บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 49 : หรือว่าเจ้าจะผิดคำพูด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

“ถวายพระพรองค์ชายห้าเพคะ”

เซียงฮวาย่อกายทำความเคารพผู้มาใหม่อย่างนอบน้อม ก่อนหน้านี้ที่เหลียงหมิงจือเห็นนางอยู่ที่นี่ แม้จะแปลกใจอยู่บ้าง แต่ความดีใจกลับมีมากกว่า เขาเดินเข้าไปหานางพร้อมทั้งพยุงร่างบางขึ้นมาด้วยความทะนุถนอม

“เราอยู่ในที่ส่วนตัวเช่นนี้ เรียกศิษย์พี่เหมือนเดิมดีหรือไม่ ระหว่างเราใยต้องมียศถาบรรดาศักดิ์เข้ามาคั่นกลางด้วย” 

สองหนุ่มมองหน้ากันเมื่อผู้มาใหม่เอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยนซึ่งต่างจากยามปกติที่คุยกับผู้คนทั่วไป อันนี้ก็พอจะเข้าใจได้ แต่เรื่องยศศักดิ์ เหตุใดองค์ชายผู้นี้จึงไม่ทัดทานพวกเขาในยามที่พวกเขาเรียกว่าองค์ชายเลย เจี่ยนเฉิงจึงเอ่ยขึ้นมา “องค์ชายห้าพ่ะย่ะค่ะ”

เหลียงหมิงจือหันใบหน้าคมสันของตนเองไปทางคนเรียก ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “พวกเจ้าทั้งสองก็เรียกศิษย์พี่เช่นเดิมเถิด” เหลียงหมิงจือตัดใจยอมปล่อยมือออกของจากแขนเล็กของเซียงฮวา และกล่าวชวนนาง

“ศิษย์น้องไช่ เชิญ” 

เซียงฮวาเมื่อเห็นพวกเขากำลังจะคุยงานกัน นางจึงกล่าวขอตัวออกไปอย่างคนมีมารยาท “เช่นนั้นศิษย์น้องขอตัวกลับหอพักก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้!” เสียงเข้มสามเสียงผสานขึ้นมาพร้อมกัน “เป็นสตรีเช่นนี้จะไปไหนมาไหนกลางค่ำกลางคืนเพียงผู้เดียวได้อย่างไร แม้ศิษย์พี่จะพอรู้มาบ้างว่าความสามารถของศิษย์น้องเองก็ไม่ได้ด้อย แต่ศิษย์พี่ก็ไม่วางใจ”

เซียงฮวาสะดุ้งแล้วเม้มปากแน่น เมื่อบุรุษที่ตัวโตกว่าตนพร้อมใจกันตะโกนใส่หน้าเช่นนี้ นางเคลื่อนกายเพียงพริบตาเดียวก็ถึงหอพักแล้ว นางอยู่กับพวกเขาไม่ใช่ว่าอันตรายกว่าหรอกหรือ “ถ้าเช่นนั้นข้าจะรออย่างเงียบๆก็แล้วกันเจ้าค่ะ” นางหลุบตาลงต่ำพร้อมเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา 

เกาฉายผู้สังเกตการณ์อยู่รอบนอกส่ายหน้าไปมายิ้มๆ แล้วกล่าวขึ้นมา “เช่นนั้นศิษย์น้องขอเล่าทางฝั่งศิษย์น้องก่อน” 

เขาได้รับการไหว้วานให้ไปแอบซุ่มดูยังตำหนักขององค์ชายสี่ เนื่องจากว่าบรรดาคนสนิทต่างจับได้ว่าเขามีความสามารถในการล่องหน ฉะนั้นแล้วหน้าที่การสืบหาจากตัวบุคคลที่สำคัญที่สุดจึงตกเป็นของเขา

“คิดว่าทุกคนคงจะจำเรื่องเมื่อสามปีก่อนตอนที่พวกเราเดินทางไปไร่ชาได้”  เกาฉายไล่สายตามองหน้าทุกคน เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้ารับเขาจึงกล่าวต่อ

