บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 62 : คนฉลาดมักร้ายได้ลึกซึ้งกว่าคนโง่(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 833
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    22 ธ.ค. 63

วันต่อมา ค่ายของสำนักศึกษากลางได้ย้ายพื้นที่การตั้งค่ายไปยังหมู่บ้านที่อยู่แนวตะเข็บชายแดนระหว่างแคว้นจินกับแคว้นฝู จุดนี้กั้นเขตระหว่างแดนไว้ด้วยกำแพงสูง โดยมีทหารเฝ้ายามบนกำแพงรวมถึงหน้าประตูเมืองหลายนาย พลเมืองของแคว้นต่างๆสามารถข้ามดินแดนของแคว้นอื่นได้เพียงแค่ยื่นป้ายประจำตัวของตนเองเท่านั้น 

ทั้งสี่แคว้นดูจะคล้ายแผ่นดินที่ไร้พรมแดน สามารถไปมาหาสู่กันได้อย่างง่ายดาย แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพลเมืองต่างแดนที่ผ่านการยื่นป้ายประจำตัวในแต่ละวันมักจะมีการยื่นรายชื่อไปให้เบื้องสูงดูอยู่เสมอ บุคคลต้องสงสัยหรือบุคคลที่มีอำนาจทางการทหารและอำนาจทางการเมืองอยู่ในมือมักจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่นับบุคคลที่ลอบเข้าเมืองเองโดยวิธีอื่น ซึ่งส่วนนี้ก็สุดแล้วแต่ความสามารถของผู้ใด

หมู่บ้านที่นี่นับว่าเป็นหมู่บ้านที่น่าอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะพรมแดนไร้สงครามอีกทั้งยังมีการทำการค้าและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันอยู่เสมอ ประชาชนส่วนใหญ่ของที่นี่จึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ได้อัตคัดมากนัก แต่สังคมทุกสังคมย่อมมีความเหลื่อมล้ำแฝงมาด้วย เพราะว่าภายใต้แสงสว่างที่เรืองรองหาใช่ว่าจะไม่มีความดำมืดซ่อนเร้นอยู่

วันนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มารับการรักษามีเพียงอาการเป็นหวัดธรรมดาหรือไม่ก็ได้รับการบาดเจ็บเท่านั้น ยังไม่พบผู้ป่วยที่เป็นโรคประหลาดรักษาได้ยากแต่อย่างใด แต่ถึงจะมีมาปรากฎจริงๆ ที่นี่ก็ยังมีท่านหมอจากพรรคหยิ๋นมี่และพรรคมารจื่อถานผู้เก่งกาจอยู่ด้วย อาจารย์ผู้ช่วยเองฝีมือก็ไม่ได้ด้อย งานง่ายๆอย่างเช่นทำแผลให้ผู้ป่วยเองเหล่าศิษย์จากสำนักศึกษากลางก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน

“แผลเพียงเท่านี้ยังนับว่าไกลหัวใจข้านัก ไม่ต้องทำให้เปลืองสมุนไพรของพวกเจ้าหรอก”

หนุ่มจอมยุทธ์ผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางที่นั่งกอดอกตนเองนิ่ง ใบหน้าของเขาที่เชิดขึ้นมานั้นมีรอยแผลเป็นขนาดกว้างเด่นชัดจนขับเน้นให้เป็นคนที่มีใบหน้าดุดัน ใกล้กันกับเขาเป็นสาวจอมยุทธ์ยืนซ้อนด้านหลังเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ หัวคิ้วของนางขมวดเข้าหากันในทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้มาจากชายที่นั่งอยู่ด้านหน้านาง

“ไกลหัวใจที่ใดกัน เลือดออกเยอะเพียงนี้แล้วยังจะท่าเยอะอีกรึ รีบถอดเสื้อออกได้แล้ว!”

