บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 60 : ทัศนคติติดลบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    8 ธ.ค. 63

วันนี้เป็นวันแรกที่ขบวนสำนักศึกษาฝั่งทางเหนือของแคว้นฝูเริ่มปฎิบัติภารกิจกัน ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ประชุมร่วมกันแล้วว่าจะเป็นฝ่ายไปตั้งค่ายอาสาในหมู่บ้านที่ยากไร้เสียเองแทนที่จะให้พวกเขาเดินทางร่อนเร่มาในเมือง ดังนั้นค่ายของวันนี้จึงเป็นหมู่บ้านอยู่ติดกับเชิงเขาอันมีบรรยากาศหนาวที่เสียดแทงผิวหนังพอตัว

ทุกคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันออกไป อย่างเซียงฮวาเองที่รู้สึกเอ็นดูรักใคร่เด็กเป็นพิเศษจึงรับผิดชอบหน้าที่นี้โดยเฉพาะ

“ว่าไงเอ่ย เป็นอะไรมาคะตัวเล็ก บอกหมอสิ” เซียงฮวาก้มตัวต่ำลงเพื่อที่จะได้พูดกับเด็กน้อยร่างเล็กที่มารับการตรวจรักษาที่ค่าย

“พี่สาวขอรับ น้องชายข้าไม่สบายขอรับ ท่านยายบอกว่าอาจเป็นหวัดเพราะอากาศช่วงนี้เย็นขึ้นขอรับ พี่สาวช่วยน้องชายข้าได้หรือไม่ขอรับ”

เด็กวัยไม่ถึงสิบหนาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ดูไม่น่าจะหนาพอที่จะทำให้ร่างกายอบอุ่นได้ เซียงฮวาเห็นเช่นนั้นจึงได้จูงมือเขามาที่กระโจมซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของค่าย แล้วหยิบผ้าห่มขนสัตว์ผืนเล็กขึ้นมาอันหนึ่งเพื่อห่มให้เขา

“แจกเสื้อกันหนาวให้ชาวดอยลูกเด็กเล็กแดงพี่สาวล้วนเคยทำ เอ้านี่! ให้เลยโดยไม่คิดเงิน”

เด็กน้อยก้มตัวลงขอบคุณโดยที่ศรีษะแทบจะกระแทกกับพื้นอยู่แล้ว ยังดีที่เซียงฮวาห้ามเอาไว้ได้ทัน “ไม่ต้องๆ เดี๋ยวผู้อื่นก็หาว่าพี่สาวกำลังรังแกเจ้ากันพอดี”

เซียงฮวาพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงแหลมของคนที่รอจังหวะนี้อยู่แล้วอย่างเหมยฮวาก็แทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่ให้ใครได้ทันตั้งตัว “นั่นไง! เจ้ามันนางมารร้าย เจ้ามันเป็นปีศาจ รังแกข้าคนเดียวไม่พอ นี่เจ้ายังคิดที่จะทำร้ายเด็กอีกหรือ”

กล่าวจบเหมยฮวาก็ดึงมือเด็กน้อยผู้นั้นเข้ามาใกล้ตัวแล้วเค้นถามเด็กชายด้วยน้ำเสียงดังเล็กขึ้นน้อย “บอกพี่สาวมา ว่านางผู้นั้นบังคับขู่เข็ญอันใดเจ้า”

เด็กน้อยจากที่ต้องน้ำตาไหลให้ได้เพราะความซึ้งใจของเซียงฮวากลับต้องร้องไห้จริงๆเมื่อเจอท่าทางของเหมยฮวาเข้าไป เขาสะบัดมือของเหมยฮวาออกแล้ววิ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของเซียงฮวาแทน

“ฮ่าๆๆ เจ้านั่นแหละที่เป็นนางมารร้าย ชิ!” 

