บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 31 : แล้วเราจะบิงโกไปด้วยกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    23 ก.ค. 63

"นายท่านครับ แย่แล้วขอรับ"

มู่เถา ชายวัยกลางคนเหลือบตามององครักษ์ของตนที่มีท่าทีร้อนรนบ่งบอกว่ายามนี้มีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น แต่ไม่สะดวกที่จะบอกเขาท่ามกลางผู้คนที่อยู่บนอัฒจันทร์นี้ เขาจึงได้ทิ้งสายตาไว้ที่การต่อสู้อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะตัดใจจากการประลองที่ดุเดือดแล้วออกมาด้านนอกเพื่อรับฟังการรายงานจากลูกน้องของตน

"เกิดอะไรขึ้น?"

"เอ่อ…องครักษ์ที่ดูแลคุณชายรายงานมาว่ามีชายชุดดำกลุ่มใหญ่มาลักพาตัวคุณชายน้อยไปขอรับ คนของเราส่วนหนึ่งล่วงหน้าไปช่วยเหลือแล้ว ข้าน้อยจึงมารายงานนายท่านให้ทราบก่อน"

"ปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร!"

ใบหน้าที่มีความเคร่งขรึมอยู่แล้วของมู่เถากลายเป็นเรียบตึง เมื่อมีคนกล้ามาลูบคมเขาเช่นนี้ กลิ่นอายของโทสะแฝงด้วยพลังธาตุที่ปล่อยออกมารอบกายเขาหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนองครักษ์ผู้นี้หายใจติดขัด แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะสอดปากพูดขึ้นมา

"ไม่ได้เรื่อง! ตอนนี้อยู่ที่ใดแล้ว นำทางข้าไป"

"ขอรับ"

พรึ่บ! พรึ่บ

เมื่อคลื่นพลังทั้งสองได้หายวับไปจากสายตาของคนทั้งสามแล้ว เซียงฮวาก็คลายม่านพลังบังตาออกไป ก่อนที่จะเดินนำสหายของตนออกมายังจุดที่มู่เถาและองครักษ์ของเขาได้คุยกันอยู่ก่อนหน้านี้

"พวกเจ้าได้ยินแบบที่ข้าได้ยินเมื่อสักครู่นี้หรือไม่?"

"เจ้าก็สะกิดใจกับคำว่าชายชุดดำกลุ่มใหญ่เช่นเดียวกันกับข้างั้นหรือ?"

"แต่คนที่เซียงฮวาส่งไปเป็นบุรุษชุดดำหล่อเหลาดั่งพานอันหนิ แล้วคนเดียวด้วยไม่ใช่หรือ? ไหนเลยถึงกลายเป็นกลุ่มคนไปได้"

ทั้งสามคนผลัดกันพูดคนละประโยคก่อนที่จะตบหน้าผากตัวเองคนละทีสองทีเมื่อพวกเขาพอจะเริ่มเดาเหตุการณ์ได้แล้ว

"ฮือ~ให้ตายเถอะ! แผนยังไม่ทันจะเริ่มเลย ก็มีแววว่ามันจะพังไม่เป็นท่าเสียแล้ว เอาไงต่อดีรึสหาย?"

แม้ปากจะเอ่ยถามสหายแฝดของตนเช่นนั้น แต่สมองของเซียงฮวาก็แล่นอย่างเร็วจี๋เพื่อหาทางรับมือกับสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในการคำนวนไว้

"ในเมื่อแรกเริ่มเราก็ตั้งใจอุทิศตนเป็นเหยื่ออยู่แล้ว ไม่ดีหรืออย่างไร หากเราเปลี่ยนคนที่หย่อนเบ็ดใหม่เป็นบุคคลที่เราไม่อาจจะคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต"

เจี่ยนเฉิงเสนอความคิดเห็นของตัวเองด้วยด้วยสีหน้าที่เจ้าเล่ห์จนสองสาวที่อยู่ ณ ที่นี้หันหน้ามามองกัน แต่สุดท้ายพวกนางก็พยักหน้าให้กับความคิดนี้ของเขา  จากนั้นเซียงฮวาจึงปรึกษากับเฮยหลิงในใจว่ามันเกิดผิดพลาดอะไรได้อย่างไร แล้วจึงบอกกล่าวสหายให้พวกเขาได้รับรู้

