บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 59 : ไม่สู้ให้ข้ากัดตนเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    23 พ.ย. 63

“องค์ชาย หิมะเริ่มตกแล้ว ไปประทับยังด้านในก่อนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

เฮยหลงเหลือบสายตาไปมองทหารคนสนิทของแม่ทัพหวงหรือท่านตาของเขาเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะหันเหสายตาไปทางถนนเช่นเดิม 

เป็นเวลาสามวันแล้วด้วยกันที่เขาไม่ได้รับข่าวสารอันใดมาจากนางเลย จนไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา ท่านอาจารย์ได้ส่งคนมาบอกเขาว่าขบวนของสำนักศึกษากำลังจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า ยามนี้เขาจึงได้ออกมายืนรอเซียงฮวาอยู่หน้าจวนรับรองที่จัดเตรียมไว้สำหรับคนของสำนักศึกษาโดยเฉพาะ ซึ่งจากที่เขาได้คำนวนเวลาดูแล้ว อีกไม่เกินหนึ่งเค่อเขาคงจะได้จัดการกับเจ้าคนดื้อเสียที

“ความเย็นเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำอันใดข้าได้หรอก อย่าได้กังวลใจไป” กล่าวจบเฮยหลงก็หลับตาลงเพื่อปกปิดสายตาดำมืดของตนเองไว้ไม่ให้ผู้ใดได้รับรู้

“เอ่อ…พ่ะย่ะค่ะ” เขารับคำด้วยความตะกุกตะกักเล็กน้อย บรรยากาศเย็นเฉียบรอบกายขององค์ชายหนุ่มผู้นี้ทำเอาเขาแทบจะฝังร่างของตนเองให้กลืนหายลงไปกับพื้นดิน 

ตัวเขาเองอยู่ข้างกายแม่ทัพหวงมานานหลายปีย่อมคุ้นชินกับบรรยากาศอันน่ากดดันต่างๆมากมาย แต่กับขององค์ชายรองจะให้ความกริ่งที่แตกต่างกันออกไป เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะพลังธาตุมืดของพระองค์ด้วยหรือไม่ หรือว่าจะเป็นลักษณะอุปนิสัยที่แท้จริง

“นั่น! มากันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ครึ่งเค่อต่อมาเสียงของทหารนายอื่นก็ดังขึ้น เฮยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปมองตามทางถนน สายตาของเขาสำรวจดูขบวนดังกล่าวอย่างคร่าวๆ

ท่ามกลางองครักษ์ทั้งหลายของขบวนเดินทางนี้มีชายชุดขาวที่คุ้นตาอย่างท่านอาจารย์ของเขากำลังควบม้านำหน้าขบวนเคียงคู่กับบุรุษชุดแดง ส่วนเกาฉายนั้นควบม้าอยู่ด้านหลังอาจารย์ของเขาพร้อมส่งยิ้มมาให้เมื่อเห็นเขามายืนรออยู่ เจ้าตัวจึงเพียงพยักหน้ารับเป็นการทักทายเท่านั้น

“คารวะท่านอาจารย์ คารวะท่านประมุขขอรับ” เฮยหลงทำความเคารพเฟิงหยูกับหลีเฮยแบบชาวยุทธ์ ซึ่งหลีเฮยเองก็เพียงพยักหน้ารับเท่านั้น 

“ตามสบายเถิด…นางอยู่ที่รถม้าคันที่สอง”

เฟิงหยูเอ่ยบอกอย่างรู้ทัน เขารู้ว่าศิษย์ของเขาคงกำลังร้อนใจเพราะว่าบุตรสาวของตนเองเป็นแน่ เฮยหลงเองเมื่อรับรู้เช่นนั้นก็โค้งตัวลงทำความเคารพแล้วเดินจากไป ซึ่งก่อนที่จะถึงรถม้าคันที่สองเขาก็ได้หยุดทักทายรถม้าคันที่หนึ่งซึ่งเป็นคันที่อาจารย์ผู้ช่วยได้โดยสารมา

“คารวะท่านอาจารย์รอรับ”

“องค์ชาย ดีใจที่ได้เจอกันอีก”

“เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นกันขอรับ”

เฮยหลงตอบออกไปซึ่งสิ่งที่อาจารย์ผู้ช่วยได้ตอบกลับมานั้นคือข้อความใดเขาไม่อาจรับรู้ได้อีกแล้ว เมื่อสิ่งที่เรียกร้องความสนใจของเขาทั้งหมดกลับเป็นภาพของบุรุษชุดดำที่กำลังพยุงนางในดวงใจของเขาลงมาจากรถม้าด้วยความทะนุถนอมเท้าของเขากำลังจะเดินเข้าไปหาทั้งสองคนแต่ก็เป็นอันต้องชะงัก เมื่ออาจารย์ของเขาเดินมาแยกทั้งคู่ออกจากกันแทน

