บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 57 : อยากเป็นจ้าวครองแคว้นหรือไม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    15 พ.ย. 63

ณ ห้องพักที่ใหญ่ที่สุดประจำโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีบุรษสองช่วงวัยด้วยกันทั้งหมดสี่คน พวกเขาล้วนอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้การสนทนาใดๆกันทั้งสิ้น เสียงเพียงหนึ่งเดียวที่ดังขึ้นมาภายในบรรยากาศที่เงียบสงบเช่นนี้ ก็คงจะเป็นเสียงของหมากล้อมที่บุรุษชุดขาวกับบุรุษชุดดำกำลังแข่งขันกันอยู่

ทางด้านฝั่งเด็กหนุ่มเพียงหนึ่งภายเดียวในห้องนั้น ไม่กล้าแม้เพียงแต่จะลอบกลืนน้ำลายลงคอ ความเงียบงันอันให้บรรยากาศที่น่ากดดันเช่นนี้นำพาให้เขาเริ่มทำตัวไม่ถูกขึ้นไปทุกที แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ดวงตาที่ดูหวานกว่าบุรุษทั่วไปๆยังคงมองสบกับดวงตาร้ายกาจของบุรุษชุดแดงตรงหน้าไม่ไปไหน

“หึ! สู้ดีหนิ”

หลีเฮยยิ้มมุมปากออกมาอย่างชอบใจ เด็กหนุ่มผู้นี้ภายนอกดูสุภาพนุ่มนวลไร้พิษสงอันใดแต่ภายในกลับซ่อนความกล้าหาญเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม 

“ก็ดี…แต่ยังไม่พอ!”

เกาฉายเมื่อได้ยินเช่นกันก็ไม่ได้นำพามาเป็นอารมณ์ใด เขาเพียงแค่ยิ้มอย่างบางเบาและพยักหน้ารับเท่านั้น “ท่านประมุขต้องการที่จะพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับข้า คงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องนี้”

“ไม่ผิด…อยากถามเจ้า ตัวเจ้าเองคิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่ยังทำให้องค์ชายเช่นเจ้า มีชีวิตมาถึงทุกวันนี้ได้”

“วาจาหยาบกระด้างสมกับเป็นเจ้าจริงๆ” เฟิงหยูเอ่ยออกมาเบาๆ แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องได้ยิน 

เกาฉายทบทวนตนเองกับคำถามของชายตรงหน้าสักพักจากนั้นเขาจึงกล่าวตอบ “ความอดทนกระมัง”

“แค่นั้น?”

“อืม…ก็อาจจะเป็น การรู้จักเอาตัวรอด”

“งั้นรึ! แล้วนับจากนี้เล่า เจ้าเห็นภาพของตนเองในอนาคตเป็นเช่นไร” 

ภาพที่เขาเห็นตนเองในอนาคตนะหรือ?

ดวงตาทอประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันใดเมื่อภาพที่เขาเห็นฉายชัดเข้าสู่ความรู้สึกส่วนลึกของหัวใจ หากเป็นไปได้เขาก็คงอยากตบแต่งกับสตรีที่ตนรักแล้วมีบุตรด้วยกันสักสองคน ตำแหน่งทางการเมืองของเขาไม่ต้องสูงมากก็ได้ขอเพียงแค่มีชีวิตอยู่ด้วยความสงบที่สุดเขาก็พอใจแล้ว 

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคิด กับสิ่งที่ผู้ถามคำถามนี้คิดจะไม่ตรงกันเสียแล้ว เขาจึงได้หลุบตาลงต่ำซ่อนความคิดนี้ของตนเองไว้ “ขออภัยท่านประมุข ความคิดของข้ามันอาจจะเรียบง่ายจนเกินกว่าที่พูดออกมาให้ท่านฟังได้”

“ชีวิตแบบเรียบง่าย? คิดว่าสถานะของตนเองที่เป็นเช่นนี้ยังจะหาความเรียบง่ายเจออีกหรือ เหอะ! น่าขำสิ้นดี”

“เฟิงหยูบังอาจแนะนำองค์ชายให้แสดงความทะเยอทะยานต่อหน้าเขาอีกสักนิดเถิดพ่ะย่ะค่ะ ตัวเขาผู้นี้ ชอบมันยิ่งกว่าสิ่งใด”

