บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 38 : ต้องอายุสิบแปดเท่านั้นถึงจะทำได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

ณ โรงน้ำชา

“เหมยฮวา ข้ามาที่แคว้นเหลียงก็ตั้งหลายครั้งหลายครา แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้มาเดินตลาดเช่นนี้เลย มีอันใดแนะนำเป็นพิเศษนอกจากของกินที่กำลังเต็มโต๊ะเราอย่างตอนนี้อีกหรือไม่”

“นอกจากนี้ข้าก็ไม่เห็นสิ่งใดจะสนุกนอกจากสิ่งที่เจ้าพาข้าเล่นสักอย่างเลย อีกตั้งสามวันกว่าจะเริ่มเรียน ศิษย์พี่หญิงก็กล่าวอีกด้วยว่าให้ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ให้ดี งั้นเราชวนพี่ใหญ่กับเฮยหลงไปตกปลากันไหม”

เซียงฮวาส่ายหน้าไปมา“ไม่เอาอ่ะ สงสารน้องปลาเขา ข้าอยากไปแบบว่า…เก็บใบชาอันใดพวกนี้มากกว่า” พูดถึงเรื่องชาในโรงน้ำชาและยิ่งข้างๆคนมีไร่ชาก็ยิ่งทำให้เรื่องที่เธอใฝ่ฝันไม่ได้ไกลเกินไปเลยสักนิด

“พรรคมารจื่อถานของข้าก็มีไร่ชานะ ชาอู่หลง” เหมยฮวาเอ่ยออกมาอย่างหน้าซื่อตาใส

“แล้วก็ไม่เล่าให้ข้าฟังตั้งแต่ทีแรก เช่นนี้แล้วข้าจะมีโอกาสได้ไปที่นั่นหรือไม่ ข้าอยากเก็บยอดชายิ่งนัก แม้ในใจอยากจะเอามาทำมัทฉะก็เถอะ แต่ก็รู้ตัวละหนาว่าฝีมือไม่เข้าขั้น"

"มัทฉะหรือ"

"ใช่ แต่ว่าต้องเป็นชาเขียวไง แต่ของเจ้าเป็นชาอู่หลงนี่นะ แต่ก็ชั่งเถิด แบบไหนข้าก็เลิฟ"

"เอาสิ ข้าเป็นคุณหนูเจ้าของไร่แท้ๆก็ยังไม่เคยเก็บเลย ไปกันเลยหรือไม่"

"ไปสิๆ แล้วไร่ชาของเจ้าปลูกเยอะหรือไม่ เป็นขั้นบันไดเต็มหุบเขาเลยหรือเปล่า" เซียงฮวาเอ่ยถามขึ้นมาอยากตื่นเต้น แค่คิดสภาพตื่นขึ้นมาในยามเช้าพร้อมมีหมอกบางๆมาปกคลุมให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ เก็บยอดชาไป มองแสงแดดสายลมและขุนเขาไป อ๊าย!…แค่คิดก็ฟินเสียแล้ว

"แบบนี้เจ้าต้องไปดูให้เห็นกับตาตนเอง แต่ว่าไร่ชาค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองหลวงแคว้นเหลียงยิ่งนัก ห่างจากที่นี่ไปสองเมืองได้ หากเจ้าอยากเก็บในสภาพอากาศที่ไม่ร้อนมากเราคงต้องค้างคืนกันที่ไร่ ตื่นเช้ามาก็เก็บเลย ดีหรือไม่"

"ดียิ่ง เหตุใดจะไม่ดี ใจจริงอยากไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย" เซียงฮวาอยากจะตบเข่าตัวเองสักฉาดนัก ให้ตายเถิด อันใดมันจะเป็นไปดั่งใจอยากเช่นนี้

"แต่ว่า เราจะออกไปไกลจากสำนักศึกษาได้หรือ เผื่อศิษย์พี่เรียกทำกิจกรรมอันใดเล่า" เหมยฮวาก็เริ่มจะสนุกแล้วเช่นกัน แต่สีหน้าของนางยังคงมีความกังวลอยู่

