บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 53 : ก็คนมันสวยช่วยไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    29 ต.ค. 63

ทางด้านหนุ่มวุ่นวายที่เซียงฮวากล่าวถึงนั้นกำลังทำหน้าสีหน้าแทบจะขาดใจอยู่รอมร่อ ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งดูดูคมคายอยู่เป็นนิจ ยามนี้กำลังถูกบดบังด้วยความดำจากเขม่าไฟที่เขากำลังใช้ต้มยาอยู่

“แค่ก! แค่ก!” 

เสียงไอจากชายหนุ่มที่ดังมาจากในครัวดึงความสนใจให้หญิงสาวทั้งสามคนซึ่งกำลังแยกสมุนไพรอยู่หน้าเรือนต้องหันมามองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย

“ควันเข้าปากเข้าจมูกหมดแล้วกระมัง” จูหมิงจูกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยมือก็ยังคงเร่งคัดสมุนไพรในมือของตนเองไปด้วย

กลุ่มของพวกนางมาถึงยังสถานที่ทำภารกิจได้สามวันแล้ว เนื่องจากว่าเป็นเมืองที่อยู่ภายในแคว้นเหลียง ดังนั้นจึงใช้เวลาในการเดินทางไม่นานก็ถึงเมืองทางใต้ของแคว้นเหลียงแล้ว

“ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่อยากออกไปสำรวจข้อมูลทั่วไปของชาวบ้านกับอาจารย์ผู้ช่วยเอง จะอยู่ที่จวนรับรองเฉยๆได้อย่างไร มันก็ต้องช่วยงานกันบ้าง” 

ไช่ฮั่วฮวาหยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจอันใดมากนัก สหายของน้องสาวนางยังไงซะก็แสบไม่แพ้กัน ให้ต้มยาอยู่หน้าเตาร้อนๆซะให้เข็ดเลย

“แค่ก! แค่ก!”

เสียงไอดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งทำให้จ้าวเจียลี่รู้สึกไม่สบายใจ นางรบเร้าให้ไช่ฮั่วฮวาเข้าไปถามไถ่คนที่กำลังไอเพราะสำลักควันไฟอยู่ในครัว

“ไปดูเขาหน่อยเถอะฮั่วเอ๋อร์ อย่างไรซะเขาก็เป็นสหายร่วมเรียนกับเรา อีกทั้งยังเป็นสหายสนิทของน้องสาวเจ้าด้วย” เมื่อทนเสียงหวานของจ้าวเจียลี่ไม่ไหว นางจึงได้ยอมละมือจากสมุนไพร แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ครัวด้วยอารมณ์ที่ไม่ใคร่จะพอใจนัก

อาจจะเป็นเพราะว่าการเดินทางติดต่อกันโดยไม่พัก อีกทั้งพอถึงจวนรับรองที่ท่านเจ้าเมืองจัดเตรียมไว้ให้ก็ต้องเริ่มงานทันที เจออากาศร้อนอบอ้าวของเมืองทางใต้ไม่พอ ยังต้องมาเจอนิสัยแบบนี้ของคนที่ไม่ค่อยจะรู้สึกถูกชะตาด้วยอีก เพียงแค่นางยังเก็บรักษาสีหน้าให้เป็นปกติได้ก็นับว่าเก่งแล้ว

“แค่ก! รู้เช่นนี้ข้าไปสำรวจข้อมูลของชาวบ้านพร้อมกับอาจารย์ก็ดีไป ข้า่ก็ควรจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสตรีจวนนี้เป็นคนใจโหดมากเพียงใด”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”

“เห้ย!”

