บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 58 : สีสันของมันช่างหลอกตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    29 พ.ย. 63

ในแต่ละปีที่ศิษย์จากสำนักศึกษามาทำภารกิจมักจะเป็นพื้นที่ที่ไม่ซ้ำกัน หน้าที่หลักของศิษย์ในสำนักคือการช่วยเขียนเทียบยา จัดยา ไปจนถึงแจกจ่ายยาให้หลังวินิจฉัยโรคแล้ว แต่ชาวบ้านธรรมดาส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ ก็มีบ้างที่ต้องสาธิตกันให้ดูเป็นตัวอย่าง

ทางตอนใต้ของแคว้นเหลียงมีสภาพอากาศร้อนชื้น ฝนตกค่อนข้างบ่อย ยาสมุนไพรที่ขบวนสำนักศึกษากลุ่มนี้เตรียมมามากหน่อยจึงเป็นยาแก้ไข้และสมุนไพรแก้สัตว์มีพิษต่างๆ 

แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะยาแก้พิษที่เข้ากับสภาพอากาศเหมาะแก่ความต้องการของผู้ใช้ หรือเป็นเพราะว่าคนแจกจ่ายให้กันแน่ที่เป็นที่ต้องการ เพราะยาที่เตรียมไว้สำหรับวันนี้ได้หมดลงทุกชนิดทุกขนานแล้วจริงๆ

“ฝึกยุทธ์ที่ว่าแน่ยังแพ้การรับมือกับสตรีเหล่านี้ เป็นไปได้ข้าก็ขออยู่ในครัวแล้วต้มยาอย่างเงียบๆคนเดียวยังจะดีเสียกว่าอีก”

“หึ! ใครบอกให้เจ้าหว่านเสน่ห์ให้สตรีสาวแก่แม่หม้ายไปทั่วเล่า หากพวกนางมารุมล้อมเพื่อรับยาสมุนไพรกับเจ้าแต่เพียงผู้เดียว มันจะไปแปลกอันใด”

ยามนี้เหล่าศิษย์จากสำนักศึกษากำลังเก็บของกลับที่พักกันอยู่ เมื่อฮั่วฮวาได้ยินเจี่ยนเฉิงบ่นออกมาตั้งแต่ทำภารกิจวันแรกเลย นางจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวเสียงเยาะเย้ยเขาออกมา

“เอาเถอะๆ ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าผิดเอง ก็ใครใช้ให้ข้ามีใบหน้าพระราชทานมาจากองค์เง็กเซียนกัน นี่แนะๆ!” เจี่ยนเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดแล้วแสร้งใช้มือตบไปที่ใบหน้าตนเองเบาๆหลายๆทีจนคนที่ค่อนแคะเขาเสียเองที่เป็นฝ่ายทำสีหน้าไม่ถูก

“เจ้านี่ชั่ง…”

ฮั่วฮวายกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าเจี่ยนเฉิง แต่เมื่อเห็นสหายของตนเองกำลังเดินเข้ามาใกล้ นางจึงได้เปลี่ยนเอามือมากอดอกตนเองไว้แทน

“เจี่ยนเฉิง เจ้าเหนื่อยมากหรือไม่…ข้าให้” 

จ้าวเจียลี่กล่าวเสียงหวานก่อนจะค่อยๆยื่นผ้าเย็นหอมกรุ่นไปให้เจี่ยนเฉิง ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้จะอยากรับอันใดที่มาจากสตรีที่ตนไม่คุ้นชินนัก แต่เมื่อเหลือบตาไปมองทางฮั่วฮวาก็เห็นว่านางจ้องมาที่เขาเขม็ง อารมณ์สนุกอยากยั่วยุนางจึงได้เกิดขึ้น รอยยิ้มของคุณชายเจ้าเสน่ห์จึงได้ถูกหยิบยกมาใช้ประดับบนใบหน้า

“คุณหนูจ้าวชั่งมีน้ำใจ”