"สายของข้ารายงานมาว่า บุรุษที่ข้าส่งไปลงมือช้ากว่าพวกนั้นไปไม่กี่จิบชาเท่านั้น ตอนนี้เขาก็กำลังติดตามคนกลุ่มนั้นไปอยู่เช่นกัน คาดว่าจุดหมายคงจะไม่ออกไปจากพื้นที่ในแคว้นฝูนี้เป็นแน่ พวกเราเร่งเดินทางไปดักหน้าพวกเขาไว้ดีกว่า"

กล่าวจบทั้งสามคนก็เคลื่อนย้ายตนเองไปจากพื้นที่นี้ด้วยพลังพิเศษของเซียงฮวา ทิ้งความสงสัยปนทึ่งให้กับชายชุดดำคนหนึ่งว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้สามารถทำอะไรได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ 

แต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าบุตรสาวของท่านรองประมุขทั้งทีจะธรรมดาได้เช่นไรกัน เขาจึงได้สะบัดศรีษะของตนเองไปมาให้กับความคิดที่มันไม่เข้าท่านี้ แล้วกลับเข้าไปในลานประลองเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่นายของตนฟัง

.

.

แคว้นฝูเป็นแคว้นที่ใหญ่มาก พื้นที่ในแต่ละเมืองสามารถแยกเป็นแคว้นเล็กๆแคว้นหนึ่งได้อย่างสบายๆ และยิ่งเป็นพื้นที่ในเมืองหลวงด้วยแล้ว ความใหญ่โตและความเจริญ ความโอ่อ่าต่างๆล้วนมีอยู่ที่นี่ทั้งสิ้น

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่ามกลางความเจริญดั่งพระอาทิตย์ที่สาดแสงไปทุกย่อมหญ้านี้ จะไม่ซุกซ่อนจุดเร้นลับดำมืดอะไรเอาไว้เลย 

ในทางตรงกันข้าม เมื่อมีสิ่งที่อยู่จุดสูงสุดก็ต้องมีสิ่งที่อยู่ต่ำสุดด้วยเช่นกัน อย่างเช่นพื้นที่ตรงตรอกรกร้างแห่งนี้

"เซียงฮวา เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกนั้นจะผ่านมายังพื้นที่ตรงนี้ นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้วนะ เหตุใดพวกนั้นถึงยังไม่โผล่หัวมาสักที"

เหมยฮวากล่าวขึ้นหลังจากที่ตบยุงตายไปสามตัวก็แล้ว สิบตัวก็แล้ว จนนางค้านที่จะนับแต่ก็ไม่เห็นว่ากลุ่มคนชุดดำที่ว่าจะผ่านมายังพื้นที่นี้เสียที ยิ่งที่นี่อับชื้นส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปหมด นางยิ่งอยากจะให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปเสียเร็วๆได้ยิ่งดี

"โถ่เหมยฮวา~"

เซียงฮวาเรียกสหายของตนเสียงอ่อน พร้อมทั้งเดินไปลูบหลังลูบไหล่นาง ในใจพลางคิดว่าตนเองพาลูกเต้าเขามาลำบากเสียแล้ว

"อดทนไว้นะ ถ้าได้เริ่มแล้วก็เอาให้สุด เพราะต่อจากนี้ข้าจะไม่พาเจ้ามาทำอะไรสัปดนแบบนี้อีกแล้ว"

เซียงฮวาให้คำมั่นสัญญาด้วยสีหน้าจริงจัง แต่นิ้วชี้กับนิ้วนางก็แอบไขว้กันไว้ข้างหลังก่อนที่จะส่งรอยยิ้มจริงใจไปให้เหมยฮวาอีกครั้งหนึ่ง

ตับ!!!!!

เสียงของตกอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ตรงนี้มากนัก ทำให้ทั้งสามคนขยับเข้ามาหากันอย่างไม่ได้นัดหมาย 

สายตาล่อกแล่กมองหาที่มาของเสียงที่เกิดขึ้นว่านั่นมันคืออะไรกันแน่ เมื่อนั้นเซียงฮวากับเหมยฮวาจึงพยักเพยิดให้ชายหนึ่งเดียวในที่นี้อย่างเจี่ยนเฉิงเป็นหนังหน้าไฟให้เข้าไปยังที่มาของเสียงแทนพวกเธอ

"มันต้องเป็นข้าก่อนอยู่แล้วสินะ"

"เป็นเจ้านั่นแหละๆ 'บุรุษ'ผู้หล่อเหลาในที่นี่จะเป็นใครไปได้อีก แต่ถ้าเจ้าเป็นผู้กล้าเช่นนี้ตลอดไป มีหรือที่ผู้คนในใต้หล้าจะไม่เติมคำให้เจ้าเป็น 'วีรบุรุษ' "

