆ เมื่อกี้คงไม่ทันได้มองละสิ"

ว๊าบบบ

กล่าวจบ เฟิงหยูก็ปล่อยพลังธาตุดินบริสุทธิ์ของตนพร้อมกับพึมพำเสียงเบาคล้ายกับกำลังท่องอะไรสักอย่างไปยังทางด้านหลังที่ตนเดินผ่านมา 

เมื่อชักมือกลับเข้ามาแล้ว เซียงฮวาก็เห็นชาวบ้านที่ถืออุปกรณ์ล่าสัตว์เดินผ่านหน้าตนไปอย่างฉิวเฉียด คล้ายกับไม่เห็นการคงอยู่ของกลุ่มพวกตนเลย จึงเงยหน้ามองเฟิงหยูกับอาจารย์หวางอย่างขอคำยืนยันว่าตนไม่ได้ตาฝาด

เฟิงหยูที่ยังคงเห็นสีหน้างงงวยของเซียงฮวาก็ทำการซัดพลังไปที่ชาวบ้านที่เพิ่งเดินผ่านหน้าตนไป

เซียงฮวาที่เห็นเช่นนั้นก็ตกใจ รีบยกมือปิดปากปิดตาตัวเองจ้าละหวั่น

โอ้ย!!เจ้าพระคุณ เกิดมาไม่เคยเห็นคนตายแบบศพไม่สวย หากเราเอามือออกจากตาจะต้องเป็นชิ้นส่วนของชาวบ้านแบบปากครึ่งจมูกครึ่งแน่เลย

!!!!!!!!กา กา กา

หืม??????

พอสักพักก็ยังไม่ได้ยินความเปลี่ยนแปลงอะไร จึงค่อยๆขยับนิ้วมือออกจากตาตัวเองทีละน้อย 

แผ่นหลังของชาวบ้านที่ยังเห็นอยู่ไกลๆทำให้เซียงฮวาเอามือลงทั้งสองมือแบบไม่ปิดกั้นสิ่งใดอีกต่อไป

"เอ่อ...ท่านอาเจ้าคะ ท่านเคยได้ยินเรื่องบัวพ้นน้ำ บัวปริ่มน้ำ บัวใต้น้ำ และบัวใต้โคลนตมหรือไม่เจ้าคะ?

 หลานเป็นพวกที่สี่เจ้าค่ะ ฉะนั้นทุบได้ทุบ"

"หึๆๆๆ"

อาจารย์หวางที่สมองประมวลผลกับคำพูดของเซียงฮวาอย่างเร็วจี๋ หัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมอธิบายให้นางฟัง

"สถานที่ตรงนี้เป็นฐานลับธาตุดินของพรรคหยิ๋นมี่ในแคว้นฝู พลังที่รองประมุขซัดไปนั้น หากเจ้าไม่ปิดตา คงจะเห็นว่ามีคลื่นพลังสะท้อนกลับมา แต่ไม่ทำอันตรายแก่ผู้ใดทั้งนั้น เพราะมันทำหน้าที่เป็นภาพลวงตา"

"ภูเขานี้"

นิ้วเรียวยาวของอาจารย์หวางชี้ไปที่ภูเขาหัวโล้นลูกข้างหน้าตน

"หากนับเป็นห้อง คงมีไม่ต่ำกว่าพันห้องให้เจ้าได้เข้าไปฝึกวิชาได้ นั่นก็แปลว่าที่ตรงนี้ ไม่ได้มีแค่พวกเราอยู่แค่คนเดียว แต่ด้านในอุดมไปด้วยคนของพรรคหยิ๋นมี่ ที่กำลังดูดซับพลังธาตุอยู่"

กล่าวจบก็เดินออกไปข้างหน้าสามก้าว หันหน้าเข้าหุบเขาหัวโล้น มือหนาส่งพลังไปยังตรงจุดหนึ่ง แล้วท่องอะไรบางอย่างออกมาเบาๆ

ไม่นานนัก หุบเขาข้างหน้าก็ค่อยๆแยกตัวออก แล้วเกิดเป็นโพลงขนาดใหญ่คล้ายถ้ำที่สามารถบรรจุคนได้หลายสิบคน

เมื่อท่านอาจับมือตนให้เดินก้าวไปข้างในโพลงพร้อมกัน ทันใดนั้นปากโพลงที่เปิดอยู่ก็ค่อยๆเลื่อนเข้ามาปิดทันทีที่ทุกคนเข้ามาอยู่ในนี้แล้ว

เมื่อเข้ามาด้านใน เซียงฮวาบอกได้คำเดียวเลยว่าไม่ต่างจากการอยู่ในถ้ำเลยสักนิด อากาศยังคงถ่ายเทได้โดยที่ไม่รู้สึกหายใจติดขัด 

เมื่อใช้สายตาสำรวจไปรอบๆห้อง ก็เห็นว่ามีอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่พอเอามารวมกันแล้ว เซียงฮวาขอตั้งชื่อให้เลยว่าคอนโดขนาดย่อม เพราะว่า

มันเริ่ด มันดีย์ มันคลาสสิค

"ห้องนี้ หลังจากสองอาทิตย์ที่เฮยหลงกลับไปแล้ว มันจะเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว"

เซียงฮวาเมื่อได้ยินดังนั้นก็ย่อกายแสดงความขอบคุณ สีหน้าปีติแช่มชื่นยิ่งนัก

.

.

.

Pandanus23233

2020年05月17日







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 648 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #234 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 01:53

    ใช้คำแทนตัวว่า เซียงเอ๋อร์ จะดูน่ารักกว่าคำว่า รอง นะคะ เช่น " ท่านอาอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยเลยเจ้าค่ะ เซียงเอ๋อร์หาใช่เด็กไม่รู้ความไม่ " แต่ถ้านี่เป็นสไตล์การเขียนของไรท์ก็ใช้คำว่ารองตามเดิมค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามคำแนะนำ

    #234
    0
  2. #119 Poonchanit (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:01
    ทุบค่ะทุบ คือสแลง? แปลว่า?
    #119
    0
  3. #102 Habii_Naa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 13:55
    ถ้าเป็นโพรงดินโพรงไม้ใช้ "โพรง" นะคะ -โพลง-แบบนี้เป็นคำขยายกริยา เข่น ลืมตาโพลง ค่ะ

    //ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ สนุกดีค่ะ
    #102
    1
    • #102-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 8)
      27 มิถุนายน 2563 / 14:17
      ขอบคุณค่ะ
      #102-1