“เดี๋ยวข้าช่วยนางลงมาเอง ไม่รบกวนท่านประมุขดีกว่า” เฟิงหยูกล่าวออกมาอย่างฮึดฮัดเล็กน้อย

“ข้าเต็มใจ” แต่เฉินยี่กลับมองข้ามปฏิกิริยานี้ของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

“หึ! ถามผู้อื่นแล้วหรือยัง เผลอเป็นไม่ได้” เฟิงหยูกระซิบเสียงลอดไรฟัน เขาละความสนใจจากเฉินยี่แล้วหันมากล่าวกับบุตรสาวของตนเองเสียงนุ่ม

“นั่งรถม้ามาเหนื่อยๆไปพักผ่อนก่อนเถิด เฮยหลงคงให้คนเตรียมที่พักแล้วเรียบร้อย”

เซียงฮวาพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง กำลังจะเอื้อมมือไปจับแขนชีหลินกับเหมยฮวาที่ยังคงดูสลึมสะลืออยู่ให้เดินไปด้วยกัน แต่ทิศทางของนางก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อเฮยหลงได้เอื้อมมือมาจับแขนนางให้เดินไปด้วยกันอีกด้านหนึ่งแทน

ทางด้านเฉินยี่เองก็ใช่ว่าจะยินยอม แต่เมื่อเห็นเฟิงหยูคอยกันท่าจับตามองเขาอยู่เช่นนี้ เขาจึงไม่ได้เดินตามทั้งคู่ไปอย่างทันท่วงที คิ้วดาบพาดเฉียงขมวดเข้าหากันมุ่นแล้วเอ่ยกับเฟิงหยูด้วยความขัดใจ

“ข้าเป็นบุรุษแล้วศิษย์ของเจ้าไม่ใช่หรือ? เหตุใดข้าโดนกันท่าแต่เจ้ามนุษย์นั่นไม่”

“เพราะเจ้ามันไม่น่าไว้วางใจ”

“เป็นเจ้าต่างหากที่สองมาตราฐาน แล้วก็จับตาดูข้าให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถิด” อย่าเผลอก็แล้วกัน

ประโยคสุดท้ายเขาพูดกับตนเองในใจ สายตาตวัดไปมองแผ่นหลังของเซียงฮวาที่กำลังจะหายลับเข้าไปที่จวน 

เป็นอย่างนี้ทุกครั้งเลยสินะ ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือโลกมนุษย์ เรื่องของเขากับนางมันก็ไม่เคยมีคำว่าง่ายอยู่ในนั้นเลยสักนิดเดียว

 

เรือนรับรองที่ทางสำนักศึกษาได้จัดเตรียมไว้ให้กว้างใหญ่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เพราะระหว่างทางที่นางเดินตามการจับจูงของเฮยหลงได้ผ่านเรือนเล็กเรือนน้อยไปหลายเรือนจนสุดท้ายมาถึงเรือนท้ายจวนที่เป็นเรือนติดกับทะเลสาปน้ำจืด

“เหตุใดจึงพาข้ามาไกลถึงเพียงนี้ เราจะเล่นจำเลยรักกันเหรอ เอาดิ! รอคุณลงทัณฑ์บัญชา”

เอ่ยถามเฮยหลงอย่างร่าเริงมองข้ามบรรยากาศมาคุของคนตรงข้ามไป ส่วนเฮยหลงนั่นเขาพยายามอย่างสุดฤทธิ์ที่จะสะกดกลั้นอารมณ์ร้อนของตนเองไว้ให้อยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย

“ยังไม่รู้ตัวใช่หรือไม่ ว่าตนทำผิดอะไร” เขากอดอกตัวเองแน่นเพราะกลัวว่าจะพลั้งเผลอสัมผัสนางรุนแรงไป แต่นางก็เหลือเกิน นอกจากจะไม่สำนึกว่าตนเองทำอะไรผิดไปแล้วยังจะมาแกล้งทำหน้าซื่อตาใสใส่เขาอีก

เซียงฮวาทำหน้างง “ก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่…" แต่เมื่อเห็นสีหน้ามืดครึ้มของเฮยหลงเข้มขึ้นนางจึงได้เอ่ยความใหม่ "เอ่อ เช่นนั้นผิดนึดนึงก็ได้”

“ผิดมหันต์ต่างหาก”