เหมยฮวาทำหน้าเซ็งจัดเมื่อแกล้งแหย่อันใดเซียงฮวาคืนไม่ได้เลย สายตาเหลือบไปมองเด็กน้อยที่กำลังมองนางด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ นางจึงได้รีบเอ่ยเสียงอ่อนแล้วเข้าไปกอดเขาอย่างปลอบประโลม

“โถ่ๆๆ พี่สาวขออภัยเจ้านะ พี่สาวผิดไปแล้ว”

ท่าทางของเด็กน้อยดูหวาดกลัวน้อยลงก่อนที่จะค่อยๆหายไปเมื่อเซียงฮวาช่วยพูดให้ “ไม่ต้องกลัวนะไม่ต้องกลัว พี่สาวผู้นี้ไม่กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหารนะ นางคือสาวใช้ของพี่สาวเอง”

“สาวใช้?” คนที่อยู่ๆก็ได้ตำแหน่งใหม่เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยว่านางไปเป็นสาวใช้ตั้งแต่เมื่อใดกัน

“เอ้า! มิใช่หรือ ไหนใครบอกว่าจะยอมเป็นม้าเป็นวัวไง รับปากแล้วไม่ทำตามเดี๋ยวก็แช่งให้อกแบนซะหรอก”

เหมยฮวานึกย้อนคำพูดของตนเองไปเมื่อหลายก่อน เมื่อจำได้แล้วว่าตนเป็นคนพูดเช่นนั้นไว้จริงๆจึงได้เม้มปากแน่นก่อนจะแสดงท่าทางฮึดฮัดออกมา “ฝากไว้ก่อนเถอะ”

“ไม่รับฝากเจ้าค่ะ ที่เต็มแล้ว เออนี่! เด็กน้อยผู้นี้กล่าวว่าน้องชายของเขาเป็นหวัดไม่สบาย จะเอาอย่างไรดี? บุกไปจับน้องที่บ้านเลยหรือว่าจะให้อัญเชิญอาจารย์ผู้ช่วยไปตรวจ”

“ถึงขั้นใช้คำว่า ‘บุกไปจับ' เลยหรือ? วาจาเจ้านี่ชั่งจะเหิมเกริมขึ้นได้ทุกวันเลยนะ”

“เอาน่า เขาบอกว่า ‘Actions speak louder than words’ นะ ไม่เคยได้ยินเหรอ เจ้าสนใจที่การกระทำของข้าไม่ดีกว่าหรือไง”

ท่ามกลางทั้งสองสาวที่กำลังพูดโต้เถียงกัน เด็กน้อยซึ่งเป็นชายเพียงหนึ่งเดียวหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน เขาเอื้อมมือไปเขย่าแขนเซียงฮวาเบาๆแล้วกล่าวถาม “พี่สาวไม่ได้เป็นท่านหมอหรือขอรับ แล้วเช่นนั้นผู้ใดจะรักษาน้องชายข้าขอรับ"

เซียงฮวาก้มหน้าลงไปมองก็เห็นว่าเด็กน้อยเริ่มน้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้งแล้ว นางจึงต้องรีบตัดจบบทสนทนากับเหมยฮวาแล้วกล่าวถึงเรื่องสำคัญต่อ 

“รักษาได้สิ แต่ไม่ใช่พี่สาวหรอกนะที่เป็นคนตรวจ เอาเช่นนี้…ที่บ้านเจ้ามีผู้ใดอยู่บ้าง”

“มีเพียงท่านยายของข้าขอรับ แต่ท่านแก่มากแล้วเดินมาที่นี่ไม่ไหว ข้าเลยต้องเป็นฝ่ายมาด้วยตนเองขอรับ”

“โถ่ๆ เจ้ามาหาถูกคนแล้ว ช่วยเหลือเด็กสตรีและคนชราคือหน้าที่ของพี่สาวอยู่แล้ว ไป! นำทางไปเลย บ้านเจ้าอยู่ที่ใดเดี๋ยวพี่สาวจะเป็นคนแบกน้องชายเจ้ามาที่นี่เอง”

เด็กน้อยยิ้มแก้มปริ “พี่สาวน้ำใจงามยิ่งขอรับ เชิญทางนี้ขอรับเดี๋ยวข้าจะนำทางไปเอง”

เซียงฮวากับเหมยฮวาพยักหน้าให้กันก่อนที่จะเดินตามเด็กน้อยไปอย่างไม่เกรงกลัวอันใดทั้งนั้น ก่อนไปพวกนางลืมบอกคนอื่นว่าจะไปตรงไหนกัน แต่ยังดีที่เฮยหลงนั้นได้เดินมาหยิบของที่กระโจมพอดีจึงทันได้เห็นแผ่นหลังของทั้งสามคนซึ่งกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปบ้านที่ติดหลังเขา

นอกจากทั้งสามคนที่เขาเห็นเดินไปทางเส้นทางนั้นแล้ว เขายังสังเกตเห็นชายชุดสีเทาอีกหลายคนเดินตามทั้งสามคนไปอย่างลับๆด้วย นั่นจึงเป็นเหตุให้คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันแน่น

