บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 50 : ฆ่ากันให้ตายเสียยังดีกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    15 ต.ค. 63

1 วันต่อมา

“หาวว…เมื่อคืนไม่น่าดึกไปหน่อยเลย นี่! ใต้ตาข้าเหมือนหมีแพนด้าหรือไม่” เสียงหาวของเซียงฮวาดังขึ้นมาระหว่างที่นั่งรอกลุ่มสหายสนิทชายของตนเองมารับสำรับเช้าที่ห้องอาหาร นิ้วเรียวชี้ที่ใบหน้าของตนเองแล้วเอ่ยถามสหายสตรีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“อีกนิดข้าจะคิดว่าเจ้าป่วยแล้ว” เหมยฮวาช้อนสายตาของตนเองขึ้นมาจากถ้วยซุปซึ่งกำลังมีไอร้อนของมันพวยพุงขึ้นมาบนอากาศ ลำคอของนางมีรอยคลื่นของการกลืนน้ำลายลงคออย่างเห็นได้ชัด

“เจ้านี่นะ! คนเขาแค่ไม่ได้แต่งหน้าเอง ว่าแต่หิวแล้วสิท่า กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เลย ฮ่าๆ” เมื่อเห็นท่าทางของสหาย มือซึ่งเท้าคางอยู่ก่อนหน้านี้ของเซียงฮวาจึงเปลี่ยนเป็นปิดริมฝีปากตนเองไว้แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

“หิวสิ อีกนิดข้าก็จะกินหัวเจ้าได้อยู่แล้ว นี่สามคนนั้นยังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่หรือไม่ เหตุใดจึงปล่อยให้สตรีเช่นเราๆหิ้วท้องรออยู่ได้”

“เอาน่า รออีกสักประเดี๋ยวเถิด ทานพร้อมกันเขาว่าจะเจริญอาหารเพิ่มขึ้นเป็นอีกหนึ่งเท่า เจ้าก็นั่งนับแกะรอแล้วกัน ถ้านับถึงหนึ่งร้อยตัวยังไม่มา ก็นับเพิ่มเป็นอีกหนึ่งร้อยตัวเป็นไง”

เซียงฮวาเองก็รู้สึกว่าน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานไม่แพ้กัน มือเรียวเอื้อมไปตบที่ไหล่ของสหายเบาๆพร้อมกับเริ่มกับแกะในใจด้วยเช่นกัน

“นอนไม่หลับก็นอนนับแกะ อยากรออย่างไม่หิวโหยก็นับแกะ อย่างนี่ก็ได้ด้วยหรือ” แม้จะแอบบ่นเบาๆอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรนัก แต่นางก็ทำอย่างที่สหายตรงหน้าบอก

“เออ ว่าแต่เมื่อคืนเจ้าไปทำอันใดมาเล่า เหตุใดจึงดึกไปหน่อยหรือ” เมื่อนับแกะครบหนึ่งร้อยตัวก็แล้ว สองร้อยตัวก็แล้ว สหายของตนเองก็ยังไม่มา เหมยฮวาจึงกล่าวถามเหตุผลถึงการนอนดึกของเซียงฮวา

“ก็…แบบว่า มันก็…คือว่า...” 

“โอ้ย! พอแล้ว ข้าสัมผัสไม่ได้สักนิดว่าภายในเจ้ากำลังเขินอายอยู่ กล่าวออกมาได้แล้ว คนเขารอฟังอยู่” เมื่อเห็นเซียงฮวาแสร้งทำเป็นบิดไม้บิดมือตัวเองไปมา อึกๆอักๆไม่กล่าวอันใดออกมาเสียที เหมยฮวาจึงได้แว้ดเสียงใส่แต่ไม่ได้จริงจังอันใดมากนัก

“ก็เมื่อคืนข้าเอาผ้าไปให้เขาซักใช่ไหมเล่า จากนั้นก็เจอกับเจี่ยนเฉิงที่กำลังห้อยหัวหลอกผีข้าอยู่ จากนั้นก็…”

“ขอเนื้อๆไม่เอาน้ำ”

“เดี๋ยวสิ ทุกอย่างมันสัมพันธ์กันหมดนะ ใจเย็นได้หรือไม่เล่า!” จากนั้นเซียงฮวาก็ลดเสียงของตนเองให้เบาลง แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมาให้เหมยฮวาฟัง แต่เมื่อฟังจบ คิ้วเรียวงามก็ขมวดเข้าหากันในทันที