เมื่อเขาสวนประโยคนี้กลับมานางจึงเม้มปากแน่น ท่าทางของเขาตั้งแต่จูงแขนนางมาที่นี่ไม่มีทีท่าที่จะลดความแข็งกร้าวลงเลย เห็นทีถ้านางยังไม่ยอมอ่อนลงให้คงจะเป็นนางที่ผิดต่อเขาจริงๆ

“ก็ได้…ผิดมหันต์ก็ผิดมหันต์ เช่นนั้นแล้วจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า ความผิดถึงจะได้เบาบางลงบ้าง” เซียงฮวาเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเฮยหลงเบาๆแล้วกะพริบตาปริบๆทำตาหวานใส่เขา

“คิดเองสิ ที่ผ่านมาก็เป็นคนที่มีความคิดเป็นของตนเองอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ทำอะไรตามใจตนเองออกจะบ่อย ความคิดของข้าจะมีผลอะไรต่อการตัดสินใจของเจ้าเล่า”

“ง่ะ…ประ ชด ประ ชัน เขา จะกลายเป็นคนพูดเยอะอีกแล้ว” เซียงฮวากล่าวด้วยเสียงเล็กๆถ้อยคำไม่ประติดประต่อกันและประโยคหลังที่กล่าวด้วยความเร็วระดับที่คนฟังต้องทวนประโยคใหม่

“พูดใหม่สิ”

“เอ่อๆไม่ๆมีอะไร แค่บอกว่าทำไมข้ากลายเป็นคนเยอะสิ่งเช่นนี้ หมายถึงว่า…ชอบทำเรื่องให้วุ่นวาย ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ใช่ไม่ได้ๆ”

“หึ! ตำหนิตนเองไปก็เท่านั้น”

“แล้วจะให้ทำเช่นไรเล่า บอกไว้เลยว่าง้อด้วยการตบจูบมันยังไม่ถึงเวลาที่เราต้องทำเช่นนั้นนะ ผิดที่เจ้าเองแหละอยากเกิดมาพร้อมกันทำไม”

“สุดท้ายก็กลายเป็นข้าผิดจนได้ ก็ดี นับจากนี้อีกสามวัน…” กล่าวมาถึงประโยคนี้เขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามใจแข็งเพื่อจะกล่าวประโยคนี้ต่อให้จบ

“นับจากนี้อีกสามวัน ข้าจะไม่พูดคุยกับเจ้าแม้แต่ประโยคเดียว ให้เจ้าได้เข้าใจเสียบ้างว่าการถูกคนที่ตนเองรักละเลยไป มันมีความรู้สึกเป็นเช่นไร”

“ก็รู้สึกไม่ดีน่ะสิ…เจ้าจะทนเห็นข้าปวดใจเช่นนั้นได้ลงหรือ แค่เพียงสามวันที่ไม่ได้เห็นหน้าเจ้าใจข้าก็แทบจะขาดเป็นริ้วๆอยู่แล้ว”

“ใจแทบขาดแต่ก็ไม่แม้แต่จะส่งข่าวอันใดมาให้กันได้รับรู้เลย ใช้ได้หนิเซียงฮวา”

“ข้าขอโทษ ให้กัดแขนเลยก็ได้อ่ะ”

“กัดเจ้า? ไม่สู้ให้ข้ากัดตนเอง!” เขาเลิกคิ้วถามอย่างจริงๆ แต่คนที่รู้สึกผิดเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นกลับยิ้มร่าออกมาสวนทางกับอารมณ์ของคนตรงข้าม

“แหะๆ อยู่ๆก็แอบเขิน” ก้มหน้างุดปลายเท้าเตะพื้นหญ้าไปมาอย่างไม่รู้จะทำตัวอย่างไร คนเรามันก็มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกแพ้ใช่หรือไม่ นางเองก็ไม่พ้น

“อ่ะ!”

“หืม?” เซียงฮวาถามขึ้นมาอย่างงุนงงเมื่ออยู่ๆเฮยหลงก็ยื่นแขนตนเองมาให้นาง “อันใดรึ?”

“กัดข้าสิ”

“กัดเจ้า? เอาจริงอ่ะ! ไม่ดีมั้ง” แต่เมื่อเห็นแววตาของคนที่ตัวโตกว่าไม่ได้มีร่องรอยของความลังเลเลยสักนิด เซียงฮวาจึงได้เอื้อมมือไปคว้าแขนของเขามาถือแล้วถามขึ้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ถ้าให้ข้าเป็นฝ่ายลงมือเอง เจ้าจะได้เจ็บปวดน้อยลงใช่หรือไม่”

เฮยหลงหลับตาลงแล้วพยักหน้าลงอย่างยอมรับ เพียงเท่านี้เขาก็เริ่มใจอ่อนกับนางอีกแล้ว ถ้าเขายังยืนยันที่จะไม่พูดคุยกับนางอีกสามวันไปเลย คงจะเป็นเขาเองเสียมากกว่าที่กำลังลงโทษตนเอง เช่นนั้นวันนี้ก็ให้มันจบอย่างนี้ไปเลยก็แล้วกัน

“จะกัดแล้วนะ?”

