บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 44 : ใครว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงยาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

"กรี๊ด"

เปรี้ยง!

เสียงกรีดร้องระงมของสตรีซึ่งหนึ่งในนั้นคือเซียงฮวาลั่นไปหมดทั้งมิติแห่งนี้ คุณพระคุณเจ้า! ยืนอยู่ในเขตมิติใหม่ยังไม่ทันจะเกิดรอยเท้าอันใดเลย เหตุใดจึงต้องทักทายกันด้วยสายฟ้าฟาดฟ้าร้องเช่นนี้ด้วย

"เซียงฮวา เป็นอันใดหรือไม่"

เฮยหลงมีสีหน้าร้อนรนแล้ววิ่งมาหาเซียงฮวาด้วยความรวดเร็ว เขาไม่ได้กลัวว่านางจะโดนฟ้าผ่า เพราะว่ามิติแห่งนี้จะไม่ทำลายเด็กๆทุกคนแน่ แต่ที่เขาเป็นห่วงคือเหตุใดนางต้องวิ่งออกไปอยู่ในที่โล่งดั่งคนเสียสติเช่นนั้นด้วย

"ขะ  ข้ายังไหวอยู่ ให้ตายเถิด เจ้านี่นะเฮยหลง หากว่าเป็นฟ้าที่ผ่าตามธรรมชาติจริงๆ เขาให้เราออกห่างจากต้นไม้นะ แผ่นดินไหวก็เหมือนกัน หากอยู่ในอาคารเขาให้หลบอยู่ใต้โต๊ะและห้ามใช้ลิฟต์เป็นอันขาด จำไว้เลยด้วย"

เซียงฮวาพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อมองไปทางศิษย์พี่ที่เหลือทั้งหลายก็เห็นว่าพวกเขายังอยู่ที่เดิม แต่เพิ่มเติมคือมองมายังนางด้วยความฉงนสงสัย นี่นางตกใจจนเกินเบอร์ไปหรือ

"ข้าปล่อยไก่ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลยเฮยหลง หมดกัน! ศิษย์พี่จะกล้าฝากผีฝากไข้ไว้ที่ข้าหรือนี่" กล่าวจบนางก็ยื่นมือไปจับมือเฮยหลงไว้แล้วเดินไปรวมกลุ่มเช่นเดิม

"ศิษย์น้องไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่"

"เอ่อ…ค่อยยังชั่วแล้วเจ้าค่ะ"

ศิษย์พี่คนนั้นถามก่อนที่จะหันหน้าไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการขำของตน เขาไอแห้งๆออกมาหลายครั้งแล้วกล่าวกับทุกคนในที่นี่

"เช่นนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันทำการทดสอบเถิด หากกลุ่มใดทำแบบทดสอบลุล่วงแล้ว เมื่อนั้นถึงจะมีพลังพัดเราออกมาจากมิติแห่งนี้เอง"

ทุกคนพยักหน้ารับ เซียงฮวาจึงเดินเข้าไปหากลุ่มของตัวเองด้วยท่าทางไปต่อไม่ถูกเล็กน้อย แก้มที่แดงจัดลามไปถึงใบหูของนางทำให้ศิษย์พี่ในกลุ่มยิ้มขำเล็กน้อย

"ไม่ต้องอาย พวกเราไปกันเถิด" กวนฉายหงยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเอื้อมมือมาจับมือของเซียงฮวาไว้แล้วเดินไปทางแยกซึ่งมีทั้งหมดห้าเส้นทางให้ศิษย์ทั้งหมดได้ใช้ในการทดสอบ

"เส้นทางไหนดีเฟิงหูเกอ ศิษย์น้องไช่" กวนฉายหงถามขึ้นมาก่อนที่จะมองเส้นทางทั้งห้าซึ่งก็มีอีกหลายคู่ที่ยังไม่ได้เลือกเส้นทางด้วยเช่นกัน

"ข้าเป็นคนไม่มีดวงในการเสี่ยงโชคทุกประเภท ใจข้าเลือกหมายเลขสาม เช่นนั้นข้าว่าเราไม่ควรไปทางเส้นนี้เป็นอันขาดจะดีกว่าเจ้าค่ะ"

"ฮ่าๆ แบบนี้ก็มีด้วย งั้นเอาทางที่ห้าก็ได้"

