บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 43 : ชะนีน้อยหัดเป็นสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    23 ส.ค. 63

ณ สถานที่ฝึกพลังธาตุดิน

หลังจากที่รับมื้อกลางวันกันเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไปเรียนพลังธาตุต่างๆ เฮยหลงกับนางเดินมุ่งหน้าไปยังสถานที่ฝึกพลังธาตุดิน ซึ่งเมื่อมาถึงก็เห็นว่าเป็นพื้นที่ดินทั้งหมดทางด้านหลังของสำนักศึกษา

จะว่าไปแล้วที่นี่ค่อนข้างทำได้สมบูรณ์ในเรื่องของสถานที่ฝึก ได้ยินมาว่าธาตุน้ำอย่างน้องเล็กก็จะได้ไปฝึกข้างๆทะเลสาบ ธาตุลมอย่างเหมยฮวากับเกาฉายก็จะได้ไปฝึกยังทุ่งหญ้ากว้างซึ่งลมสามารถพัดเข้ามาได้ทุกด้าน พี่ใหญ่เองที่มีสองธาตุ ก็ต้องเลือกว่าจะไปฝึกยังถ้ำอัคคีของสำนักศึกษาหรือเลือกจะไปฝึกธาตุสายฟ้าเช่นเดียวกับเฮยหลงในห้องจำลองที่ทางสำนักสร้างมาไว้ให้

"เฮยหลง ที่นี่ไม่มีอาจารย์สำหรับพลังธาตุมืดเลย แล้วเจ้าก็ยังต้องไปเรียนกับท่านประมุขเช่นเดิมอีกหรือไม่" 

ตอนนี้เซียงฮวากับเฮยหลงเดินมายังสถานที่ฝึกสอนเร็วกว่าเวลานิดหน่อย นางถามเขาขึ้นมาในระหว่างที่รออาจารย์มาสอนพลังธาตุ

"ยังคงต้องไปในช่วงกลางคืน ท่านประมุขได้ชี้แนะเทคนิคอะไรต่างๆให้ข้ามาหมดแล้ว เหลือก็เพียงแค่ให้เขาช่วยประคับประคองในยามที่ข้าควบคุมพลังของตนเองไม่ได้ก็เท่านั้น"

เซียงฮวาพนักหน้ารับ "ศิษย์พี่ฝูก็ยังถือว่ายังโชคดี ที่เจ้าสำนักมู่ครอบครองพลังมิติธาตุ ไม่เช่นนั้นแคว้นฝูเราก็แย่เลย แต่แล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่เรียกท่านประมุขว่าท่านอาจารย์เล่า"

เฮยหลงที่กอดอกและทำสีหน้าเรียบเฉยอยู่ ตวัดสายตามองเซียงฮวาเล็กน้อย "ตามจริงก็ควรต้องเป็นเช่นนั้น แต่ท่านประมุขเองขอเป็นเพียงผู้ชี้แนะ และไม่รับการยกน้ำชาของข้าแต่อย่างใด แต่ข้าก็ซาบซึ้งในบุญคุณนี้ของเขาดี" ถึงแม้ในใจจะไม่ชอบใจเขาทุกครั้งในยามที่เขาเข้าใกล้นางก็เถิด

"อ่อ ๆ" เซียงฮวารับคำก่อนที่จะใช้สายตาสำรวจนั่นนี่ไปเรื่อย นอกจากนางกับเฮยหลงแล้ว ปีหนึ่งเช่นเดียวกันมีธาตุดินอยู่อีกสามคน หนึ่งในนั้นคือเฉินชิงฉีสหายของปิงฮวา คุณหนูห้าจวนแม่ทัพฝ่ายซ้ายของแคว้นฝู

"ถวายพระพรเพคะองค์ชายรอง"

เฉินชิงฉีเดินเข้ามาหาเฮยหลงกับเซียงฮวาก่อนที่จะถวายพระพรเฮยหลงด้วยกิริยาที่งดงาม

"คุณหนูเฉินอย่าได้มากพิธีกับข้าที่นี่เลย ศิษย์พี่ก็กล่าวให้ฟังแล้วว่าอยู่ที่นี่ฐานันดรอันใดล้วนไม่สำคัญ  คุณหนูไม่จำเป็นต้องปฏิบัติเช่นนี้กับข้าก็ได้"

เฮยหลงกล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงไม่ดังแล้วก็ไม่เบานัก คำพูดที่ฟังดูคล้ายตำหนิคล้ายไม่ตำหนิ ไม่ได้ทำให้ใบหน้าของเฉินชิงฉีเปลี่ยนสีไปแต่อย่างใด นางยังคงยิ้มราวกับพอใจกับคำตอบนี้ของเขา