นางตะคอกใส่เขาเสียงเบา รังสีที่นางปล่อยออกมาทำให้คราบจอมยุทธ์หนุ่มผู้องอาจของเขาหายไปในพริบตา เหลือไว้เพียงแค่ชายหนุ่มที่ก้มหน้าต่ำลง ส่วนมือหนาก็เร่งคลายปมเชือกที่ผูกไว้ของเสื้อตัวนอกออกอย่างรวดเร็ว

“พวกเจ้า รีบๆทำให้ข้าเลย เห็นหรือไม่ว่าเมียรักของข้าร้อนใจเพียงใด”

เขาหันไปเร่งเร้าเซียงฮวากับเฮยหลงที่ยืนมองอยู่ให้มาช่วยเขาทำแผล เฮยหลงเองเมื่อเห็นหนุ่มจอมยุทธ์แหวกเสื้อออกจนเห็นหุ่นล่ำสัน เขาจึงได้รีบเอื้อมมือไปปิดตาของเซียงฮวาไว้ไม่ให้มองภาพนั้น ใบหน้าเรียบเฉยโน้มเข้าไปกระซิบที่ข้างหูนางแผ่วเบา

“ห้ามมองเป็นอันขาด ไปช่วยหัวหน้าหน่วยสองเถิด ทางนี้ข้าจัดการเอง”

กล่าวจบเขาก็ก้มหัวลงให้จอมยุทธ์ทั้งสองเป็นการขอเวลาชั่วครู่ ก่อนที่จะใช้อกดันตัวของเซียงฮวาให้เดินไปทางหัวหน้าหน่วยสองซึ่งกำลังตรวจอาการให้ชาวบ้านอยู่ที่โต๊ะอีกด้านหนึ่ง

“ฝากไว้ด้วยขอรับ” เขาเอามือที่ปิดดวงตาของเซียงฮวาอยู่ออกไป จากนั้นก็เดินกลับไปอีกฝั่งเพื่อทำหน้าที่ของตนเองต่อ

“เขาเห็นข้าเป็นคนเช่นใดกันเจ้าคะ ท่านอาหน่วยสอง” เซียงฮวากล่าวไล่หลังเฮยหลงไป จากนั้นก็เดินเข้าไปยืนข้างๆหัวหน้าหน่วยสอง หรือท่านหมออันดับหนึ่งประจำพรรคหยิ๋นมี่นั่นเอง

ส่วนคนที่ถูกถามนั้นไม่ได้ตอบอะไรออกไป ทำเพียงอมยิ้มปริศนาแล้วยื่นเทียบยาให้เซียงฮวาจัดสมุนไพรตามนี้ เจ้าตัวถอนหายใจออกมาเสียงเบา แต่ก็รับมันไปอย่างไม่อิดออด สักพักนางก็จัดยาใส่ห่อเสร็จแล้วเดินไปหาหญิงวัยกลางคนที่นั่งรอรับยาอยู่

“สมุนไพรได้แล้วเจ้าค่ะ ต้มแล้วกินติดต่อกันสามวันรับรองว่าหายขาดแน่นอนเจ้าค่ะ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู” 

หญิงวัยกลางคนยิ้มรับแล้วเดินจากไป ส่วนเซียงฮวาก็เดินมายังโต๊ะที่หัวหน้าหน่วยสองกำลังนั่งพักสายตาอยู่ เสียงใสกล่าวถามขึ้นมา “มีโรคประหลาดๆบ้างหรือไม่เจ้าคะท่านอา หรือไม่ก็คนที่โดนพิษร้ายสะสมมานาน กลางวันก็อยู่ไม่ได้ กลางคืนก็นอนกระสับกระส่าย”

คนถูกถามลืมตาขึ้นแล้วยิ้มออกมาบางเบา “ตอนนี้ยังไม่มี ถ้ามีจริงเจ้าคิดว่าอาจะรักษาได้หรือไม่เล่า”

“ต้องรักษาได้สิเจ้าค่ะ ระดับท่านอาแล้วเกียรตินิยมอันหนึ่งจากฮาร์วาร์ดเลยก็ยังนับว่าสบายๆ”

“หืม? จากที่ใดนะ”

“ฮาร์วาร์ดเจ้าค่ะ หรือว่า…ฮา-โฝว(哈佛) พูดง่ายขึ้นหรือไม่เจ้าคะ?" เมื่อเห็นเขามีสีหน้าที่ดูเข้าใจขึ้น แต่ก็มีคำถามเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยเช่นกัน เซียงฮวาจึงรีบตัดจบบทสนทนานี้ไปในทันที “ชั่งมันก็ได้เจ้าค่ะ” 

