บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 32 : เลียนแบบแหละดูออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    29 ก.ค. 63

"ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ช่วยด้วย ใครก็ได้เจ้าค่ะช่วยด้วย"

เสียงร้องของเด็กสาวขอความช่วยเหลือดังมาเข้าหูของมู่เถาแล้วเหล่าองครักษ์ ฝีเท้าที่กำลังไต่อยู่บนหลังคาบ้านของผู้อื่นหยุดชะงัก เป็นมู่เถายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดการเดินทาง

"พื้นที่เปลี่ยวกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กสาวงัันเหรอ?"

"ช่วยด้วยเจ้าค่ะ มีกลุ่มผู้ใหญ่ใจร้ายจะทำร้ายพวกข้าเจ้าคะ~"

"ช่วยด้วยขอรับ เป็นชายชุดดำขอรับ พวกเขาจะมาทำร้ายพวกข้า"

หัวคิ้วของมู่เถาจรดเข้าหากันก่อนจะหันมามองหน้าองครักษ์คนสนิทของตัวเองที่ยื่นหน้าเข้ามาตอบในทันที

"เป็นชายชุดดำและกำลังทำร้ายเด็กชายหญิงขอรับ หูนายท่านไม่ได้เพี้ยนไปแน่"

"งั้นหรือ?เช่นนั้นจะช้าอยู่ใยล่ะ  ไปช่วยพวกเขากันเถิด" 

"ขอรับ"

เสียงรับคำของเหล่าองครักษ์และจังหวะการเหินกายลงมาจากหลังคาด้วยพร้อมเพรียงกัน เมื่อเท้าสัมผัสลงพื้น จังหวะเคลื่อนไหว การพริ้วกายช่างรวดเร็วนัก หากมองด้วยสายตาเปล่าคงตามไม่ทันแน่ ดังนั้นระยะเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ พวกเขาก็มาถึงยังที่มาของเสียงร้อง

"พวกเจ้า นี่มัน..."

"ชะ ช่วยด้วยเจ้าค่ะท่านลุง พวกเขาเจ้าคะ ฮึก...พวกเขา ฮือ"

"มานี่ข้าพูดเอง ผู้ใหญ่พวกนี้กำลังจะทำร้ายพวกข้าขอรับ ท่านลุงช่วยพวกเราด้วยขอรับ ฮือ~"

มู่เถาเมื่อมาถึงก็เห็นชายชุดดำเก้าถึงสิบคนกำลังล้อมเด็กชายหญิงพวกนี้อยู่ ในอ้อมแขนของหนึ่งในเด็กพวกนั้นมีบุตรชายสุดที่รักของเขากำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างหน้าสงสาร

เด็กพวกนี้ข้าเคยเห็นหน้าจากที่ไหนมาก่อนหรือไม่นะ

ด้วยเพราะแนวคิดอยากจะทำให้ทุกอย่างดูสมจริงประหนึ่งว่าเด็กที่ผ่านการหนีมาอย่างโชกโชนจริงๆ เซียงฮวาเลยออกอุบายให้แต้มดินลงมาที่ใบหน้าด้วย ทำให้มู่เถาซึ่งควรจะคุ้นหน้าพวกเขาอยู่แล้วจากการมองไกลๆในสนามประลอง เกิดการระแคะระคายสงสัยอะไรขึ้น

ชั่งเถอะ!เรื่องสำคัญในตอนนี้คือการช่วยลวี่เอ๋อมาให้ได้เสียก่อน

"พวกเจ้าชั่งหน้าไม่อายนัก เด็กตัวแค่นี้พวกเจ้าก็ยังจะทำร้ายได้ลง ยังมีสำนึกของความเป็นคนอยู่หรือไม่!!"

เหล่าชายชุดดำที่ได้ยินเช่นนั้นก็พากันหัวเราะกันขนานใหญ่ หนึ่งในนั้นส่งเสียงพูดขึ้นมา

"เหอะ!!ก็เพราะว่าคิดแล้วอย่างไรเล่า พวกข้าถึงได้ทำแบบนี้ ไม่งั้นจะเอาอะไรกินวะ! จัดการพวกมันแล้วแย่งเด็กน้อยคนนั้นมาให้ได้ ไป!!!"

ภาพการตะลุมบอนของทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายหนึ่งสู้เพื่อปกป้องคนที่รักส่วนอีกฝ่ายหนึ่งต่อสู้เพื่อที่จะได้แย่งเด็กให้ไปกับพวกตนโดยการกำจัดพวกเสนอหน้าที่เข้ามาแย่งชิง

"หากอยากเป็นคนดีนัก พวกข้าจะช่วยส่งพวกเจ้าให้ขึ้นสวรรค์เร็วขึ้นก็แล้วกัน"

"ถ้ามีความสามารถก็เข้ามา"

ด้านเซียงฮวาที่พาเหล่าพวกพ้องหลบมาอยู่อีกมุมหนึ่งดูการต่อสู้ด้วยดาบของพวกเขาก็ทำหน้าเหยียดหยามออกมาอย่างเต็มที่ นางก้มตัวลงแล้วเอามือปิดตาเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างหน้านางไว้ไม่ให้เห็นภาพความโหดร้ายของการฆ่าฟันหวังเอาชีวิตของพวกเขา ก่อนจะเงยหน้าพูดกับสหายของตน

"นี่คือความผิดพลาดของพวกที่ไม่ทำการบ้าน ดูออกแหละว่าเลียนแบบแผนการณ์ของผู้อื่นเขา"

ให้ข้าบอกหรือไม่ว่าคุณหนูบ้านใดเลียนแบบแผนของเจ้า

ไม่ต้อง หากมีกรรมร่วมกันมันคงเกิดฝนตกขี้หมูไหล เดี๋ยวคนจัญไรก็จะมาพบกันเองแหละ

"จับเป็นพวกมันไว้สองคน"

เสียงพูดแทรกของมู่เถาดังเข้าหูพวกเธอ  เหมยฮวาเกาแก้มของตัวเองก่อนจะถามเซียงฮวาขึ้นมาเพื่อขอความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง

"เซียงฮวา มันใกล้แล้วใช่หรือไม่ ข้าอยากจะล้างหน้าออกมากเลยตอนนี้ คันยุบยิบไปหมด"

เซียงฮวาหันไปมองภาพเหตุการณ์การต่อสู้อีกครั้งพร้อมกับดวงตาเบิกโพลงในทันที

"โอ้! มันจบแล้วสหาย"

เซียงฮวาเอ่ยตอบเหมยฮวาพร้อมกับกระซิบข้างหูเด็กชาย

"เด็กน้อย พวกผู้ใหญ่ใจร้ายถูกจัดการหมดเรียบร้อยแล้วนะ เจ้าจำได้หรือไม่ว่าใครเป็นคนช่วยเจ้าให้รอดพ้นเงื้อมมือมาร"

เด็กน้อยแกะมือเซียงฮวาออกพร้อมกับชี้นิ้วมือมายังพวกเขาทั้งสามคน 

"พวกพี่สาวกับพี่ชาย"

เซียงฮวาพยักหน้ารับอย่างถูกใจ "อ้า...แล้วไงต่อๆ"

"พวกชุดดำจับลวี่เอ๋อ พวกชุดดำใจร้าย พวกพี่สาวช่วยลวี่เอ๋อ"

เหมือนเรื่องนี้จะสะกิดใจเขา เมื่อพูดเสร็จริมฝีปากเล็กก็เบะออก น้ำตาไหลลงมาที่ใบหน้าไม่ขาดสายในทันที

"โอ๋เอ๋ๆ ไม่ร้องนะเด็กดี นั่นๆ ท่านลุงผู้นั้นเดินมาแล้ว"

มู่เถาที่ได้ยินเสียงร้องไห้ก็เดินมาหาบุตรชายเขาในทันทีหลังจากที่ดาบในมือฟันคอคนถ่อยพวกนี้เสร็จ

"ลวี่เอ๋อ"

"ฮึกๆ ท่านพ่อ"

เด็กชายยื่นมือยื่นไม้ให้บิดาของตนเอง เสียงสะอึกสะอื้นดังระงมไปหมด ณ ที่นี่ แต่ก็ไม่ลืมหันหน้ามาพูดกับพวกเขาทั้งสามคน

"ลวี่เอ๋อ ขะ ขอบคุณพี่ชายพี่สาวทั้งสอง"

"นะ นี่ ท่านลุงเป็นบิดาของเด็กน้อยเองหรือเจ้าคะ"

เซียงฮวาพูดตะกุกตะกักก่อนจะเอามือปิดปากไว้ น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลลงมาเต็มใบหน้า

"พะ พวกพี่ ฮึก ฮือ พวกพี่ ฮือ..."