“เรียกข้าว่าเจี่ยลี่เถิด หรือว่าลี่เอ่อร์ข้าก็ไม่ได้ติดอันใด” เจี่ยนเฉิงเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อได้ยินเช่นนั้น นี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยกระมังที่นางพูดคุยกับเขาเกินหนึ่งประโยค

“เช่นนั้น…เจียลี่ก็แล้วกัน”

คนรอฟังพยักหน้ารับอย่างดีใจ พวกแก้มขาวขึ้นสีแดงระเรื่อ “เอ่อ…ข้าขอตัวเดินไปเก็บของก่อนนะ” กล่าวจบนางก็เดินออกไปด้วยหัวใจที่พองโต ท่าทางของนางดูมีความสุขจนคนอื่นสัมผัสได้

“เช่นนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่ได้หว่านเสน่ห์อีกนะ ท่าทางเหมือนหมาหยอกไก่เช่นนี้เก็บเอาไว้ไปใช้กับดอกไม้ริมทางทั่วไปเถิด”

“ซี๊ด! วาจาดุเด็ดเผ็ดร้อนยิ่งนัก ข้าชอบนะ คงรักสหายไม่เบาเลยสิท่า” เจี่ยนเฉิงกอดอกแล้วยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก “แล้วเรามาดูกันต่อไป ว่านางจะรักเจ้าเท่ากับที่เจ้า…รักนางหรือไม่!”

กล่าวจบเขาก็เดินออกไปโดยที่ทิ้งรอยยิ้มของวายร้ายเอาไว้ด้วย เขากระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจเมื่อคิดแผนการณ์อันใดบางอย่างขึ้นมาได้

“คิดว่าข้าดูไม่ออกหรือว่าเจ้าจะจับคู่ให้ข้ากับพี่สาวเจ้า เหอะ! แล้วจะทำให้ป่วนจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยละ”

เขาอ้างกับอาจารย์ผู้ช่วยว่าจะไปทำธุระส่วนตัว เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงเดินออกมายังจุดที่ลับตาคน เวลาไม่นานต่อจากนั้นองครักษ์ลับที่เขาเรียกมาที่นี่ผ่านเหยี่ยวสื่อสารก็ปรากฎตัวออกมาพร้อมกับชายชุดดำที่เป็นคนของเขาด้วยอีกคน

“คารวะท่านประมุขน้อย” องครักษ์ผู้มาใหม่ทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม

“อืม…มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือ”

เจี่ยนเฉิงกอดอกตนเองไว้แล้วตีหน้าเครียด องครักษ์ผู้นี้คือคนในพรรคที่ทำหน้าที่สืบข่าวสารโดยเฉพาะ เขาปรากฎตัวออกมาเช่นนี้ทั้งๆที่ไม่ได้เรียกใช้งาน เห็นทีว่าจะมีข่าวสารอันใดเพิ่มขึ้นมาเสียแล้ว

“พวกหยวนจื่อถานลงมือทางฝั่งของขบวนคุณหนูขอรับ”

“ว่าไงนะ! แล้วเสี่ยวเหมยเป็นอย่างไรบ้าง”

“ทุกคนปลอดภัยดีขอรับ เพียงแต่องครักษ์ของสำนักศึกษาไม่มีผู้ใดรอดเลย ท่านประมุขกำชับข้าน้อยมาอีกทีว่าให้ท่านระมัดระวังตัวด้วย ไม่แน่ว่าฝั่งทางนั้นจะมีแผนอันใดขึ้นมาอีก”

เจี่ยนเฉิงพยักหน้ารับ เขาเองก็รู้สึกเช่นกันว่าตอนนี้เหมือนรอบตัวแฝงไว้ด้วยองครักษ์เงาเพิ่มมาอีกหลายนาย แสดงว่าทางฝั่งบิดาเขาเองต้องเริ่มวางแผนอันใดเอาไว้แล้วแน่ๆ

