บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 42 : โปรดช่วยปลุกไฟในตัวข้าที

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

เมื่อชาติก่อนถามว่าตนเองเป็นคนที่ตั้งใจกับการศึกษาเล่าเรียนหรือไม่ ตอนปฐมยันมัธยมคือตอบได้เลยว่าเรียนดีกีฬาเด่น พอเข้ามหาวิทยาลัยตอนปีหนึ่งก็เป็นน้องใหม่ใสๆตั้งใจเรียน 

พอปีสองเข้าหน่อย นางมองนาฬิกาบ่อยกว่ามองหนังสือที่เรียนเสียอีก ยิ่งปีสามได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านตนเอง นางต้องให้คุณหญิงแม่ปลุกไปเรียนทุกวัน อย่าถามตอนปีสี่เลยว่าทุกครั้งที่สอบแล้วต้องดูหนังสือ เราเป็นคนอ่านหนังสือหรือว่าหนังสือเป็นคนอ่านเรา นางไม่ใช้หนังสือมารองเป็นหมอนก็นับว่าใช้ได้แล้ว

มายามนี้ที่ต้องมาทำอันใดซ้ำๆในระยะเวลาไม่ห่างกันมากนัก บอกเลยว่าใครก็ยากที่จะปลุกไฟในตัวของนางให้ลุกซู่ขึ้นได้อีก

ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมเป็นคนที่ไฟติดง่าย แต่ก็มอดง่ายได้เช่นนี้ คติประจำใจเดียวที่ไม่ทำให้นางต้องกระอักเลือด ก็คือการท่องไว้ในใจว่าชีวิตของเราคือการเรียนรู้ หากเราไม่เรียนรู้ เราก็จะไม่ได้ผู้ที่ดี เอ้ย! ไม่มีอนาคตที่ดี

ท่าทางของเจ้าของความคิดในตอนนี้คือหลับตาลง มือซ้ายเท้าที่คางของตนเองส่วนมือขวาถือพู่กันค้างไว้อยู่ ก็ยังดีที่ห้องนี้เปิดโล่งเลยทั้งสี่ทิศ ลมที่พัดเข้ามาในห้องนี้ทำให้นางหลับตาพริ้มจนเข้าขั้นใกล้หลับอยู่เต็มที 

"เซียงฮวา จบจากศาสตร์แห่งสมุนไพรแล้วเราต้องเรียนอันใดอีกหรือไม่ นั่งรถม้ารอนแรมมาทั้งคืน แม้ไม่ได้ขี่เองแบบขาไป แต่ก็เล่นเอาข้าเพลียไปหมดทั้งร่างเลย"

เหมยฮวากล่าวถามสหายก่อนจะฟุบหน้าลงที่โต๊ะเรียน ขณะที่กำลังรออาจารย์ประจำวิชานี้มาสอนอยู่ พวกนางมาถึงสำนักศึกษาก่อนประตูหน้าสำนักเปิดได้ไม่กี่เค่อเท่านั้น พอเข้าหอพักนอกจากล้างหน้าบ้วนปากแล้ว ก็ทำได้เพียงแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เดินตรงมาเข้าเรียนเลย ยามนี้แม้แต่ฟันก็ยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ใช้เคี้ยวข้าวด้วยซ้ำ

"เรียนศาสตร์นี้เสร็จก็ไปพักกินข้าวได้ พอช่วงบ่ายก็จะได้เริ่มเรียนวิชาพลังธาตุ เมื่อเรียนวิชาพลังธาตุเสร็จก็ฟรีสไตล์"

เหมยฮวาผงกหัวอยู่ที่โต๊ะไปมาเบาๆ สีหน้าดูผ่อนคลายมากขึ้น น้ำเสียงอู้อี้กล่าวถามเซียงฮวาเบาๆ "เอ่อ...ขอโทษทีนะเซียงฮวา แต่ตอนที่ศิษย์พี่บอกกล่าวว่าจะเรียนศาสตร์ใดบ้าง ข้าไม่ได้ฟังเลยแม้แต่น้อย ช่วยกล่าวให้ข้าฟังอีกรอบได้หรือไม่ สมองไม่รักดีของข้ามันจดจำไปแล้วว่าหากสหายไม่เป็นคนช่วยกล่าวอธิบาย แม้แต่ท่านอาจารย์หรือว่ารุ่นพี่ก็ไม่สามารถทำให้ข้าเข้าใจได้"