"ข้าจะปฏิบัติตัวกับท่านแบบสามัญชนทั่วไป เช่นนั้นแล้วจะให้ข้าเรียกท่านว่าอันใดดีเจ้าคะ" เมื่อได้ยินคำถามนี้จากผู้มาใหม่ เฮยหลงก็เหลือบมองไปทางเซียงฮวาเล็กน้อยว่าตอนนี้นางมีสีหน้าเช่นไรอยู่ เมื่อเห็นนางก็มองเขาอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มๆเช่นกัน แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วยก็แอบรู้สึกดีอยู่ลึกๆ

"เรียกข้าว่าองค์ชายรองก็พอ แต่ไม่ต้องมากพิธีรีตองกับข้า" เฉินชิงฉีไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อคำตอบของเขาเป็นเพิเศษ นี่เป็นครั้งที่นางกับเขาได้คุยกันอย่างเป็นทางการเช่นนี้ นางก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะให้ความสนิทสนมกับนางอยู่แล้ว

"เจ้าค่ะ อะไรก็ได้ทั้งนั้น ว่าแต่คุณหนูรองเล่า เรามีโอกาสพบเจอกันบ่อยครั้งแต่ไม่มีโอกาสได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวสักที พอจะทราบมาก่อนหรือไม่เจ้าคะว่าท่านอาจารย์จะสอนอันใดเราเป็นครั้งแรก"

เซียงฮวาละสายตาจากเฮยหลงแล้วหันไปมองทางเฉินชิงฉี นางยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา "ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะคุณหนูห้า"

"เช่นนั้นหรือเจ้าคะ อืม…ต่อจากนี้เราก็ต้องเรียนร่วมกันอีกตั้งสามปี เราเรียกชื่อกันให้ดูสนิทสนมดีหรือไม่ มันจะได้ไม่ดูขัดเขินจนเกินไป"

เซียงฮวาพยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไรมาก ยังไงนางก็ไม่ได้หวงชื่อตนเองจนไม่สามารถให้ใครอื่นเรียกได้อยู่แล้ว "ข้ายินดี"

หลังจากนั้นนางก็กล่าวชวนคุยอีกหลายประโยค แต่สายตาของนางกลับเมียงมองไปที่ใบหน้าของเฮยหลงตลอดเวลาจนเซียงฮวาชักจะหงุดหงิดใจขึ้นมาแล้ว แม่ชะนีน้อยหัดเป็นสาวคนนี้ ชวนนางคุยก็มองหน้านางสิ เหตุใดต้องมองหน้าคนอื่นด้วย ส่วนคนที่เงียบมาตลอดเช่นเฮยหลงก็ทำเพียงยืนกอดอกตนเองไว้เท่านั้น แม้จะทำตัวเหมือนว่าไม่ได้มีส่วนของการสนทนา แต่หูของเขาก็ฟังพวกนางคุยกันอยู่ตลอด

"โอ๊ะนั่น! ศิษย์พี่หรือเปล่า"

เซียงฮวาชักขี้เกียจจะคุยกับนางแล้ว นิ้วเรียวชี้ไปทางผู้มาใหม่อีกประมาณสิบคน ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสองกับปีสาม พวกเขาเดินเข้ามาหาพวกนางก่อนที่หนึ่งปีหนึ่งทั้งหมดจะคาระวะพวกเขาแบบชาวยุทธ์

"คารวะศิษย์พี่เจ้าค่ะ/ขอรับ"

"สวัสดียามบ่ายทุกคน พวกเจ้าอาจจะกำลังสงสัยว่าเหตุใดพวกเราธาตุดินถึงได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ทั้งหมด"

"เจ้าค่ะ/ขอรับ"

ศิษย์พี่คนที่พูดดังกล่าวยิ้มก่อนจะพูดออกมา "ปีนี้ท่านอาจารย์ทั้งหลายลงความเห็นกันใหม่แล้วว่าควรที่จะให้พวกเราเรียนร่วมกันทั้งสามชั้นปีเลย หนึ่งเพื่อบรรยากาศในการเรียนที่จะดูสนุกสนานมากขึ้น มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมากขึ้นทั้งสี่แคว้นตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสำนักศึกษา และสองคือการที่คนเยอะจะทำให้เราสามารถไปฝึกพลังนอกสถานที่กันได้มากขึ้นโดยการรวมกลุ่มกัน"