เกาฉายละสายตาจากหลีเฮยแล้วมองเฟิงหยูอย่างฉงน เขาหลุบตามองต่ำอีกครั้งแล้วกล่าวทวนคำ “ความทะเยอทะยานหรือ…ข้าจะมีความคิดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน”

“ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ จะมากจะน้อยก็ต้องมี แต่ที่ข้าอยากรู้ก็คือ ความทะเยอทะยานของเจ้ามันมากพอที่จะเป็นแรงผลักดันให้เจ้าอยากเป็นใหญ่เหนือใครทั้งแผ่นดินหรือไม่”

เกาฉายดวงตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้หลุดออกมาจากหลีเฮย “ทะ…ท่านหมายความว่าอย่างไร”

“เจ้าอยากเป็นจ้าวครองแคว้นหรือไม่?”

เกาฉายยังคงหูตาอื้ออึงกับคำพูดของหลีเฮย เขากล่าวอันใดไม่ออก ดวงตาเหลือบไปมองสีหน้าของบุรุษอีกสองคนก็เห็นว่าพวกเขาได้ละมือจากการเล่นหมากล้อมแล้วมองมาที่เขาอย่างสนใจใคร่รู้ด้วยเช่นกัน

“จะช้าหรือเร็วก็ต้องเดินเส้นทางนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เราจะทำให้เวลามันเลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเท่านั้น ขอให้องค์ชายทราบไว้ด้วยว่าโอกาสไม่ได้มีไว้ให้สำหรับทุกคน”

เฉินยี่ที่เงียบมานานได้ทีจึงกล่าวอันใดขึ้นมาบ้าง เขาคิดเพียงว่า หากสหายของเซียงฮวาบรรลุเป้าหมายได้รวดเร็วมากเท่าใด บางทีผลดีทั้งหมดก็อาจจะเกิดขึ้นกับเขาก็ได้

“เรือจะถึงปลายฝั่งเร็วได้ก็ต่อเมื่อผู้พายมีความสามัคคี ตัวกระหม่อมเองก็อยากจะช่วยเท่าที่ตอนนี้ยังช่วยได้” เฟิงหยูเองก็ช่วยพูดหว่านล้อมด้วยอีกคน

“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เจ้าก็คงระแคะระคายไม่น้อยว่าเป็นผู้ใดที่ส่งคนพวกนั้นมาโจมตีขบวนสำนักศึกษา…พวกนั้นคือกลุ่มกำลังลับที่มีชื่อว่าหยวนจื่อถาน หัวหน้าของกลุ่มกำลังนั้นคือฟ่างซง หลานชายที่น่ารักยิ่งของข้าและยังมีป้าที่น่ารังเกียจอย่างหม่าหวงโฮ่ว!”

“นะ…นั่นก็หมายความว่า พวกนั้นต้องการชีวิตข้ากับเหมยฮวาเช่นนั้นหรือ” เกาฉายพยายามรวบรวมข้อมูลที่ได้มาและสรุปกับตนเองเป็นข้อๆ เขาเองก็พอจะรู้เรื่องราวครอบครัวของเหมยฮวามาไม่น้อย ท่านประมุขพรรคมารจื่อถานมีพี่น้องแค่คนเดียว หลายชายที่น่ารักจึงจะเป็นใครไปไม่ได้หากไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของอดีตประมุขพรรค

“ไม่ใช่…เมื่อวานเป็นเพียงสารท้ารบเท่านั้น หากพวกมันต้องการที่จะจำกัดเจ้าจริง เจ้าคงจะไม่ได้มานั่งสบายๆอยู่ที่นี่ หรือต่อให้มันอยากจะทำลายเจ้าและบุตรสาวของข้าให้ตายตกไปตามกัน คาดว่าองครักษ์เงาทั้งหลายที่อยู่โดยรอบพวกเจ้าก็คงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาได้แน่”

เกาฉายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขากล่าวถาม “แล้วอย่างไรต่อ”

