บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 7 : จะทนเห็นนางเจ็บปวดได้อย่างไรกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 731 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

วันต่อมา

ยามซื่อ(09.00-10.59)

ก๊อกๆ

"เข้ามา"

ร่างสมส่วนในวัยกลางคนของพ่อบ้านใหญ่จวนเสนาบดีกรมพิธีการ ก้าวเข้ามาด้านในห้องหนังสือประจำจวนอย่างรีบร้อน

"นายท่านขอรับ นายท่านสามมาถึงแล้วขอรับ"

ไช่ซิ๋งซ่านเลิกหัวคิ้วน้อยๆ แล้วบอกให้พ่อบ้านรีบเชิญเข้ามา

เหตุใดครานี้มาถึงเร็วยิ่ง

เมื่อร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในครรลองสายตาของเสนาบดีเฒ่า พ่อที่ไม่ได้พบกับบุตรของตนเพียงสามเดือน แต่สัมผัสได้เลยว่าบรรยากาศรอบตัวของบุตรชายดูเปลี่ยนไป

"คารวะท่านพ่อขอรับ"

ไช่เฟิงหยูคำนับบิดาของตนอย่างนอบน้อม บิดาจึงผายมือไปทางโต๊ะหนังสือเพื่อที่จะได้กล่าวถามสารทุกข์สุขดิบกันตามปกติทั่วไปของพ่อลูก

"บรรยากาศรอบตัวเจ้าดูเปลี่ยนไป ระดับพลังเพิ่มหรือ?"

"เมื่อไม่กี่วันมานี่เองขอรับ"

ไช่เฟิงหยูตอบด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากเล็กน้อย ยามเวลาที่คุยกับคนในครอบครัว

โดยปกติแล้ว เฟิงหยูก็ไม่ใช่บุรุษที่ยิ้มเก่งอะไรมากนัก เพียงแต่เป็นคนที่มีเครื่องหน้าให้ความอบอุ่น และบรรยากาศรอบตัวที่ดูสบายๆ ส่งผลให้บุคลิกภายนอกดูส่งส่งดังเทพเซียนที่เดินดินได้อย่างไรอย่างนั้น

"อาจารย์ที่เจ้าเชิญมาสอนเจ้ารองก็มาถึงแล้วเมื่อวาน ส่วนนายหญิงเล็กก็ได้เชิญอาจารย์ที่พ่อของนางทาบทามมาสอนเจ้าเล็กเสียเองแล้ว ดูท่ารึเสนาบดีเยี่ยงข้า คงไม่มีความสามารถพอที่จะหาอาจารย์ดีๆให้แก่หลานสาวของตนเองสักคน"

คำพูดที่ดูคล้ายตัดพ้อตัวเองถูกกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ คล้ายไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก

"ท่านพ่อกล่าวอันใดเช่นนั้นกันขอรับ ส่วนอาจารย์สอนธาตุสายฟ้าของเจ้าใหญ่ ลูกเองก็ได้ทาบทามไว้แล้วเช่นกัน อีกไม่ก็วันก็คงมาถึงจวนเสนบดีนี้แล้ว"

"อืม ลำบากเจ้าแล้วที่ต้องมาเป็นธุระให้" เสนาบดีเฒ่าตบไหล่บุตรชายของตนเบาๆ แล้วกล่าวอีกหนึ่งประโยค

"ดียิ่งนักที่พรรคหยิ๋นมี่เป็นพรรคธรรมะ ไม่เช่นนั้นพวกขุนนางเฒ่าทั้งหลายคงไม่ปล่อยตระกูลเราไว้แน่"

"ต้องทำให้ท่านพ่อลำบากใจแล้ว แล้วนี่เด็กๆกำลังเรียนศาสตร์ของสตรีอยู่หรือขอรับ"

"มิผิด พ่อเกรงว่าจะเสียมารยาทต่ออาจารย์เกินไป หากให้พวกนางมาต้อนรับเจ้า หวังว่าเจ้าคงจะไม่ถือสา"

เฟิงหยูยิ้มบาง ก่อนตอบ

"มิใช่ปัญหาอันใดเลยขอรับ ท่านพ่อ"

เสนาบดีมองหน้าบุตรชายตนนิ่ง ก่อนตัดสินใจพูดขึ้นมา

"ตอนนี้เจ้ารองก็แปดขวบแล้ว รู้เรื่องราวอะไรหลายๆอย่างยิ่ง จะบอกนางเมื่อไรเล่า"

"ลูก.." เมื่อคิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ถอนหายใจแผ่วเบา

"ลูกคิดว่าจะปิดบังนางไปทั้งชีวิต"

ท่านเสนาบดีได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าเป็นเชิงไม่เข้าใจ

"ทำไม?"

