บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 35 : ไม่ปล่อยใช่ว่าจะไม่หลุดมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

“ไม่ทราบว่าพวกท่านใช่องค์ชายรองกับคุณหนูไช่หรือไม่”

เสียงที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้คนที่กำลังคุยกันอย่างออกรสหันหน้ากลับมาเมียงมองเจ้าของเสียงนิดหน่อย เป็นเด็กสาวแสดงท่าทางตกใจกับการมาของเขาแทน

“โอ๊ะ บังเอิญมากเลย ถวาย…”

“ไม่ต้องๆ เราพูดกันธรรมดาดีหรือไม่ ข้าดีใจยิ่งนักที่ได้เจอผู้มีพระคุณของข้าอีกครั้งหนึ่ง ไม่คาดว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้”

เซียงฮวายังไม่ทันจะได้ถวายพระพรด้วยซ้ำไป จินเกาฉายก็ร้องห้ามนางขึ้นมาเสียก่อน ใบหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนถึงความดีใจที่ได้เจอทั้งสองคนอีกครั้งหนึ่ง แต่แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อคิดได้ว่าตนเองมีเรื่องต้องไปทำต่อ

“เสียมารยาทแล้ว เพียงพบเจอพวกท่านได้ไม่นาน ยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะเลี้ยงอาหารสักมื้อแก่ผู้มีพระคุณทั้งสองก็จำต้องเอ่ยคำกล่าวลา พอดีว่าข้ามีเรื่องต้องไปจัดการต่ออีกสักเล็กน้อย”

“เรื่องสหายต่างวัยของท่านกระมัง” เฮยหลงกล่าวถามเข้าตรงประเด็นโดยไม่เล่นลิ้นอันใดทั้งนั้น เรียกสีหน้าเซ็งจิตจากเซียงฮวาได้ดีจริงๆ

“เหตุใดพวกท่านรู้” สีหน้าตกใจของเกาฉายทำให้เซียงฮวายกมือขึ้นมาปิดปากตนเองไว้อย่างกลั้นหัวเราะไม่อยู่ มือเล็กโบกไปมาเหมือนต้องการกล่าวขออภัย

“ขอโทษๆ มันกลั้นไม่อยู่จริงๆ ฮ่า ๆ” คราวนี้นางซบใบหน้าไปยังแผ่นหลังของเฮยหลงไว้ จนเจ้าตัวหันไปมองแล้วยื่นมือเคาะหน้าผากนางอย่างเรียกสติ

“ข้าทำอันใดน่าขันไปหรือไม่ จึงทำให้คุณหนูต้องกลั้นเสียงหัวเราะจนไหล่สั่นเช่นนั้น”

เฮยหลงส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจก่อนที่จะกล่าวกับเกาฉาย “เราไปหาที่คุยกันเถิด เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ท่านฟังเอง ไปกัน” เฮยหลงเอ่ยชวนเกาฉายพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือเซียงฮวาให้เดินไปพร้อมกัน แต่นางก็กล่าวขัดขึ้นมาเสียก่อน

“อ้อๆ พวกท่านทั้งสองคนไปเถิด เดี๋ยวข้าขอไปทำธุระส่วนตัวสักประเดี๋ยว แล้วจะตามไปทีหลัง”

เฮยหลงพยักหน้ารับก่อนจะทำเสียงดุ “อย่ามัวโอ้เอ้เล่นซนอันใดเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่” คนที่โดนกำชับเช่นนั้นพยักหน้ารับราวกับไก่จิกก่อนที่จะมองส่งพวกเขาเดินไปยังร้านน้ำชาซึ่งอยู่ใกล้ๆกับบริเวณนั้น

“นอกจากบ่อน้ำตาตื้นแล้วยังจะเส้นตื้นอีกนะเรา ถ้าจะเป็นเอาหนักแล้ว” กล่าวจบนางก็หันไปซื้อฝรั่ง เสร็จแล้วจึงเดินออกมาแล้วไปยังร้านขายแจกันที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้แทน