“จะเล่นอันใดกันอีกนะ”

กล่าวขึ้นมาเช่นนั้นแล้วเขาก็รีบเดินกลับไปยังกระโจมด้านหน้าที่มีชาวบ้านรอรับการรักษาอยู่ เขาส่งสัญญาณให้องครักษ์ส่วนตัวออกมาช่วยทางด้านนี้อีกสามคน จากนั้นจึงกล่าวขออนุญาตอาจารย์ผู้ช่วยแทนตัวเองและแทนทั้งสองสาวนั้นด้วย

"เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ" เกาฉายถามขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของเฮยหลงดูจะเย็นชาขึ้นมาอีกหน่อย

เฮยหลงเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้ละเอียด เพียงฝากฝังให้เกาฉายดูแลทางนี้ให้ดีก็พอ เมื่อนั้นเขาจึงได้ใช้วรยุทธ์ของตนเองเคลื่อนกายตามทั้งสามคนไปอย่างรวดเร็ว

 

“ถึงแล้วขอรับพี่สาว” 

เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เด็กชายผู้นำทางมายังที่นี่ก็หยุดเดินแล้วหันกลับมาที่ทั้งสองสาวเพื่อเชื้อเชิญให้ทั้งคู่เข้าไปในเรือนของตนเอง

"น้องชายของข้าอยู่ด้านในขอรับ ท่านยายของข้าเองก็ใช่ เชิญพี่สาวทั้งสองขอรับ" 

อากาศหนาวทำให้ทั้งสามคนใบหน้าแดงก่ำพร้อมทั้งริมฝีปากที่สั่นขึ้นไปทุกที เนื่องจากว่าบ้านที่เด็กน้อยนำทางพวกตนมานั้นชิดริมเขามาก เสื้อกันหนาวขนสัตว์ที่ตนเองคิดว่าใส่มาหนามากพอแล้วก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอสำหรับที่นี่

"หนาวปากสั่นไม่ไหวแล้ว เหตุใดเจ้าไม่หยิบเตาผิงมือมาด้วยนะ" เหมยฮวากอดอกตนเองแน่น ปากสั่นอยู่ตลอดเวลาที่พูด

"ก็เห็นว่าน้องชายผู้นี้ทนได้ ข้าก็เลยไม่คิดว่าจะหนาวถึงเพียงนี้ ฮะ เฮยหลิงก็ไม่คิดจะเตือนอะไรกันบ้างเลย" 

เซียงฮวาก็ตอบออกไปด้วยอาการปากสั่นไม่แพ้กัน แสงจากโคมไฟสีเหลืองที่สว่างออกมานอกบ้านทำให้นางรู้สึกว่าด้านในคงมีความอบอุ่นมากกว่านี้เป็นแน่ นางเลยจึงได้เอ่ยชวนเหมยฮวาเดินตามเด็กน้อยผู้นั้นเข้าไป

"ปั๊ก! ปั๊ก!"

เมื่อผ่านรั้วเข้าไปด้านในแล้ว เสียงแรกที่เซียงฮวาได้ยินทำให้คิ้วของนางขมวดเข้าหากัน สีหน้าไม่เข้าใจของทั้งคู่สื่อสารไปในทางเดียวกันอย่างชัดเจน

"ข้าว่าข้าเหมือนจะได้ยินเสียงของคนผ่าฟืนอยู่นะ หรือว่าข้าจะหูเพี้ยนไปเอง"

เหมยฮวายิ้มออกมาแห้งๆ เมื่อคำถามของสหายเป็นการยืนยันความเข้าใจของนางต่อเสียงที่ได้ยิน แต่เท้าของทั้งคู่ก็ไม่ได้หยุดเดินไปทางทิศที่มาของเสียงเลยแม้แต่น้อย

"ไม่ใช่ว่าเด็กน้อยบอกเราอีกด้วยหรือว่าอยู่กับท่านยายเพียงแค่สองคน อีกทั้งท่านยายก็แก่มากแล้ว เดินไม่…" 

คำว่า ‘ไหว’ ของเหมยฮวาได้หายเข้าไปในลำคอในทันทีเมื่อเห็นสตรีนางหนึ่งที่ดูมีอายุมากแล้ว กำลังง้างขวานอันใหญ่แล้วผ่าเข้าไปที่ไม้ท่อนนั้นจนแตกออกเป็นสองซีก