"ลูกจะทนเห็นนางเจ็บปวดได้อย่างไร หากนางรู้ว่าแม่ของนางไม่อยู่แล้ว"

.

.

ไช่เฟิงหยูที่เดินทางมาที่จวนอย่างเร่งรีบ ก็เพียงเพื่อที่จะได้พบเซียงฮวาน้อยของตัวเองได้เร็วขึ้น เส้นทางที่กำลังมุ่งหน้าไป จึงเป็นที่ที่นางอยู่ในตอนนี้ นั่นคือสวนดอกไม้ใกล้เรือนของนาง

เมื่อเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธ์ุก็ส่งกลิ่นหอมรวยรินมาตามสายลม

สวนดอกไม้ ในภาพจำของคนทั่วไปคือดอกไม้ ที่ถูกรุมล้อม ดอมดมดูดกินน้ำหวานจากเหล่าภมรและผีเสื้อ

แต่มาในตอนนี้ ภาพนั้นได้ลบเลือนไปจากสมองของเขาตั้งแต่เมื่อไรก็สุดจะรู้ เมื่อมีหนูน้อยคนหนึ่ง สามารถดึงดูดความสนใจของเหล่าผีเสื้อให้มาบินวนล้อมรอบตน แทนดอกไม้เหล่านั้นจนสิ้น

เหมือนกับแม่ของเจ้าไม่ผิดเพี้ยน

"ทำไมผีเสื้อไม่ไปตรงที่ดอกไม้อยู่เลยนะอาเมี่ยว องค์ประกอบไม่สมบูรณ์สุดๆ"

เซียงฮวาที่กำลังวาดภาพดอกไม้อยู่ กล่าวกับอาเมี่ยวที่กำลังกางร่มให้ตน ด้วยน้ำเสียงเจือแววหงุดหงิดเล็กน้อย

อาเมี่ยวที่กางร่มอยู่ ก็มองไปรอบๆตัวตนเองและคุณหนูของตนเช่นกัน จังหวะหันมองไปข้างหลังนั้นก็ต้องตาเบิกโพลง เมื่อเห็นนายท่านสามกำลังเดินมาที่ตรงนี้ ปากกำลังจะกล่าวเรียก ก็ต้องรีบหุบลงไปทันทีจากสัญญาณที่ถูกส่งมาจากเฟิงหยูที่ให้เงียบเสียงลง 

มือหนาเอื้อมไปจับคันร่มและโบกมือเบาๆให้สาวใช้ของเซียงฮวาน้อยออกไป อาเมี่ยวจึงได้คารวะและถอยออกมาให้ทั้งสองได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกัน

ส่วนเซียงฮวาที่รู้สึกว่าบรรยากกาศรอบตัวดูแปลกไป จึงละสายตาจากภาพวาดในมือ แล้วเงยหน้ามองคนที่กางร่มให้ตนอยู่ 

 แววตากระจ่างใสสบเข้ากับแววตาอบอุ่นอ่อนโยนอันคุ้นเคย ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มค่อยๆฉีกออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อริมฝีปากบางเฉียบของคนตรงหน้าเผยรอยยิ้มละมุนละไมมาให้ตน พลันเสียงใสจึงเอื้อนเอ่ย

"ท่านอาาาาา"

เซียงฮวาละทิ้งสิ่งที่ตนทำอยู่ไว้ข้างหลัง แล้วกระโดดเกาะแข้งเกาะขาท่านอายังหนุ่มของตนทันที

"หึๆๆๆ เจ้ารอง ห้อยโหนเป็นลิงเป็นค่างไปได้"

เสียงทุ้มของเฟิงหยูหัวเราะออกมาเบาๆ มือหนาข้างหนึ่งที่กำลังถือร่มอยู่ทิ้งลงที่พื้นทันทีที่เซียงฮวาน้อยกระโดดเกาะขาตน สองมือแกร่งแกะลิงน้อยออกมาจากขา แล้วอุ้มนางมาไว้ในอ้อมอกอ้อมแขนประหนึ่งแม้ให้นมลูก

"ไม่เจอกันแค่สามเดือน เหตุใดรองจึงรู้สึกเหมือนสามปีเลยเจ้าคะ งื้ออ!!! คิดถึงท่านอาที่สุด"

เสียงใสกล่าวฉอเลาะท่านอาของตน ใบหน้าน้อยถูไถไปมาที่ไหลหนาของเฟิงหยู

เฟิงหยูที่ได้ยินเซียงฮวากล่าวออดอ้อนก็ให้ใจละลาย มือหนาลูบไล้ไปมาบนหัวทูยที่ปกคลุมไปด้วยไหมอันลื่นมือนี้ด้วย ระหว่างนั้นก็เดินไปที่ศาลาใกล้สวนเพราะกลัวแดดพวกนี้จะทำอันตรายต่อผิวอันอ่อนโยนของคนตัวเล็กได้

เมื่อมาถึงศาลา เซียงฮวาก็ยังไม่ปล่อยมือออกจากไหล่ของเฟิงหยู ใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นถามเสียงใส

"ท่านอามาถึงที่นี่นานหรือยังเจ้าคะ?"