"เอาน่า ก็กล่าวกับศิษย์พี่ไปว่าพวกเรากำลังทำความคุ้นเคยกับสถานที่เป็นไง"

"แต่ว่า…" เหมยฮวายังพูดไม่ทันจบ เซียงฮวาก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน "ถ้าเช่นนั้นก็ไปถามศิษย์พี่เหลียง ศิษย์พี่ฝูที่อยู่โรงเตี๊ยวซงซู่เลยไหมเล่า จะได้สบายใจ"

เหมยฮวาที่เพิ่งนึกออกเช่นกันจึงพยักหน้ารับหงึกหงัก จากนั้นจึงชวนเซียงฮวาให้ออกไปจากโรงเตี๊ยมนี้ ก่อนไปก็ไม่ลืมวางเงินไว้ที่โต๊ะเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาที่สั่งมาด้วย

 

ชั้นสามของโรงเตี๊ยมซงซู่จะมีห้องพิเศษอยู่ห้องหนึ่งซึ่งไร้หน้าต่างและแผ่นไม้อันใดปิดกั้นสายตาของแขกที่อยากรับชมความสวยงามของเมืองหลวง ทำให้ลมสามารถเข้ามาได้ทุกด้าน อีกทั้งยังสามารถมองลงไปยังชั้นล่างได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะร้านน้ำที่อยู่ตรงข้าม ไม่ไกลจากที่นี่ด้วยเช่นกัน

สายตาคนที่นั่งอยู่บนชั้นสามของโรงเตี๊ยมจับจ้องไปยังภาพร่างเล็กทั้งสอง ซึ่งกำลังจับมือกันวิ่งมาทางโรงเตี๊ยมที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ นำพาให้คนจับจ้องภาพนั้นอยู่เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัย

"นั่นพวกนางกำลังวิ่งมาที่โรงเตี๊ยมซงซู่หรือไม่" เฮยหลงหันไปมองเจี่ยนเฉิงก่อนจะพยักให้เพราะเขาเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อไม่นานหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงอันคุ้นหูบอกกล่าวคนของพรรคที่เฝ้าอยู่หน้าห้องว่าขอเข้ามายังห้องอาหารส่วนตัวนี้

"ท่านน้า ข้าจะเข้าไปหาพี่ใหญ่สักหน่อย สะดวกให้เข้าไปเลยหรือไม่"

"นายน้อยได้สั่งไว้แล้วว่าหากคุณหนูมาให้เชิญเข้าไปได้ในทันที เชิญตามข้าน้อยมาได้เลยขอรับ"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

"คิๆ ท่านน้าหน้าแดงด้วยแหละเหมยฮวา"

"คงเป็นเพราะว่าข้าไม่เคยกล่าวขอบคุณเขานะสิ คุณหนูที่ไหนกันจะพูดคำขอบคุณได้พร่ำเพร้อ ตกยกความดีความชอบให้เจ้าแล้ว"

"เสียงดังมาก่อนตัวเช่นนี้ น่าจะไม่ผิดแล้วเป็นแน่" เป็นเกาฉายเอ่ยยิ้มๆออกมาอย่างรู้สึกเอ็นดู เมื่อสหายใหม่สองแม่นางน้อยเดินเข้ามาในครรลองสายตา พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้าก็พาให้บรรยากาศที่แต่เดิมอึมครึมไม่สดใส กลายเป็นสว่างไสวขึ้นโดยพลัน

"ขออภัยที่ต้องมารบกวนเวลาอาหารเจ้าค่ะ ขอพวกเราสองคนร่วมด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ"

เหลียงหมิงจือยิ้มออกมาที่มุมปากก่อนจะผายมือเป็นการเชื้อเชิญทั้งสองอย่างยินดี "แต่เดิมศิษย์พี่เองก็ตั้งใจว่าจะเลี้ยงศิษย์น้องอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ"