“แม้ว่าพวกเจ้าจะมีฝีมือไม่ธรรมดาก็เถิด แต่แน่ใจแล้วหรือว่าจะเอาตัวเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องการเมืองของผู้อื่น”

เซียงฮวายักไหล่ด้วยท่าทางไม่เดือดร้อนอันใดมากนัก “พวกเขาคงตัดสินใจกันดีแล้วละ ทำไงได้ คนมันมีวาสนาต่อกันแล้ว เส้นทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ให้มันอยู่ที่โชคชะตาก็แล้วกัน”

เหมยฮวาถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับเบาๆ

"เอ่อ...อีกเรื่องก็คือ เฮยหลงขอข้าหมั้นด้วยแหละ" กล่าวจบก็หยิบปิ่นขึ้นมาให้สหายดู

"เหอๆๆ ก็ไม่ได้แปลกใจอันใดมาก ลองพวกเจ้าไม่ได้ลงเอยกันสิ" 

เหมยฮวากล่าวอย่างที่คิดจริงๆ เฮยหลงชัดเจนต่อสหายนางออกปานนั้น สหายนางเองก็ไม่ได้ให้ความสนิทต่อชายใดมากเกินกว่าเหตุ อีกอย่างตอนนี้เซียงฮวาก็ปักปิ่นแล้ว เฮยหลงไม่ทำอันใดสักอย่างสิถึงจะเรียกว่าแปลก

"แต่เซียงฮวา เราจะไม่กินกันก่อนจริงๆหรือ ข้าหิวจริงจังเลยนะ"

"เดี๋ยวข้าพาเจ้านับแกะเพิ่มอีกร้อยตัว" กล่าวจบนางก็ตัดใจแล้วนั่งหันหลังให้กับอาหารอันหอมหวนนั้นทันที

“มาแล้วๆ รอนานหรือไม่” ไม่นานหลังจากนั้น เสียงแตกหนุ่มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากฝั่งหนึ่ง ทำให้เซียงฮวากับเหมยฮวาหันไปมองอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก ท่าทีที่นั่งกอดอกแล้วหันหลังให้กับอาหารทำให้ผู้มาใหม่ทั้งสามคนรู้สึกงงงวยกับท่าทีของทั้งสองสาวนี้ไม่น้อย

“พวกเจ้าทั้งสองคนทะลาะกันอยู่หรือ เหตุใดจึงนั่งหันหลังให้กันเช่นนั้น” เกาฉายถามขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปยังโต๊ะที่ทั้งสองสาวกำลังนั่งกันอยู่

“หาใช่ไม่ เพราะกลิ่นและหน้าตามันยั่วยวนจนเกินห้ามใจต่างหาก” เหมยฮวาตอบกลับเกาฉายไปแล้วหันหน้าเข้าหาอาหารดังเดิม มือเรียวโบกออกไปเพื่อเร่งให้สหายไปเอาอาหารมาได้แล้ว ส่วนเกาฉายเมื่อเจอคำพูดนี้เข้าไปก็ได้แต่เกาแก้มตัวเองเล็กน้อย แล้วเร่งฝีเท้าไปเอาอาหารยังจุดที่มีพ่อครัวตักให้อยู่

“อันใดกัน ข้าพูดอันใดผิดไปหรือไง เหตุใดต้องหน้าแดงด้วย” เหมยฮวาเอ่ยถามเซียงฮวาอย่างไม่เข้าใจ ซึ่งนางก็เพียงยิ้มกริ่มกลับมาให้เท่านั้น

“หิวมากหรือไม่เซียงฮวา ขออภัยพวกเจ้าทั้งสองคนด้วยนะ พอดีว่าเมื่อเช้ามีเรื่องนิดหน่อยนะ” เฮยหลงวางถาดอาหารที่ตนเองไปเอามาวางไว้ที่โต๊ะ จากนั้นก็นั่งลงข้างๆเซียงฮวาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“ชั่งเถิดๆ ในเมื่อมากันครบแล้วก็ลงมือกันเลย อาหารใกล้จะเย็นหมดแล้ว” เซียงฮวาตอบปัดไป แล้วเริ่มลงมือคีบอาหารเข้าปากเป็นคนแรก เมื่อกระเพาะได้รับอาหารเข้ามาเป็นจำนวนหนึ่งแล้ว ความสนใจต่อเรื่องอื่นๆจึงมาแทนที่ความหิวโหยก่อนหน้านี้