กวนเฟิงหูหัวเราะก่อนที่จะเดินนำเข้าไปยังเส้นทางที่ว่า โดยมีกวนฉายหงก้าวเดินเข้าไปด้วย เซียงฮวาหันหลังไปโบกมือลาเฮยหลงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้วก็ได้รอยยิ้มที่มุมปากของเขาตอบกลับมา

"ตามระเบียบของสุภาพชนแล้ว กลุ่มที่มีบุรุษล้วนเช่นพวกเราไม่สมควรเลือกเส้นทางก่อนใครสินะ"

"ย่อมเป็นเช่นนั้นขอรับศิษย์พี่"

เมื่อได้ยินศิษย์พี่ปีสองกับปีสามพูดคุยกัน เฮยหลงจึงละสายตาออกจากแผ่นหลังของเซียงฮวาแล้วพยักหน้ารับเล็กน้อย เพื่อเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าเขาเองก็อยู่ในบทสนทนานี้ด้วยเช่นกัน

"เช่นนั้นเราก็ไปกันเถิด" ศิษย์พี่ปีสามพูดขึ้นเมื่อทุกกลุ่มเลือกเส้นทางเป็นของตนเองแล้ว จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปยังเส้นทางที่หนึ่งอันเป็นเส้นทางสุดท้ายที่เหลืออยู่ โดยมีศิษย์พี่ปีสามอยู่ด้านหน้าสุด ตามมาด้วยศิษย์พี่ปีสองและเฮยหลง

สภาพแวดล้อมซึ่งมองจากภายนอกเป็นเพียงแค่ผืนป่าที่มีต้นไม้และเห็นทางเดินเท้าทั้งห้าเส้นทางเท่านั้นก็ได้เปลี่ยนไป เมื่อฝ่าเท้าก้าวสุดท้ายของเฮยหลงได้เข้ามาในเขตของเส้นทางนี้ แววตาคมกริบตั้งแต่เด็กของเขาทอแสงกล้าขึ้น เมื่อได้มาอยู่ในเส้นทางอันจะพาเขาไปสู่เรื่องที่ท้าทาย

กลิ่นอายอันตรายข้างหน้าทำให้ทั้งสามคนตื่นตัวพร้อมจะรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตอนนี้พื้นที่โดยรอบของเขามีภูเขาลูกใหญ่ผุดขึ้นมาทั้งสองฝั่งทางเดินที่พวกเขากำลังใช้เดินอยู่ ความสูงของมันไม่ได้มากหากเทียบกับภูเขาจริงๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้มนุษย์รู้สึกหวาดกลัวกับอันตรายที่แฝงอยู่ได้ไม่แพ้กัน

เมื่อเดินมายังจุดหนึ่งของเส้นทาง พวกเขาก็เห็นรูปปั้นเสือตัวใหญ่ปิดกั้นเส้นทางระหว่างช่องแคบของภูเขาทั้งสองด้านไว้ พวกเขามองหน้ากันก่อนที่ศิษย์พี่ปีสามจะกล่าวขึ้น

"เราต้องทำลายรูปปั้นนี้ไปให้ได้เพื่อที่จะได้ผ่านเส้นทางนี้ใช่หรือไม่"

"ศิษย์น้องเองก็คิดเช่นนั้น" เฮยหลงพยักหน้าตามคำพูดของศิษย์พี่ทั้งสองก่อนที่เขาจะกล่าวถึงข้อสันนิษฐานของตนเองในใจ

"รูปปั้นเสือนี้ จากที่สัมผัสได้น่าจะสร้างมาจากธาตุดินระดับห้า เราทั้งสามหากช่วยกันไม่น่าจะเกินกำลังเท่าไรนัก แต่ว่า…"

"แต่อันใดหรือศิษย์น้อง"

"พวกท่านลองเงียบแล้วตั้งใจฝังเสียงนี้ดีๆ" เมื่อเฮยหลงกล่าวเช่นนั้นพวกเขาก็ทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอน 

ศิษย์พี่ปีสองกับปีสามในกลุ่มของเฮยหลงมีนามว่าถูหลงเปา(土隆包)กับฟู่หยวนชิง(付元轻) ทั้งสองคนล้วนเป็นคนของแคว้นฝู ศิษย์น้องผู้นี้ของพวกเขาระดับพลังและความสามารถมากในระดับไหนเหตุใดพวกเขาจะไม่รู้ แม้สำนักศึกษาแห่งนี้จะไม่ยึดฐานันดรศักดิ์เดิม แต่สิ่งที่องค์ชายพระองค์นี้พูดหรือสงสัยอันใด พวกเขาล้วนเชื่อและพร้อมจะทำตามทั้งหมด 

"พวกท่านได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเหมือนที่ข้าได้ยินหรือไม่"

"ข้าว่าข้าได้ยินเสียง…น้ำ?"