“ให้มันได้อย่างนี้สิ ทุกคนกำลังมีเรื่องสนุกให้ทำกัน แต่เหตุใดข้าต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่กันนะ! ท่านพ่อได้ไหว้วานอันใดให้ข้ารับผิดชอบหรือไม่”

“เอ่อ…ท่านประมุขบอกว่าให้ท่านดูแลตัวเองให้ดีก็พอขอรับ แล้วก็…” เขาลังเลที่จะกล่าวต่อ

“แล้วก็อันใด?” เลิกคิ้วถามอย่างฉงน

“แล้วก็…อย่าสร้างภาระให้ข้าเพิ่มก็พอขอรับ” กล่าวจบเขาก็รีบหายวับไปทันทีราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่ที่นี่มาก่อน ทิ้งไว้ให้เจี่ยนเฉิงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่คนเดียว

“เหอะ! เป็นข้าที่โดนทอดทิ้งอีกแล้ว”

 

“ฮือๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแปลงร่างข้าเป็นตุ๊กแกเด็ดขาด นี่ก็ผ่านมาวันหนึ่งแล้ว เหตุใดจุดแดงๆตามตัวข้าถึงยังไม่จางหายไปเสียทีเล่า”

เหมยฮวายื่นแขนของตนเองให้เซียงฮวาดู ยามนี้พวกนางกำลังนั่งอยู่บนรถม้าในระหว่างทางที่กำลังเดินทางไปยังจุดหมายของการทำภารกิจ

“ตายจริง แขนเจ้าเป็นอันใดไปหรือเหมยฮวา แล้วแปลงร่างเป็นตุ๊กแกอันใดกัน”

ชีหลินตกใจที่เห็นเนื้อตัวของสหายนางมีจุดสีแดงตามเนื้อตัวเต็มไปหมด แต่ก็แปลกใจเรื่องแปลงร่างที่นางได้ยินมาจากปากของสหายด้วยเช่นกัน

“เป็นการละเล่นเล็กๆน้อยๆของข้าเอง เจ้าอย่าได้ใส่ใจ” เซียงฮวาบอกปัด มือเรียวเอื้อมไปหยิบผลแอปเปิ้ลขึ้นมาแล้วโยนเล่นแก้เซ็ง

“เช่นนั้นหรือ แล้วจุดสีแดงนี่จะทำเช่นไรดี เจ้ารู้สึกปวดแสบปวดร้อนหรือไม่”

เหมยฮวาส่ายหน้าไปมาแล้วจ้องเซียงฮวานิ่งอย่างต้องการกดดันให้นางทำอะไรสักอย่างกับตน แต่เมื่อนางยังคงนิ่งเฉย จึงได้เอื้อมมือไปแย่งผลแอปเปิ้ลที่นางกำลังโยนเล่นอยู่ ก่อนจะเปิดม่านรถม้าออกมาแล้วโยนมันทิ้งออกไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุ

“อะไรเนี่ย! แม่สาวอารมณ์ร้อน เจ้าจะทำเช่นนี้กับของกินไม่ได้นะ เสียดายของ!”

“ก็เจ้าเพิกเฉยข้าก่อนทำไมเล่า ตอบมาว่าจะรับผิดชอบต่อผิวของข้าอย่างไร”

เซียงฮวายกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขวดบรรจุโอสถที่นางเอาไว้ในถุงผ้าขึ้นมาให้เหมยฮวา “เอาไป…เคี้ยวแล้วกลืนให้หมดนี่เลย”

เหมยฮวารับมันมาถือไว้ด้วยท่าทางดีใจเป็นล้นเหลือ มือเรียวเปิดจุกขวดออกแล้วเทโอสถทุกเม็ดไว้ในมือ นางไม่ลังเลใจแม้แต่น้อยที่จะเอาสิ่งนี้เข้าปากทั้งหมด

“ถ้าข้ากลืนสิ่งนี้ลงคอทั้งหมดแล้ว ผิวพรรณข้าก็จะกลับมาเช่นเดิมใช่หรือไม่”

กล่าวถามทั้งที่โอสถยังเต็มปากอยู่ แต่แล้วคำตอบที่นางได้รับก็ทำให้จังหวะการเคี้ยวเป็นอันต้องชะงักไป เมื่อได้ยินคำพูดของเซียงฮวา “เปล่า! แต่กว่าเจ้าจะตื่นขึ้นมา ผิวของเจ้ามันก็คงจะกลับมาเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลเหมือนเดิมเองนั่นแหละ”

“จะ เจ้า!”

