บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 52 : ไม่ขอเสพติดสิ่งใด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

แคว้นฝูเป็นแคว้นที่กว้างใหญ่แต่แบ่งออกเป็นสี่เมืองหลักเท่านั้น นั่นก็คือเมืองเฟิงหาน(风寒) เมืองทางเหนืออันเป็นจุดหมายปลายทางของขบวนเดินทาง 

ตี้ตู๋(帝都) เมืองหลวงซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของแคว้น

หวงถู่(黄土) เมืองที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับแคว้นเหลียง พื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญอย่างยิ่งของแคว้นฝู มีสภาพอากาศอบอุ่นตรงข้ามกับเมืองเฟิงหานซึ่งมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

สุดท้ายเมืองซานฉี(山颀)เมืองแห่งขุนเขาและแมกไม้ เมืองทางใต้ที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ภูเขาส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ สมุนไพรหายากหลากหลายมักจะหาได้ในเมืองนี้

สภาพภูมิประเทศและอากาศที่หลากหลายแต่ก็ยังสามารถดึงจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ออกมาใช้ได้ในด้านการเพาะปลูกพืชที่ตรงตามสภาพอากาศ ส่งผลให้แคว้นฝูมีกินมีใช้ตลอดทั้งปีตามสมญานามที่ได้รับว่าเป็นแคว้นแห่งพืชพรรณธัญญาหาร

ยามนี้ขบวนเดินทางได้ออกจากแคว้นเหลียงเข้าสู่เมืองหวงถูของแคว้นฝูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากว่าขบวนเดินทางมีมากกว่า 15 คน ดังนั้นจึงมีองครักษ์ที่ขี่ม้าเร็วเดินทางล่วงหน้าไปจองห้องพักให้ก่อน ปัญหาเรื่องที่พักจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลอีกต่อไป

“เอาละ แยกย้ายกันพักผ่อนได้ตามสบาย อาจารย์ไม่ห้ามหากพวกเจ้าจะเดินเที่ยวเล่นภายในเมือง แต่ไปด้วยกันเป็นกลุ่มรวมถึงพาองครักษ์ไปด้วยคือตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะหากเกิดอันใดขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันได้ทัน”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์”

“อ้อ แล้วพรุ่งนี้เช้า ก็หวังว่าจะไม่มีใครมาสาย” กล่าวจบเขาก็เดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องพักของตนเอง รวมถึงองครักษ์ทั้งหลายก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำตามหน้าที่

“เซียงฮวา เหมยฮวา เช่นนั้นข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ ขี่ม้าวันนี้รู้สึกเพลียมาก สงสัยพรุ่งนี้ข้าคงต้องนั่งรถม้าแทนเสียแล้วละ” 

ชีหลินเอ่ยบอกสหายหญิงทั้งสองของตนในขณะที่กำลังบิดเนื้อบิดตัวไล่อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

'ชีหลิน' มาจากครอบครัวค้าพ่อค้าวาณิชย์ธรรมดา อาศัยว่าเคยทำความดีความชอบไว้จึงได้เข้ามาศึกษายังสำนักศึกษากลาง เกือบสามปีที่ได้อยู่ร่วมกันกับสหายมากศักดิ์เหล่านี้พอจะทำให้นางรู้ว่าแต่ละคนนั้นมีอุปลักษณะนิสัยอย่างไรบ้าง

กลุ่มเดิมของนาง สตรีเหล่านั้นล้วนมีบรรยากาศสูงส่งที่ดูไม่น่าเข้าใกล้เท่าใดนัก ดังนั้นแล้วเมื่อเซียงฮวาเลือกนางเข้ากลุ่ม นางจึงไม่ได้ปฏิเสธแถมยังยินดีอีกเสียด้วยที่ได้มาอยู่ร่วมกลุ่มกับคนที่พร้อมจะทำเรื่องสนุกตลอดเวลา

“เจ้านอนห้องเดี่ยวเลยก็ได้ เดี๋ยวข้ากับเซียงฮวานอนด้วยกัน” 

เนื่องจากทั้งขบวนมีสตรีเพียงแค่สามคน ดังนั้นอาจารย์ผู้ช่วยจึงยกห้องให้นางสองห้องแล้วแต่ว่าพวกนางจะแบ่งห้องกันอย่างไร