เหมยฮวากับเซียงฮวาคำนับศิษย์พี่ของตนแบบชาวยุทธ์ก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งเบาะรองนั่งที่พื้น ซึ่งมีโต๊ะวางอาหารเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาวโดยเว้นตำแหน่งหัวโต๊ะไว้ ส่วนตำแหน่งที่นั่งนั้น จูรุ่ยหมินนั่งหันหน้าเข้าหาเหลียงหมิงจือ  ฝูจินหลงนั่งตรงข้ามกับเกาฉาย และเฮยหลงนั่งตรงข้ามกับเจี่ยนเฉิง เมื่อเหมยฮวาเดินเข้ามานางจึงเข้าไปนั่งถัดออกมาจากพี่ใหญ่ของนาง และเซียงฮวานั่งข้างๆเฮยหลง

"คราแรกศิษย์พี่จะถามพวกเจ้าว่าต้องการสั่งอันใดเพิ่มหรือไม่ แต่เห็นของกินติดไม้ติดมือมาเช่นนี้ ศิษย์พี่จึงไม่แน่ใจว่ายังควรต้องกล่าวถามอีกหรือไม่"

เซียงฮวากับเหมยฮวามองของที่ตนเองหิ้วมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะหัวเราะออกมาแห้งๆ เป็นเซียงฮวาที่เอ่ยตอบแทน "ไม่ต้องแล้วก็ได้เจ้าค่ะ เชิญศิษย์พี่และทุกคนตามสบายเจ้าค่ะ"

เซียงฮวายิ้มก่อนที่จะหันหน้าไปมองเหมยฮวา โดยใช้สายตาส่งกันไปส่งกันมาว่าผู้ใดจะเป็นคนที่เอ่ยปากถามศิษย์พี่ก่อน เป็นเจี่ยนเฉิงที่เห็นสายตาของเซียงฮวาชัดเจนที่สุดเป็นคนเอ่ยปากถามขึ้นมา

"พวกเจ้ากำลังส่งโทรจิตหากันหรืออย่างไร สายตาเช่นนี้ของพวกเจ้ามันช่างคุ้นเคยนัก คิดจะเล่นอันใดสนุกๆกันอีกแล้วใช่หรือไม่"

เหมยฮวาหันขวับไปที่พี่ชายของตนเอง ก่อนที่จะมองหน้าทุกคนบนโต๊ะอาหารซึ่งก็หันมาให้ความสนใจพวกตนอยู่พอดี นางจึงยกยิ้มแบบไม่เห็นฟันจากนั้นจึงบุ้ยหน้าไปทางเซียงฮวา "เป็นเซียงฮวาต้องการจะถามอันใดศิษย์พี่บางอย่างเจ้าค่ะ"

"เชิญศิษย์น้องไช่ถามมาได้เลย" ฝูจินหลงวางตะเกียบก่อนที่จะหันหน้ามามองเซียงฮวาราวกับตั้งใจจะตอบคำถามนั้นอย่างเต็มที่ ทำเอาเซียงฮวารู้สึกว่าคำพูดของตัวเองมันติดอยู่ที่ลำคออย่างไรชอบกล หวังว่าศิษย์พี่ฝูจะไม่ผิดหวังกับคำถามของนางก็แล้วกันนะ

"เอ่อ…พอดีข้าอยากจะถามศิษย์พี่ว่า หากข้ากับเหมยฮวาจะไปต่างเมืองสักหนึ่งคืนสองวันจะได้หรือไม่เจ้าคะ"

ถามเสร็จก็ก้มหน้าหลบสายตาของคนมองคล้ายไม่มั่นใจอยู่ในที เด็กพวกนี้กินอันใดเป็นอาหารกันนะ อายุเพียงเท่านี้ก็ทำให้หัวใจป้าเต้นโครมครามเข้าเสียแล้ว

"หึๆ ได้สิเหตุใดจะไม่ได้ สำนักที่นี่ให้อิสระกับทุกคนอย่างเต็มที่ ขอเพียงไปไหนให้บอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรและกลับเข้ามาให้ตรงเวลาตามที่บอกทุกครั้ง อีกทั้งการเรียนในแต่ละครั้งก็ห้ามขาดด้วย หากว่าไม่มีธุระสำคัญอันใดจริงๆ"