มือที่กำลังถือหม้อต้มยาอยู่เป็นอันต้องทิ้งหม้อลงไปที่พื้นทันทีเนื่องจากตกใจ เขาเงยหน้ามองคนที่มาโดยไม่ให้สุ่มให้เสียงอย่างเอาเรื่อง

“เห็นหรือไม่ว่ายาหกหมดแล้ว พูดมาว่าจะชดใช้ยาที่ข้าต้มไปตั้งสองชั่วยามนี้อย่างไร” 

เจี่ยนเฉิงกอดอกแล้วเลิกคิ้วถามไช่ฮั่วฮวาอย่างกวนอารมณ์ แต่ใบหน้าที่ดูมอมแมมไปหมดกลับทำให้ประโยคข้องใจที่ร้องถามเจี่ยนเฉิงอยู่ก่อนหน้านี้เป็นอันต้องปัดทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะอย่างขำขันของนางแทน

“เจ้าหัวเราะอันใดไม่ทราบ หรือว่าเห็นยาที่ข้าต้องนั่งหลังขดหลังแข็งพัดวีมันตลอดสองชั่วยามนี้ไม่มีค่าอันใดเลยใช่หรือไม่”

ไช่ฮั่วฮวาหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ขำขันของตนเองไว้ นางกอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้นกล่าวกับเจี่ยนเฉิง 

“เรามาที่นี่เพื่อทำการทดสอบในวิชาศาสตร์แห่งการปรุงยา ฉะนั้นแล้วการที่เจ้าต้องเคี่ยวต้องต้มยา มันก็สมเหตุสมผลแล้วไม่ใช่หรือ”

“แต่ข้าไม่อยากทำแล้วนี่ ไม่ใช่ว่าข้าอาสาทำหน้าที่ปกป้องพวกเจ้าทั้งสามคนหรอกหรือ แล้วการที่ข้าต้องนั่งอยู่หน้าเตาเช่นนี้มันจะมีประโยชน์อันใดหากผู้ร้ายเข้ามาตอนที่ข้ากำลังเผลอ!”

“หึ! พวกข้าทั้งสามคนดูแลตัวเองได้ เลิกหาข้ออ้างแล้วก็ทำหน้าที่ต้มยาของเจ้าไปเสีย ทุกคนมาที่นี่ต้องมีหน้าที่ ต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระ ไม่ใช่มาเพิ่มภาระ เข้าใจหรือไม่”

กล่าวจบนางก็มองเจี่ยนเฉิงด้วยหางตาก่อนจะเดินออกจากห้องครัวไปแบบไม่หันหลังกลับมามองอีก ทิ้งไว้ให้เจี่ยนเฉิงต้องกัดฝันด้วยความเจ็บใจ

“ประมุขน้อยของพรรคมารที่ยิ่งใหญ่ไหนเลยจะต้องมานั่งต้มยาอยู่ในครัวเช่นนี้ด้วย เรื่องนี้จะให้เซียงฮวารู้ไม่ได้โดยเด็ดขาด”

เขากล่าวอย่างมาดมั่นก่อนจะคิดอันใดขึ้นมาได้ ร่างสูงกว่าเด็กหนุ่มอายุ 15 หนาวทั่วไปเดินออกไปที่ริมหน้าต่างแล้วผิวปากในจังหวะที่ใช้อยู่เป็นประจำ

“พรึบ!”

เหยี่ยวตัวโตที่เขาเลี้ยงดูไว้บินขึ้นมาหาเขาที่ริมหน้าต่างอย่างรอรับคำสั่งจากเจ้านายอยู่ตลอดเวลา เขาใช้มีดทำครัวตัดชายผ้าตัวในของเขาออกเป็นชิ้นเล็กๆแล้วผูกเอาไว้ที่ขาของเหยี่ยวตัวนั้น มือเอื้อมไปลูบปีกของมันอย่างแผ่วเบาก่อนจะกล่าวคำสั่งออกไป

“นำทางเจ้านั่นมาที่นี่ทีลูกรัก”

เมื่อเขาสั่งความเสร็จจึงปล่อยเหยี่ยวให้ออกไปจากหน้าต่าง ใบหน้าคมคายปรากฎรอยยิ้มภูมิใจกับความคิดของตัวเองก่อนจะหันไปมองหม้อต้มยาด้วยใบหน้าเหยียดหยัน

“จะให้คนอย่างจื่อเจี่ยนเฉิงมานั่งต้มยาหรือ เหอะ! ฝันกลางวันไปเถิด!”