“ได้” นางรับกุญแจห้องมาจากมือของเหมยฮวา จากนั้นก็ถือสัมภาระของตนเองแล้วเดินขึ้นห้องพักไป

“ชีหลินนี่ใช้ได้เลยทีเดียว” เหมยฮวากล่าวกับเซียงฮวาในขณะที่สายตายังคงมองตามแผ่นหลังบางของสหายผู้นั้นไม่ละไปไหน 

“แล้วเราจะเอาอย่างไรต่อ แต่ถ้าหากถามความเห็นข้า เราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีไหม”

เซียงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็มองเหมยฮวาอย่างพูดไม่ออก 

“เจ้าจะอึดไปไหน ไม่รู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวบ้างหรือ ตอนนี้ข้ารู้สึกปวดหนึบไปทั้งก้นแล้วเนี่ย” กล่าวจบนางก็เอามือจับก้นตนเองแสดงอาการว่าเจ็บจริง

“เช่นนั้นพักผ่อนกันก่อนดีหรือไม่ ช่วงค่ำกว่านี้แล้วค่อยออกไปเดินเล่นกัน” 

เฮยหลงเดินเข้ามาประชิดเซียงฮวาแล้วจับมือนางซึ่งสัมผัสก้นตนเองออกไป แล้วให้เปลี่ยนมาอยู่ในอุ้งมือเขาแทน ส่วนมืออีกข้างก็ถือสัมภาระของตนเองและของนางเอาไว้

"เช่นนั้นข้าไปพักก่อนนะ" เมื่อเฮยหลงกับเซียงฮวาเดินไปจนลับสายตาแล้ว คนไม่ได้ดั่งใจก็แสดงท่าทีเช่นนี้ขึ้นมา

“เหอะ! ใช่สิ ก็ความเห็นของข้ามันไม่เคยสำคัญอยู่แล้วหนิ” เหมยฮวากอดอกตนเองแน่น ความรู้สึกขัดใจแสดงออกผ่านใบหน้าอย่างชัดเจน เกาฉายที่เห็นเช่นนั้นจึงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เจ้าเอาของไปเก็บไว้ที่ห้องก่อน เดี๋ยวข้าจะไปกับเจ้าเอง” รอยยิ้มอบอุ่นและข้อเสนอที่ถูกใจทำให้นางพยักหน้าตอบรับอย่างไม่เกี่ยงงอน 

หลังจากที่เอาของเก็บไว้ที่ห้องเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็พากันเดินออกจากโรงเตี๊ยมแล้วมุ่งหน้าไปทางตลาด

สองข้างทางที่ทั้งคู่เดินผ่านต่างมีอาหารของกินของใช้มากมายตั้งอยู่เรียงราย เสื้อผ้าสีสันสดใส ปิ่นปักผมงดงามจับใจไม่ได้ดึงความสนใจของนางได้เลยสักนิด แต่สิ่งที่รั้งให้นางต้องลังเลคือ

“เจ้าบ้านอย่างเฮยหลงกับเซียงฮวาก็ไม่ได้มาด้วย อันใดอร่อยบ้างนะ

ของกินนั่นเอง!

สีหน้าท่าทางที่คิดไม่ตกเพราะเลือกอาหารที่จะกินไม่ได้สักทีของเหมยฮวาสร้างความเอ็นดูให้กับเกาฉายยิ่งนัก แต่ตามจริงแล้วไม่ว่านางจะทำสิ่งใดก็ล้วนดึงดูดสายตาเขาได้ตลอดอยู่แล้ว

“อาหารท้องถิ่นก็ใช่ว่าสองคนนั้นจะคุ้นเคยเสียเมื่อไร อย่าลืมว่าพวกเขาก็ไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆ” 

“ก็จริง ตำบลนี้ของเมืองหวงถูข้าก็เพิ่งจะเคยมาครั้งแรกเสียด้วย เช่นนั้นเอาร้านนั้นดีกว่า” เหมยฮวากล่าวจบจึงดึงมือของเกาฉายไปยังร้านหนึ่งซึ่งมีคนเข้าออกอยู่ตลอด คาดว่าคงจะเป็นเหลาอาหารดังของที่นี่เป็นแน่