“เจ้าน่ะ ปากเอ่ยชมอาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็ไม่ยอมเป็นศิษย์ของอา น่าน้อยใจยิ่งนัก” เขายกแขนขึ้นมากอดอกแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่น

“โถ่ แค่ปักผ้าเข็มยังทิ่มมือเลยเจ้าค่ะท่านอา ถ้าจะให้ข้าไปนั่งฝังเข็มให้ผู้อื่นแล้วเกิดฝังผิดเส้น…อากเอาเอี้ยวอึ้นอาอะอำอังไอเอ้าอะ(ปากเขาเบี้ยวขึ้นมาจะทำอย่างไรเจ้าคะ)” 

เซียงฮวาแจงเหตุผลให้ฟังพร้อมทั้งทำปากเบี้ยว มือหงิก ให้หัวหน้าหน่วยสองดูด้วย เขาที่เข้าใจท่าทางนี้ดีก็หลุดขำออกมาจนคนอื่นต้องหันมามองทางนี้ด้วยความสนใจ

คนของพรรคหยิ๋นมี่ภายนอกดูเคร่งขรึม มีทั้งจอมยุทย์มากพลังและคนคงแก่เรียน แต่ใครจะไปรู้ว่าหากได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาเมื่อใด ภาพความอ่อนโยนจากที่ใดที่ท่านเคยพบเจอจะถูกลบเลือนไปในทันที

“งั้นเอาเช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปเกลี่ยกล่อมให้เฮยหลงฝากตัวเป็นศิษย์กับท่านเองเจ้าค่ะ”

หัวหน้าหน่วยสองเลิกหัวคิ้วขึ้น “เพียงเท่านี้เขาก็ได้นอนเพียงวันละไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นเองนะ เจ้าจะให้องค์ชายผู้นี้เก่งในทุกๆด้านเลยหรือ”

“ก็ทำอย่างไรได้เล่าเจ้าค่ะ ข้าหาได้ชอบอันใดแบบนี้ไม่”

เมื่อพูดเรื่องจะให้นางรับศาสตร์ด้านนี้ต่อ เซียงฮวาก็หน้ามุ่ยขึ้นมาทันทีจนหัวหน้าหน่วยสองต้องยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้โน้มน้าว

“ได้ ถ้าหากเขาอยากจะรับการถ่ายทอดต่อจากอา อาก็พร้อมที่จะถ่ายทอดวิชานี้ให้”

เซียงฮวาทำหน้าดีใจ “จริงหรือเจ้าคะ ข้าจะลองดูเจ้าค่ะ” 

“อืม นี่อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะเก็บของกลับที่พักแล้ว ชาวบ้านที่มารับการรักษาบอกว่าแคว้นจินทางฝั่งโน่นเขาจัดงานเทศกาลประจำหมู่บ้าน เจ้าก็ลองชวนสหายข้ามฝั่งไปเที่ยวชมงานดูสิ”

“อ่อ…เหมือนเคยได้ยินเกาฉายกล่าวชวนเหมยฮวาไปก่อนหน้านี้ แล้วท่านจะไปด้วยหรือไม่เจ้าคะ”

หัวหน้าหน่วยสองส่ายหน้าไปมา “ไม่ล่ะ คืนนี้มีภารกิจให้ต้องไปทำต่อ เจ้าเองก็ระวังตัวด้วยละ”

เซียงฮวาพยักหน้ารับ “เช่นกันเจ้าค่ะ”

 

ยามซวี(19.00-20.59)

“โอ๊ยดีจริงๆเลย หลังจากทำงานเสร็จก็ได้มาเที่ยวผ่อนคลาย ผ่อนคลายเสร็จก็ได้กลับห้องไปนอนใต้ผ้าห่มอุ่นๆ Happy~~” 

“นั่นสิ มีของกินเยอะจนข้าเลือกไม่ถูกแล้ว”

“ว่าแต่ที่นี่เขาจัดเทศกาลอันใดขึ้นหรือ”

เซียงฮวา เหมยฮวาผลัดกันพูดขึ้นมาคนละประโยค คำถามสุดท้ายเป็นชีหลินที่หันหลังไปถามเกาฉายซึ่งเดินเคียงคู่กับเฮยหลงเดินตามหลังพวกนางทั้งสามคนอยู่

