บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 48 : เป็นเพราะหลังคามันผุพัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

สำนักยุทธ์และสำนักศึกษาหลายๆแห่งมักจะตั้งอยู่ชิดติดภูเขาเสียส่วนใหญ่ รวมทั้งสำนักศึกษากลางด้วยเช่นกัน ตามถนนหนทางต่างๆหากไม่เป็นร้านค้าของชาวเมืองก็เป็นจวนของคหบดีทั่วไป 

ระหว่างทางเซียงฮวาได้แวะร้านค้าข้างทางที่ยังขายน้ำตาลปั้นอยู่ มันเหลืออยู่สามอันสุดท้าย นางจึงเหมามาทั้งหมดเลย ระหว่างที่กำลังเดินไปกินไปอย่างสบายใจนั้น นางก็ได้ยินเสียงใครเรียกชื่อนางดังขึ้นมาแว่วๆ

“เซียงฮวา” ฝ่าเท้าที่กำลังเดินอยู่เป็นอันชะงักกึกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อรู้สึกว่าศีรษะของตนเปียกน้ำอันใดสักอย่างหนึ่ง มือเรียวเล็กค่อยๆยกขึ้นมาสัมผัสยังความเปียกนั้น เมื่อรู้สึกได้ว่าสิ่งที่ตนเองสัมผัสอยู่เหนียวข้นพร้อมกับกลิ่นคาวที่โชยเข้ามาติดอยู่ที่จมูก สมองนางจึงคิดได้อยู่เพียงอย่างเดียว

“เลือด?” 

นางกล่าวก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้ แสงจากคืนพระจันทร์เต็มดวงทำให้เห็นท่าทางของร่างๆหนึ่งซึ่งพาดอยู่บนนั้น แขนทั้งสองข้างและเส้นผมของเขาทิ้งตัวลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรงราวกับว่าไม่มีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว

หากเป็นที่โลกเดิมนางคงจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง แต่เมื่อมาอยู่ในโลกนี้ นางกล้าบอกได้เลยว่าภูมิต้านทานเรื่องพวกนี้ของนางไม่ธรรมดาแล้ว สิ่งที่นางทำหลังจากที่เห็นจึงเป็นเพียงกัดน้ำตาลปั้นให้หมดทั้งไม้ แล้วขว้างไม้เปล่าที่อยู่ในมือทิ้งไว้ข้างทาง 

จากนั้นจึงก้มลงหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้อยู่ที่ข้างรองเท้า นางแสยะยิ้มให้กับร่างนั้นในจังหวะเดียวกับที่กำลังถอดปลอกมีดออกจากฝัก ความเงาของมันแม้อยู่ท่ามกลางความมืดยังส่องประกายล้อแสงจันทร์ บ่งชัดว่ามีดเล่มนี้มีระดับความคมแค่ไหน ดวงตากลมโตเล็งมีดสั้นไปที่เขาก่อนที่จะขว้างขึ้นไปอย่างไม่ลังเล

“เฮ้ย!” เสียงตกใจของคนด้านบนพร้อมกับร่างกายที่พลิกตัวหลบมีดสั้น ทำให้เขาไม่ทันระวังตัวจนต้องตกลงมาจากต้นไม้ แรกเริ่มที่เขามีความคิดจะทำเช่นนี้ ก็เพราะอยากจะแกล้งนางให้ตกใจกลัวจนต้องกรี๊ดร้องแล้ววิ่งหนีเข้าป่า ไม่คิดว่านางกลับไม่กลัว ซ้ำยังจะกล้าทำร้ายเขาซ้ำด้วยการขว้างมีดสั้นเข้ามาใส่เขาอีก

“เซียงฮวา! เจ้ามันเป็นสตรีใจดำอำมหิต” เขายืนเต็มความสูงแล้วชี้นิ้วมาใส่หน้าเซียงฮวาด้วยอารมณ์เหลืออด นี่ถ้าหากเขาหลบไม่ทัน ป่านนี้เขาคงไปเยือนยมโลกแล้ว