“จะช้าอยู่ใย”

“มันเจ็บนะ? ข้าไม่ทะนุถนอมเจ้าหรอกบอกไว้เลย”

เฮยหลงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เซียงฮวาจึงได้ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะค่อยๆเขย่งเท้าของตนเองให้เทียบเท่าพอกับตำแหน่งที่ตนเองต้องการจะกระทำ จากนั้นเขี้ยวของนางก็ฝังไปที่คอของเฮยหลง ความเจ็บแปลบทำให้เจ้าตัวต้องลืมตาขึ้นมามอง

“นี่เจ้า!!”

ไม่รอให้เฮยหลงได้ไหวตัวทัน เซียงฮวาก็รีบโกยเท้าเพื่อให้ตนเองหายไปจากจุดนี้ได้เร็วที่สุด นางวิ่งมาหลบอยู่ข้างเรือนหลังหนึ่งพร้อมกับใช้สองมือประกบแก้มที่ร้อนฉ่าของตนเองไว้

“สวรรค์! ที่แท้หญ้าอ่อนก็นุ่มถึงเพียงนี้” หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นมาเมื่อคิดถึงการกระทำเมื่อสักครู่ของตนเองไป เช่นเดียวกับผู้ที่ถูกกระทำก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน 

เฮยหลงเอามือไปจับที่ต้นคอของตนเองซึ่งยังมีความอุ่นชื้นเป็นตัวย้ำว่าก่อนหน้านี้ได้เกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบเฉยดังเดิมแต่ดวงตากลับแวววาวเต็มไปด้วยความสุข

“ครั้งต่อไปจะให้นางทำผิดเรื่องอันใดอีกนะ”

.

.

.

ฉันอยากเขียนบทนายหัวตบจูบมากเลยแกรร

แต่น้องแค่ 15!!!! เห้อออ

จากนี้พี่จะหายไปหลายวันน้า จุ๊บๆ

Pandanus23233

2020.11.23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #340 Close my eye (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 23:16
    ชั้นหลงสเน่ห์แบบผู้ใหญ่ของท่านประมุขง่าาแต่ก็ตัดใจจากเฮยหลงไม่ได้หรอก บ้าจิง
    #340
    1
    • #340-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      15 ธันวาคม 2563 / 23:21
      ไม่เป็นไร หัวใจเรามีตั้งสี่ห้อง555
      #340-1
  2. #337 ChaDaSay (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 00:27
    หน้านิ่งๆแต่แอบเจ้าเล่ห์นะเจ้าเฮยหลงเนี่ยยย ส่วนยัยน้องก็คืออออ ทำเองเขินเอง 55555555 บ้าจริง ชั้นก็เขินด้วย
    #337
    0
  3. #317 metung18 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 21:31
    เรือลำไหนก็ฟินบอกเลย
    #317
    1
    • #317-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 22:18
      ^______^
      #317-1
  4. #316 Jeans-ariya (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 14:27

    น่ารักกันทุกตอน โกรธแป๊บๆก็ง้อฟินๆ น่าร้ากกก

    #316
    1
    • #316-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 14:28
      @_____@
      #316-1
  5. #314 AlKePh (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 00:01
    อย่าแยกน้องจากอกน้องเฮยน๊าาาา ไม่เอาพี่เฉินน
    #314
    1
    • #314-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 00:02
      555555555
      #314-1
  6. #313 wanniph (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 22:29
    ยัยน้อง555
    #313
    1
    • #313-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      23 พฤศจิกายน 2563 / 22:46
      55555555555
      #313-1
  7. #312 Jariyaboontor (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 19:49
    คิดได้ดีมากพ่อเฮยหลง.. อ๊ายยยยฟินนน
    #312
    1
    • #312-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      23 พฤศจิกายน 2563 / 19:50
      55555555
      #312-1
  8. #311 0627600650 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 14:00
    สงสารท่านประมุขจัง
    #311
    1
    • #311-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      23 พฤศจิกายน 2563 / 14:51
      55555555
      #311-1
  9. #310 manbigbang (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 13:24
    องค์ชายในคราบนายหัว ส่งยาเพิ่มอายุไปได้ไหม เราก็รีบแค่กๆ
    #310
    1
    • #310-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 59)
      23 พฤศจิกายน 2563 / 13:48
      555555
      #310-1