“เป็นวันฉลองครบรอบการก่อตั้งหมู่บ้านนะ ตอนเด็กๆข้าก็เคยมาเที่ยวเล่นที่งานนี้บ่อยครั้งเหมือนกัน”

เกาฉายสบตากับผู้ถามแว่บหนึ่งในตอนที่กล่าวตอบออกมา จากนั้นสายตาของเขาก็กลับไปสำรวจรอบข้างเพื่อมองหาความผิดปกติเช่นเดิม เกิดมาเป็นเขา อยู่ที่ใดก็ไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ

“นอกจากของกินจะเยอะแล้ว กิจกรรมก็เยอะไม่แพ้กันเลย ตรงนั้นเขากำลังอันใดอยู่หรือ” เหมยฮวากล่าวขึ้นพร้อมทั้งใช้นิ้วชี้ไปที่ด้านหนึ่งซึ่งมีผู้คนรุมล้อมกันเยอะอยู่พอสมควร

“งั้นเราไปดูกันเถิด”

เซียงฮวามองตามนิ้วที่เหมยฮวาชี้ไป แต่เมื่อมองจากระยะไกลไม่เห็นเพราะมีผู้คนบดบังอยู่ นางจึงได้คว้ามือของสหายหญิงทั้งสองไว้ แล้ววิ่งไปทางนั้นอย่างร่าเริง

“ว้าว! โยนห่วง”

เมื่อเบียดผู้คนจนเข้าไปอยู่ด้านหน้าสุดได้แล้ว เซียงฮวาก็อุทานออกมาเมื่อเห็นกิจกรรมที่ตนเองเคยเล่นตั้งแต่ภพก่อน เพียงแต่สมัยนี้ห่วงที่โยนไม่ใช่ห่วงพลาสติก ส่วนของรางวัลจากการโยนให้ตรงเป้าหมายได้ก็ไม่ใช่ตุ๊กตา

“สนใจหรือไม่ขอรับคุณหนู เพียงโยนห่วงให้ตรงกับของที่อยากได้เมื่อใด ก็รับสิ่งของนั้นไปได้เลย”

ทั้งสามสาวมองหน้าเหลาป่าน(老板)ก่อนที่จะสลับไปมองชายผู้หนึ่งที่กำลังตั้งใจเล็งสิ่งของที่ตนอยากได้ จากนั้นเขาก็โยนห่วงออกไปด้านหน้าในทันที

“โห่!!!” เสียงโห่ร้องดังขึ้นโดยรอบเมื่อชายผู้นั้นโยนห่วงไม่ตรงกับดาบอันเป็นเป้าหมายที่เขาเล็งไว้ 

การละเล่นที่ทั้งสามคนกำลังมองอยู่ ดูแบบผิวเผินแล้วก็ไม่ได้มีอันใดผิดปกติ เพียงแค่โยนห่วงให้ลงกับสิ่งของทั้งเก้าจุดที่วางไว้บนพื้น จากนั้นก็จะได้รับของสิ่งนั้นไปในทันที สิ่งของทั่วไปอย่างเช่นข้าวของเครื่องใช้ล้วนถูกโยนตรงตำแหน่งนี้ทั้งนั้น มีเพียงดาบเล่มงานนั้นเล่มเดียวที่ไม่ว่าผู้ใดจะโยนไปก็ไม่เคยลงเลยแม้แต่ผู้เดียว

“หรือว่าดาบเล่มนั้นคือของศักดิ์สิทธิ์หรือเหลาป่าน เหตุใดไม่มีผู้ใดโยนห่วงลงตรงดาบเล่มนั้นได้เลย”

เมื่อมีคนเปิดประเด็นขึ้นมา ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบก็พากันส่งเสียงอื้ออึง ต่างคนต่างแสดงความคิดเห็นของตนเองจนเหลาป่านต้องดึงความสนใจของพวกเขาให้กลับมาฟังสิ่งที่ตนเองจะกล่าว

“ใจเย็นๆก่อน พี่น้องชาวยุทธ์ทั้งหลาย ตัวข้าหารู้ไม่ว่าสิ่งนี้คือดาบศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ เพราะมันเป็นดาบที่ข้าเพิ่งสั่งทำขึ้นได้ไม่นาน แต่เมื่อมันยากที่พี่น้องทั้งหลายจะโยนห่วงให้ลงสิ่งนี้ เช่นนั้นแล้วเราก็ลองมาเดิมพันกันหรือไม่ ว่าผู้ใดจะได้ดาบนี้ไปครอง”