เมื่อทั้งคู่เข้ามายังจุดหมาย เสี่ยวเอ้อก็เข้ามาต้อนรับขับสู่อย่างนอบน้อม “ยินดีต้อนรับเข้าสู่เหลาอาหารฟู่หวงขอรับคุณชาย คุณหนู”

“มีอาหารอันใดเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่บ้าง เอาที่คนสั่งกันเยอะที่สุด” เมื่อเหมยฮวานั่งลงบนโต๊ะ นางก็เอ่ยถามเสี่ยวเอ้อขึ้นมาทันที ดวงตาคู่งามสำรวจไปรอบๆเหลาอาหารอย่างอยากรู้อยากเห็น

“เช่นนั้นข้าน้อยขอแนะนำเป็นเกี๊ยวน้ำขอรับ มาเยือนเหลาอาหารฟู่หวง หากไม่สั่งเกี๊ยวน้ำสูตรต้นตำหรับของตระกูลหวงถือว่ามาไม่ถึง”

“อัยโย! เช่นนั้นข้าจะลองดูก็แล้วกันว่ามันจะสมคำร่ำลืออย่างที่เจ้าว่าไว้หรือไม่ เจ้าเอาเหมือนข้าหรือไม่เกาฉาย” 

เหมยฮวาหันไปถามคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เกาฉายยิ้มรับและหันหน้าไปมองเสี่ยวเอ้อพร้อมกล่าว “เช่นนั้นเอาเกี๊ยวน้ำอีกหนึ่งที่”

แม้ว่าจะมีลูกค้าอยู่ภายในร้านค่อนข้างเยอะ แต่เนื่องจากเป็นของขึ้นชื่อของร้านทั้งทีจึงมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อนอยู่แล้ว ไม่เกินครึ่งเค่อเกี๊ยวน้ำร้อนๆหอมกรุ่นก็ได้มาตั้งอยู่บนโต๊ะแล้ว

“หืม อร่อยจริงด้วย เขาจับจีบอย่างไรให้ได้งดงามเช่นนี้กันนะ น้ำซุปก็มีรสชาติพิเศษมากๆอีกด้วย” 

ท่าทางเอร็ดอร่อยของนางไม่เพียงแต่ทำให้เกาฉายและรอบๆโต๊ะรู้สึกมองแล้วเพลินตาเท่านั้น บนชั้นสองของมุมหนึ่งซึ่งไม่ห่างกันมากนัก ยังมองนางพร้อมทั้งขำขันกับท่าทางของนางอีกด้วย

“มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ โดนวางยาเข้าแล้วกระมัง”

"น้ำซุปหวาน เนื้อในเกี๊ยวก็ละมุนลิ้น"

"หวานเพราะกระดูกหมูหรือเพราะว่าน้ำตาลกันล่ะ"

“วางยา…พิษ?”

คนที่กำลังจับจ้องผู้อื่นกินอยู่ละความสนใจออกมาจากภาพนั่นแล้วหันไปมองคนด้านข้างตนเองแทน

“ยาพิษหากไม่ทำให้คนตายก็มีฤทธิ์กัดกร่อนร่างกายจนตัวตาย” หยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของฝ่ายตรงข้ามแน่น 

“แต่การวางยาในที่นี้อาจจะทำให้ข้าเสพติดสิ่งอื่นก็ได้ แล้วข้าจะทานทนได้อย่างไรหากจะต้องเสพติดสิ่งใดนอกจากเจ้า”

“แค่ก ๆ” เสียงไอจากด้านหลังที่เกิดมาจากอาการสำลักน้ำทำให้คนที่พยายามจะสร้างบรรยากาศโรแมนติกต้องหันกลับไปเลิกคิ้วถามอย่างข้องใจ

“เป็นอันใดมากหรือไม่เจ้าคะพี่ชาย?” แม้จะถามคำถามที่แสดงถึงความเป็นห่วง แต่บรรยากาศรอบตัวของคนถามกลับให้ความรู้สึกว่า ‘หรือจะมีปัญหา?' มากกว่า เขาผู้นั้นจึงได้ส่ายหน้าไปมาอย่างเร็วรี่ ก่อนจะรีบย้ายก้นตัวเองไปยังเก้าอี้อีกตัวแล้วนั่งหันหลังใส่สตรีกับบุรุษวัยเยาว์คู่นี้ทันที