ทุกคนพยักหน้ารับก่อนที่เซียงฮวาจะถามขึ้นมา "เช่นนั้นบทเรียนวันแรกของเราจะเริ่มต้นด้วยอันใดเจ้าคะ"

"ก่อนที่พวกเจ้าจะเข้าสำนักศึกษาได้ แน่นอนว่าระดับพลังต้องอยู่ที่ระดับสามขึ้นไป ศิษย์พี่เชื่อว่าแต่ละคนย่อมผ่านการเรียนรู้มากมายมานับไม่ถ้วน ฉะนั้นแล้วสิ่งที่สำนักศึกษาจะให้แก่ศิษย์น้องได้ไม่ใช่ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการออกแบบภารกิจให้ไม่ซ้ำกันมาวัดพวกเจ้าว่าจะสามรถทำให้มันผ่านไปได้ในแต่ละครั้งหรือไม่

การบ่มเพาะพลังไม่ใช่เรื่องของการที่จะต้องทำเพียงในห้องเรียนหรือต่อหน้าอาจารย์เท่านั้น แต่มันคือเรื่องที่พวกเจ้าต้องหมั่นทำกันทุกที่ทุกเวลา"

"เจ้าค่ะ/ขอรับ ศิษย์พี่"

"เข้าใจเช่นนั้นก็ดี"เขาพยักหน้ารับอย่างพอใจจากนั้นก็มองหน้าเซียงฮวา "ฉะนั้นแล้วคำตอบของคำถามเมื่อสักครู่นี้ก็คือ ศิษย์น้องทั้งหลายจะได้รับภารกิจทดสอบการใช้พลังธาตุพื้นฐาน โดยสถานที่ทดสอบคือมิติจำลองของธาตุดินที่ท่านเจ้าสำนักได้สร้างมันขึ้นมาไว้ให้"

"มิติจำลองของธาตุดินหรือเจ้าคะ"

เฉินชิงฉีถามขึ้นมาด้วยความสนใจก่อนที่จะได้รับการพยักเป็นการให้คำตอบกลับมา "ใช่ เช่นนั้นเรามาทำการจับคู่ศิษย์พี่ศิษย์น้องเพื่อเป็นการร่วมกันเรียนรู้และทำให้ผ่านภารกิจพวกนี้ไปให้ได้แต่โดยดีเถิด"

เด็กปีหนึ่งทุกคนมองหน้ากันไปมาก่อนที่จะมองหน้าศิษย์พี่แต่คน เพื่อสำรวจจากภายนอกว่าตนควรที่จะฝากชีวิตไว้ที่ใครดี

"พวกเรามีทั้งหมด 15 คน เช่นนั้นก็ควรแบ่งเป็นห้ากลุ่ม ปีหนึ่ง ปีสอง ปีสาม อย่างละคนดีหรือไม่" เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่ได้เอ่ยคัดค้านอันใด ศิษย์พี่จึงให้โอกาสพวกเขาในการเลือกกลุ่ม

"ตอนนี้ศิษย์พี่ปีสองและปีสามได้จับคู่กันไว้แล้ว และพวกเราย่อมรู้ว่าพวกเจ้ามีพลังอยู่ที่ระดับใดกันบ้าง เพื่อความยุติธรรม เราจะให้พวกเจ้าเป็นฝ่ายเดินเข้ามาเลือกศิษย์พี่เองได้เลย

เซียงฮวาเมื่อได้ยินศิษย์พี่กล่าวเช่นนั้น นางจึงใช้สายตาสำรวจทั้งห้ากลุ่มซึ่งจับคู่กันไว้แล้ว แต่ละกลุ่มล้วนมีพลังไม่ได้ด้อยเลยสักนิด ไม่มีผู้ใดต่ำกว่าระดับสี่เลยแม้แต่คนเดียว อาจกล่าวได้ว่าทศวรรษของพวกนางล้วนมีแต่ผู้มีความสามารถโดยแท้จริง แต่นางก็ไม่แปลกใจอันใดมากนัก มีต้นทุนที่สูงกว่าคนทั่วไปก็เป็นเช่นนี้แหละหนา

"มีไว้ในใจแล้วหรือยัง ศิษย์พี่จะได้ให้พวกเจ้าจับไม้สั้นไม้ยาว"