เฟิงหยูก้มลงมองเซียงฮวาน้อยในอ้อมแขน ก่อนจะกดริมฝีปากหอมแก้มน้อยชมพูใสนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว

"หลังจากคารวะท่านปู่เสร็จ ก็ตรงมาหาเจ้าทันทีเลย"

"อะโย่! รู้สึกภูมิใจในตัวเองนิดๆ คิๆๆ"

กล่าวจบก็ใช้สองมือน้อยของตนปิดปากหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ก่อนจะก้มหน้าเข้าหาอกแกร่งของท่านอาตน แต่เมื่อคิดได้ว่ามีสิ่งใดจะบอก ก็ผละมาจากความอบอุ่นตรงนั้น 

"ท่านอาเจ้าขา เช้านี้รองต้องส่งภาพวาดพู่กันให้อาจารย์หลิว(刘) 

หลังจากรับมื้อเที่ยงแล้วท่านอาจารย์หวางจะมารับไปฝึกวิชาพลังธาตุ แล้วจากนั้นไม่เกินยามอิ่ว(17.00-18.59)ถึงจะมาส่งรองที่จวนเจ้าค่ะ 

แพลนของท่านอาวันนี้คืออันใดบ้างเจ้าคะ?"

เฟิงหยูที่ได้ยินคำว่า 'แพลน' ของเซียงฮวาบ่อยเสียจนบางทีตนหลงลืม แล้วนำเอาไปใช้กับลูกน้องก็มี 

จึงได้บอกแพลนของตัวเองให้แก่นางฟัง

"วันนี้ เวลาของอาทั้งหมดเป็นของเจ้าผู้เดียว ดีหรือไม่?"

เฮือก!! พร้อมปิดปาก

"จะไม่ดีได้อย่างไรกันเจ้าคะ ค่าตัวท่านอาแพงถึงเพียงนี้ ดียิ่งเจ้าคะ"

พยักหน้ารัวๆตรงคำว่าดียิ่ง

"ฮ่าๆๆๆ เจ้าลิงน้อยของอา"

เฟิงหยูก้มลงมองเซียงฮวาด้วยแววตาอ่อนโยน แม้ว่าเวลาส่วนใหญ่ทั้งหมดในชีวิตของเขา คือการทุ่มเทฝึกยุทธ์และพลังธาตุ

แต่ถ้ามีเวลาเพียงนิด เขาจะไม่พลาดเลยที่จะมาให้เห็นถึงช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของนาง

ตั้งแต่นางลืมตาดูโลก

ตั้งแต่นางเริ่มคลานได้ เริ่มตั้งไข่ เริ่มเดินไปไหนมาไหนได้ จวบจนตอนนี้ที่มานั่งต่อปากต่อคำกับเขาได้ ก็แปดปีมาแล้ว

แปดปีมาแล้วอีกเช่นกัน ที่นางจากข้าไป

"ท่านอาเจ้าขา ท่านอาดูนิ้วของหลานสิเจ้าคะ วันก่อนเรียนดีดพิณกับท่านอาจารย์จนนิ้วแดงไปหมดเลยเจ้าค่ะ?"

กล่าวจบก็แบมือทั้งสองข้าง แล้วยกขึ้นโชว์ท่านอาของตน แม้ว่าว่าความแดงที่นิ้วจะหายไปแล้ว แต่ด้วยความอยากอ้อน นางก็หน้าหนาพอที่จะทำ

เฟิงหยูที่ได้ยินดังนั้น ก็จับที่ข้อมือน้อยๆด้านที่กรีดเลือดวัดพลังธาตุของเซียงฮวา แล้วยกขึ้นมาแสร้งเป่า 'เพรี้ยง! หาย' ตามที่นางเคยสอนไว้ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากนางได้ทันที 

"หยกที่ฝากเฮยหลงมาให้เจ้าละ?"

เซียงฮวาตอบอ้อมแอ้ม เมื่อนึกถึงหยกสีนิลอันนั้น

"เอ่อ..หลานกลัวทำหายจึงเก็บไว้ในเรือนนอนเจ้าค่ะ หลานขออภัยนะเจ้าคะ ที่ไม่ได้พกติดตัวไว้"

"ชั่งเถอะๆ ต่อไปนี้ก็อย่าได้ให้ห่างตัวเล่า รู้หรือไม่?"