 

 

“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ยเฮยหลง ไม่น่าเชื่อว่าประชาชนแคว้นฝูของเจ้าจะมีใจรักในการปกป้องแคว้นถึงเพียงนี้”

เซียงฮวากล่าวขึ้นมาเมื่อพาเฮยหลงมาถึงค่ายฐานทัพทางเหนือของแคว้นฝูแล้วเห็นบุรุษวัย 15-18 หนาว มากหน้าหลายตาเต็มไปหมด

ด้วยความที่วันนี้ถึงกำหนดการรับสมัครทหารเข้ากองทัพเหนือพอดี อาจารย์ผู้ช่วยที่ได้รับคำกำชับในเรื่องนี้มาจากท่านเจ้าสำนักอยู่แล้วจึงได้ไม่คล่องใจแต่อย่างใดเมื่อเฮยหลงกับเซียงฮวาขออนุญาตเดินทางล่วงหน้าไปก่อน

“กะด้วยสายตาแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าสองร้อยคน ยังไม่แน่ว่าหกวันต่อจากนี้จะมีอีกเท่าไร”

การเปิดรับสมัครจะมีทั้งหมดเจ็ดวัน โดยวันที่หนึ่งของอาทิตย์ต่อไปก็จะเริ่มคัดตัวเพื่อเป็นการแบ่งให้อยู่กองต่างๆตามกำลังและความสามารถของผู้สมัคร

“อืม เช่นนั้นเราเข้าไปกันเถอะ เจ้าจะใช่ชื่อแซ่จริงๆในการสมัครหรือไม่”

เซียงฮวาเดินเคียงคู่กับเฮยหลงไปยังพื้นที่รับสมัคร โดยในบริเวณนั้นบ้างก็มีครอบครัวของผู้สมัครมาให้กำลังใจร่วมด้วย แต่ส่วนมากจะเป็นประเภทมาด้วยตนเองกับเพื่อนพ้องมากกว่า

“เสด็จพ่อส่งป้ายแสดงตัวตนอันใหม่มาให้แล้ว” 

เฮยหลงยื่นแผ่นป้ายประจำตัวอันเล็กซึ่งเป็นไม้ธรรมดาสำหรับประชาชนทั่วไปของแคว้นมาให้เซียงฮวาดู “รุ่ยหมิง?”

“คือนามของข้าในกองทัพนี้” 

เซียงฮวากล่าวอย่างกลั้วหัวเราะ “เดี๋ยวนะ…ก็คือเปลี่ยนความหมายจากแนวมืดมนเป็นแสงสว่างเลยว่างั้น คิดได้เนาะ”

“เสด็จพ่อทรงตั้งให้”

คนที่กำลังหัวเราะอยู่เป็นอันต้องชะงักเมื่อทราบว่าเป็นผู้ใดที่ตั้งชื่อใหม่นี้ให้เฮยหลง นางเม้มปากเข้าหากันแล้วทำตัวไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง

“เอ่อ…คนเราเกิดมาเดิมทีก็ไม่ควรเปลี่ยนชื่อแซ่ที่บิดามารดาตั้งให้อยู่แล้ว แต่นี่…เจ้ามีกิจที่จำเป็นต้องยอมให้เปลี่ยนชื่อแซ่ ดังนั้นแล้วนามใหม่ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องให้มันตรงข้ามกับนามเดิม ทำได้ดีๆ”

“หึๆ” เฮยหลงหัวเราะในลำคอเบาๆกับคำแก้ตัวนั้นของนาง นานๆทีได้เห็นนางเสียอาการเช่นนี้ก็ดูน่ารักดีเช่นกัน

“เหอะ! มีความสุขละสิ” เซียงฮวาหน้ามุ่ยที่เขายังไม่เลิกล้อเลียนนางทางสายตา แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ นางก็เปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้มแล้วจีบปากจีบคอพูด “แต่หากเป็นเช่นนี้แล้วทำให้เจ้ายิ้มได้บ่อยๆ ข้าก็ยินดีทำ ไม่คิดราคา”

เฮยหลงรู้สึกหมั่นเขี้ยวนางยิ่งนัก เขาหันไปมองรอบๆว่ามีผู้ใดจับจ้องมองนางอยู่หรือไม่ เมื่อเห็นว่ามีสายตาของบุรุษไม่น้อยที่กำลังเมียงมองมาที่นางอยู่ เขาจึงอยากทำให้การสมัครในวันนี้มันจบๆไปซะ