“ไม่ผิดจากที่คิดไว้แม้แต่น้อย ว่าหนึ่งในคนที่ส่งมาฆ่าพวกเราก็คือสตรีหน้าเนื้อใจเสือผู้นั้นของแคว้นจิน นางร่วมมือกับองค์ชายสี่ตั้งแต่ครั้งนั้น และด้วยความบังเอิญหรือไม่ก็ตาม วันนี้ข้าก็ได้ความมาอีกเช่นกันว่าพวกเขายังสมคบคิดกันทำเรื่องบางอย่างอยู่”

“เป็นเรื่องอันใดสืบทราบหรือไม่” เจี่ยนเฉิงกล่าวถามออกมา เมื่อได้รับคำตอบจากปากสหาย เขาก็ตบโต๊ะเสียงดังลั่น “ไม่น่า โรงหลอมอาวุธที่เป็นพันธมิตรกับพวกเขาต่างทำงานกันอย่างไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน ที่แท้เพราะได้แร่เหล็กต่างๆมาจากแคว้นจินนี่เอง”

แคว้นจินเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของแร่หิน เหล็ก เงิน และทอง อุดมสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาแคว้นทั้งหมด ขุนนางของแคว้นต่างมีพื้นที่เหมืองเอาไว้ขุดเจาะเป็นของตนเองไม่มากก็น้อย แต่เมื่อตระกูลฝ่ายหวงโฮ่วขึ้นมามีอำนาจเหนือราชวงศ์ สัมปทานที่ตระกูลต่างๆเคยได้รับจากทางราชสำนักล้วนถูกริบคืนทั้งหมด โดยฉากหน้าอ้างว่าเป็นการคืนทุกอย่างเข้าสู่ราชสำนัก แต่ผลประโยชน์ทั้งหมดกลับไม่ใช่ทางราชสำนักที่ได้รับ

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าตระกูลของพวกเขานอกจากจะมีการวางแผนที่ดีมาตั้งแต่ต้นแล้ว ยังมีความใจเย็นในการเดินหมากอีกด้วย คนพวกนี้ในอนาคตจะต้องเป็นภัยกับผู้คนทั้งใต้หล้าแน่” เหลียงหมิงจือกล่าวเสียงเครียด

เสด็จพ่อมีนิสัยอย่างหนึ่งคือรักลูกทุกคนเท่ากัน และมีความเป็นธรรมให้กับทุกคน หากเขามีหลักฐานไม่มากพอมาสร้างเรื่องสร้างพยานเอาผิดพี่สี่ เพื่อทำลายความไว้วางพระทัยที่เสด็จพ่อมอบให้ สุดท้ายแล้วเขาไม่แน่ใจว่าจะเป็นเขาเองหรือพี่สี่ที่จะถูกเสด็จพ่อมองต่างออกไป

“ฝั่งทางเสนาบดีที่หนุนหลังเขาก็มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน ยุ้งฉางต่างๆที่พวกเขาเอาไว้เก็บเสบียง สี่ในสิบส่วนกลับแอบเก็บซ่อนอาวุธที่ถูกจัดเตรียมใส่ลังไว้ดีแล้ว 

ขุนนางไม่มีสิทธิ์ในการครอบครองอาวุธเยอะขนาดนี้ หากต้องการตัดกำลังพี่สี่ ข้อหานี้ถือว่าไม่เบาเลย การเคลื่อนไหวของพวกเขาต่อจากนี้มีผลต่อการตัดสินใจของพวกเรา แล้วศิษย์พี่จะเป็นผู้ติดตามต่อเอง”

เฮยหลงเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อแล้วหยิบสิ่งที่ได้จากการสืบค้นวางไว้ที่โต๊ะ “เสนาบดีหลายคนต่างมีฮูหยินที่เป็นลูกของคหบดีผู้ร่ำรวย มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาอาจจะแอบสอดไส้ในอาวุธพวกนี้ไว้ในสินค้าที่ส่งออก หลายวันที่ข้าตามสืบมานี้ การขนส่งสินค้ามีความเคลื่อนไหวต่างจากทุกครั้ง จนวันนี้ไปเจอกับสิ่งนี้เข้า"

“ป้ายผ่านทางหรือ?” เหลียงหมิงจือหยิบขึ้นมาพิจารณาดู “ไปเจอที่ใดมา”

“ที่จวนคหบดีเว่ย พ่อตาของแม่ทัพใหญ่เหอ” 

“แม่ทัพใหญ่เหอหรือ?”