“เลือกได้หรือยังอาเมี่ยว มีที่มันเข้าตาเจ้าสักหกใบหรือไม่”

“มีอันที่น่าจะเข้ากับบุคลิกตามแบบที่คุณหนูกล่าวไว้ก่อนหน้านี้อยู่เจ้าค่ะ”

เซียงฮวาพยักหน้ารับแล้วกล่าวชมสาวใช้คนสนิทเสียงอ่อนเสียงหวาน “ข้าเชื่อสายตาเจ้าที่สุด ใครดวงตาจะมีแววเท่าเจ้าได้อีก ใช่หรือไม่”

“ใช่ที่ไหนกันเจ้าคะ คุณหนูก็ชมบ่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” ซูเมี่ยวก้มหน้าลงอย่างขวยเขิน เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นสหายคนหนูของนางเดินเข้ามาทางด้านหลังนี้เสียแล้ว

“โอ๊ะ เหตุใดเจ้าซื้อแจกันไปเยอะแยะเช่นนี้

“นี่เจ้ายังไม่กลับแคว้นเหลียงไปอีกหรือ”   เสียงอันคุ้นหูทำให้เซียงฮวาหันกลับไปมองพลันหลุดปากถามผู้มาใหม่ออกมา ส่วนเหมยฮวาเมื่อโดนสหายของตนกล่าวออกมาในเชิงที่ไม่อยากให้นางอยู่ที่นี่ต่ออีก สีหน้าน้อยใจของนางเด่นชัดจนคนที่เป็นต้นเหตุของคำพูดต้องกอดเพื่อปลอบประโลม

“โอ๋ๆ ข้าล้อเล่น อย่าน้อยใจเพราะการกระทำของข้าเลยนะ~”

เมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองได้รับการง้อ ใบหน้างดงามตั้งแต่ยามเด็กของนางจึงมีรอยยิ้มสดใสปรากฏอยู่บนใบหน้าดังเดิม “ว่าอย่างไร ซื้อไปทำไมเยอะแยะ จัดดอกไม้เพิ่มหรือ”

“ดอกไม้ที่อยู่ในแจกัน นานไปมันก็เหี่ยวเฉา ให้น้องเขาได้อยู่บนต้นต่อไปเถิด ส่วนเจ้านี่...ข้าจะเอาไปทำเป็นแจกันแห่งวิญญาณ”

“แจกันแห่งวิญญาณ!” สองเสียงตะเบ็งใส่หน้านางจนเถ้าแก่ร้านและลูกค้าท่านอื่นหันมามองพวกนางด้วยความสนใจ เซียงฮวาจึงยกนิ้วชี้ของตัวเองมาประชิดที่ปาก 

“เบาหน่อยพวกเจ้า เดี๋ยวผู้อื่นก็แตกตื่นกันไปหมด เอ่อ…ไม่มีอันใดเจ้าคะ เพียงแค่คุยเล่นกันเท่านั้น” กล่าวกับพวกนางให้เงียบเสร็จ นางก็หันไปโค้งให้กับทุกคนอย่างขออภัยอีกครั้งหนึ่ง

“ไหนเจ้าบอกชื่อสิ่งที่เจ้าจะทำให้ข้าฟังอีกรอบหนึ่งได้หรือไม่ เหตุใดมันจึงฟังดูน่าขนรุกเช่นนี้”

“เออน่า ข้าจะทำมันขึ้นมาให้ท่านอาหนึ่งใบ ท่านแม่หนึ่งใบ เฮยหลงหนึ่ง เจ้ากับเจี่ยนเฉิงใช้ด้วยกันหนึ่ง อาเมี่ยวหนึ่ง แล้วก็จินเกาฉายหนึ่งใบ”