"เจ้าค่ะ ท่านอา"

เฟิงหยูพยักหน้า แล้วนึกถึงหยกสีนิลอันนั้น ของวิเศษจากแดนสวรรค์ที่ตนเองเพิ่งจะได้มา สามารถปกปิดซ่อนพลังเร้นลับได้ แม้คนผู้นั้นจะมีพลังธาตุระดับสิบก็ตาม 

คิดถึงตรงนี้เสร็จ สายตาคมก็หลุบไปมองที่ข้อมือน้อยของคนที่อยู่ในสถานะหลานสาว ที่ครั้งนี้มันปรากฎชัดกว่าเมื่อแปดปีที่แล้วที่ตนเคยเห็นยิ่งนัก

.

.

.

Pandanus23233

2020年05月16日



 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 731 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #286 Little_devil00 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 20:01
    น่ารักไม่ไหวแล้วววว
    #286
    1
    • #286-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 7)
      1 พฤศจิกายน 2563 / 21:58
      อิๆๆๆๆๆ
      #286-1
  2. #257 Thanunnaphat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 14:02
    มีความรู้สึกว่าท่านอาน่าจะเป็นท่านพ่อนะ และคิดว่าน้องน่าจะมีความเทพมากกกก
    #257
    0
  3. #252 Rutti003 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 11:40
    ตกลงคือลูกใช่ป่าว
    #252
    0
  4. #175 Phen Laphaslada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 20:59
    มีเงื่อนงำ เอาแล้วๆ
    #175
    1
    • #175-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 7)
      16 สิงหาคม 2563 / 21:19
      ยินดีต้อนรับค่าาา
      #175-1
  5. #129 Pimmy27pb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:21
    เรียกแทนตัวเองว่ารอง ดูแปลกๆนิดนึงนะคะ เป็นท่านอาเรียกว่าเจ้ารองดูไม่แปลก แต่เวลาใช้เรียกแทนตัวเองดูแปลกๆ ไปหน่อยค่ะ
    #129
    1
    • #129-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 7)
      10 กรกฎาคม 2563 / 22:00
      ขอบคุณค้าา
      #129-1
  6. #118 Lazy Cats (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 20:46
    เจ้ารอง ใช่ลูกท่านอา ป่าวเออ อ่านแล้วลุ้นไปด้วย
    #118
    0
  7. #94 apollean (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 20:29
    จริงๆ มีผลกับ สายหลัก สายรอง จากลูกสายหลัก ลดไปเป็นสายรองซะงั้น
    #94
    1
    • #94-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 7)
      22 มิถุนายน 2563 / 20:43
      เดี๋ยวเราจะเอาไปผูกกับ ปม ปม ปม ปม ปม~~~
      #94-1
  8. #82 Zonongsa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 18:45
    แปดหนาว ดีกว่าไม๊คะ
    #82
    1
    • #82-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 7)
      17 มิถุนายน 2563 / 18:53
      ขอบคุณค่ะ
      #82-1
  9. #57 Duan_1211 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 01:22
    ลูกแน่ๆดูยังไงก็คงต้องเป็นลูกแน่ๆ แต่ฮูหยินรองบ้านนี้ก็นิสัยดีเนอะ
    #57
    0
  10. #19 _victory_88 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 21:39
    ลูกแน่เลยยยยยยยยย. ลูกชัวๆ!!!! รีบบอกลูกเลยยยยย. เอาจิงนะคือเราไม่เข้สใจตรรกะที่แบบไม่เอาไม่บอกเด็กว่าเนี่ยพ่อหรือแม่ตายหรือไรงี้หรืออีกแบบก้อไม่ใช่ลูกตัวเองอ่ะ. เราว่ายิ่งเด้กนี่แหละยิ่งเข้าใจง่าย. ยิ่งโตยิ่งทำใจยากอ่ะ. เพราะแบบเด้กก้อรือเด้กอ่ะจะเศร้านานได้แค่ไหนกัน. เราก้อแค่ต้องให้เค้าเข้าใจก้อแค่นั้นกะให้ความอบอุ่นมากๆ. ไม่เข้าใจตรรกะนี่จิงๆ. รีบบอกไปซะเถอะค่ะ!!!!!
    #19
    1
    • #19-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 7)
      20 พฤษภาคม 2563 / 22:03
      อาเซียงเราแกร่งที่สุดในสามโลก
      #19-1
  11. #4 wwwiisaaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 18:11
    อ้าว ท่านพ่อ ท่านรีบบอกจะดีกว่านะ แง ไม่อยากให้น้องผูกพันธ์กับความไม่จริงไปนานๆ
    #4
    0