ทุกคนพยักหน้ารับก่อนที่จะได้เดินเข้าไปหาศิษย์พี่เพื่อจับไม้คนละหนึ่งอัน เซียงฮวามองหน้าเฮยหลงแล้วเม้มปากตนเองแน่น เรื่องเสี่ยงดวงเซียงฮวากล้าป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ได้เลยว่านางไม่มีดวงในเรื่องพวกนี้ นางคิดว่าตนเองต้องได้ไม้ที่สั้นที่สุดอย่างแน่นอน

"เชิญเจ้าเลือกได้"

เมื่อผลออกมาแล้วเป็นเฮยหลงจับได้ไม้ยาวที่สุด ศิษย์พี่ก็ผายมือให้เขาเป็นคนเลือกก่อน "ข้าเปลี่ยนไม้กับนางได้หรือไม่ ให้นางเลือกก่อนแล้วข้าเลือกคนสุดท้ายแทนนาง"

เฮยหลงบอกรุ่นพี่แล้วหันใบหน้าไปมองเซียงฮวาซึ่งได้ไม้สั้นที่สุดแบบที่นางเดาเอาไว้ ศิษย์พี่เองก็ไม่ได้จุกจิกอันใดมากนัก เขาจึงพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้เฮยหลงกับคำถามนั้น

"เชิญศิษย์น้องเลือก"

เมื่อรุ่นพี่ทั้งหมดรวมถึงสหายหันมามองนางเป็นตาเดียว นางจึงพยักหน้ารับ แม้จะไม่ได้จริงจังว่าตนเองจะต้องอยู่กลุ่มไหน แต่ในเมื่อเฮยหลงแสดงความเป็นสุภาพบุรุษต่อนางในที่สาธารณะเช่นนี้ นางก็ไม่อยากจะแสดงท่าทางบอกปัดความหวังดีของเขาไป

"อืม…เช่นนั้นศิษย์พี่แล้วกันเจ้าค่ะ"

เซียงฮวาเดินเข้าไปหาศิษย์พี่ชายหญิงคู่ที่อยู่ใกล้นางที่สุด พวกเขาพยักหน้ารับด้วยความยินดีเมื่อได้ศิษย์น้องที่มีพลังเข้าใกล้ระดับห้ามาร่วมกลุ่มด้วย พวกเขาเองมีพลังอยู่ที่ระดับห้าตอนต้นเท่านั้น แม้ว่าจะไม่ได้ต่ำนักหากเทียบกับชาวยุทธ์หรือชาวบ้านทั่วไป แต่ก็ไม่ได้สูงเลยหากเทียบกับรุ่นพี่คู่อื่นๆ

"ศิษย์น้องไช่เซียงฮวาเจ้าค่ะ มาจากแคว้นฝู ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเจ้าคะศิษย์พี่"

"เช่นกัน ยินดีที่ได้เจ้าเข้ามารวมกลุ่มด้วยนะ ศิษย์พี่อยู่ปีสองนามว่ากวนฉายหง(关彩虹) ส่วนนี่ศิษย์พี่ปีสามนามว่า กวนเฟิงหู(关峰虎) เรามาจากตระกูลเดียวกัน"

เซียงฮวายิ้มแล้วมองสำรวจสหายใหม่ด้วยความตื่นเต้น ศิษย์พี่ปีสองของนางเป็นสตรีที่น่าตาน่ารักน่าเอ็นดูเลยทีเดียว ส่วนศิษย์พี่ปีสามนั้นเป็นบุรุษผู้มีใบหน้าคมคายตั้งแต่วัยเยาว์ ร่างกายพร้อมเสียงที่กำลังแตกหนุ่มของเขากล่าวขึ้นมาทักทายเซียงฮวาด้วยความร่าเริง

"ศิษย์พี่มาจากแคว้นจินนะ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าเช่นกัน"

เซียงฮวาพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองสหายของตนว่าพวกเขาได้เลือกกลุ่มกันแล้วหรือยัง เมื่อเห็นว่ากลุ่มของเฮยหลงเป็นชายล้วนทั้งหมด นางจึงพยักหน้าอย่างพอใจ 

"ได้กลุ่มกันแล้วใช่หรือไม่"

เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นมาด้านหลังของพวกเขา ศิษย์พี่ปีสองและสามเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดพวกเขาก็คารวะชายผู้นั้นกันอย่างพร้อมเพียง เด็กปีหนึ่งเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงคารวะอาจารย์ตามพวกเขาด้วย

"ยามนี้พวกเราจับกลุ่มกันหมดแล้วขอรับท่านอาจารย์"