มือหนาเช็ดปากที่เลอะน้ำแล้วกะพริบตาไปมาอย่างเรียกสติ หลังจากนั้นจึงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “คงเป็นเพราะว่าข้าอยู่ในป่าเขานานจนก้าวไม่ทันโลกที่สตรีเป็นฝ่ายเกี้ยวบุรุษก่อนเป็นแน่…”

แม้เขาจะพูดเสียงเบาแล้ว แต่โต๊ะต้นเหตุด้านหลังเขาก็ยังได้ยินชัดเจนอยู่ดี

“หึๆ ทำผู้อื่นถึงกับเสียอาการเช่นนี้ สมกับเป็นไช่เซียงฮวา” เขากลั้วหัวเราะในลำคอเมื่อนางสะบัดมือออกมาจากมือเขาหลังจากที่ได้ยินประโยคก่อนหน้าจากบุรุษโต๊ะนั้น

“เหอะ! ดูก็รู้ว่าอยู่หน้าเขาหรือหลังเขา บุรุษในโลกปัจจุบันเหลือน้อยเต็มทีแล้ว แม้โลกนี้จะยังมีอยู่บ้าง เราก็ห้ามทิ้งสัญชาตญาณเดิมเด็ดขาด…สัญชาตญาณของนักล่า แห่!” 

นางทำมือขยุ้มเข้าหากันทั้งสองข้างแล้วแสดงท่าทางเหมือนเสือหิวออกมาอย่างน่ารักจนเฮยหลงอดรู้สึกหมั่นเขี้ยวจนอยากที่จะหอมแก้มนางสักฟอด สิ่งเดียวที่เขาเสียดายที่สุดในชีวิตนี้ก็คือการเกิดมาอายุเท่ากับนางนี่แหละ เหตุใดเขาจึงไม่เกิดมาเร็วกว่านี้นะ

“เจ้าทบทวนพระราชโองการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการอีกทีดีหรือไม่” 

เขากล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังจนแม่เสือสาวก่อนหน้านี้ต้องชะงักแล้วเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นแมวน้อยในทันที นางใช้นิ้วมือทั้งห้าเกาแขนเขาเบาๆแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เขาจนพอที่จะกล่าวเสียงกระซิบให้ได้ยินได้

“พิธีรีตองไม่สำคัญเลยสักนิด ขอเพียงแค่ให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว นะ…จะช้าหรือเร็ว อย่างไรเจ้าก็ต้องตกเป็นของข้าอยู่ดี”

“แค่กๆ”

เสียงไอที่ดังขึ้นมาอีกระลอกทำให้เซียงฮวานั่งยืดอกหลังตรงแล้วถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “เขาแอบฟังเราชัดๆ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ไม่น่ารักเลย”

เฮยหลงเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาเช่นกัน เอาเถอะ…ในเมื่อนางได้โอกาสเปลี่ยนเรื่องแล้วเขาก็จะปล่อยมันไปสักครั้งก็ได้ อย่างมากเขาก็แค่ประคองเวลาให้ผ่านช่วงสี่ห้าปีนี้ไปให้ได้ก็เท่านั้นเอง

“ไม่สั่งอะไรทานหรือ” เขาเอ่ยถามเมื่อยังเห็นนางแสดงท่าทางไม่รู้ไม่ชี้อยู่ 

“อ้อจริงสิ! เสี่ยวเอ้อ สั่งอาหาร” เซียงฮวายกมือขึ้นเรียกเสี่ยวเอ้อหนุ่มภายในร้านที่คอยท่ารออยู่แล้ว “เอาเกี๊ยวน้ำสองที่ แล้วก็ชาอู่หลงหนึ่งกา” 

“รอสักครู่ขอรับคุณหนู คุณชาย” เมื่อเสี่ยวเอ้อเดินจากไปแล้ว เฮยหลงก็เอ่ยถามขึ้นมายิ้มๆ

“เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าทำไมจึงให้เจี่ยนเฉิงไปอยู่อีกกลุ่ม แล้วที่บอกว่าก้นระบมต้องการพักผ่อนแต่กลับแอบตามทั้งสองคนนั้นมาทานอาหารที่นี่ แท้จริงแล้วต้องการสิ่งใด...แม่สื่อ?”