"พวกพี่เต็มใจน้องชาย แค่น้องชายปลอดภัยพวกเราก็ดีใจแล้ว

เป็นเจี่ยนเฉิงที่รับไม่ได้กับความเล่นใหญ่ของสหาย จึงได้สอดปากพูดขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง

"พวกเจ้าชั่งมีน้ำใจนัก ขอบคุณพวกเจ้าจากใจจริง ว่าแต่เหตุใดเด็กวัยสิบสองสิบสามเช่นพวกเจ้าจึงมาอยู่แถวนี้ได้รึ"

"พวกข้าเพียงแค่มาฝึกวิชาแถวนี้เจ้าค่ะ เผื่อว่าความขยันหมั่นเพียรจะทำให้พวกเราพอจะเข้าสำนักศึกษากลางได้บ้าง

แต่ใครจะคิดว่าในระหว่างที่รอสหายเอารับม้ามารับ พวกเราจะเจอเด็กน้อยคนนี้แอบซ่อนอยู่ที่สุ่มตกตรอกร้างฝั่งโน่น ใบหน้าที่เปียกปอนน้ำตาจนชุ่มทำให้พวกเราสงสารยิ่งนัก จึงได้อุ้มเขามาไว้ในอ้อมอกแล้วหนีมาอยู่ตรงนี้ได้เจ้าค่ะ"

เด็กชายวัยห้าหนาวพยักหน้ารับหงึกหงัก แรกเริ่มพี่ชายชุดดำกลุ่มใหญ่มาอุ้มเขาไปจริงๆ จากนั้นก็มีพี่ชายชุดดำคนหนึ่งมาแย่งตัวเขาจากคนพวกนั้น แล้วเอาเขามาวางไว้ที่สุ่ม

ก่อนที่เขาจะสลบไปเขาเห็นร่างกายพี่ชายท่านนั้นสลายไปราวกับผุยผง พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ก็ได้ยินเสียงพี่ชายพี่สาวท่าทางดูใจดีพวกนี้เข้า เขาถึงได้อุ่นใจขึ้นมา

มู่เถาที่เห็นบุุตรชายยืนยันเช่นนั้นจึงหันไปกล่าวขอบคุณเซียงฮวาและสหายอีกครั้งหนึ่ง

"พวกเจ้าชั่งเป็นเด็กดีมีเมตตายิ่งนัก ไม่ทราบว่าเป็นบุตรสาวบุตรชายบ้านใดกัน"

เซียงฮวาที่รอจังหวะนี้อยู่มีหรือจะไม่พูดแสดงตนออกไป พร้อมกับแนะนำสหายของตัวเองด้วยกิริยาที่ไม่ส่อวัตถุประสงค์อันใดแม้แต่นิดเดียว

"ดีใจยิ่งที่ได้พบพวกเจ้า หวังว่าในอนาคตพวกเราจะมีวาสนาได้พบกันอีก แล้วนี่พวกเจ้าจะกลับอย่างไรหรือ ให้คนของข้าไปส่งดีหรือไม่?"

"หากไม่รบกวนพวกท่านจนเกินไป ช่วยไปส่งตรงที่มีผู้คนพลุกพล่านก็พอเจ้าค่ะ"

มู่เถาพยักรับหงึกๆก่อนที่จะส่งสัญญาญให้องครักษ์ของตนจัดการให้เรียบร้อย ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็มานั่งอยู่ในร้านบะหมี่ข้างทางที่มีรถม้าสัญจรไปมา

"เซียงฮวา เจ้าคิดว่าเจ้าสำนักศึกษากลางจะเชื่อคำพูดของพวกเราหรือ"

เหมยฮวาพูดขึ้นขณะที่กำลังเช็ดหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนน้อย ใบหน้าที่ปราศจากความสกปรกแล้วทำให้นางผ่อนคลายขึ้นจริงๆ

"เชื่อแล้วอย่างไรไม่เชื่อแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบุตรชายของเขา"

กล่าวจบก็ทิ้งผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยไว้ที่โต๊ะ ใบหน้าเนียนใสปราศจากคราบสกปรกเหยเกขึ้นมาก่อนที่น้ำตาเม็ดโตจะไหลหยดลงมาที่ใบหน้าอีกครั้ง

"นี่เจ้ายังจะเล่นงิ้วให้ใครเขาดูอีก หรือท่านเจ้าสำนักผ่านมาแถวนี้หรือ"

เจี่ยนเฉิงมองซ้ายมองขวาก่อนจะลูบลำคอของตัวเองไปมา เมื่อสหายส่ายหน้าปฏิเสธ หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันอีกครั้งหนึ่ง

"แล้วเจ้าเป็นอันใดไป ก่อนหน้านี้ตะโกนร้องแหกปากเสียงระงม ไม่เจ็บคอบ้างเลยหรือ?"