เซียงฮวาได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างสมใจก่อนที่จะหันหน้าไปหัวเราะกับเหมยฮวาพร้อมกับจับมือกันเขย่าไปมาด้วยความยินดี

"จะไปเล่นซุกซนกันที่ใดอีก" เฮยหลงกล่าวถามคนด้านข้างตน แล้วก็ได้รับการส่ายหน้าทำหน้าหน้าใสซื่อบริสุทธิ์สุดๆว่าตนเองไม่ได้เล่นซุกซนเลยแม้แต่นิดเดียว

"เปล่าเล่นซุกซนนะ ข้าก็แค่จะไปเก็บใบชาที่ไร่ของเหมยฮวา"

"เก็บใบชาหรือ" จูรุ่ยหมินที่เงียบมาตลอดเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างสนใจ ทำให้เซียงฮวาพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น

"ใช่แล้วเจ้าค่ะศิษย์พี่ แต่ถ้าอยากจะให้ฟิน…เอ่อ ถ้าอยากได้บรรยากาศที่ดีหน่อย ก็ต้องเป็นตอนที่มีหมอกบางๆและแสงแดดออกมาสาดส่องให้ความอบอุ่นนิดหน่อย~จากนั้นก็เก็บไปพร้อมกับชมธรรมชาติไป อ๊า…ต้องดีต่อใจเป็นแน่เลยเจ้าค่ะ คิก"

เซียงฮวาหัวเราะคิกคักออกมาก่อนที่จะรีบเอามือปิดริมฝีปากของตนเองไว้ เมื่อได้เห็นสีหน้าจูรุ่ยหมินดูพยายามจะคิดตามภาพที่เธอพร่ำเพ้อออกมาจนหัวคิ้วของเขาแทบจะจรดเข้าหากัน

"เช่นนั้นพวกเจ้าสองคนจึงอยากจะเดินทางไปค้างคืนที่นั่นใช่หรือไม่" เจี่ยนเฉิงรู้ดีว่าพวกนางคงแอบไปกันคืนนี้มากกว่ากล่าวถามขึ้นมา ก่อนจะแอบเนียนหยิบสุรารสอ่อนออกมาเติมยังจอกของตัวเอง แต่ก็โดนน้องสาวฝาแฝดของเขายับยั้งมือเอาไว้เสียก่อน

"เซียงฮวาบอกว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 หนาว ไม่ควรดื่ม ท่านนี่ชักเอาใหญ่แล้วนะเจ้าคะพี่ใหญ่ แอบสั่งมาตั้งแต่ตอนไหนหรือเจ้าคะ ศิษย์พี่ท่านอื่นยังไม่เห็นจะมีไว้ข้างกายเลยแม้แต่น้อย"

"เหอะ เจ้านี่ชักจะเป็นแม่ข้าเข้าทุกวันแล้ว มันก็แค่สุรารำข้าวธรรมดาเท่านั้นเอง ให้ข้าได้ลองบ้างไม่ได้หรืออย่างไรกัน"

"ไม่ได้/ไม่ได้" เซียงฮวากับเหมยฮวากล่าวออกมาพร้อมกัน ทำเอาคนถูกห้ามต้องเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างโดนขัดใจ เขาควรจะรู้ตั้งแต่แรกว่าห้ามสั่งมาให้พวกนางเห็นเด็ดขาด เป็นไงละที่นี้ อดจนได้

"ต้องอายุสิบแปดเช่นนั้นใช่หรือไม่ ข้าถึงจะทำได้"

"เอาน่าเจี่ยนเฉิง อายุเท่านี้ต้องดื่มนมเยอะๆ แทน แขนขาจะได้ยาว อกผาย ไหล่ผึ่งแบบท่านลุงในอนาคตอย่างไรเล่า ไม่เอาไม่อารมณ์เสียนะ~"

"ดื่มนมแล้วจะสูงจริงหรือ" เหลียงหมิงจือเรียกร้องความสนใจจากเซียงฮวาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะได้รับรอยยิ้มและการพยักหน้ารับเป็นเชิงว่าใช่ให้หัวใจเขาชุ่มฉ่ำขึ้นมาเสียหน่อย