"ใช่จริงๆด้วย หากพวกเราทำลายรูปปั้นทิ้ง นั่นก็เท่ากับว่าน้ำอีกจำนวนเท่าไรก็ไม่รู้จะไหลทะลักเข้ามาที่พวกเราในทันที" ฟู่หยวนชิงกล่าวเมื่อเขาได้ยินเสียงน้ำที่คาดว่าน่าจะมาจากด้านหลังของรูปปั้น แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตาโตขึ้น เมื่อมองไปที่ด้านหลังของเฮยหลง

"นั่นไม่ใช่ว่า…" เมื่อฟู่หยวนชิงกล่าวออกมาเช่นนั้น ถูหลงเปากับเฮยหลงก็มองไปด้านหลังจึงเห็นว่า เส้นทางที่พวกเขาเดินผ่านก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นหินก้อนใหญ่ปิดกั้นทางหนีของพวกเขาไปเสียแล้ว

"เช่นนั้นแล้วเราต้องวางแผนกันให้ดีก่อนว่าหลังจากระเบิดรูปปั้นนี้ให้สิ้นแล้วจะทำเช่นไรกันต่อไปดี"

เฮยหลงพยักหน้ารับก่อนจะใช้สายตาสำรวจไปรอบๆตัวของพวกเขา หากพวกเขาระเบิดรูปปั้นนี้ทิ้งแล้วขึ้นไปอยู่บนภูเขาจะเป็นเช่นไรกันนะ

"ศิษย์น้องขอทดสอบอันใดบางอย่าง"

เฮยหลงกล่าวขึ้นมาก่อนที่จะรวบรวมพลังธาตุดินของตนมาไว้ที่กลางฝ่ามือ จากนั้นก็ซัดพลังทั้งหมดไปที่รูปปั้นอันใหญ่โตนั้น ผลของการใช้พลังธาตุระดับห้าของเขาทำให้รูปปั้นเสือมีรอยร้าวขึ้นมาได้มากพอสมควร ซึ่งมันก็น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ผลลัพท์ที่ได้มาเพิ่มอีกกลับทำให้ทุกคนต้องขมวดคิ้ว

เฮยหลงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแล้วกล่าวออกมา "หากเราทำลายรูปปั้นนี้ทิ้งแน่นอนว่าน้ำต้องไหลทะลักเข้ามาที่เราด้วยเช่นกัน แต่หินที่ปิดกั้นเส้นทางด้านหลังของพวกเราก็จะขยับเข้ามามากขึ้นทุกครั้งที่รูปปั้นมีร่องรอยของความเสียหาย เหนืออื่นใดเลยก็คือเราไม่สามารถหนึขึ้นไปบนภูเขาได้อีกเช่นกัน"

ทุกคนพยักหน้ารับแล้วมองไปที่ภูเขาซึ่งกำลังมีไฟลุกโชนขึ้นมาจุดหนึ่ง หลังจากที่เฮยหลงซัดพลังไปที่รูปปั้นเสือ "เช่นนั้นเราลองปีนขึ้นไปดูบนรูปปั้นนั้นดีหรือไม่"

ถูหลงเปาเสนอความคิดของตนเอง ก่อนที่ฟู่เหยียนชิงจะส่ายหน้าปฏเสธขึ้นมาก่อน "ศิษย์พี่ว่าพวกเจ้ารออยู่ที่ด้านล่างกันก่อนดีกว่า เผื่อจะมีกลเม็ดใดซ่อนไว้อยู่อีก

กล่าวจบเขาก็เดินเข้าไปใกล้กับรูปปั้นเสือพร้อมกับใช้วิชายุทธ์ในการปีนขึ้น เนื่องจากว่ารูปปั้นไม่ได้สูงจนเกินไปนัก เขาจึงใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นไปเหยียบบนหลังเสือได้ก่อนที่จะหงายหลังลงมาในไม่กี่ลมหายใจต่อมา เมื่อเจอลมสายหนึ่งซัดเข้ามาที่ตัวเขาด้วยความรุนแรงมหาศาล