เซียงฮวาลืมตาขึ้นมาก่อนจะหัวเราะ "ฮ่าๆ เจ้านี่นะ กล่าวอันใดจี้ใจเพียงนี้ อืม…เท่าที่ศิษย์พี่กล่าวให้ฟัง เหมือนว่าหลักๆเลยปีหนึ่งเช่นเราจะเรียนจำพวกสมุนไพรพื้นฐาน วัฒนธรรมของสี่แคว้น วรยุทธ์ในการเอาชีวิตรอดเบื้องต้น พลังธาตุต่างๆ ทั้งหมดนี้คือบุรุษและสตรีจะเรียนร่วมกัน 

แต่ที่แยกกันเรียนโดยสิ้นเชิงเลยคือเรื่องการปกครอง ซึ่งสงวนไว้ให้เพียงแค่บุรุษเท่านั้น ส่วนสตรีอย่างเราๆก็เรียนเรื่องงานบ้านงานเรือนไว้คอยเอาใจสามี คุณพระ! ใครจะเป็นฝ่ายเอาใจใครกันแน่"

"นั่นสินะ ใครจะเป็นฝ่ายเอาใจกันแน่" เหมยฮวายิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างงัวเงีย เมื่อได้ยินสหายกล่าวว่าอาจารย์ได้เดินเข้ามาในห้องแล้ว

"คารวะท่านอาจารย์เจ้าค่ะ/คารวะท่านอาจารย์ขอรับ" ศิษย์ใหม่ที่อยู่ในห้องทั้งหลายก็ลุกยืนขึ้นแล้วคารวะเขาอย่างนอบน้อม

"ไม่ต้องมากพิธี เชิญทุกคนนั่ง" กล่าวให้ทุกคนนั่งเสร็จเขาก็นั่งลงบนโต๊ะซึ่งอยู่ตรงกลางด้านหน้าสุดระหว่างศิษย์ที่เป็นบุรุษและสตรี สายตาของเขาไล่สำรวจใบหน้าค่าตาของแต่ละคนแล้วจดจำไว้ เขาพยักหน้าให้กับตนเองในใจพลางคิด 

ปีนี้การคัดสรรลงตัวยิ่งนัก มีบุรุษและสตรีอย่างละสิบ แบบนี้ค่อยสั่งงานอันใดลงตัวหน่อย

"เอาละ ก่อนอื่นอาจารย์ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเสียก่อน...หลี่ป๋ายหยุน(李白云) ผู้ที่จะสอนศาสตร์แห่งสมุนไพรให้กับพวกเจ้าทั้งหลายในหนึ่งปีนี้ วันนี้เป็นวันแรกที่มีการเรียนการสอน มีศิษย์คนใดที่ยังมีข้อสงสัยและยังไม่ได้รับการไขข้อข้องใจหรือไม่"

"ไช่ฮั่วฮวาขออนุญาตถามเจ้าค่ะท่านอาจารย์"

"เชิญ"

"ศาสตร์นี้ว่าด้วยการเรียนสมุนไพรชนิดต่างๆทั้งในสี่แคว้นและชนเผ่านอกด่านใช่หรือไม่เจ้าคะ"

"มิผิด"

"เช่นนั้นแล้วจะมีการลงพื้นที่จริงของแหล่งสมุนไพรนั้นๆ และมีการสอนวิธีการใช้ด้วยหรือไม่เจ้าคะ พอดีว่าศิษย์ไม่เห็นมันเขียนไว้ในตำราเจ้าค่ะ"

"ถามได้ดีๆ แน่นอนว่าวิชานี้ต้องมีการลงพื้นที่จริงเพื่อเก็บสมุนไพรมาให้อาจารย์ดู ส่วนวิธีการใช้โดยเบื้องต้นจะสอนให้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนมีพลังธาตุไม้ เมื่อมันเอื้ออำนวยในการเรียนปรุงโอสถ ส่วนใครที่ไม่มีธาตุนี้ก็ไม่ต้องกังวล เมื่อได้ความรู้ที่อาจารย์ให้ไปแล้ว ย่อมสามารถนำไปใช้ได้จริง"

"พี่ใหญ่ข้านางมาว่ะ" เซียงฮวายิ้มกว้างก่อนจะหยิบตำราขึ้นมาเปิดอ่านผ่านๆ เล่มนี้ไม่ได้หนามากนัก บางเกินกว่าจะนำมาหนุนนอนเป็นหมอนได้ 