“จินเกาฉาย เอ้~ก่อนที่ข้าจะเดินมาหาเจ้า ข้าก็เห็นว่าพี่ใหญ่ของข้าไปนั่งรวมกลุ่มกับสององค์ชายนั่น เจ้าจะให้สิ่งนี้กับเขาด้วยหมายความว่าเจ้ายอมรับเขาเป็นสหายแล้วงั้นหรือ เหตุใดจึงรวดเร็วยิ่งกว่าข้าเสียอีก”

น้ำเสียงงอแงของเหมยฮวาดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจนเซียงฮวาต้องงอนง้ออีกรอบ “เออน่า ตอนนี้เจ้าก็ยังทำเป็นรังเกียจเขาไปอย่างนั้นแหละ แต่อีกไม่นานต่อจากนี้ก็อย่าตกหลุมรักเขาจนหัวปักหัวปำก็แล้วกัน”

“ข้านะหรือ? ไม่ทางเสียหรอก”

“เอาเถิดๆ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตก็แล้วกัน ไปจ่ายเงินดีกว่า...อาเมี่ยว เดี๋ยวข้าช่วยเจ้าขนขึ้นรถม้าไปด้วย พอถึงจวนก็เรียกบ่าวให้ช่วยยกไปที่เรือนข้าก็แล้วกันนะ”

“ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะคุณหนู เดี๋ยวบ่าวขนเองเจ้าค่ะ”

“อย่าขัดใจนางเลยอาเมี่ยว มา ข้าช่วยอีกแรง”

 

 

“ท่านจะลงมือช่วยออกมาในคืนนี้จริงๆหรือ แล้วเรื่องมันจะไม่ไปกันใหญ่หรือ ที่มีนักโทษแหกคุกหนีออกมาเช่นนี้”      

เกาฉายถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่กระวนกระวายยิ่งกว่าเดิม เมื่อรู้ว่าสหายคนสนิทของเขาเกิดเรื่องขึ้นมาเสียแล้ว ใจหนึ่งเขาก็อยากช่วยให้ชิงหมิงออกมาจากคุกให้โดยเร็ว แต่อีกใจหนึ่งเขาก็กลัวว่าถ้าหากทำตามแผนขโมยนักโทษแบบที่องค์ชายผู้นี้กล่าวออกมา เรื่องราวมันจะไปกันใหญ่

“กล่าวเช่นนี้คือท่านยังไม่รู้จักเซียงฮวามากพอ นางมีสารพัดวิชาเอาตัวรอดให้ได้จากสถานการณ์ไม่สู้ดีพวกนี้อยู่แล้ว”

เจี่ยนเฉิงกล่าวออกมาอย่างตลกขบขัน ดวงตาเรียวรีของเขามองไปตามสายตาที่เฮยหลงกำลังมองอยู่ จึงเห็นว่าเป็นเด็กสาวสามคนกำลังช่วยกันขนแจกันขึ้นรถม้า ความสงสัยทำให้เขาพูดขึ้นมา

“นั่นนางจะซื้อแจกันไปทำไมตั้งมากมายเช่นนั้น สร้างจวนใหม่หรือ”

เฮยหลงเลื่อนสายตามาที่เจี่ยนเฉิงก่อนจะส่ายหน้าไปมาในเชิงที่ตนก็ไม่รู้เช่นกัน แต่จากประสบการณ์ที่เขาได้สัมผัสกับนางมาทั้งชีวิต เขาคิดว่านางคงไม่ได้ซื้อไปจัดดอกไม้แน่ 

“คุยกันไปถึงไหนแล้วหรือ มีอันใดให้ข้าต้องกล่าวเสริมหรือไม่” เสียงใสของนางมาพร้อมกับรอยยิ้มงดงามเต็มใบหน้า ยังไม่ทันที่เฮยหลงจะลุกจากเก้าอี้เพื่อแสดงความเป็นสุภาพบุรุษใดๆทั้งสิ้น นางก็เดินไปยกเก้าอี้ไม้จากโต๊ะอื่นแล้วจัดแจงไว้ที่นั่งว่างเองเลยเสร็จสรรพ