“ใครใช้ให้เจ้าเล่นอันใดไม่เข้าเรื่องเล่าเจี่ยนเฉิง แล้วเลือดที่หยดมาใส่หัวข้านี่คงไม่ได้มาจากปากเจ้าใช่หรือไม่ อี๋!” เซียงฮวาเงยหน้ามองเจี่ยนเฉิงที่ตอนนี้ความสูงเขาล้ำหน้านางไปไกลแล้ว แขนเล็กเท้าสะเอวข้างหนึ่งพร้อมกับที่อีกข้างหนึ่งซึ่งถือน้ำตาลปั้นอยู่ชี้ไปที่ใบหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

“เหอะ ใช่ที่ใดกันเล่า จากแขนข้าต่างหาก” กล่าวจบเขาก็เลิกแขนเสื้อของตนเองขึ้นมาจนเห็นเลือดซึ่งได้ไหลย้อยลงมาตามแขนของเขา

“หือ บาดเจ็บที่หัวไหล่หรือ ไปทำอันใดมา” เซียงฮวาดวงตาเบิกโพลง จากนั้นมือเรียวเล็กจึงได้หยิบผ้าเช็ดหน้าซึ่งผ่านการอบสมุนไพรมาแล้วยื่นให้เขาเพื่อช่วยห้ามเลือด แต่เมื่อคิดได้ว่าสหายอาจไม่สะดวก นางจึงได้เปลี่ยนไปมัดให้เขาเอง

“เหอะ! ภารกิจซุ่มดูเฉพาะกิจนะ องค์ชายห้าขอความช่วยเหลือมา” เจี่ยนเฉิงตอบเซียงฮวาออกไปโดยที่ให้ความร่วมมือกับสหายในการห้ามเลือดเป็นอย่างดี หัวคิ้วเขาชนกันเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

“น่าเจ็บใจนัก ข้ารึก็อุตส่าห์ซุ่มมองเจ้าพวกนั้นด้วยความเงียบที่สุดแล้ว เป็นเพราะหลังคาที่ผุพังนั่นแท้ๆ ทำให้พวกมันเห็นข้าจนซัดอาวุธเข้าใส่เช่นนี้”

เซียงฮวาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากมัดผ้าที่แขนของเขาเสร็จแล้ว ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ย “นั่นมันเป็นเพราะฝีมือเจ้าเองแท้ๆจะโทษใครได้ แต่ก็เอาเถอะ อายุเพียงเท่านี้แต่ยังหนีรอดมาได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว”

“แต่ข้าคิดว่ามันยังไม่พ้นนะ ไปเร็ว!” เจี่ยนเฉิงได้ยินเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกำลังวิ่งมาทางเส้นทางนี้ เขาจึงได้จับแขนของเซียงฮวาไว้ แล้ววิ่งหนีไปยังสถานที่นัดหมายตามเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้

“เจ้าใช้วิชาตัวเบาได้หรือไม่” เจี่ยนเฉิงกล่าวกับเซียงฮวาในระหว่างที่กำลังใช้เท้าวิ่งตามปกติ 

เซียงฮวาพยักหน้ารับ แล้วใช้วิชาตัวเบาในระดับอันน้อยนิดของนางวิ่งไปพร้อมกับเจี่ยนเฉิง แต่เมื่อเจี่ยนเฉิงไม่ยอมยอมปล่อยแขนนาง อีกทั้งเขายังมีระดับวรยุทธ์ที่สูงกว่านางหลายเท่านัก เมื่อวิ่งมาได้ไม่เท่าไร เซียงฮวาก็รู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมาแล้ว

“ข้าใช้วิชาลับเคลื่อนที่ไปแทนไม่ได้หรือ เหนื่อย!” เสียงหอบหายใจของคนด้านข้างทำให้เจี่ยนเฉิงส่ายหน้าไปมา เสียงแตกหนุ่มของเขากล่าวอย่างตำหนิสหาย

“เพราะเจ้าเอาแต่ใช้วิชาลับของเจ้าจนแม้แต่วรยุทธ์ก็ไม่ตั้งใจฝึกให้ดีอย่างไรเล่า ฝีมือถึงได้อยู่เพียงเท่านี้ หัดใช้วิธีแบบคนธรรมทั่วไปกับเขาเสียบ้าง ร่างกายเจ้าจะได้แข็งแรงขึ้นไม่ดีหรืออย่างไร”