“ใช่ พวกท่านลองคิดดูดีๆว่าเคยเห็นสัญลักษณ์นี้จากที่ใดอีก” เฮยหลงกอดอกแล้วมองหน้าของเจี่ยนเฉิงเป็นคนแรก

เจี่ยนเฉิงเอื้อมมือไปหยิบป้ายนั้นขึ้นมาดู แล้วพยายามใช้ความคิดอย่างหนักว่าตนเคยเห็นมันมาจากที่ไหนอีก “โรงหลอมอาวุธหลายๆแห่งที่ข้าไปดูมาล้วนใช้ป้ายผ่านทางด้วนกันทั้งนั้น แต่ข้าไม่แน่ใจว่าเป็นสัญลักษณ์นี้ด้วยหรือไม่”

“ในห้องทรงงานขององค์ชายสี่ ข้าเองมั่นใจว่าไม่เคยเห็นสัญลักษณ์นี้ผ่านตาเลย แต่ข้าจะไปสืบดูอีกทีว่ามีแอบซ่อนไว้ที่ใดอีกหรือไม่” เกาฉายกล่าว

“สิ่งสำคัญที่ข้ารู้สึกสะกิดใจเกี่ยวกับสัญลักษณ์นี้เพราะข้าสังเกตเห็นมันอยู่ที่ต้นคอของนักฆ่าพวกนั้นเมื่อสามปีก่อนเช่นกัน ที่สำคัญคือ มันจะมีความเกี่ยวข้องกับแม่ทัพเหอผู้เป็นกลางทางการเมืองมาตลอดหรือไม่ 

"หากองค์ชายสี่ส่งนักฆ่ามาล้มล้างศิษย์พี่ในครั้งนั้นได้ มันดูจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์บนป้ายผ่านทางนี้"

เซียงฮวานั่งเงียบๆมองพวกเขาเสนอความคิดเห็นกันไปมาโดยไม่ได้เอ่ยแทรกเลยแม้แต่น้อย นางรู้แค่ว่าสุดท้ายชีวิตของพวกเขาจะไปจบอยู่ตรงจุดไหน แต่เรื่องระหว่างทางเหตุการณ์ต่างๆนานานางไม่รู้ สำคัญที่สุดก็คือ หนไปทางไปสู่ความยิ่งใหญ่ของผู้ใด ผู้นั้นก็ต้องฟันฝ่ามันไปด้วยตนเอง

นางนั่งเอามือเท้าคาง นิ้วเรียวงามของมืออีกข้างสัมผัสวนรอบจอกชาอย่างคนไม่มีอันใดทำ ดวงตากลมโตเริ่มปรือเพราะความง่วงนอนขึ้นมาทุกที เมื่อคิดว่าตนเองเลยเวลานอนมานานมากแล้ว สมองก็สั่งให้มีอาการหาวขึ้นมาจนนางต้องยกมือขึ้นมาปิดปากไว้ แล้วส่ายหน้าไล่อาการง่วงนอน

"ดูท่าศิษย์น้องไช่จะเริ่มง่วงนอนแล้ว ศิษย์พี่ว่าเราพอแค่นี้ก่อนดีกว่า วันนี้ลำบากพวกเจ้าแล้ว เดี๋ยวที่เหลือของวันนี้ศิษย์พี่จะเป็นคนจัดการต่อเอง"

เฮยหลงเอื้อมมือไปลูบศรีษะของเซียงฮวา ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เหลียงหมิงจือแล้วกล่าว "ศิษย์พี่อย่าได้เกรงใจ หากมีเรื่องขอความช่วยเหลืออันใดสามารถส่งคนมาบอกพวกเราได้ทันที วันนี้คงต้องขอตัวลาก่อน"

กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นมาแล้วก้มศีรษะให้เหลียงหมิงจือเล็กน้อย แขนแกร่งจากการฝึกยุทธ์อย่างหนักเอื้อมไปโอบรอบตัวของเซียงฮวาเพื่อช่วยพยุงนางขึ้นมาจากเก้าอี้ จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็เดินออกมาจากในเรือนนั้นแล้วมาหยุดอยู่ที่ประตูหน้าจวน

"เอาไงต่อ เราจะแอบเข้าทางประตูลับหรือว่าจะนอนที่โรงเตี๊ยมตามสูตรเดิม" เกาฉายเอ่ยขึ้นมาแล้วมองหน้าสหายของตนเองทุกคนอย่างถามความเห็น