หลีเฮยเมื่อได้เห็นแววตาที่ตนชื่นชอบที่สุดแม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในดวงตาของเกาฉายก็ตาม เขาแสยะยิ้มแล้วยกนิ้วขึ้นมาทีละนิ้วก่อนที่จะกล่าวเน้นเสียงทีละคำ

“วางแผน กำจัด แย่งชิง”

“ขนลุกเป็นบ้า ข้าก็ควรจะรู้ตั้งแต่แรกว่าบิดาของเจ้ามีนิสัยบ้าระห่ำแค่ไหน งานนี้ต้องลุกเป็นไฟกันไปข้างหนึ่งละ” 

เซียงฮวาเอ่ยกับเหมยฮวาที่มีความรู้สึกไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ก็ยังอยากจะรักษาหน้าให้บิดาตนเองอยู่

“เขาเรียกว่าเป็นคนที่…มีอารมณ์ความรู้สึกความนึกคิดเป็นของตนเองมากที่สุดต่างหาก อย่ามาว่าร้ายท่านพ่อของข้านะ”

“เจ้าค่ะ! แม่นางผู้มีบิดาที่มีคาแร็คเตอร์ของวายร้ายชัดเจน!”

เหมยฮวาไม่ได้กล่าวอันใดเป็นการโต้เถียงเซียงฮวากลับไป จิตใจยังคงตั้งมั่นต่อการแอบฟังผู้อื่นเขาสนทนากัน 

“แล้วเสด็จพ่อของข้าจะมีสถานะเช่นใด”

“นั่นคือหนึ่งในแผนที่เราจะต้องวางกันต่อไป แต่เชื่อข้าเถิด…ตาแก่นั่นรักเจ้ายิ่งกว่าที่เจ้าคิดไว้เสียอีก”

“จริงๆเลยท่านลุงผู้นี้ ฮ่องเต้แท้ๆก็ยังกล้าเรียกว่าตาแก่ จะฮาร์ดคอร์เกินไปแล้ว”

"ใช่ที่ใดกัน นี่คือบุคคลที่มีลักษณะนิสัยตรงไปตรงมา เหมาะแก่การเป็นคนในยุทธภพที่สุด” 

แม้จะยังคงกังวลกับเนื้อหาที่บุรุษเหล่านั้นเขาสนทนากัน เหมยฮวาก็ยังไม่วายช่วยแก้ต่างให้บิดาตนเอง แล้วนางก็ต้องนิ่งไปอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดของบิดานาง

“แต่ที่แน่ๆข้ารับปากเจ้า ว่าก่อนที่เจ้าจะกลับไปเข้าพิธีจบการศึกษาที่แคว้นเหลียง ตำแหน่งไท่จื่อแคว้นจินจะไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับเจ้าอีกต่อไป”

“ไท่จื่อ ไท่จื่อแคว้นจิน เกาฉาย…”

เหมยฮวาร้องออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในหัวมีภาพเหตุการณ์ขึ้นมาเป็นฉากๆ หากเกาฉายเป็นไท่จื่อ ในอนาคตต่อไปก็ต้องเป็นหวงตี้ เป็นหวงตี้ก็ต้องมีสนมสามพัน ไม่! นางรับไม่ได้

“เหตุใดจู่ๆห้องนี้ก็มีเสียงจิ้งจกตุ๊กแกร้องดังระงมไปไหม สั่งองครักษ์ให้จับเอาไปปล่อยในป่าดีหรือไม่”

หลีเฮยเอ่ยขึ้นมาอย่างหงุดหงิด เขาได้ยินเสียงพวกมันร้องมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่เมื่อกี้มันเสียงดังจนสุดจะทนจริงๆ ฝ่ามือกำลังจะยกขึ้นเพื่อหลอมหลวมพลังกำจัดสัตว์พวกนี้ แต่ก็ต้องฉงนใจเมื่อเฉินยี่กล่าวทัดทานเขาเอาไว้ก่อน

“เสียงน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง เจ้าจะตัดใจทำร้ายเขาได้ลงคอเหรอ” เขาคลี่ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น มือหนาหลอมรวมพลังธาตุมืดของตนเองไว้ที่ฝ่ามือจากนั้นจึงดึงจิ้งจกกับตุ๊กแกทั้งสองตัวให้ลงมายังโต๊ะที่เขากำลังนั่งอยู่ นิ้วเรียวยาวจิ้มหนังอันนุ่มนิ่มของจิ้งจกตัวนั้นเล่น