“ทีแบบนี้แล้วไม่ปล่อยให้ผู้อื่นเขาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเลยนะ แต่เรื่องเสี่ยงตายเจ้ากลับโยนมาให้ข้าลูกเดียว”เซียงฮวาเมื่อเจอคำกระแนะกระแหนเข้าก็ได้แต่ทำลอยหน้าลอยตาไปมา จากนั้นจึงยกมือสั่งน้ำชากับเฒ่าแก่มาเพิ่ม

“เป็นร้านเล็กๆ แต่รสชาติดีทีเดียวนะ ข้าปักหมุดให้ร้านนี้คือ'ดี'ในใจ” เฮยหลงพยักหน้าให้กับคำพูดของเซียงฮวา จากนั้นจึงเอ่ยบอกนางถึงแผนการที่จะไปขโมยนักโทษในคืนนี้

“เรื่องสหายของท่านไม่มีอันใดน่าห่วงแล้ว ข้าคิดแผนออกแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ที่ห่วงคือต่อจากนี้ไปท่านจะเอายังไงต่อ กลับแคว้นจินเลยหรือไม่ หรือว่าจะทำตามเป้าหมายที่ท่านได้ตั้งไว้ให้สำเร็จลุล่วงเสียก่อน ข้าช่วยท่านได้นะ”

เกาฉายพยักหน้ารับแล้วคิดตาม ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจ “จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่พวกท่านทุกคนจะคุยกับข้าแบบสหายคนหนึ่ง”

เซียงฮวายิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่เกี่ยงงอนพร้อมกับยื่นสิ่งหนึ่งให้แก่เขา“ของขวัญต้อนรับสหายเป็นอย่างไร”

เกาฉายเบิกตาโพลงเมื่อเห็นปิ่นอันคุ้นตาที่เขาได้ให้ชิงหมิงเอาไว้ขายในยามฉุกเฉิน ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้อยากจะทำเช่นนี้ เพียงแต่ว่าเขาเองก็มีเงินไม่มากพอแล้วเช่นกัน

“นี่คือปิ่นของเสด็จแม่ข้าหนิ ข้าคิดว่าตอนนี้ยังคงอยู่กับอาหมิงเสียอีก”

“เดี๋ยวนะ มิใช่ว่ามันคือปิ่นที่เจ้าให้ข้าแอบช่วงชิงมาตั้งแต่งานประลองเมื่อวานนี้หรอกหรือ ที่แท้ก็คือขององค์ชายผู้นี้”

“มิผิด”เซียงฮวายักไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะกล่าว “มีคนที่มากความสามารถกว่าเจ้า ช่วงชิงมันมาจากพี่ล่ำให้ข้า”

เซียงฮวากล่าวตามจริงออกมา พอนางตื่นขึ้นมา ปิ่นนี้ก็วางอยู่ข้างๆโต๊ะหัวเตียงของนางเสียแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นผู้ใดเอามาวางไว้ให้

“เหอะ! ก็ใช่สิ เจี่ยนเฉิงผู้นี้มันไร้ความสามารถ”

 

ตกดึกคืนนั้น

กลิ่นเหม็นอับชื้นพร้อมกับกลิ่นสาบซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุกที่มีแสงไฟสลัวจากคบเพลิงอันน้อย แม้ว่ามันจะไม่ได้สว่างมากเท่าใดนัก แต่ก็ยังสามารถเป็นไฟส่องทางให้แก่ทหารที่เฝ้ายามได้

รวมถึงมันยังเป็นสีสันเดียวให้กับทั้งผู้คุมและนักโทษท่ามกลางความมืดมิด ความเหน็บหนาวอันเสียดแทงร่างกายกับจิตใจ โดยไร้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์มาอาบไล้ให้ความอบอุ่น