"ให้เซียงฮวาไปส่งแล้วกัน" เจี่ยนเฉิงไม่เลือกสักข้อที่เกาฉายเสนอขึ้นมา สายตาเฉยชามองไปยังสหายที่เป็นสตรีเพียงคนเดียวของตนเอง ซึ่งตอนนี้กำลังยืนหลับตาแล้วเอาศีรษะซบอยู่ที่ไหล่ของเฮยหลงอยู่ มือของเขาสะกิดไปที่แขนนางอย่างต้องการปลุกให้ตื่น

"นี่เซียงฮวา หากง่วงนักก็รีบลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วไปส่งพวกเราก่อน จะได้กลับไปนอนที่เตียงนุ่มเร็วๆ" เมื่อสะกิดแขนไม่ได้ผลเขาจึงใช้เสียงในการปลุกนาง 

"อืม ได้" นางพยักหน้ารับอย่างช้าช้า ไม่นานหลังจากนั้นความรู้สึกของการโดนพลังที่คุ้นเคยบีบรัดมาที่ตัวก็เกิดขึ้น เพียงแค่สิบลมหายใจเขาก็มาปรากฏตัวที่ห้องของเฮยหลง

"เป็นพลังที่น่าทึ่งมาก ในที่สุดข้าก็มีโอกาสได้ร่วมเดินทางเช่นนี้กับเขาเสียที" เกาฉายลูบแขนลูบหน้าตนเองไปมา การเดินทางแบบนี้เร็วมากจนเขาอดใจเต้นแรงไม่ได้ สายตาชื่นชมมองไปยังสหายของตนเองอย่างไม่ปิดบัง

เซียงฮวาลืมตาขึ้นมาแล้วดันแผ่นอกของเฮยหลงให้ออกห่างจากตนเอง "มีครั้งแรกย่อมต้องมีครั้งต่อไป เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"

“เดี๋ยวก่อน” เฮยหลงรั้งแขนของเซียงฮวาไว้ "ข้ารู้ว่าเจ้าง่วงนอนเต็มทน แต่ขอเวลาสักครู่ได้หรือไม่"  

เมื่อเห็นนางพยักหน้ารับ เขาจึงใช้สายตาไล่สหายทางอ้อม เมื่อพวกเขาทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปแล้ว จึงได้จูงมือเซียงฮวาไปนั่งยังโต๊ะเตี้ยที่อยู่เยื้องจากเตียงไม่มากนัก

"เจ้านั่งลงก่อน" เซียงฮวานั่งลงบนเบาะรองนั่งอย่างว่าง่าย นางไม่ได้กลัวการอยู่เพียงลำพังกับเฮยหลงเลยสักนิด สายตาของนางจับจ้องไปที่เขาซึ่งเดินไปหยิบบางอย่างบนเตียงแล้วเดินกลับมาทางนาง 

"อันใดหรือ" เสียงใสเอื้อนเอ่ยเมื่อเห็นกล่องไม้ลวดลายงดงามวางอยู่ด้านหน้าของตนเอง เฮยหลงเลื่อนมันเข้ามาใกล้เซียงฮวามากขึ้น "ตั้งแต่ที่เจ้าปักปิ่น ข้ายังไม่ได้ให้สิ่งใดเจ้าเลย ลองเปิดดูสิ"

ดูจากขนาดของกล่อง แม้จะพอเดาได้ว่าของด้านในคงไม้พ้นเป็นเครื่องประดับ แต่เมื่อมีคนให้ของขวัญ มีหรือที่เซียงฮวาจะไม่ตื่นเต้นตอนจะเปิดมันออกมาดู 

มือเรียวเล็กเปิดฝากล่องออกช้าๆอย่างรอลุ้น เมื่อเห็นว่าด้านในเป็นอันใด รอยยิ้มสดใสที่ประดับอยู่บนใบหน้า พร้อมดวงตาเป็นประกายของนางก็ปรากฎเข้าสู่สายตาคนให้ในทันที

"ปิ่นปักผม คิๆๆ จะขอหมั้นหรือ" ใบหน้าล้อเลียนของนางไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเขินอายอย่างเคย ความกล้าของเขามันถูกสั่งสมเอาไว้มานานปี ยามนี้นางถึงวัยที่ต้องออกเรือนแล้ว แต่ในขณะที่เขายังไม่ได้ทำพิธีสวมกวานเลย หากเขามัวแต่เขินอายก็คงได้อดกันพอดี