ตัวของเหมยฮวาสั่นระริกไปหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธจัดหรือเพราะว่าฤทธิ์ของยา นางตั้งท่าจะต่อว่าเซียงฮวาอีกครั้งแต่ก็เกินกำลังที่จะสู้รบต่อ เพราะดวงตาของนางมันเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆแล้ว ปฏิกิริยาสุดท้ายที่ได้ฝากให้กับเซียงฮวาก่อนที่จะสลบไปจึงเป็นเพียงชี้หน้านางอย่างคาดโทษเท่านั้น

“อัยโย! ต้องโกรธกันขนาดไหนถึงกับแสดงความไม่สุภาพนี้ออกมา”

เซียงฮวากล่าวก่อนที่จะจับนิ้วกลางของเหมยฮวาให้เข้าที่เช่นเดิม นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อวันนี้หมดเรื่องราววุ่นวายไปได้อีกเรื่องหนึ่ง

“หากผู้ใดถามก็บอกว่าเขาไปว่านางกำลังนอนเพื่อความงามนะ” 

เซียงฮวาเอ่ยกับชีหลินที่พยายามจะตามเรื่องราวต่างๆให้ทัน นางกะพริบตาปริบๆแล้วใช้นิ้วชี้ไปที่เหมยฮวา “นาง…ต้องนอนเท่าไรถึงจะพอหรือ”

คนโดนถามช้อนตาขึ้นมอง ไม่ได้มีความกระตือรือร้นที่จะตอบคำถามนี้เท่าไรนัก “ก็…ไม่รู้สิ งามมากๆก็คงต้องนอนมากๆกระมัง”

เมื่อได้รับคำตอบที่เหมือนไม่ได้ตอบ นางก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับว่าเข้าใจแล้วเท่านั้น ใบหน้าน่ารักมองสหายที่นั่งอยู่ตรงข้ามซึ่งกำลังอ้าปากกว้างกัดแอปเปิ้ลแบบไม่ห่วงภาพลักษณ์สาวงามของตนเองเลยสักนิด

ทำต้องบุญด้วยสิ่งใดหรือ แม้ท่าทางเช่นนี้ก็ยังดูงดงาม

“หืม! แอปเปิ้ลอันใดกัน  สีสันหลอกตากันชัดๆ ภายนอกดูแดงกล่ำสดใสน่ากิน แต่เหตุใดพอได้กัดกินแล้วมันกลับฝาด”

ก็คงเป็นเหมือนเจ้านั่นแหละ ภายนอกงดงามอ่อนหวานยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งนั้น แรกเริ่มก็คิดว่าแสบสันอยู่พอตัว แต่ไม่คิดว่าจะเป็นถึงเพียงนี้ ก็หวังว่าครั้งต่อไปคงไม่เป็นนางที่ถูกหลอกวางยากันซึ่งๆหน้าแบบนี้นะ 

.

.

.

มาน้อยแต่เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอีกค่ะ แล้วก็จะหายไปอีกหลายวัน555 ติดสอบค้าบบบ

2020.11.22

Pandanus23233

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #308 manbigbang (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 14:38

    ขอให้ได้คะแนนดีๆนะคะ ส่งกำลังใจให้น๊า
    #308
    1
    • #308-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 58)
      22 พฤศจิกายน 2563 / 14:38
      ขอบคุณค่าาาา
      #308-1