เมื่อเป็นโอกาสของเขาที่จะได้กล่าวสั่งสอนนางบ้าง เจี่ยนเฉิงจึงไม่รอช้าที่จะทำ เพราะคนรอบข้างพากันพะเน้าพะนอนางมากจนนางมีนิสัยชอบทำอะไรตามใจตนเองเช่นนี้ หากไม่ดุด่าว่านางบ้าง นางก็คงจะไม่ดีขึ้น

“เจ้ามันคนใจร้าย ปล่อยแขนข้าเลยนะ แล้วเราก็ทางใครทางมัน” เซียงฮวาสะบัดแขนออกจากมือเจี่ยนเฉิงอย่างแรง จากนั้นจึงได้ทะยานตัวขึ้นไปบนหลังคาของจวนแห่งหนึ่ง

เพล้ง!

“ฮ่าๆ” เจี่ยนเฉิงซึ่งทะยานตัวขึ้นมาบนหลังคาตามหลังมาติดๆหัวเราะเซียงฮวาดังลั่น เขาชี้นิ้วไปที่เท้าของนางก่อนจะนั่งกุมท้องตนเองอย่างขำขัน จนคนที่อยู่ในจวนต้องออกมาดูเพราะคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างดี

“เซียงฮวา” เจ้าของชื่อค่อยๆหันลงไปมองยังที่มาของเสียง จากนั้นจึงเปลี่ยนไปก้มมองลงยังเท้าของตนเอง กระเบื้องแผ่นหนึ่งบนหลังคาแห่งนี้มีรอยบุบลงไปตามขนาดเท้าของคนต้นเหตุ นางยกเท้าของตนเองออกมาจากกระเบื้อง แล้วค่อยๆไต่เท้าไปยังกระเบื้องแผ่นอื่นด้วยความระมัดระวังว่ามันจะแตกอีก

“เซียงฮวา ลงมาข้างล่างเถิด ที่จวนนี้ปลอดภัย” เฮยหลงกวักมือเรียกนางในดวงใจให้ลงมาที่พื้น เขาอ้าแขนออกมาเป็นเชิงว่ารอรับตัวนางอยู่ เซียงฮวาจึงได้โรยตัวลงไปช้าๆโดยที่เฮยหลงก็โผลตัวเข้าไปรับนางไว้กันนางตกลงมาอีกทีหนึ่ง

เมื่อเท้าได้สัมผัสลงไปที่พื้นแล้ว เซียงฮวาจึงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมกอดแล้วยิ้มออกมาแห้งๆ เขาก้มหน้าลงมองนางแล้วกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอันใดหรือไม่ เมื่อกี้ข้าได้ยินเสียงกระเบื้องตะ…”  คำว่า ‘แตก’ ยังไม่ทันจะได้หลุดออกมาจากปากของเฮยหลงเลย เซียงฮวาก็กล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ข้าไม่ได้ตัวหนักนะ เป็นเพราะว่าหลังคามันผุพังต่างหาก” เซียงฮวาเอาคำพูดของเจี่ยนเฉิงก่อนหน้านี้มาใช้แล้วกระทืบเท้าตัวเองไปมาเป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่าเขาต้องเชื่อนางเท่านั้น เมื่อร่างสูงพยักหน้าตอบรับว่าเขาเชื่อ เซียงฮวาจึงยิ้มกว้างแล้วใช้มือดันอกของเขาให้ออกห่างจากตนเอง เฮยหลงจึงได้ยอมคลายอ้อมแขนของตนเองออกจากร่างของนาง

เจี่ยนเฉิงเมื่อโรยตัวลงมาแล้วเห็นกับภาพนั้นก็เบือนหน้าไปทางอื่น ที่เขากล่าวว่านางโดนตามใจมากเกินไปไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด

“เหอะ! หากกระเบื้องที่ว่าผุพังจริง เหตุใดข้าจึงไม่เป็นอันใดเลยสักนิด นั่นเป็นเพราะเจ้าตัวหนักทั้งนั้น” เจี่ยนเฉิงกล่าวจบก็เดินเข้าไปในเรือนที่เซียงฮวาเพิ่งเหยียบกระเบื้องแตกไป 