"จะรับหรือไม่เล่า" 

ปิ่นนี้เขาสั่งทำมันขึ้นมาเป็นพิเศษ เพราะเขารู้ว่านางไม่ค่อยประทับใจปิ่นทองคำที่เสด็จแม่ของเขาพระราชทานให้เสียเท่าไร คิดถึงงานปักปิ่นวันนั้นแล้วเขาก็อดขำขันขึ้นมาไม่ได้ รังสีอำมหิตของท่านอาจารย์ที่ปล่อยออกมา ทำให้ไม่มีแม่สื่อคนไหนกล้าเข้ามายุ่มย่ามเลยแม้แต่คนเดียว 

ตัวเขาเองชัดเจนกับนางตั้งแต่ต้น ท่านอาจารย์ก็รับรู้ความรู้สึกของเขามาโดยตลอด ต่อให้เขาจะเป็นศิษย์ของท่านก็ตาม ก็ยังต้องโดนสั่งให้ฝึกฝนตนเองอย่างหนักเพื่อเป็นการพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าเขาจะสามารถปกป้องนางได้ อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ ท่านอาจารย์ใช้เขาให้คอยกันท่าบุรุษอื่นที่เข้าหานางด้วยนั่นเอง

"จะรับดีหรือไม่นะ" เซียงฮวาแสดงท่าทีคิดหนักออกมาจนเฮยหลงต้องเอื้อมมือไปจับแขนนางเอาไว้แล้วเขย่าไปมาเบาๆ

"เจ้าอย่าพูดเช่นนี้สิ ไหนเคยกล่าวว่าจะไม่แต่งกับผู้ใดนอกจากข้าอีก หรือเจ้าจะผิดคำพูด" เฮยหลงมองหน้าเซียงฮวาอย่างใจหาย แต่เมื่อเห็นนางยิ้มออกมาอย่างหยอกล้อก็ทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาหน่อย "ว่าอย่างไร จะรับหมั้นข้าหรือไม่"

เซียงฮวาเงียบ แล้วหลุบตาลงสำรวจปิ่นปักผมในมือของตนเอง ด้ามปิ่นเป็นเงินซึ่งเข้ากันได้ดีกับบุบผาที่เกสรของมันทำมาจากหยกสีฟ้าทุกดอก ตัวใจกลางประดับด้วยพลอยสีชมพูหายาก สลับกันกับพลอยใสและเพชรน้ำงาม ช่างเขาทำได้อย่างไรกัน มากความสามารถยิ่งนัก

เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วจึงช้อนสายตาขึ้นมองเฮยหลงโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใด ใบหน้ายิ้มแย้มที่เคยมีเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยพร้อมกับดวงตาที่ไม่ได้สื่ออารมณ์ใดเป็นพิเศษ

"เซียงฮวา" เขาเอ่ยเรียกนางแล้วเขย่ามือเล็กเบาๆ เมื่อนางยังคงเงียบ "อย่าเงียบสิ กล่าวอันใดสักอย่างได้หรือไม่"

เซียงฮวาไม่ได้กล่าวอันใดขึ้นมา นางหลับตาลงแล้วตั้งสมาธิ ไม่นานหลังจากนั้นกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของบุบผาสวรรค์ก็กำจายออกมาจากตัวนาง แสงสีฟ้าพร้อมกลีบบุบผาที่ร่วงโรยลงมาจากด้านบนเป็นประกายวิบวับสูงค่าเกินกว่าที่จะแตะต้องได้ งดงามเกินกว่าที่มนุษย์จะใฝ่ฝันถึง

 ด้วยความอยากรู้ว่ากลีบบุบผานั้นจะให้เนื้อสัมผัสที่เป็นเช่นไร มือของเขาจึงยื่นออกมาเพื่อรับกลีบของมัน ไม่นานหลังจากที่มันตกลงมาใส่ในมือเขา มันก็หายวับไปในทันทีราวกับว่าเขาไม่ได้แตะต้องมันมาก่อน ประกายในตาของเขาสั่นไหวก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมาจากมือของตนเองแล้วมองไปยังคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าตน