“ว่าแต่เกิดเรี่องอันใดขึ้นหรือ เล่าได้หรือไม่” เซียงฮวาหันมาถามเฮยหลงด้วยใบหน้าสงสัย แล้วหันไปหาสหายบุรุษอีกสองซึ่งกำลังคีบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“เพิ่งได้รับสารสำคัญจากเสด็จพ่อมานะ” เฮยหลงระบายรอยยิ้มให้เซียงฮวาที่มุมปากอย่างผ่อนคลายคล้ายว่าเรื่องที่ตนเองเพิ่งเผชิญนั้นไม่ได้หนักหนาอะไร

เซียงฮวาพยักหน้ารับก่อนจะถามอีกหนึ่งประโยค “แล้วอย่างไรต่อ”

“ช่วงนี้ที่แคว้นฝูกำลังคัดบุรุษในวัย 15-18 หนาว เข้ากองทัพที่ชายแดน เสด็จพ่ออยากให้ข้าเข้ารับการคัดเลือกนี้โดยไม่แสดงตัวตนแต่อย่างใด”

“ให้ทำตัวเหมือนสามัญชนทั่วไปเข้ารับการคัดเลือกว่างั้น อืม…แต่ที่ชายแดนคงไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักหน้าค่าตาขององค์ชายรองแห่งแคว้นกระมัง”

เซียงฮวาพยักหน้ารับกับตนเองเบาๆ แล้วพยายามใช้สมองจินตนาการต่อไปว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเกิดอันใดขึ้น นางยิ้มอย่างนึกสนุก เสียงใสเค้นเรื่องราวต่อจากชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างตนต่อ

“แล้วเจ้าต้องไปเมื่อใดหรือ อีกไม่กี่เดือนเราก็จะจบการศึกษาจากที่นี่แล้ว ช่วงเวลากระทบกันหรือไม่”

“ช่วงเวลาพอจะทำให้มันลงตัวกันได้ อาทิตย์หน้าจะมีการรับลงชื่อก่อน อาทิตย์ต่อไปจึงเริ่มคัดตัว แต่ช่วงเวลาที่จะฝึกจริงๆแล้วก็ยังเป็นภายหลังที่เราจบการศึกษาพอดี”

“อ้อ เป็นเช่นนั้น” เซียงฮวาพยักหน้ารับแล้วตบบ่าเฮยหลงอย่างให้กำลังใจ “คนเรามันก็ต้องลิ้มรสชาติของที่ต่ำก่อนจะไปที่สูงบ้าง จินตนาการในหัวเข้าไว้ว่าพรมแดงกำลังรอเราให้ขึ้นไปเหยียบย่ำมันอยู่” 

กล่าวจบนางก็ทำท่างทางมอบมงกุฎให้เฮยหลงก่อนจะขำเล็กน้อยกับท่าทางงุนงงของเขา “อ้อๆ ท่าใหม่ นี่เรียกว่าท่ามอบมง” 

เมื่อได้รับคำอธิบายมาแล้ว เฮยหลงจึงยิ้มมุมปากแล้วก้มลงไปกระซิบข้างหูเซียงฮวาเบาๆ “เมื่อถึงเวลานั้น นอกจากเจ้าจะได้เป็นพระชายาแล้ว ยังพ่วงตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพอีกด้วยนะ”

เซียงฮวาตวัดสายตาตอบกลับ “หึ ก็ลองไม่ใช่ดูสิ แล้วจะได้รู้กันว่า 'ฆ่าฉันให้ตายเสียยังดีกว่า' มันเป็นอย่างไร”

เมื่อจบคำพูดของเซียงฮวา สหายคนอื่นที่ยังรับประทานอาหารกันอยู่ต่างแอบลูบแขนตัวเองไปมา เป็นเจี่ยนเฉิงที่กล่าวขึ้นมาเบาๆกับตนเอง “ก็ให้รู้ไว้เลยว่าฆ่าข้าให้ตายเสียยังดีกว่าแต่งสตรีเช่นเจ้าเข้าจวน”