เขาเลิกคิ้วถามอย่างหยั่งเชิง เมื่อได้รับรอยยิ้มกริ่มเป็นคำตอบกลับมา เขาจึงได้ส่ายหน้าไปมามาอย่างช่วยไม่ได้ “เหตุใดจะต้องทำอันใดเช่นนั้นด้วย ไม่สู้ให้คู่บุบเพวาสนาของผู้ใด ก็ให้ผู้นั้นตามหามันด้วยตัวเองเล่า”

“เจ้าก็…ของบางอย่างมันก็ต้องกระตุ้นกันบ้างอะไรบ้าง เช่นนั้นไฟมันจะลุกโชนได้อย่างไรหากไร้เชื้อเพลิง…หื้ม?”

เฮยหลงยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้จากเรื่องนี้ “ได้…ตามแต่ใจเจ้าเลยดีหรือไม่”

“ดี มีโอกาสไม่มากที่จะแยกสาวจอมจุ้นกับหนุ่มวุ่นวายออกจากเราได้ เช่นนั้นแล้วต้องใช้โอกาสทองนี้ให้เป็นประโยชน์”

-__-

“เกี๊ยวน้ำทั้งสองที่ได้แล้วขอรับ หากคุณหนูคุณชายต้องการสิ่งใดเพิ่ม เรียกข้าน้อยได้ทันทีเลยขอรับ” เซียงฮวากับเฮยหลงพยักหน้ารับ เมื่อเสี่ยวเอ้อเดินจากไปแล้ว เซียงฮวาก็สูดกลิ่นหอมของเกี๊ยวน้ำหน้าตาสวยงามด้านหน้าเข้าเต็มปอด

“กลิ่นใช้ได้เลยแหะ ถ้าชิมแล้วน้ำซุปไม่ได้หวานน้ำตาลและไม่ได้ผสมกัญชา เดี๋ยวซื้อกลับไปฝากชีหลินด้วย

แต่จะว่าไปแล้ว หนุ่มวุ่นวายจากฝากฝั่งนั้นเป็นเช่นไรบ้างนะ~”

.

.

.

2020年10月23日

Pandanus23233

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #282 Close my eye (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 00:45
    เขินๆจากโมเม้นคู่น้องเหมยไม่ทันไร ใจดันไปนึกถึงปมที่น้องเซียงเคยพูดไว้ กร่อยจ้าาา

    กลัวน้องเหมยคนดีเจอเรื่องปวดตับ
    #282
    1
    • #282-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 52)
      27 ตุลาคม 2563 / 14:40
      แล้วเราจะผ่านไป ด้วยกัน
      #282-1
  2. #280 mmiah (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 01:06
    น่าร้ากกก น้องรุกแบบไม่มีจังหวะให้พักผ่อน
    #280
    1
    • #280-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 52)
      25 ตุลาคม 2563 / 01:14
      ไม่ให้คิดถึงคิทแคทเด็ดขาด5555
      #280-1
  3. #277 TuntitaJ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 00:18
    น่ารักทั้งสองคู่เลย
    #277
    1
    • #277-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 52)
      24 ตุลาคม 2563 / 00:24
      >_______<
      #277-1
  4. #276 AlKePh (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 22:24
    มีอีบุคยังคะ
    #276
    1
    • #276-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 52)
      23 ตุลาคม 2563 / 22:47
      แหะๆ ยังค่าาา
      #276-1
  5. #275 Phen Laphaslada (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 10:01
    ผู้ชายที่นั่งหันหลังและคอยขัดคอคนเขาหวานชื่น นี่คือ?
    #275
    1
    • #275-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 52)
      23 ตุลาคม 2563 / 10:17
      ตัวประกอบเฉยๆค่่ะ
      #275-1
  6. #273 manbigbang (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 03:00
    คู่เกาฉายแอบน่ารัก

    การเต๊าะผู้ของน้องนี่ไม่แผ่วเลย55
    #273
    1
    • #273-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 52)
      23 ตุลาคม 2563 / 03:06
      ^__^ >___<
      #273-1