ดวงตากลมโตของนางจับจ้องมายังเขา พร้อมกับที่มือเล็กยกปิ่นปักผมขึ้นมา นางจรดริมฝีปากไปที่ปิ่นนั่นก่อนที่จะยื่นมันมาแนบที่หน้าผากของเขา 

เมื่อนั้น ทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้จึงหยุดลง ตรงข้ามกับจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นเร็วขึ้น เนื้อสัมผัสที่เย็นชืดของปิ่นเป็นตัวดึงสติของเขาให้รู้สึกตัวว่าตอนนี้เขายังอยู่ในโลกของความเป็นจริง

เขากะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะจ้องคนตรงข้ามนิ่ง หัวคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เมื่อสังเกตเห็นว่าปิ่นที่เขาสั่งทำขึ้นมาซึ่งแต่เดิมมีเพียงชิ้นเดียว แต่บัดนี้กลับมีปิ่นอีกแบบเดียวกันปรากฏขึ้นมาในมือนางด้วย รายละเอียดต่างๆถูกปรับให้ไม่ดูระย้าจนบุรุษใช้งานได้ ส่วนความประณีตในส่วนต่างๆยังคงไว้เช่นเดิม

"ของแทนใจต้องทำเป็นคู่จริงหรือไม่ อันนี้ข้าให้เจ้า"

เซียงฮวายื่นมันมาให้เขาแล้วยิ้มเต็มใบหน้า เสียงใสพลันเอื้อนเอ่ย "มีทั้งพิ้งแซฟไฟร์ มีทั้งไดอะมอนด์ดูหรูหราหมาเห่าเสียขนาดนี้ แต่งค่ะ เอ้ย! หมั้นเจ้าค่ะ"

.

.

.

Pandanus23233

2020年09月08日


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #333 ChaDaSay (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 19:57
    ชอบความสัมพันธ์พวกเขาจัง เติบโตมาด้วยกันอย่างดี แล้วเฮยหลงก็รักมั่นเซียงฮวาน้อยมากกกกก
    #333
    1
    • #333-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      12 ธันวาคม 2563 / 20:39
      สร้างความผูกพันธ์กันไปเรื่อยๆ555
      #333-1
  2. #249 Phen Laphaslada (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 23:38
    น้องใจเย็นนะคะ หมั้นก่อนนนน ไม่ต้องรีบบบ เดี๋ยวผู้ชายขวัญบินหมดดดด
    #249
    1
    • #249-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:55
      โอเคร ไม่รีบๆ ฮ่าา
      #249-1
  3. #248 dokao (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 21:09
    คุนน้องตัวร้ายย
    #248
    1
    • #248-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:55
      ฮ่าาาาาา
      #248-1
  4. #247 dokao (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 21:09
    คุนน้องตัวร้ายย
    #247
    0
  5. #245 Mameaw555 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 12:25
    อะหือลุ้นมาก กลัวน้องจะแผลงฤทธิ์
    #245
    1
    • #245-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:56
      น้องเป็นเด็กดี เชื่อน้องนะ ฮ่าๆ
      #245-1
  6. #242 metung18 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 08:45
    ถ้าอาหลงไม่ใช่พระเอกนี้มีสงสารเลยนะ นางดูรักดูหลงน้องมาก
    #242
    1
    • #242-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:57
      จะไม่มีใครต้องเจ็บปวดเกินไป//ฮึบ
      #242-1
  7. #241 nae_tae (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 08:29

    ล้นแทบแย่ น่ารักมาก !

    #241
    1
    • #241-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:57
      ฮ่าาาาาาา
      #241-1
  8. #239 manbigbang (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 07:06

    น่ารักมาก
    #239
    1
    • #239-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:58
      ขอบคุณค่ะ
      #239-1
  9. #238 Jariyaboontor (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 06:41
    เอ้า.. หลงรักน้่องเซียงเลยกับคำตอบนี้
    #238
    1
    • #238-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:58
      คิๆๆๆๆๆๆ
      #238-1
  10. #237 mblue2 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 06:38
    คือดี....
    #237
    1
    • #237-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:58
      ฮ่าาาาาาา
      #237-1
  11. #236 Poonchanit (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 04:12
    น่ารัก
    #236
    1
    • #236-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 49)
      17 กันยายน 2563 / 14:59
      ขอบคุณค่ะ
      #236-1