 

ณ ห้องเรียนศาสตร์แห่งการปรุงยา

“มีพบแล้วมีจากเป็นของคู่กัน แม้จะรู้อย่างนี้แต่ก็อดใจหายไม่ได้ อีกเพียงแค่สามเดือนเท่านั้นพวกเจ้าทั้งหลายก็จะจบการศึกษากันแล้ว”

อาจารย์หลี่ป๋ายหยุนผู้ชำนาญในเรื่องของสมุนไพรและการปรุงยากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเล็กน้อย เพราะศิษย์น้อยรุ่นนี้ทุกคนนับว่าอัจฉริยะที่สุดตั้งแต่ที่เขาได้พบเจอมาเลยก็ว่าได้ ก็ได้แต่หวังว่าอนาคตข้างหน้าของพวกเขาจะดีดังที่ใจอาจารย์คนหนึ่งหวังไว้ให้ศิษย์ของตนเองเป็น

“เช่นกันเจ้าค่ะท่านอาจารย์ ศิษย์เองก็ใจหายนัก อีกสิบปียี่สิบปีข้างหน้าก็ยังไม่แน่ว่าเราจะเจออาจารย์ที่ประเสริฐเช่นนี้ได้ที่ใดอีก ฮึก”

เฉินชิงฉีซึ่งอยู่หลังโต๊ะปรุงยาไม่ไกลจากหลี่ป๋ายหยุนนัก กล่าวขึ้นมาแล้วยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาที่หางตาของตนเองด้วยท่าทางที่น่าทะนุถนอมในสายตาของบุรุษทั่วไป แต่สำหรับสตรีด้วยกันอย่างเช่นเซียงฮวาและเหมยฮวาแล้วไซร้ ก็เพียงแค่หันมาส่งยิ้มให้กันอย่างเข้าใจความหมายเท่านั้น

“อืม เอาละๆ วันนี้จะเป็นบนเรียนสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องปรุงยาที่พวกเจ้าควรรู้ไว้เป็นฐานแล้วละ เพราะอีกหนึ่งเดือนหลังจากวันนี้ พวกเจ้าจะต้องออกนอกพื้นที่จริง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในแคว้นต่างๆแล้ว”

ศิษย์ทุกคนพยักหน้ารับแล้วตั้งใจฟังในสิ่งที่หลี่ป๋ายหนุนกำลังจะกล่าว “พวกเจ้ามีทั้งหมด 20 คน อาจารย์จะให้แบ่งกลุ่มเป็นสี่กลุ่มเพื่อกระจายไปยังชายแดนต่างๆในพื้นที่ยากไร้ห่างไกลความเจริญของทั้งสี่แคว้น ซึ่งอาจารย์ไม่ได้บังคับว่าพวกเจ้าจะอยู่ที่กลุ่มใด ดังนั้นแล้วก็แบ่งกันห้าคนได้เลยตามสบาย”

เมื่ออาจารย์หลี่กล่าวมาถึงตรงนี้ ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาเพื่อส่งสัญญาณให้กันว่าตนควรอยู่กลุ่มไหนดี แม้สายตาของสตรีส่วนใหญ่จะมองไปยังสององค์ชายและประมุขน้อยของพรรคมารก็ตาม แต่ทั้งสามหนุ่มก็หาได้สนใจไม่ พวกเขาเดินเข้ามาหาเซียงฮวากับเหมยฮวาเพื่อจับกลุ่มอย่างไม่ลังเลโดยสักนิด นำพาให้ใครหลายๆคนไม่พอใจกันเลยทีเดียว

“ท่านอาจารย์เจ้าคะ ทุกคนล้วนรู้ว่าฝีมือของทั้งห้าคนต่างไม่ด้อยเลยสักนิด หากพวกเขารวมกลุ่มกัน แล้วพวกเราที่เหลือจะไม่เสียเปรียบหรือเจ้าคะ”

เฉินชิงฉีที่หมายมั่นว่าจะรวมกลุ่มกับเฮยหลงให้ได้ทักท้วงขึ้นด้วยเสียงเบาหวิว แม้ในใจจะเดือดปุดๆเหมือนน้ำในกะทะที่กำลังร้อนก็ตาม