กล่าวจบก็หยิบยาอมที่นางเคยให้ไว้ขึ้นมาอม แล้วยื่นให้เจ้าของยานี้ด้วย

"ฮึก ขอบใจนะ ทีหลังถ้าเจ้าจะเปลี่ยนบรรยากาศจากโรงเตี๊ยมเป็นร้านข้างทาง ก็ช่วยเลือกร้านที่คนน้อยๆได้หรือไม่ ข้าหิว~"

เหมยฮวาทั้งขำทั้งหมั่นไส้ไปทีเดียวกัน ก่อนจะกล่าว "น้ำตาของเจ้าชอบเสียไปให้แต่กับเรื่องพวกนี้นะ เดี๋ยวข้าเดินไปถามให้ ว่าเวลาอีกกี่มากน้อยเท่าไรถึงจะได้"

"Thank you so much very much"

"เจ้าพูดประโยคนี้ทีไรน้ำลายกระเด็นใส่หน้าข้าทุกที"

เจี่ยนเฉิงทำทีเป็นเช็ดน้ำลายออกมาจากใบหน้าทั้งที่ความจริงแล้วเขาก็แค่กล่าวหยอกล้อนางเท่านั้น

"ก็เขาบอกว่าคนที่กลืนน้ำลายตัวเองเป็นคนไม่ดี ข้าก็เลยไม่กลืนน้ำไหลก่อนพูดไง หรือเจ้าจะมีปัญหา?"

"เพ้ย! พูดอันใดเลื่อนเปื้อนอีกแล้ว"

"เจ้าต่ากหากที่ไม่รู้ความเอง อัยโย!อัยโย! ได้แล้วหรือ"

สีหน้าแม้จะประหลาดใจแต่ก็ยินดีกับน้ำซุบหอมฉุยที่เหมยฮวายกมาให้ที่โต๊ะ

"ท่านลุงเห็นว่าเจ้าร้องไห้งอแงขึ้นมาจึงแอบทำให้ก่อนโต๊ะอื่นด้วย อันนี้ของเจ้า"

เซียงฮวาทำสีหน้าตื้นตันก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยความร่าเริง

"จะกินแล้วนะ~อุ้ย ร้อนๆ"

ด้วยความหิวโหย อารามเร่งรีบของเธอทำให้ลืมเป่าเส้นก่อนเอาเข้าปาก ความแสบร้อนที่ลิ้นและกระพุ้งแก้มทำเอาดวงตาหวานซึ้งมีน้ำตาเอ่อคลอมาอีกครั้งหนึ่ง

"เจ้านี่นะ บทจะหิวขึ้นมาทีไรก็ลนจนเจ็บตัวจนได้"

เสียงดุของผู้มาใหม่เรียกสายตาของคนบนโต๊ะให้หันมามอง จนคนไม่ทันระวังได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ

"แหะๆ ก็ข้าหิว~"

เฮยหลงส่ายหน้าไปมาก่อนจะยื่นมือไปจับที่ริมฝีปากของเธอ

"อ้าปากออกมาให้ข้าดูสักหน่อยว่าพองหรือไม่"

ริมฝีปากเล็กอ้าออกอย่างไม่เกี่ยงงอน เมื่อเห็นลิ้นและกระพุ้งแก้มของเธอแดงกว่าปกติก็ตีหน้ายักษ์ใส่เธออีกรอบ

"เดี๋ยวระวังจะพอง"

"ไม่เป็นไรๆ มันชาลิ้นเฉยๆ มื้อนี้ก็คงไม่อร่อยแล้ว แต่ไม่ใช่ปัญหา อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์เลยเนอะ เจ้าจะกินหรือไม่เดี๋ยวข้าสั่งให้"