"หนาวไปหน่อยแต่เจ้าอดทนไว้นะ ที่นี่ยังถือว่าปรานีกว่าคุกหลวงมากนัก"

"ข้าโอเค แต่ก็อดคิดไม่ได้เนอะ ไม่ต้องรอให้คนของทางการเชิญเข้า ก็ยังยื่นเท้าก้าวเข้ามาอย่างสวยๆเสียเอง"

ห้องขังในคุกของกรมยุติธรรมจะฝากขังเฉพาะนักโทษที่ทำความผิดสถานเบาเท่านั้น นักโทษในคดีลักขโมยซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในเมืองนี้จึงมากเป็นพิเศษ โดยห้องขังของที่นี่จะมีอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาเรียงรายกันไปกว่าสี่สิบห้อง โดยมีตรงกลางเป็นทางเดิน

ฝีเท้าสองคู่กำลังเดินผ่านหน้าทหารยามคนแล้วคนเล่าห้องแล้วห้องเล่า เพื่อตามหาคนที่ตนเองต้องการมาช่วยเหลือ จนพวกเขาเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องขังสุดท้าย

เมื่อเห็นร่างที่คิดว่าต้องเป็นเป้าหมายแน่ๆกำลังนอนอยู่ที่พื้นโดยมีแขนวางพาดไว้บนหน้าผากบ่งบอกอาการของคนที่กำลังคิดไม่ตก พวกเขาจึงได้หยุดการก้าวเท้าของตนเองลง

“พลังพิเศษของเกาฉายคือสามารถล่องหนได้ แต่ถ้าเป็นในกรณีนี้เขาก็ทะลุผ่านกรงของคุกไม่ได้อยู่ดี จับมือข้าให้แน่นๆ แล้วข้าจะพาเจ้าวาบผ่านกรงนี้ดั่งวิญญาณผู้ไร้กายหยาบ”

พรึบ!

“เหตุใดความรู้สึกของข้าราวกับซ้อมตาย” เฮยหลงมีสีหน้าแตกตื่นก่อนที่เขาจะก้มลงไปกระซิบข้างหูของเซียงฮวาเสียงเบา

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ อุบ เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่” เสียงหัวเราะไม่เบานักของเซียงฮวาหลุดออกมาจากลำคอของนาง ก่อนที่นางจะปิดปากตนเองไว้ฉับ เมื่อเผลอทำเสียเรื่องขึ้นมา น้ำเสียงกระซิบของนางในประโยคหลังจึงเบาหวิวจนแม้แต่เฮยหลงเองก็ไม่ได้ยิน แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่ประโยคหลังเท่านั้น เพราะน้ำเสียงหัวเราะของนางก่อนหน้านั้นได้ดังลอดเข้ามาในหูของชิงหมิงเข้าเสียแล้ว

“ใครนะ” เขาถามขึ้นมาเสียงดังในขณะที่เด่งตัวขึ้นมานั่งยังพื้น สายตาของเขาสอดส่ายไปมาทำเอาเซียงฮวาสะดุ้งจนแทบจะหลบไปประชิดกับผนัง แต่เมื่อคิดได้ว่าตนเองพลางตัวอยู่ นางจึงกลับมายืนข้างๆเฮยหลงเช่นเดิม

“ลืมไป งั้นเราเริ่มลงมือเลยนะ”

"มีอะไร"

เสียงของทหารยามแว่วขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงของชิงหมิง ฝีเท้าที่ใกล้เข้ามายังห้องขังทำให้เซียงฮวาเร่งร่ายภาพมายาของชิงหมิงขึ้นมา จนเจ้าของร่างตัวจริงเบิกตาโพลง ตกใจจนลืมแม้แต่วิธีการเปล่งเสียงอันใดออกมา

แน่นอนว่าเซียงฮวาเองก็ไม่รอให้เขาตั้งสติได้เช่นกัน มือเล็กสาดพลังไปที่ทุกคนในห้องขัง เมื่อทุกอย่างหายวับไปแล้ว จึงมาปรากฎตัวอีกทีภายในห้องของโรงเตี๊ยมซึ่งเกาฉายกำลังรออยู่

พรึบ!