“อืม…เช่นนั้นเจ้ารอข้าอยู่แถวนี้ก็ได้ คงใช้เวลาไม่มาก”

กล่าวจบเขาก็ส่งสัญญาณลับบางอย่าง ไม่นานก็มีองครักษ์นอกเครื่องแบบของเขาเดินออกมาจากท่ามกลางกลุ่มชนทั้งหมดสามนาย พวกเขาโค้งตัวลงทำความเคารพทั้งสองอย่างนอบน้อมแล้วยืนตัวตรงพร้อมรับคำสั่ง

“เฝ้าคุณหนูไว้”

คำสั่งเพียงสี่พยางค์ส่วนประโยคที่เหลือเขาใช้มันสื่อความหมายทางสายตาผ่านการมองไปรอบๆ องครักษ์กลุ่มนี้ก็รู้งานไม่น้อย พวกเขาพยักหน้ารับอย่างแข็งขันพลางคิดในใจ ไม่ว่าผู้ใดก็จะไม่สามารถเข้ามาใกล้อนาคตนายหญิงของพวกเขาได้เป็นอันขาด

เฮยหลงหันมามองเซียงฮวาอีกครั้งหนึ่งแล้วรีบเดินเข้าไปในค่ายเพื่อลงชื่อสมัคร ส่วนองค์รักษ์ที่เหลือก็ยืนล้อมเซียงฮวาไว้ทุกทิศเพื่อกันเรื่องไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบดบังนางไม่ให้เป็นเป้าสายตาของผู้ใดอีก

ส่วนเจ้าตัวนั้นกะพริบตาปริบๆ โดยที่มือเรียวได้ยกขึ้นมาป้องปากตนเองไว้ “ก็คนมันสวยช่วยไม่ได้”

ในขณะที่เซียงฮวากำลังคิดกับตนเองอย่างสุขใจว่าช่างโชคดีที่มีรูปโฉมเป็นทรัพย์นั้น อีกฝั่งหนึ่งกลับรู้สึกหัวเสียกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นยิ่ง

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดของการใช้พลังธาตุดังขึ้นพร้อมกับความเสียหายของขบวนเดินทาง เหมยฮวาซึ่งโดนผลกระทบจากแรงดันของพลังนี้ จึงได้ตกจากหลังม้าแล้วกลิ้งลงเนินเขาขนาดย่อมไปด้วยความรวดเร็ว

“เหมยฮวา!”

เกาฉายเองก็ได้รับแรงกระทบจากพลังนี้ด้วยเช่นกัน แต่เขาใช้มือจับต้นไม้เอาไว้ได้ก่อน พอหันกลับมาอีกทีแล้วเห็นผ่านหางตาว่าเหมยฮวาได้กลิ้งตกลงไป เขาจึงได้ปล่อยมือออกจากสิ่งที่ยึดเหนี่ยวไว้อย่างไม่ลังเล

“อุ๊ก! ฮือๆ เจ็บ!”

เหมยฮวาหยุดกลิ้งเพียงเท่านั้นเมื่อได้มาอยู่ในตำแหน่งที่ราบแล้ว ทางที่นางกลิ้งลงมาแม้จะเป็นเนินหญ้าแต่ก็ยังมีหินก้อนเล็กก้อนน้อยอยู่บ้างประปราย

“ฮือ…หลังข้าระบมไปหมดแล้ว เฮือก!” สะดุ้งตกใจแล้วเอามือจับที่หน้าอกตัวเองไว้ “เมื่อสักครู่เสียดสีกับพื้นไปตั้งหลายตลบ เป็นเช่นนี้แล้ว เป็นเช่นนี้แล้ว มันจะหยุดเติบโตหรือไม่ ไม่นะ!”

เหมยฮวาร้องไห้ออกมาจดน้ำตาแทบเป็นสายเลือด เกาฉายที่เพิ่งกลิ้งมาหยุดอยู่ในตำแหน่งไม่ห่างกันนั้นก็แทบหยุดหายใจ เมื่อได้ยินเสียงนางร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนเช่นนั้น

นางต้องเจ็บมากเป็นแน่!