"ข้าอิ่มแล้ว มานี่ เดี๋ยวข้าป้อนให้"

"จะดีเหรอ ทำอย่างกับเราเป็นสามีภรรยากันต่อที่สาธารณะแบบนี้ไม่ได้นะ"

"นั่นสิ พวกเจ้าควรจะระลึกกันไว้ด้วยว่าไม่ได้อยู่เมืองหลวงแห่งนี้เพียงสองคน"

เป็นเจี่ยนเฉิงที่เคี้ยวบะหมี่ไป มองทั้งสองคนด้วยความมั่นไส้ไป โถ่!เห็นพวกเขาเป็นอากาศธาตุ เป็นโต๊ะตะเกียบชามหรืออย่างไรกัน หงุดหงิดใจเสียเหลือเกิน

เฮยหลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันกลับไปมองหน้าเจี่ยนเฉิงนิ่งๆ ก่อนที่จะยื่นตะเกียบในมือตนให้คนข้างกายดังเดิม

เมื่อทั้งหมดอิ่มหมีพีมันกันแล้ว จึงได้แยกย้ายกันกลับจวนใครจวนมัน โดยเซียงฮวาได้เคลื่อนย้ายตนเองไปส่งเฮยหลงที่ตำหนักก่อนที่จะกลับไปยังจวนของตนเอง

"เจ้าเอาม้ามาเองไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงยังให้ข้ามาส่งถึงห้องอีก"

เซียงฮวาบ่น สีหน้าเหม่อลอยของนางปรากฏชัด จนเฮยหลงต้องยื่นมือไปหยิกแก้มอยากอดใจไม่ได้

"วิญญาณเข้าร่างมาหรือยัง วันนี้เจ้าอยากซุกซนนัก เหนื่อยมากสิท่า"

เซียงฮวาพยักหน้ารับหงึกหงัก วันนี้ไปคลุกฝุ่นมาทั้งวัน นางเองก็อยากอาบน้ำจะแย่แล้ว

"เหนื่อยมากเลย เจ้าก็รู้ว่าข้าอาบน้ำปะแป้งและเข้านอนแต่หัวค่ำ ร่างกายบอกว่าควรไปนอนนะ แบบว่าพักก่อน"

เฮยหลงส่ายหน้าตนเองไปมาก่อนจะเปลี่ยนแผนใหม่จากคืนนี้เป็นพรุ่งนี้แทน

"เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปฝึกวิชากับเจ้าด้วย แล้วค่อยไปทำธุระที่ว่าของเรา เจ้ากลับจวนไปพักเถอะ"

"ได้ เช่นนั้นข้าไปแล้วนะ แล้วจะฝันถึงเจ้า"

พรึ่บ

กล่าวจบร่างเล็กก็หายวับไปในทันตา ใบหน้าเรียบเฉยของเขามีรอยยิ้มผุดขึ้นมาที่มุมปากเพียงนิด ก่อนจะกล่าวออกมาเสียงเบา

"งั้นก็ดีสิ เผื่อคืนนี้ข้าจะได้เจอกับเจ้าในฝันด้วย เพราะว่าข้าฝันถึงเจ้าทุกคืน"

.

.

.

Pandanus23233

2020年07月28日

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjU1OTY3OSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyODE2NiI7fQ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #149 dokao (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 11:58
    โอ๊ยน้ออออ น่ารัก
    #149
    1
    • #149-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 32)
      29 กรกฎาคม 2563 / 12:00
      ขอบคุณค่าาา
      #149-1
  2. #148 metung18 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 09:03
    หุหุ แอบอมยิ้มในความรักของเด็กๆ
    #148
    2
    • #148-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 32)
      29 กรกฎาคม 2563 / 09:12
      นักเด็กเอ็นดูเด็กถือว่าเป็นคนจิตใจงดงามมมค่ะ///ฮ่า
      #148-1
    • #148-2 metung18(จากตอนที่ 32)
      29 กรกฎาคม 2563 / 10:09

      รอตอนต่อไปนะคะ ชอบมากๆเลย
      #148-2
  3. #147 อ่านนิยายไปวันๆ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 08:23
    ฮั่นแน่ เป็นเด็กเป็นเล็ก
    #147
    1
    • #147-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 32)
      29 กรกฎาคม 2563 / 08:25
      อย่าเอาเยี่ยงอย่าง5555
      #147-1