แต่ก็เอาเถอะ! หมื่นบุบผาก็จัดมาแล้ว เพิ่มสมุนไพรใส่ในสมองประดับความรู้สักหน่อยก็คงไม่แย่อันใดมากนัก

คิดได้เช่นนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นแล้วมองสหายร่วมห้องของตนเอง ที่นั่งในการเรียนทุกวิชาต่อจากนี้ได้มาเพราะว่าการจับไม้สั้นไม้ยาว สี่คนแรกของแถวหนึ่งจึงเป็นเฮยหลง เกาฉาย ฮั่วฮวาและองค์หญิงหกจูหมิงจู(珠明珠)

ปิงฮวา จ้าวเจียลี่(赵佳丽) เจี่ยนเฉิงอยู่แถวที่สาม  เฉินชิงฉีกับซ่งอิงเจียอยู่แถวที่สี่ และเซียงฮวากับเหมยฮวาอยู่แถวสุดท้ายกลายเป็นเด็กหลังห้องโดยแท้จริง ยังดีที่เจี่ยนเฉิงไม่ได้อยู่แถวเดียวกับนาง ไม่เช่นนั้นก็ไม่เป็นอันเรียนกันพอดี เจ้าคนชั่งพูดคงชวนกันคุยไม่จบไม่สิ้นแน่

"ได้อ่านตำราศึกษามาล่วงหน้าแล้วหรือยัง" เสียงของอาจารย์หลี่กล่าวถามขึ้นมา ซึ่งเสียงตอบรับส่วนใหญ่คือการบอกว่าอ่านมาล่วงหน้าแล้ว นำพาให้อาจารย์หลี่ยิ้มพอใจออกมาเลยทีเดียว

"ดี แต่เพื่อเป็นการไม่ให้มันดูใจร้ายจนเกินไป อาจารย์จะยังไม่ทดสอบสิ่งใดตั้งแต่วันนี้"

"เจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านอาจารย์"

"ค่อยยังชั่วหน่อยเหมยฮวา ข้ายังไม่ได้อ่านเลย" เหมยฮวาลูบอกตัวเองก่อนจะฟุบหน้าลงที่หนังสืออีกครั้งหนึ่ง จนเซียงฮวาต้องเอื้อมมือไปตบไหล่นางเบาๆอย่างให้กำลังใจ "ไม่ต้องรู้สึกแย่ไป ข้าก็ไม่ได้ต่างจากเจ้าเลย"

 

 

"เราไปหาอะไรกินกันเถิด ข้าหิ้วท้องรอตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ตะวันเคลื่อนมาตรงหัวแล้วเนี่ย แสบท้องไปหมดเลย"

เจี่ยนเฉิงเอามือลูบท้องตนเองป้อยๆ ก่อนที่จะกล่าวชวนสหายของตนเองทั้งหลาย พวกเขาเดินออกมาจากห้องเรียนแล้วพากันมุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร ระหว่างทางนั้นเฮยหลงก็เดินเข้ามาเคียงข้างเซียงฮวาซึ่งเดินรั้งท้ายสุดแล้วชวนนางคุย

"เรียนเป็นอย่างไรบ้าง"

"มันก็น่าเบื่อหน่อยๆแหละ ข้าเกลียดบรรยากาศการเรียนเป็นกลุ่มมากที่สุดเลย เจ้าช่วยปลุกไฟในตัวข้าให้ลุกขึ้นทีสิ" เซียงฮวากล่าวขึ้นมาโดยไม่ได้หันหน้าไปมองคนถามเลย ขานางคล้ายอ่อนเปลี้ยไปเสียอย่างนั้นเมื่อร่างกายไร้พลังงานใดๆ

"เจ้ารู้หรือไม่เฮยหลง ว่าโลกของเรามีงานวิจัยมากมายที่ได้รับการยอมรับ วิจัยไหนที่เด่นดังแล้วเขาว่าดี ข้าล้วนทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอน"

"วิจัยหรือ? อย่างเช่นอันใดบ้าง" เฮยหลงกล่าวถามพร้อมกับแย่งกล่องใส่หนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆมาจากมือของเซียงฮวาเพื่อเอามาถือไว้เอง กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองมือของเขาก็มีทั้งกล่องไม้ของตัวเองและกล่องไม้ของเซียงฮวาถือไว้ด้วย