เขาคิดขึ้นภายในใจแล้วรีบลุกขึ้นมาจากพื้น สองขายาววิ่งไปหานางดั่งใช้ลมปรานทั้งหมดในการเคลื่อนที่ ภาพที่นางกอดอกตนเองไว้แล้วร้องไห้ออกมาจนน้ำตานองใบหน้าชั่งข่วนหัวใจเขายิ่งนัก

“เหมยฮวา”

เขาเรียกนางเสียงเบาหวิวแล้วใช้สองมือประคองนางขึ้นมานั่งด้วยความทะนุถนอม สายตาสำรวจนางทั่วร่างว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนที่ร้ายแรงถึงเพียงนี้

“ฮือ เกาฉาย ข้าอยากตาย อยู่แบบนี้ไม่สู้ให้ข้าตายไปดีกว่า”

เห็นนางหมดอาลัยตายอยากเช่นนั้นก็กระวนกระวายทำตัวไม่ถูกเป็นการใหญ่ นี่นางถึงขั้นตัดพ้อต่อชีวิตออกมาว่าอยากตาย ยิ่งทำให้เขาเข้าใจว่านางต้องได้รับบาดเจ็บมากเป็นแน่

แต่ทำไมไม่มีเลือด

แม้จะตั้งข้อสงสัยขึ้นมาเช่นนั้นก็ตาม แต่เมื่อคิดอีกทีว่านางอาจจะได้รับบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรงจนไม่สามารถฝึกวิชาอันใดได้อีกเป็นแน่ เขาจึงได้กอดปลอบนางแล้วลูบกลุ่มผมนุ่มด้วยความอ่อนโยน

“ไม่เป็นไรนะ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเช่นไรข้าล้วนรับได้หมด”

คำพูดของเขาฟังดูหนักแน่นจริงใจจนทำให้เหมยฮวาชะงัก น้ำตาที่กำลังไหลอยู่หยุดราวกับสั่งได้ นางกล่าวถามเจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นนี้เสียงเบา “จริงหรือ เช่นนั้นหากข้าอกแบน เจ้าจะรับได้หรือไม่”

มือที่กำลังลูบผมนางอยู่หยุดนิ่ง เขาค่อยๆคลายอ้อมกอดออกก่อนจะมองหน้านางอย่างไม่เข้าใจ

“หากอกข้าแบนเหมือนแป้งห่อเกี๊ยว เจ้าจะรับได้หรือไม่ เมื่อครู่…เมื่อครู่มันเพิ่งโดนเนินเขาลูกนี้นวดมา ฮือๆๆๆๆ” 

นางเบะปากแล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้งหนึ่ง เกาฉายมองไปที่หน้าอกนางแล้วหันกลับไปมองเนินเขาที่เขาเพิ่งกลิ้งลงสลับกันไปมา

เห้อ 

เขาเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหลับตาลงอย่างไม่รู้ว่าจะแสดงออกต่อสิ่งนี้อย่างไรดี ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ปล่อยให้นางที่อยู่ตรงหน้าเขาร้องไห้โหยหวนต่อไป

“ฮือ ก็คนมันซวยช่วยไม่ได้จริงๆ เซียงฮวา ช่วยเหมยฮวาด้วย!”

.

.

.

ถึงเวลาให้เหมยฮวาปล่อยของ ฮ่าาา

Pandanus23233

2020.10.27

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #300 wanniph (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 10:21
    5555 เหมยฮวา
    #300
    0
  2. #285 noisasi (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 21:40
    อยากรู้จริงๆเลยว่าถ้าน้องเซียงอยู่ด้วย จะปลอบน้องเหมยยังไงน๊า...
    #285
    1
    • #285-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 53)
      1 พฤศจิกายน 2563 / 15:15
      ต้องปลอบแบบเพื่อนที่ดีแน่ๆ555
      #285-1
  3. #284 Amp_Thida (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 22:15
    เหมยฮวาา

    โอ๊ย!!!ขำ
    #284
    1
    • #284-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 53)
      28 ตุลาคม 2563 / 00:24
      ฮ่าาาาาาาาาาาา
      #284-1
  4. #283 manbigbang (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 19:27
    บร๊ะ อกเล็กเรื่องใหญ่55
    #283
    1
    • #283-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 53)
      27 ตุลาคม 2563 / 19:47
      555555555
      #283-1