“ข้าอาจจะโชคร้ายจนเผลอเหยียบกระเบื้องที่ผุอยู่ก็ได้” นางนิ่วหน้าแล้วเดินกระทืบเท้าตามเขาเข้าไป จึงเหลือเพียงเฮยหลงที่อยู่ด้านนอกคนเดียว เขามองไปรอบๆตัวเองก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์ส่วนตัวซึ่งยังคงกระจายอยู่ทั่วจวนไปจัดการพวกที่ตามเจี่ยนเฉิงกับเซียงฮวามา จากนั้นจึงก้าวเท้าเดินตามเซียงฮวาเข้าไปในเรือน

เมื่อเซียงฮวาเดินเข้าไปข้างในแล้ว นางก็มองหากระเบื้องชิ้นที่ว่า เมื่อเห็นว่ามันตกอยู่ที่พื้นตรงมุมหนึ่งของห้อง นางจึงได้เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา แล้วเดินกลับไปนั่งยังโต๊ะที่เจี่ยนเฉิงกับเฮยหลงนั่งรออยู่

“ว่าแต่ เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้หรือเฮยหลง เป็นข้าบังเอิญกระโดดขึ้นไปถูกจวนหรืออย่างไร” กล่าวจบจึงรินน้ำชาจากกาใส่ในจอกแล้วหยิบขึ้นมาจิบ

“เป็นเพราะข้าผ่อนฝีเท้าลงจนเจ้ามีโอกาสได้สะบัดมือข้าจนมันหลุดออกจากกันต่างหากเล่า” เจี่ยนเฉิงกล่าวออกมาในระหว่างที่เลิกแขนเสื้อเพื่อดูว่าเลือดหยุดไหลลงบ้างแล้วหรือยัง เฮยหลงที่เห็นเช่นนั้นจึงกล่าวถาม

“เจ้าบาดเจ็บ?” กล่าวจบแล้วจ้องเขม็งไปยังแผลของเขาที่มีผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวปักเป็นรูปบุบผาสีฟ้าที่เขาเคยเห็นผ่านตาอยู่บ่อยครั้ง

“มีดสั้นโดนเฉียดๆเท่านั้น ไม่เป็นอันใดมาก” เขาตอบเฮยหลงออกไปจากนั้นจึงดึงเสื้อลงเช่นเดิม 

“ไม่ใส่ยาหน่อยหรือ” กล่าวถามสหายอย่างแสดงความเป็นห่วง แล้วก็ได้รับการส่ายหน้าจากผู้บาดเจ็บตอบกลับมา

“ไม่ละ เดี๋ยวก็ได้กลับหอพักแล้ว ฝั่งเจ้าได้ความอันใดมาบ้างเล่า”

“รอองค์ชายห้ามาก่อนค่อยเล่าก็ยังไม่สาย”

เฮยหลงกล่าวเสียงเรียบ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นดวงตากลมโตมองไปทางเขาที ไปทางเจี่ยนเฉิงทีอย่างอยากรู้อยากเห็น “รอองค์ชายห้ามาก่อนเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เรื่องเอง ว่าแต่ดึกดื่นเช่นนี้แล้ว เหตุใดเจ้าถึงออกมายังหอพักเช่นนี้ได้”

  “เออนั่นสิ ข้ากำลังจะถามเจ้าอยู่พอดีเลยเซียงฮวา เหตุใดข้าจึงเห็นเจ้าเดินทอดน่องอยู่ที่ถนนในยามค่ำคืนนี้เช่นนี้ได้” เจี่ยนเฉิงกอดอกแล้วตีหน้ายักษ์ใส่เซียงฮวาอย่างคาดคั้น

“ก็…ก็แค่เอาผ้าไปซักแล้วนึกครึ้มอยากเดินสูดอากาศยามค่ำคืนบ้าง ไม่ได้หรือ” เซียงฮวาเม้มปากแน่นแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ว่าตนมีความผิดอันใดก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เจี่ยนเฉิงได้แกล้งนาง

“เฮยหลง เจ้าเจี่ยนเฉิงน่าตายคนนี้แกล้งข้า เจ้าลองดมที่หัวของข้าดูสิ ยังมีเลือดของเขาติดอยู่เลย คนอะไร! แกล้งตายหลอกสตรีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นเช่นนี้ได้ลง”