“เป็นอย่างไรบ้าง” เกาฉายถามขึ้นมาแต่ก็ต้องผงะ เมื่อเห็นสหายของตนนั่งอ้าปากเหวอ ดวงตาเบิกโพลงแบบคนที่กำลังตกใจอันใดสุดขีดอยู่ เซียงฮวาหัวเราะแห้งๆ ก่อนที่จะบอกเสียงอ้อมแอ้ม

“พอดีว่าพวกเราต้องทำเวลานะ ช่วยให้เขาหายตกใจทีนะ อ้อ แล้วพรุ่งนี้ข้าจะมารับพาไปหาน้องชายเจ้านะ”

พรึบ!

เกาฉายมึนงงกับความไปไวมาไวของสหายใหม่ คำขอบคุณยังไม่ทันได้หลุดออกจากปากเขาเลยแท้ๆก็ด่วนจากไปเสียแล้ว ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ดูมีความอ่อนโยนของเขาหันมาทางสหายซึ่งยังคงนั่งอยู่ที่พื้น เขาจึงสาวเท้าเข้าไปนั่งลงยองๆก่อนจะเขย่าตัวเขาเบาๆเพื่อเรียกสติ

"ชิงหมิง ชิงหมิง"

 

 

“หวังว่าเขาจะยังปกติดีอยู่นะ คนอะไรตกใจนาน ข้าร่ายภาพมายาของเขานะ ไม่ได้ร่ายภาพของเมดูซาที่มีหัวเป็นงู แล้วเพียงแค่สบตาก็สามารถสาปให้ใครกลายเป็นหินได้เสียหน่อย หรือจะลองดี”

เซียงฮวาเคลื่อนย้ายตัวเองมาปรากฏตัวยังตำหนักของเฮยหลงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนั่งลงที่โต๊ะแล้วเทชาลงในจอก เฮยหลงกำลังจะร้องห้ามว่าควรตรวจพิษก่อนดื่ม แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อลำคอของนางปรากฏคลื่นอันเป็นตัวบอกว่าได้กลืนมันเข้าไปแล้ว

“อ่า ปลอดภัยไร้พิษ”

เฮยหลงส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจก่อนจะพูดเรื่องหนึ่งขึ้นมา “ข้าว่าเรื่องการร่ายภาพมายาไม่ใช่ทุกคนที่จะทำสำเร็จ ข้าเองนอกจากร่ายภาพมายาเป็นหน้าผาแล้ว อย่างอื่นล้วนทำไม่ได้ เจ้าชั่งมีพรสวรรค์นัก”

เซียงฮวาโบกไม้โบกมือไปมาก่อนจะกล่าว “คนเราจำเป็นต้องเก่งทุกอย่างด้วยหรือ โลภไปไหม ในเมื่อเจ้าเกิดมาเป็นองค์ชายทั้งที ก็ใช้คนให้เกิดประโยชน์หน่อยเถิด”

เฮยหลงถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดเสียงเบา “ก็ข้าอยากเป็นคนที่มากความสามารถพอที่จะช่วยเหลือเจ้าในทุกเรื่อง เป็นคนที่สมบูรณ์พร้อมเหมือนคนที่ช่วยช่วงชิงปิ่นกลับมาให้เจ้า ไม่ได้หรือ”

เซียงฮวาชะงัก ก่อนจะทำหน้าไปไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง "เจ้านี่ นับวันยิ่ง...ใครไปต่อไปได้เลยเจ้าคะ ขอเซียงฮวาอยู่ในวังวนของคำพูดหวานหูแป๊ป"