"หรือว่าเราจะโดนเด็กแกงเอาเสียแล้ว…น้องชาย นี่ท่านยายเจ้าหรือ"

เซียงฮวาเอ่ยถามเด็กชายที่เดินอุ้มหมาน้อยเข้ามาหาตนเองอยู่พอดี เขายิ้มร่าแล้วพยักหน้ารับอย่างภูมิใจว่านี่เป็นท่านยายเขาเอง "ใช่แล้วขอรับพี่สาว"

"ไม่ใช่ว่ายายของเจ้าชรามากแล้วจนเดินไม่ไหวหรอกหรือ เหตุใดจึงยังผ่าฟืนท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเช่นนี้โดยไม่สะทกสะท้านอันใดเลย"

"ว่าผู้ใดชรามากแล้ว!"

เสียงกระแทกของฟืนท่อนสุดท้ายสิ้นสุดลงแทนที่ด้วยน้ำเสียงของหญิงชราผู้นั้น เซียงฮวาสะดุ้งจนตัวโยนก่อนที่จะรีบปิดปากของตนเองอย่างรวดเร็ด ส่วนมือก็ชี้ไปที่เด็กน้อยที่อยู่ด้านข้างของตนเอง

"เอ่อ…เขาเป็นคนพูดเจ้าค่ะ ละ แล้วข้าก็เลยพูดตามเขาเท่านั้น"

ด้วยเพราะถือคติว่ากะพริบตาบ่อยๆแปลว่าโกหก ตลอดเวลาที่เซียงฮวาสบตาเข้ากับหญิงชราผู้นั้น นางจึงไม่กะพริบตาตนเองเลยสักนิด 

"แต่ข้าได้ยินอยู่ว่าเจ้าเพิ่งพูดคำนั้นไป โกหกด้วยหน้าไม่เปลี่ยนสีเลยนะ"

หญิงชราวางขวานในมือของตนเองลงและเดินเข้ามาหาเซียงฮวาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เซียงฮวาจึงรีบไล่เรื่องราวในหัวของตนเองออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ดวงตาของนางจะได้แสดงความบริสุทธิ์ปราศจากความคิดไม่ดีใดๆทั้งสิ้น

"ดวงตาใสกระจ่างเสียด้วย เด็กสาวเมืองหลวงนี่ก็นะ ช่างแสดงเก่งอะไรได้ถึงเพียงนี้" หญิงชราเอามือไพล่ไปที่หลังของตนเองแล้วยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย "แต่ก็ถือว่าหัวใจมีความเมตตาไม่น้อย เช่นนั้นคงไม่ตามหลานชายข้ามาถึงที่นี่"

"ใช่เจ้าค่ะๆ น้องชายผู้นี้บอกว่ามีคนป่วยอยู่ เราทั้งสองเลยตามมาช่วยดูให้เจ้าค่ะ" เหมยฮวาช่วยเซียงฮวาที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่กล่าวอันใดออกมาอีกเลยหลังจากที่หญิงชราผู้นี้เดินเข้ามาใกล้ 

"เช่นนั้นหรือ" หญิงชราทวนคำพร้อมกับละสายตาจากเซียงฮวาเพื่อมองไปที่เหมยฮวาแทน

"เอ่อ…ไม่ทราบว่าน้องชายที่กำลังป่วยอยู่ใดหรือเจ้าคะ" เหมยฮวาถามพร้อมกับมองสำรวจไปทั่ว "หรือว่าจะอยู่ด้านในเรือน"

"หึๆๆๆ" เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาทำให้เหมยฮวาฉงน "ไม่ต้องมองไปไหนไกลหรอก อยู่ด้านหน้าเจ้านั่นไง"

"ด้านหน้า?"