เหลาป่านเองก็งงเช่นกันว่าเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดที่โยนลงห่วงนี้เลย แรกเริ่มเขาเองก็ไม่ได้แฝงเล่ห์กลอันใดขึ้นมาอยู่แล้ว แต่เมื่อมันสามารถสร้างเงินให้เขาได้ต่อเนื่องเพราะความอยากลองของผู้คน เขาก็ไม่ได้อายเลยที่จะใช้ความโชคดีนี้ให้เกิดประโยชน์

“ขอข้าลองบ้าง”

เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นทำให้ผู้คนที่อยู่ ณ ที่นี่ หันเหความสนใจไปยังที่มาของเสียง เมื่อเขาเดินมาอยู่ในตำแหน่งหน้าสุดใกล้กับเหลาป่าน เซียงฮวาจึงเห็นว่าเป็นผู้ใด 

“พี่ชายจอมยุทธ์ที่เจ้าทำแผลให้เขาหนิ ชัดเจนว่ายังไกลหัวใจจริงๆ” นางหันหลังไปป้องปากพูดกับเฮยหลง เขาไม่ได้มีท่าทางใดเป็นพิเศษนอกจากพยักหน้ารับน้อยๆ

“มาดองค์ชายเย็นชากลับมาอีกแล้วนะพ่อคุณ” เซียงฮวาจิ๊ปากกับท่าทางของเขาแล้วหันหน้ากลับไปมองหนุ่มจอมยุทธ์ผู้นั้นอีกครั้ง

“สู้ๆนะเจ้าคะพี่ชาย”

เซียงฮวายกแขนขึ้นมากำหมัดให้กำลังใจเขา หนุ่มจอมยุทธ์ที่ยังพอจำหน้าเซียงฮวาได้อยู่ เมื่อได้ยินนางส่งเสียงให้กำลังใจ เขาก็เพียงโค้งตัวรับอย่างมีมารยาทเท่านั้น

“อย่าทำให้ข้าขายหน้าเด็ดขาดนะ” สาวจอมยุทธ์ที่เป็นภรรยาของเขากำชับเสียงเข้ม ตัวสามีเองก็ทุบอกตนเองอย่างมั่นใจด้วยเช่นกัน

“วรยุทธ์ระดับข้าแล้ว จะพลาดได้อย่างไรกัน”

สิ้นเสียงที่เขากล่าว ห่วงในมือก็ถูกโยนออกไปยังดาบอันเป็นเป้าหมาย ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อห่วงนั้นได้ลงตำแหน่งดาบนั้นพอดี

“ง่ายจะตาย ให้ข้าหลับตาโยนยังได้เลย”

เขาหลับตาแล้วโยนห่วงอันที่สองไปยังดาบนั้นอีกครั้ง แล้วก็เป็นที่ฮือฮาขึ้นมาอีก เมื่อมันก็ยังคงลงตำแหน่งเดิม เสียงปรบมือให้เขาดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วยิ่งทำให้จุดนี้เป็นที่น่าสนใจของคนในงานขึ้น

“อันสุดท้ายแล้วหันหลังแล้วโยนเลยเจ้าค่ะพี่ชาย”

เซียงฮวานึกถึงการหันหลังชู้ตบาสเกตบอลในชาติก่อนขึ้นมาได้จึงได้ยุให้หนุ่มจอมยุทธ์ผู้นี้ทำตาม ซึ่งเขาก็ชั่งเป็นคนยุขึ้นเสียด้วย ร่างหนาหันหลังให้กับเป้าหมายก่อนที่จะโยนห่วงไปยังด้านหลังอีกครั้งหนึ่ง

“โว้ว! ยอดเยี่ยมไปเลย เขามีตาหลังหรือไม่”

“นั่นสิ! เป็นจอมยุทธ์ผู้มากฝีมือมาจากที่ใดกันนะ”

“ดาบเล่มนี้เป็นเขาที่ถูกเลือกแน่เลย เขาถึงได้โยนห่วงได้ลงทั้งที่ไม่มีใครโยนได้”