"ศิษย์พี่/ศิษย์พี่" เฮยหลงกับถูหลงเปาร้องเรียกอย่างตกใจก่อนที่จะใช้วิชายุทธ์ในการเพิ่มความเร็วให้ไปรับตัวฟู่หยวนชิงไว้ก่อนที่เขาจะตกลงมาจากหลังของรูปปั้น

"ขอบใจมากนะศิษย์น้อง เกือบไปแล้วสิ"

ฟูหยวนชิงพ่นลมออกมาจากปากอย่างโล่งอก เมื่อศิษย์น้องทั้งสองของเขาวิ่งมารับตัวเขาไว้ได้ทัน มาตอนนี้แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องจริงจังกับสิ่งที่ทำอยู่ แต่ถูหลงเปาก็ยังกล่าวหยอกล้อศิษย์พี่ของเขาออกมา

"ใครว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงยากกัน ศิษย์พี่ขี้นไปยังไม่ถึงสิบลมหายใจก็ร่วงหล่นลงมาแล้ว"

เมื่อฟูหยวนชิงได้ยินศิษย์น้องของตนกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ได้รู้สึกเสียหน้าแต่อย่างใด เขาเอามือกอดอกไว้แล้วทำท่าทางขนลุกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังของรูปปั้น

"ศิษย์ทั้งสอง น้ำที่เราได้ยินไม่ใช่เพียงแค่แม่น้ำลำคลองทั่วไปเท่านั้นนะ แต่ด้านหลังที่ศิษย์พี่เห็นมันคือทะเล แล้วที่เรายืนอยู่ในตอนนี้มันคือช่องแคบเท่านั้น เอาอย่างไรต่อไปดี"

เฮยหลงขมวดคิ้วแล้วคิดไปถึงฝั่งเซียงฮวาว่านางกำลังอยู่ในสถานการณ์ใด แล้วหากนางต้องมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับตนนางจะใช้วิธีการใดที่จะเอาตัวรอดได้บ้าง

"ภูเขาทั้งสองฝั่งสิ้นสุดอยู่เพียงแค่ตัวรูปปั้น เราไม่ใช่พวกธาตุไม้ที่จะสามารถสร้างเรือออกไปได้ แล้วเรายิ่งไม่มีเวลาที่จะตัดต้นไม้ทั้งภูเขามาประกอบเป็นเรือได้อีกเช่นกัน"

เฮยหลงกล่าวขึ้นมาเมื่อคิดได้ว่าพวกเขาสามคนไม่ได้มีพลังอันใดนอกเหนือจากนี้เลย เขาพยามคิดว่าจะใช้พลังธาตุมืดของตัวเองกับสิ่งใดได้บ้าง เขาลองหลับตานิ่ง แล้วเรียกพลังธาตุมืดของตนเองออกมาจากจุดเก็บกักให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็ได้เปลี่ยนพลังสีดำมืดให้กลายเป็นฟองสบู่ครอบคลุมร่างกายทั้งร่างของตนเองไว้ ดวงตาที่หลับลงไปเมื่อสักครู่ลืมขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิททั้งดวง

"ข้าจะใช้พลังของข้าครอบคลุมร่างกายของพวกท่านทั้งสองคนไว้ก่อน แล้วเราจะลองขึ้นไปบนหลังเสืออีกครั้งหนึ่งเพื่อดูว่าเราจะใช้แผนใดได้บ้างดีหรือไม่"

"เจ้าฟองนี่จะช่วยทำให้เราไม่ตกลงมาจากหลังเสือใช่หรือไม่" ถูหลงเปากล่าวขึ้นมาอย่างหวาดหวั่นก่อนที่จะรู้สึกแปลกไปนิดหนึ่งเมื่อเฮยหลงได้ใช้ธาตุมืดมาครอบคลุมร่างของเขาไว้

"ข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่อย่างน้อยก็น่าจะป้องกันแรงพัดจากธาตุลมระดับห้านี้ไปได้บ้าง"

เขากล่าวเพียงนั้นก็ทะยานขึ้นไปนั่งบนหลังรูปปั้นเสือเพื่อจะวางแผนในการเอาตัวรอดของตนเองต่อไป เขาใช้นิ้วมือชี้ไปยังจุดหนึ่ง เมื่อศิษย์พี่ทั้งสองของตนได้ขึ้นมานั่งอยู่เคียงข้างเขาแล้ว

"พวกท่านเห็นแสงสว่างตรงนั้นหรือไม่" ทั้งสองคนพยักหน้ารับแล้วเป็นฟูหยวนชิงที่กล่าวขึ้นมา 