“น่าเอ็นดูยิ่งนัก” เสียงทุ้มยังกล่าวชมอีกเปราะหนึ่ง เขากำลังจะหยิบมันขึ้นมาไว้ในฝ่ามือแต่ก็เป็นอันต้องชักหลบเมื่อเฟิงหยูใช้ฝ่ามือที่แฝงมาด้วยพลังรอตบมือเขาอยู่แล้ว

“ให้มันน้อยๆหน่อย” เฟิงหยูกล่าวเสียงเข้มขึ้นเพื่อขู่คนที่กำลังจะแตะต้องบุตรสาวของเขาต่อหน้าต่อตา

“เหตุใดท่านพ่อของเจ้ากับท่านประมุขเหมือนดูรู้ว่าเป็นเรา” เหมยฮวาที่อารมณ์ได้เปลี่ยนไปแล้วหลังจากที่โดนดึงลงมายังโต๊ะเอ่ยถามเซียงฮวาขึ้นมาอย่างสงสัย

“ดูเอ็น เอ้ย! อ่อ…เจ้าว่าไงนะ”

“อันใดกัน โดนกล่าวชมว่าน่าเอ็นดูแค่นี้เจ้าถึงกับต้องเพ้อละเมอถึงเพียงนี้เชียวหรือ แล้วนี้เราจะเปลี่ยนไปร่างเดิมได้เมื่อไรกัน”

“ไม่ได้เพ้อเสียหน่อย! ก็ไม่รู้หรอกว่าจะกลับไปเป็นร่างเดิมได้เมื่อไร เคยใช้แต่ร่างมายา ไม่เคยใช้ร่างแปลงมาก่อนเลย

“อ้าว! ให้มันได้อย่างนี้สิเซียงฮวา เจ้านี่จริงๆเลยนะ"

“เอาน่า คืนร่างเดิมเมื่อไรเดี๋ยวรู้กัน ข้าสัญญาว่าข้าจะบันทึกไว้หลังการใช้แน่นอน ว่าแต่เจ้าเถิด…ยังโอเคหรือไม่”  

เซียงฮวาเอ่ยถามสหายด้วยน้ำเสียงกังวล แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็สมกับเป็นเหมยฮวาหนึ่งวันในร้อยอารมณ์จริงๆ “จะทำเช่นไรได้ ไม่สู้ก็ต้องอยู่เหมือนหมา ให้ข้าแพ้ในวันข้างหน้ายังดีเสียกว่าให้ข้าแพ้ตั้งแต่ตอนนี้”

“แซ่บได้อีก! ข้าเอาใจช่วยเจ้า แล้วเราจะผ่านศึกนี้ได้ด้วยกัน”

.

.

.

2020.11.15

Pandanus23233

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #307 mmiah (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 18:54
    น้องเปลี่ยนเป็นอะไรที่มันน่ากลัวน้อยกว่านี้ไม่ได้หรอ โอ้ยยย 5555
    #307
    1
    • #307-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 57)
      22 พฤศจิกายน 2563 / 09:49
      555555555
      #307-1
  2. #305 manbigbang (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 17:36
    สุดยอดนางเอก 55ความเทพทรูนี้
    #305
    1
    • #305-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 57)
      15 พฤศจิกายน 2563 / 19:09
      555555555
      #305-1
  3. #304 Amp_Thida (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 15:25
    ตอนแรกก็แอบลุ้นน้องใช้วิชาอะไร
    พอมาเจอเฉลย ขำน้ำตาเล็ดเลย555
    #304
    2
    • #304-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 57)
      15 พฤศจิกายน 2563 / 15:32
      นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายตลกก5555
      #304-1
  4. #303 TuntitaJ (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 14:22
    น่ารักอ่ะ ปลอมเป็นจิ้งจกตุ๊กแก น้อนไม่กลัวตัวเองบ้างหรือคะ 55
    #303
    1
    • #303-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 57)
      15 พฤศจิกายน 2563 / 15:32
      5555555555
      #303-1