"โฮ่ง!" เสียงสุนัขตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเด็กชายดังขึ้น ทำให้เหมยฮวาเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาได้แล้ว 

“นี่เองขอรับน้องชายข้า ตั้งแต่เช้าแล้วที่มันเอาแต่นอน ไม่ยอมลุกขึ้นมาเล่นกับข้าเลยขอรับ ไม่รู้เป็นอันใดของมัน…หืม เจ้าน้องชาย เหตุใดเมื่อเช้าเจ้าไม่ลุกขึ้นมาเล่นกับข้าเลย รอก่อนนะ เดี๋ยวพี่สาวทั้งสองคนนี้จะรักษาเจ้าเอง”

เขาตอบเหมยฮวา จากนั้นก็กลับเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเองอีกครั้ง หางสุนัขสีขาวตัวอ้วนพลีกระดิกตอบรับการหยอกล้อของเด็กน้อยกลับมาในทันที ท่าทางของมันดูไม่ได้เจ็บป่วยอันใดแบบที่เด็กน้อยกล่าวออกมาเลยสักนิด

"อุ๊! ไม่น่าเชื่อเลยขอรับ เพียงแค่พี่สาวทั้งสองมาที่นี่ เจ้าน้องชายของข้าก็หายป่วยเลยในทันที พี่สาวทั้งสองคนเก่งมากๆเลยขอรับ"

เด็กชายพูดออกมาด้วยความดีใจ เซียงฮวาจ้องตาเขาเพื่อมองหาร่องรอยของความโกหก แต่เมื่อมันใสบริสุทธิ์เสียยิ่งกว่าที่นางทำเสียอีก จึงได้เชื่อว่าเป็นเด็กคงไม่โกหก

"หึๆๆๆ เอาเถอะ ในเมื่อไม่มีใครเป็นอันใด อีกทั้งพวกเจ้าทั้งสองคนก็อุตส่าห์มีน้ำใจมาถึงที่นี่กันแล้ว หากข้าไม่เชื้อเชิญเข้าไปรับชาสักจอก เห็นทีรึก็คงจะเสียมารยาทจนเกินไป"

นางกล่าวเพียงแค่นั้นแล้วหันหลังเดินนำเข้าเรือนไป เด็กน้อยเองก็เดินตามหญิงชราเข้าไปในเรือนด้วย แต่ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะชวนทั้งสองสาวเข้าไปด้วยเช่นกัน

"ไปกันเถิดขอรับพี่สาว ท่านยายของข้าทำอาหารอร่อยมากขอรับ หากท่านทั้งสองไม่ลิ้มลองคงเสียดายแย่"

เซียงฮวาพยักรับแล้วบอกว่าเดี๋ยวจะเดินตามเข้าไปเอง เมื่อเด็กน้อยได้เดินจากไปแล้ว นางจึงเช็ดน้ำตาที่เพิ่งไหลออกมาอาบแก้ม

“อยู่ๆก็ได้เจอคนที่มีทัศนคติติดลบกับสาวเมืองหลวงเช่นเรา มีปมกับคนที่เมืองหลวงหรือไงนะ”

เหมยฮวาใจไม่ดีที่เห็นเซียงฮวาต้องมาเสียน้ำตาเพราะเรื่องนี้ นางโอบไหล่บางของเซียงฮวาเข้ามาในอ้อมกอด "ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร เจ้ายังมีข้าอยู่ ไม่ต้องร้องไห้นะ"

เซียงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ผลักเหมยฮวาออกจากตัวเองเบาๆ "ใครว่าข้าร้องไห้ ไม่กะพริบตานานจนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต่างหาก หึ! เพียงเท่านี้ไม่ทำให้ข้าสะทกสะท้านได้หรอก"

เหมยฮวายกมือขึ้นอย่างยอมแพ้แล้วถอนหายใจออกมา "ได้ ไม่ร้องก็ไม่ร้อง แล้วจะเอาอย่างไรต่อ เดินตามนางเข้าไปหรือว่าถอยกลับ"

“กลับตอนนี้ก็แพ้นะสิ ก็เอาสิ จะได้รู้กันไปเลยว่าเตรียมอันใดไว้ต้อนรับข้า"

.

.

.

ทุกคนลองทายกันดูไหมคะว่าท่านยายผู้นี้เป็นใครกัน

ถ้าพรุ่งนี้มาทันก็จะมาน้า ถ้าไม่ทันก็คงไม่มา5555

Pandanus23233

2020.11.29

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

362 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #338 ChaDaSay (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 01:06
    ท่านยายผู้นี้เป็นใครนะ คงไม่ใช่ท่านยายของเฮยหลงหรอกใช่ไหม
    #338
    1
    • #338-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 60)
      13 ธันวาคม 2563 / 01:51
      ว้าวววววว
      #338-1
  2. #318 manbigbang (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 18:23
    เดาไม่ออกต้องวนไปอ่านใหม่😂
    #318
    1
    • #318-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 60)
      29 พฤศจิกายน 2563 / 18:50
      5555555
      #318-1