"ข้าพูดความจริงนะ ข้าอยากเป็นคนที่สมบูรณ์พร้อม" เฮยหลงเดินเข้ามานั่งยังโต๊ะเดียวกับเซียงฮวา ก่อนจะย้ำคำพูดเดิมอีกครั้ง แววตาที่จริงจังของเขาทำให้เซียงฮวารู้สึกสะท้อนในใจเรื่องใดบางอย่างขึ้นมา

"ข้าชอบที่เจ้าวางคำว่า 'สมบูรณ์พร้อม' ไว้เป็นจุดหมายสูงสุดในตอนนี้ เจ้าจ่ายค่าตอบแทนมันด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่มาพร้อมกับความสำเร็จมันคือเรื่องที่ใช่ ข้าเชื่อนะ ว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะทำมันได้อย่างที่พูดจริงๆ"

"ขอบใจเจ้าที่ให้กำลังใจกัน" เฮยหลงยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือของเซียงฮวาไว้ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อมือที่เขาใช้กุมมือของเซียงฮวาอยู่เลือนลางหายไป

"เหตุใดมือข้าจึงเป็นเช่นนี้" เขาถามขึ้นมาอย่างตกใจก่อนที่จะเบาใจลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของนาง

"จับได้ก็หลุดได้ ไม่ปล่อยมือใช่ว่าจะไม่หลุดมือ" 

กล่าวจบนางก็แบมือตนเองออกมาพร้อมกับมีบุบผาสวรรค์ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องนอนของเฮยหลง

"มือข้าเป็นเช่นนี้เพราะดอกไม้ในมือเจ้าหรือ แล้วจับได้ก็หลุดได้ ไม่ปล่อยใช่ว่าจะไม่หลุดคืออันใดกัน ต้องการจะบอกอะไรข้าเป็นนัยๆเช่นนั้นหรือ" คำพูดของนางทำให้เขาแตกตื่นยิ่งกว่ามือที่หายไปเสียอีก 

"เดี๋ยวไม่ถึงเค่อก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว มันจะผ่านไปด้วยดี  เชื่อข้าเถิด แค่ฝากไว้ให้คิดเท่านั้น"

"แค่นั้นจริงหรือ จะเชื่อได้เท่าไรกัน วันนี้ข้าเห็นเจ้าซื้อแจกันไปเสียมากมาย เอาไปทำอันใดกัน"

"สีหน้าเช่นนี้คงไม่เชื่อละสินะว่าข้าจะเอาไปจัดดอกไม้ เอาเหอะ ใบ้ให้แค่ว่ามันจะทำให้เจ้าคลายความคิดถึงข้าได้กึ่งหนึ่ง คล้ายๆกับว่าเป็นตัวแทนอะไรประมาณนี้"

เฮยหลงหรี่ตาก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม "ก็หวังว่าจะเข้าใจ ว่ามันแทนกันไม่ได้"

.

.

.

Pandanus23233

2020年08月12日


 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #319 pearsadso (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 16:32
    เขาจะได้คู่กันมั้ยเนี่ย🥺
    #319
    1
    • #319-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 35)
      30 พฤศจิกายน 2563 / 17:04
      อิๆๆๆๆๆๆๆ
      #319-1
  2. #291 แจ่มแจแดมแจ่มว้าว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 12:54
    ขอให้เป็นคู่นี้เถอะ พลีสส//พนมมืออ้อนวอน
    #291
    0
  3. #229 manbigbang (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 13:44
    ทำไมมีของแทนตัว ไม่นะอย่าคว่ำเรือเรา เกาะขาอ้อนวอน
    #229
    0
  4. #169 metung18 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 13:06
    เขาจะได้คู่กันไหมอ่ะ
    #169
    2
    • #169-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 35)
      14 สิงหาคม 2563 / 13:33
      เขาไหนน้าาาาา
      #169-1
  5. #168 Sansasoff (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 00:26
    คู่นี้หวานกันตลอดแหะ
    #168
    1
    • #168-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 35)
      14 สิงหาคม 2563 / 13:33
      อิๆๆๆๆๆ
      #168-1