"นั่นน่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางในมิตินี้ ศิษย์พี่เคยเจอมาบ้าง แต่ว่าพลังของศิษย์น้องชั่งน่าทึ่ง พลังธาตุลมที่ซัดเข้ามาที่ตัวของศิษย์พี่ล้วนต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง"

"จริงขอรับศิษย์พี่ ข้าเองไม่ได้รู้สึกเลยสักนิดว่าเราโดนพลังใดเข้าเล่นงานอยู่"

เฮยหลงหันไปมองพวกเขาทั้งสองก่อนที่จะกล่าวขึ้นมา "อาจจะช่วยได้ไม่นานสักเท่าไร หากตัวข้าอ่อนแอลงเมื่อใด เจ้าฟองสบู่นี้ก็จะมีสมรรถภาพแย่ลงเท่านั้น"

"เช่นนั้นหรือ แล้วเราจะเอาเช่นไรต่อไปดี"

"ลำพังวรยุทธ์เพียงเท่านี้ของพวกเราคงไม่สามารถทะยานข้ามทะเลอันกว้างใหญ่นี้ไปได้แน่ เช่นนั้นเราสร้างเนินภูเขาขึ้นมาทีละจุดดีหรือไม่ แล้วใช้วิชาตัวเบาก้าวกระโดดข้ามไปให้เร็วกว่าที่น้ำจะกัดเซาะดินของเราให้มันพังทลายไป"

ถูหลงเปาเสนอความคิดขึ้นมาก่อนจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทุกคน "เช่นนั้นเอาตามนี้ก็ได้ วัดจากระยะทางและพลังของพวกเราแล้วคาดว่าไม่น่าจะใช้เวลาเกินสองชั่วยาม แม้ว่ามันจะไม่ง่ายเลยที่จะประคองตนเองไม่ให้อ่อนล้าไปก่อน แต่มันคือการฝึกฝนที่ดีอีกอย่างหนึ่ง"

"แต่เดี๋ยวก่อนนะทุกคน…"

ในจังหวะที่ทุกคนกำลังรวบรวมพลังเพื่อจะช่วยกันสร้างภูเขาระดับย่อมขึ้นมา ถูหลงเปาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างกำลังลอยอยู่ทางด้านขวาของพวกเขาโดยห่างกันประมาณหนึ่งลี้(500 เมตร) เมื่อเฮยหลงมองตามนิ้วชี้ของถูหลงเปาไปจึงเห็นร่างเล็กของคนสามคนกำลังลอยอยู่บนผิวน้ำด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่ากำลังนั่งกินลมชมวิวอยู่

"เซียงฮวา!"

เฮยหลงตะโกนเรียกเซียงฮวาผ่านทางลมปราณจนคนที่ถูกเรียกสะดุ้งโหยงขึ้นมา คนที่กำลังนั่งกอดอกอย่างสบายใจหันมองซ้ายมองขวาเพื่อตามหาที่มาของเสียง

"เซียงฮวา หันมาทางด้านหลัง อยู่ทางซ้ายของเจ้า"

เซียงฮวาหันไปมองตามคำพูดนั้นจึงเห็นว่าเป็นเฮยหลงและศิย์พี่นั่งอยู่บนรูปปั้นอันใดสักอย่างซึ่งห่างจากนางมากพอสมควร ดวงดากลมโตพยายามมองว่าเหตุใดพวกเขาจึงขึ้นไปนั่งกันอยู่บนนั้นได้

"ศิษย์พี่ๆ นั่นกลุ่มของเฮยหลง" เซียงฮวาชี้นิ้วของตนเองไปทางด้านเฮยหลงแล้วใช้พลังของตนเองบังคับดอกบัวที่นางกำลังนั่งอยู่ให้หันกลับไปทางด้านหลังอีกครั้ง

"ศิษย์พี่ทั้งสองไม่ต้องตามข้ามาก็ได้นะเจ้าคะ รุดหน้าไปก่อนได้เลยเจ้าค่ะ รับรองว่าข้าตามพวกท่านทันแน่" เซียงฮวากล่าวพร้อมกับยิ้มแย้มเต็มใบหน้า แล้วใช้พลังบังคับดอกบัวที่ตนเสกออกมาให้ศิษย์พี่ทั้งสองแทนเรือในการข้ามทะเลแห่งนี้