ด้านเฮยหลงและเซียงฮวาเองเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดก็มองหน้ากันไปมาตาปริบๆ เหตุใดอาจารย์ผู้นี้ถึงได้เหมือนอาจารย์ของนางราวกับแกะ คงไม่ได้ประมาณว่าปลอมตัวเป็นชายวัยกลางคนแล้วมาสอนนางหรอกใช่หรือไม่

"ข้าหวางเกาเล่อ ผู้ที่จะสอนวิชาพลังธาตุดินให้พวกเจ้าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป"

"คารวะท่านอาจารย์หวางเจ้าค่ะ" ศิษย์ปีหนึ่งคารวะทานอาจารย์ผู้นี้อีกครั้งหนึ่ง อาจารย์ของนางคือหวางลู่หลิน จริงอยู่ที่สมัยปัจจุบันแซ่เดียวกันไม่ได้หมายความว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน แต่สมัยนี้กลับต่างออกไป ยิ่งอาจารย์คนใหม่กับอาจารย์ยังหนุ่มของนางมีใบหน้าถอดแบบกันมาเช่นนี้อีก แล้วมันจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร

"หากพวกเจ้าพร้อมแล้วก็เดินมารวมตัวกันตรงนี้ ข้าจะทำการเปิดมิติจำลองให้"

เมื่ออาจารย์สั่งเช่นนั้นพวกเราก็เข้ามาตัวกัน มือหนาของท่านอาจารย์ยกค้างไว้ที่กลางอากาศก่อนจะมีพลังสีน้ำตาลขุมหนึ่งลอยออกมาจากฝ่ามือของเขา เมื่อนั้นตรงหน้าของพวกเราจากแต่ก่อนเป็นอากาศว่างเปล่าก็ปริออกจากกันราวกับใช้มือแหวกม่านออกจากหน้าต่างเพื่อเปิดทิวทัศน์ให้เข้าสู่สายตามากขึ้น แต่ทิวทัศน์ที่เซียงฮวาเปรียบเมื่อสักครู่กลับเป็นทิวทัศน์ใหม่ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน

นางลอบมองใบหน้าของทุกคนในที่นี่ก็เห็นว่าพวกเขาล้วนมีสีหน้าตื่นเต้นเช่นกัน เมื่อนางหันกลับไปมองอาจารย์ก็เห็นว่าอากาศตรงหน้าโดนแหวกออกคล้ายกับประตูบานเล็กๆบานหนึ่ง

"เอาละ ทุกคนเข้าไปในมิติแห่งนี้ได้ อาจารย์จะเฝ้ามองพวกเจ้าจากด้านนอกนี้ สิ่งที่เจ้าควรพะวงไม่ใช่ว่าจะผ่านภารกิจนี้ไปได้หรือไม่เท่านั้น แต่ความปลอดภัยของทุกคนย่อมสำคัญด้วยเช่นกัน หวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะโชคดี"

"ของคุณเจ้าค่ะ/ขอรับ"

เมื่อสิ้นคำขอบคุณของทุกคน ประตูอากาศนี้ก็ปิดลงพร้อมกับความแปรปรวนนานาพลังธาตุในมิติแห่งนี้

เปรี้ยง!

"กรี๊ด"

.

.

.

ทุกคนจำแม่ชะนีน้อยคนนี้ไว้นะ หึม!!! 

วัยสำนักศึกษาเป็นวัยแห่งการบ่มเพาะนางเท่านั้น

เขาไม่อยากให้นางโตเลยอะ ฮ่าๆ

.

.

เมื่อคืนดูซีรี่ส์ที่ผัวเด็กเล่นดึกไปหน่อย เลยนอนน้อย

หากตอนนี้มีคำแปลกๆงงๆเยอะก็ไม่ต้องแปลกใจนะคะ

2020.08.23

Pandanus23233

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #329 ChaDaSay (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 15:30
    ชายรองโคตรเอาใจเซียงฮวาน้อยเลย รู้ว่านางชอบอะไรไม่พอใจอะไรก็จะไม่ทำ ผู้ชายแสนดี
    #329
    0
  2. #204 perw (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 18:09
    ไม่ยอมนะชะนีตัวนี้น้องหลงเราไม่โง่อย่าให้ถูกตัวเชียว
    #204
    2
    • #204-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 43)
      24 สิงหาคม 2563 / 18:25
      5555555
      #204-1
  3. #201 Darkened Heart (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 17:03
    ชะนีน้อยนี้ต้องระวังง นางแอบร้ายยยย
    #201
    1
    • #201-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 43)
      23 สิงหาคม 2563 / 17:06
      ใช่ นางมันร้าย555
      #201-1