เสียงของชาวบ้านที่อยู่โดยรอบต่างพากันแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังทุกก้าวย่างในเวลาที่หนุ่มจอมยุทธ์เดินเข้าไปหยิบดาบเล่มนั้นมาไว้ในมือ เขาหันมาหาทุกคนแล้วยกดาบขึ้นให้ทุกคนดูท่ามกลางเสียงสรรเสริญของผู้คน

“โอ้โห!โอ้โห! เอาให้สุด ประหนึ่งว่าเราไปกู้โลกมา”

เซียงฮวาปรบมือให้เขาแล้วกล่าวชมแกมหัวเราะออกมาด้วย แต่แล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อเฮยหลงจับมือนางไว้ไม่ให้ปรบมือต่อ ใบหน้างุนงงหันไปหาเขาแล้วเลิกคิ้วขึ้นแทนการถาม

“ก็แค่โยนห่วง เหตุใดต้องแสดงท่าทางอันใดมากมายถึงเพียงนี้”

“เอ้า! ก็ปรบมือให้ตามมารยาท อีกทั้งดาบนี่ก็มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่จริงๆ ไม่เช่นนั้นเขาไม่เลือกพี่ชะ…”

“ข้าไม่อยากฟัง”

เซียงฮวากล่าวยังไม่ทันจบ เฮยหลงก็รีบตัดบทอย่างไม่อยากรับฟังสิ่งใดต่ออีก เขาดึงแขนของนางให้ออกมาจากกลุ่มท่ามกลางสายตาของใครหลายๆคนที่มองตาม เหมยฮวากับชีหลินที่เคยเห็นเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อนคิดในใจเพียงว่าเซียงฮวาต้องแย่แน่ เมื่อเฮยหลงแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมาใส่สหายตน 

แต่กลับกัน บุรุษด้วยกันเองอย่างเกาฉายนั้นดูออก เขาแอบยกนิ้วให้เฮยหลงในใจที่หาข้ออ้างให้ตนเองได้ผละออกจากกลุ่มไปกับเซียงฮวาสองต่อสองได้โดยไม่มีสหายอยู่เป็นตัวขั้นกลาง

“เฮยหลงโกรธที่เซียงฮวาแสดงท่าทางชื่นชมผู้อื่นมากเกินไปเป็นแน่” เหมยฮวากล่าวออกมาด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

“นั่นสิ! แล้วเช่นนี้เราควรตามพวกเขาไปดีหรือไม่”

“ไม่ต้องหรอกชีหลิน เราปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองเถิด”

เกาฉายฟังที่ทั้งสองสาวคุยกันแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ  เขาคิดในใจ ‘เป็นองค์ชายจะจำกัดความสามารถไว้เพียงแค่วิชายุทธ์กับพลังธาตุได้อย่างไรกัน ว่าแต่…

บทหนุ่มผู้คลั่งรักเช่นนั้นหรือ?’

.

.

.

Pandanus23233

2020.12.22

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #346 Bellamy???? (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 13:42
    เฮยหลงคลั่งรักไม่ไหวว555
    มาอัพบ่อยๆนะคะติดตามอยู่🙏
    #346
    1
    • #346-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 62)
      23 ธันวาคม 2563 / 18:14
      ขอบคุณค่ะ
      #346-1
  2. #345 Jariyaboontor (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 09:36
    อยากยุกันลำพังอะดิพี่เฮยหลง
    #345
    1
    • #345-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 62)
      23 ธันวาคม 2563 / 09:37
      55555555
      #345-1
  3. #344 Poison_M.KS. (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 23:49
    หึงเขาอะสิ 55555
    #344
    1
    • #344-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 62)
      23 ธันวาคม 2563 / 09:37
      555555555
      #344-1
  4. #343 manbigbang (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 20:17

    หึงกลบเกลื่อน เขาจะไปหวานกัน ชั่งไม่รู้อะไรบ้างเลยยยยย
    #343
    1
    • #343-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 62)
      22 ธันวาคม 2563 / 20:27
      55555เด็กมันร้ายย
      #343-1
  5. #342 TuntitaJ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 20:00
    มาบ่อยๆ นะคะ สนุกมากค่ะ
    #342
    1
    • #342-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 62)
      22 ธันวาคม 2563 / 20:27
      เคเาจะพยายามน้าาา ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลย
      #342-1