เมื่อนางได้บังคับดอกบัวให้มายังด้านหน้าของเฮยหลงและศิษย์พี่ร่วมสำนักแล้ว นางจึงเอามือป้องปากแล้วตะเบ็งเสียงถามพวกเขา "เหตุใดพวกท่านจึงไปนั่งอยู่บนนั้นกันเจ้าคะ รีบลงมากันสิ ไม่อยากทำแบบทดสอบให้เสร็จโดยเร็วหรือ"

"พวกเรากำลังหาวิธีข้ามน้ำให้ได้อยู่นะศิษย์น้อง พอดีกับที่ศิษย์พี่ถูสังเกตเห็นกลุ่มของพวกเจ้าพอดี" ฟู่หยวนชิงเป็นคนเอ่ยตอบออกมาก่อนที่เซียงฮวาจะพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

"ถ้าเช่นนั้นให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ" เฮยหลงส่ายหน้าไปมาเป็นการปฏิเสธ

"นี่เป็นเพียงการทดสอบแรกเท่านั้น ยังไงเสียเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ด้วยตนเอง เจ้าไปเถิด แล้วเราค่อยเจอกันที่ข้างนอก"

เซียงฮวาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วหันหลังให้กับพวกเขาทั้งสามพร้อมกับใช้พลังของตนเองให้ดอกบัวเคลื่อนตัวไปยังด้านหน้า ใช้เวลาเพียงไม่นานนางก็แล่นตามทันศิษย์พี่ในกลุ่มตนทัน

"พวกเขากำลังหาวิธีของตนเองอยู่เจ้าค่ะศิษย์พี่" กวนฉายหงกับกวนเฟิงหูได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้รู้สึกเสียศักดิ์ศรีดิ์แต่อย่างใดที่พวกตนไม่ได้ออกแรงอันใดเลย กวนฉายหงกล่าว

"ดีแล้วๆ ศิษย์ปีหนึ่งต้องแสดงฝีมือให้มาก ถือเป็นการทดสอบฝีมือ ฮ่าๆ"

เซียงฮวาเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าตนโดนเอาแรงแต่อย่างใด โชคชะตาของนางก็มักจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ฝนตกขึ้หมูไหล ยังไงเสียคนจัญไรก็ย่อมได้มาอยู่ด้วยกัน

"พวกเราอยู่ในเส้นทางที่ห้ากับพวกเขาที่อยู่ในเส้นทางที่หนึ่งน่าจะเป็นทางเชื่อมต่อกันนะ พวกเจ้าคิดเห็นเช่นนั้นหรือไม่" กวนเฟิงหูกล่าวขึ้นมาก่อนจะได้รับการพยักหน้ารับ

"อยากจะรู้ยิ่งนักว่าอีกสามเส้นทางที่เหลือเป็นอย่างไรกันบ้าง"

.

.

.

ศิษย์พี่แคว้นฝูทั้งสองกับเฮยหลง

พวกเขาจะมีความสัมพันธ์กันในเชิงเจ้านายกับลูกน้องในอนาคตฮะ เพื่อนร่วมหัวจมท้ายที่แท้ทรู

2020.08.24

Pandanus23233

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #210 noisasi (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 17:46

    ตัวละครเยอะมาก จำไม่หมด

    #210
    1
    • #210-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 44)
      25 สิงหาคม 2563 / 17:51
      เดี๋ยวจะเขียนรวบๆไว้อีกทีค่ะ
      #210-1
  2. #207 Phen Laphaslada (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 21:01
    ค้างงงง ลุ้นมากจ้าว่าเด็กจะผ่านแบบทดสอบกันแบบใด
    #207
    1
    • #207-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 44)
      24 สิงหาคม 2563 / 21:11
      อ่านจะตัดจบเลยเลยก็ได้น้า แหะๆ
      #207-1
  3. #206 Poonchanit (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 20:06
    คนจัญไรมาพบกัน นี่หมายถึงว่าเซียงฮวาว่าตนเอง?
    #206
    1
    • #206-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 44)
      24 สิงหาคม 2563 / 20:18
      เป็นเซียงฮวาไม่ดีเอง~~
      #206-1
  4. #205 TuntitaJ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 19:55
    ขอบคุณที่มาบ่อยๆ ค่ะ รอตอนต่อไป
    #205
    1
    • #205-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 44)
      24 สิงหาคม 2563 / 20:19
      เดือนนี้พยายามทำตัวว่างค่ะ5555
      #205-1