หลี่ป๋ายหยุนลูบหนวดของตนเองแล้วกล่าว “อะไรที่เรียกว่าเสียเปรียบเล่า อาจารย์ขอบอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ได้เป็นการแข็งขันกันเพื่อความเป็นหนึ่ง แต่มันคือการเอาความรู้ที่ตนเองได้รับ ไปทำประโยชน์ให้กับผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากต่างหาก”

เฉินชิงฉีเมื่อได้ยินวาจานั้นของอาจารย์ก็รู้สึกหน้าเจื่อนขึ้นมาเล็กน้อย นางสูดหายใจเข้าปอดตนเองลึกๆก่อนจะระบายมันออกมาพร้อมรอยยิ้มและคำพูดที่ไม่ได้เอ่ยคัดค้านอันใดขึ้นมาอีก “ขออภัยเจ้าค่ะท่านอาจารย์ เป็นศิษย์ที่คิดน้อยไปหน่อย”

“เอาเถอะๆ ข้อมูลหลังจากนี้อาจารย์จะส่งให้พวกเจ้าอีกที ตอนนี้เพียงส่งรายชื่อเข้ามาให้อาจารย์ก่อน ขออาจารย์ใช้ความคิดอีกทีว่าจะแจกแจงพวกเจ้าไปที่ใดของแผ่นดินนี้ดี”

“เจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านอาจารย์”

.

.

.

คราวนี้หายไปนานเลย ต้องขออภัยด้วยนะคะทุกคน

ไม่รู้ว่าจะลืมกันหรือยังเอ่ย เพราะเราก็แอบลืมนิยายตนเองด้วยเหมือนกัน ฮ่าๆๆ

2020.10.15

Pandanus23233

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #334 ChaDaSay (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 20:24
    ชะนีน้อยนางนี้ยังไม่ตัดใจอีกรึ จนเขาหมั่นหมายกันแล้ว โถถถถถ
    #334
    0
  2. #267 metung18 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 13:03
    ดีใจที่ไรท์ยังไม่เทค่ะ อิอิ
    #267
    1
    • #267-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      17 ตุลาคม 2563 / 20:02
      ยังไม่ยอมแพ้ค่าาา 5555
      #267-1
  3. #265 Jariyaboontor (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 07:08
    คิดถึงจนเกือบจะลืมเหมือนกันแต่ก็มาละเนอะ55
    #265
    1
    • #265-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      16 ตุลาคม 2563 / 08:22
      ขอโทษค่าาาาา
      #265-1
  4. #264 -SB- (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 02:15

    คิดถึงจ้า แอบเกือบลืมไปแล้วเหมือนกัน 55

    #264
    1
    • #264-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      16 ตุลาคม 2563 / 08:22
      ขอโทษค่าาาา
      #264-1
  5. #263 TuntitaJ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 22:42
    รออยู่ค่ะ
    #263
    1
    • #263-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      15 ตุลาคม 2563 / 22:43
      ขอบคุณค่ะ
      #263-1
  6. #262 YingsornYingsorn (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 22:30
    นานมากค่ะ แต่ก็รออยู่นะคะ ✌️✌️
    #262
    1
    • #262-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      15 ตุลาคม 2563 / 22:35
      ขอบคุณค่าาาา
      #262-1
  7. #261 Poonchanit (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 22:10
    ขอบคุณค่ะ
    #261
    1
    • #261-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      15 ตุลาคม 2563 / 22:23
      ^=^ ^∆^
      #261-1
  8. #260 ae15051973 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 21:39

    ดีใจมากที่ไรท์กลับมาแล้วค่ะ
    #260
    1
    • #260-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      15 ตุลาคม 2563 / 21:39
      โทษทีค่าาาาา
      #260-1
  9. #259 Amp_Thida (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 21:17

    ไรท์มาแล้ว
    #259
    1
    • #259-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      15 ตุลาคม 2563 / 21:19
      แหะๆๆๆ โทษทีค่าาา
      #259-1
  10. #258 manbigbang (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 21:04
    โบกป้ายไฟ

    มาบ่อยๆนะคะ แอบรอค่า
    #258
    1
    • #258-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 50)
      15 ตุลาคม 2563 / 21:09
      ขอบคุณค่าาาาส
      #258-1