"ไม่เพียงเท่านั้นนะเจ้าคะ ร่างกายเราจะแข็งแรงเพราะกระดูกเราแข็งแรงอีกด้วยเจ้าค่ะ"

เหลียงหมิงจือพยักหน้ารับ ใจกะจะชวนนางคุยต่ออีกสักหน่อย แต่ก็ช้ากว่าเฮยหลงเสียแล้ว

"เช่นนั้นเรากลับกันเลยหรือไม่ จะได้ไปเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง" มือที่ใหญ่กว่าของเฮยหลงเอื้อมมาจับมือ       เซียงฮวาไว้ ส่วนคนที่โดนถามแม้จะงุนงงว่าเฮยหลงจะไปกับตนด้วยหรือ แล้วมันจะต้องเตรียมตัวอันใดให้มันมากมาย ก็ในเมื่อนางใช้เพียงพลังเคลื่อนกายไปแค่ไม่กี่จิบชาเท่านั้นก็ถึงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นางก็ยังพยักหน้ารับอยู่ดี

“เช่นนั้นแล้วให้ศิษย์พี่เดินทางไปด้วยได้หรือไม่” จูรุ่ยหมินเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดวงตาดูเป็นประกายวาววับด้วยความสนใจกับกิจกรรมที่ศิษย์น้องของตนเสนอมา

“เอ่อ…” เซียงฮวาเอ่ยมาได้เท่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปดี ดวงโตกลมโตเสไปมองเฮยหลงว่าเขามีความคิดเห็นเช่นไร เฮยหลงเองก็อยากจะถอนหายใจออกมาสักหมื่นครั้ง เหตุใดสหายของพี่ใหญ่เขาถึงได้มีแต่ตัวน่ารำคาญทั้งนั้นนะ แม้ว่าใจอยากจะปฏิเสธมากเพียงใดก็ต้องพยักหน้ารับออกมาอย่างจำยอม เพื่อรักษาหน้าคนขอร่วมทางไปด้วย

“เช่นนั้นก็เชิญศิษย์พี่ด้วยขอรับ”

จูรุ่ยหมินพยักหน้ารับ สีหน้ามีความพอใจอย่างเหลือล้น “เช่นนั้นศิษย์พี่เองก็ขอติดตามไปด้วยได้หรือไม่ ถือเป็นการสังเกตความเป็นอยู่ของชาวเมืองไปในตัว”

เหลียงหมิงจือเองที่คิดจะขอไปด้วยตั้งแต่แรกอยู่แล้วเอ่ยขึ้นมา เห็นทีรึการปรากฏตัวของเซียงฮวาจะทำให้ชีวิตเขาดูมีสีสันเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย ยิ่งเห็นน้องชายของสหายดูหวงเช่นนี้เขายิ่งรู้สึกอยากแกล้ง

จูรุ่ยหมินและฝูเฮยหลงเห็นแววตามาดมั่นนึกสนุกของสหายตนก็เตรียมไว้อาลัยให้กับน้องชายของตนเองแล้ว ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ไม่สู้ให้เขาได้ลิ้มลองรสชาติของมันเอง จะได้รู้ว่าให้ชัดกันไปเลยว่าการเป็นดิน จะสามารถใช้ดับไฟได้หรือไม่

.

.

.

ตอนบรรยายเรียกชื่อตัวละคร 

ถ้าเป็นเซียงฮวา เฮยหลง แฝด จินหลง บลาๆ 

เขาจะไม่เรียกแซ่ด้วยนะ แต่คนอื่นจะเรียกด้วย

2020.08.18

Pandanus23233

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #184 TuntitaJ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 16:20
    น่ารักกันทั้งทีมเลย
    #184
    1
    • #184-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 38)
      18 สิงหาคม 2563 / 16:22
      ขอบคุณค่าาา
      #184-1
  2. #181 metung18 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 10:45
    นั่นไงแต่ละคนไปป่วนไร่ชาแล้วไหมละ
    #181
    1
    • #181-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 38)
      18 สิงหาคม 2563 / 11:01
      ฮ่าาาาาาา
      #181-1