ใบหน้างามบึ้งตึงเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่ก็นึกขึ้นมาได้อีกเช่นกันว่านางกับเจี่ยนเฉิงกำลังหนีผู้ใดมาอยู่ “เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าพวกเรากำลังวิ่งหนีผู้ใดอยู่หรอกหรือ เป็นพวกที่ทำร้ายเจ้าใช่หรือไม่”

เซียงฮวาเท้าคาง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิดพร้อมกับปะติดปะต่อเรื่องเสียเองเลย ตั้งแต่นางปักปิ่นมา เจ้าเฮยหลิงไม่ค่อยบอกอะไรให้นางฟังเลยสักนิด พอหลอกถามเข้าหน่อยก็รู้ทันนางจนทำปากแข็งขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“เป็นพวกเดียวกันไม่ผิดหรอก เรื่องนี้เกี่ยวกับองค์ชายห้าทั้งหมด เจ้าก็รู้ว่าองค์ไท่จื่อพลานามัยไม่แข็งแรงนัก ตำแหน่งผู้สืบทอดจึงไม่มั่นคง เป็นเช่นนี้แล้วองค์ชายสี่จะไม่เคลื่อนไหวได้อย่างไร องค์ชายห้าที่มีเสียงสนับสนุนจากขุนนางน้อยกว่าจึงต้องหาพรรคพวกมาช่วยแล้วอย่างไรเล่า”

เซียงฮวาพยักหน้ารับ “หากองค์ชายห้าเป็นเจ้าครองแคว้นแทน มันก็คงดีต่อแคว้นฝูเลยทีเดียวใช่หรือไม่”

“อาจจะดีต่อแคว้นจินด้วยเช่นกัน” ทั้งหมดหันไปมองยังที่มาของเสียง เป็นเกาฉายนั่นเองที่กำลังเดินเข้ามา เขาปาดเหงื่อจากใบหน้าตนเองเล็กน้อย จากนั้นจึงนั่งลงที่เก้าอี้ว่าง

 “ไม่คิดว่าจะเจอเจ้าที่นี่นะเซียงฮวา” หลังจากที่จิบชาแก้กระหายแล้ว เกาฉายจึงกล่าวทักทายเซียงฮวาด้วยรอยยิ้มละไม 

เซียงฮวามองไปที่ชายหนุ่มทั้งสามคนก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา เหตุใดจึงโตมาได้ดีเช่นนี้นะ หากวัดเป็นเซนติเมตร เจ้าเด็กพวกนี้ไม่มีผู้ใดต่ำกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเลยสักคน กว่าจะอายุยี่สิบ นางเดาว่าพวกเขาคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้ากันสักคนแน่

“ข้าก็คิดว่าตนเองควรจะกลับได้แล้วละ พวกเจ้าจะได้คุยธุระกัน” เซียงฮวากล่าวจบก็ยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินผู้มาใหม่กล่าวทักนาง

“ศิษย์พี่เพิ่งมาถึง เจ้าก็จะกลับแล้วหรือศิษย์น้องไช่”

.

.

.


ไม่รู้แหละ อิมเมจเฮยหลงต้องเป็นเจ้าต้าวววของไรท์เท่านั้น

รักน้อนน เอ็นดูน้อนน


2020年08月31日

Pandanus23233

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #332 ChaDaSay (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 18:39
    ชื่อลงท้ายด้วยหลงเหมือนกันด้วย กดเลิฟเลยไรท์ อิมเมจนี้ผ่านค่ะ 😍
    #332
    1
    • #332-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 48)
      12 ธันวาคม 2563 / 20:38
      เนาะะะะ
      #332-1
  2. #232 nae_tae (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 19:41

    รอคอยค่าาา

    #232
    0
  3. #230 manbigbang (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 15:56
    เฮยหลงหล่อมากกก

    อ่านรวดเดียวจบเลยเลยสนุกมากๆมาอัพบ่อยนะคะ

    รอติดตามค่ะ
    #230
    1
    • #230-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 48)
      31 สิงหาคม 2563 / 16:01
      ขอบคุณค่ะ
      #230-1