"บางทีข้าก็ไม่กินข้าวเช้า เพราะมีงานวิจัยบอกว่าการทานข้าวเช้าจะทำให้คนเราเป็นหวัด พอข้าลองไม่ทานข้าวเช้าท่านแม่ก็บอกว่าระวังจะเป็นอัลไซเมอร์ แล้วพอข้ากลับมากินข้าวเช้า คนเขาก็ฮิตการทำไอเอฟ แต่เพราะว่าพักหลังๆตื่นเที่ยง ก็เลยเริ่มต้นกินหลังเที่ยงแล้วกินมื้อสุดท้ายไม่เกินยามไฮ่(21.00-22.59) แบบว่า…กินสี่ชั่วยามอดแปดชั่วยามอะไรเช่นนี้"

เฮยหลงขมวดคิ้ว "ไม่ใช่ว่าเจ้าตื่นยามอิ๋น(03.00-04.59)ทุกวันหรอกหรือ ไฉนจึงพูดว่าพักหลังๆตื่นเที่ยง"

เซียงฮวาหันไปมองเขานิดหน่อยก่อนจะเดินตามสหายคนอื่นต่อไป "เรื่องมันยาว ขี้เกียจอธิบาย" เมื่อเจ้าตัวไม่อยากจะเล่าให้เขาฟัง เขาจึงได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น "แล้วเจ้าอดไปเพื่ออันใดหรือ ระวังจะปวดท้องเล่า"

"เอ้า ก็ญุี่ปุ่นเขาวิจัยมาทั้งที อีกทั้งเขายังเคลมมาว่ามีประโยชน์มากมายเชียวนะ ลดไขมันในเลือดได้และสุขภาพดีแข็งแรงอายุยืนยาว"

"ดูคล้ายกับการฝึกลัทธิหนึ่งในสำนักของแคว้นจินเลยนะเซียงฮวา" เกาฉายซึ่งเดินนำหน้านางเคียงคู่กับเจี่ยนเฉิงและเหมยฮวาหันหลังกลับมาด้วย เห็นเดินเงียบๆ ที่แท้ก็แอบฟังผู้อื่นเขาคุยอยู่นี่เอง

"จริงหรือ เช่นนั้นแล้วพวกเขามีอายุยืนแบบที่เซียงฮวากล่าวหรือไม่" เหมยฮวาถามขึ้นมาบ้าง แต่ก่อนที่เกาฉายจะได้ตอบออกมา เจี่ยนเฉิงก็พูดติดตลกขึ้นมาเสียก่อน

"อดข้าวไปเพื่ออายุยืนยาวอันใดกัน โดนกระบี่ข้าฟันเข้าให้ อายุเท่าไรก็ตายได้ทั้งนั้น"

"จริงหรือไม่เกาฉาย" เหมยฮวาหันไปถามเขาย้ำอีกครั้งหนึ่งก่อนที่เกาฉายจะตอบกลับมาอย่างยิ้มๆ "ไม่ผิด"

"ฮ่าๆ" หลังจากได้รับคำตอบจากเกาฉาย ทุกคนในกลุ่มก็พากันหัวเราะร่วนออกมา เซียงฮวาหน้าบูดบึ้งก่อนที่จะวิ่งไปกอดคอเจี่ยนเฉิงแล้วเขย่าคอเขาไปมา

"เจี่ยนเฉิง เจ้ามันแกงเพื่อน!"

.

.

.

คิดว่าเดือนนี้น่าจะมาทุกวันนะคะ เดือนหน้าก็อาจจะมาๆหายๆ

 

2020.08.22

Pandanus23233

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #328 ChaDaSay (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 15:01
    อาเฮยหลงคนเข้าใจน้องอันดับสอง 555555 ส่วนคนอื่นๆนั้น 5555555
    #328
    1
    • #328-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 42)
      12 ธันวาคม 2563 / 15:09
      เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง555
      #328-1
  2. #203 metung18 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 10:55
    อืมคงมีแต่อาหลงที่ฟังน้องรู้เรื่อง
    #203
    1
    • #203-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 42)
      24 สิงหาคม 2563 / 12:03
      55555555
      #203-1
  3. #199 TuntitaJ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 23:20
    เด็กๆ น่ารักทุกคนเลยค่ะ
    #199
    1
    • #199-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 42)
      22 สิงหาคม 2563 / 23:44
      ขอบคุณค่ะ
      #199-1