เซียงฮวากล่าวเช่นนั้นแล้วผลักเจี่ยนเฉิงเข้าไปยังสุ่มไม้ที่นางแน่ใจมากว่ามันต้องเป็นที่มาของเสียงนี้อย่างแน่นอน

เจี่ยนเฉิงหันหน้ากลับมาหาเซียงฮวาและเหมยฮวาอีกครั้งก็เห็นว่าพวกนางได้ไปหลบอยู่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งไกลจากที่เขายืนอยู่พอสมควร มิหนำซ้ำยังกล้าชี้ไม้ชี้มือไปยังสุ่มนี้ให้เขาเปิดออกอีกด้วย

"เปิดเลยเจ้าค่ะพี่ใหญ่ อย่ามัวโอ้เอ้ให้เสียเวลาสิเจ้าคะ"

คนที่ใช้ปากสั่งงานเขาตะโกนออกมาเสียงดังว่าให้เขาเปิด จนทำให้ภายในสุ่มนี้เกิดการเคลื่อนไหวบางอย่างขึ้น 

เมื่อนั้นเขาจึงหยิบดาบประจำตัวออกมา มือข้างหนึ่งจับตรงสุ่มไว้ ส่วนมืออีกข้างกำดาบแน่นพร้อมทั้งเงื้อดาบขึ้นมาจนสุดแขนและฟันมันลงไปในจังหวะที่เปิดสุ่มออก

"ย้าก!!!!!!!!!"

"หื้อ~~~~"

"ไม่/ไม่!!!!!!!"

เสียงร้องแรกคือเจี่ยนเฉิงที่ร้องเรียกพลังและความมั่นใจให้มาสถิตอยู่ที่ตน

เสียงที่สองคือเสียงของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่ร้องออกมาอย่างตกใจกับปลายดาบอันแหลมคมซึ่งกำลังจะลงมาสู่ที่ลำคอของเขา

ส่วนเสียงสุดท้ายคือเสียงของเซียงฮวากับเหมยฮวาที่ร้องห้ามเจี่ยนเฉิงให้หยุดการกระทำของเขาในตอนนี้ ซึ่งก็โชคดีไปที่เขาได้หยุดยั้งมือตนเองได้ทันเสียก่อน

"เจ้า!!!เป็นเด็กจวนใดกัน เหตุใดจึงมาเล่นอยู่แถวนีั"

หลังจากที่เจี่ยนเฉิงพูดคำนี้เสร็จ เซียงฮวากับเหมยฮวาก็เดินมาที่ข้างหลังของเจี่ยนเฉิงจากนั้นเซียงฮวาก็นั่งคุกเข่าลงพร้อมทั้งค่อยๆเอื้อมมือเข้าไปหาเด็กน้อย

"เด็กน้อย?ไม่ต้องกลัวนะ พี่สาวสุดงดงามผู้นี้กับพี่สาวอีกคนหนึ่งใจดีมาก อีกทั้งพี่ชายผู้นั้นยังเก่งกาจมากยุทธ์อีกด้วย เขาจะต้องปกป้องพวกเราให้พ้นจากอันตรายได้อย่างแน่นอน"

เด็กน้อยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ค่อยๆช้อนดวงตาขึ้นมาสำรวจทั้งสามคนที่อยู่ในที่นี้ แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเอื้อมมือมาจับมือของเซียงฮวาไว้ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคืออาการสั่นกลัวของเขาได้คลายลงหลังจากที่เห็นว่าพวกเขาไม่มีท่าทีคุกคามใดๆต่อตนแล้ว

"เจ้ากำลังหนีผู้ใดอยู่ใช่หรือไม่ บอกพี่สาวมาเถิด แล้วพี่สาวจะให้พี่ชายผู้นี้จัดการให้"

"เป็นข้าอีกแล้ว"

ความรู้สึกของเจี่ยนเฉิงในตอนนี้คล้ายกับว่าตนเองคงเป็นกระโถนที่กำลังจะรับอาจมจากผู้อื่นมาอีกแล้ว ใบหน้าหมดอาลัยตายอยากหันเหไปอีกทางหนึ่งก่อนที่ดวงตาเรียวรีเขาจะเบิกโพลนขึ้น

"นะ นั่น เจ้าเห็นหรือไม่?"

เมื่อเห็นเจี่ยนเฉิงยืนตัวแข็งทื่อมือไม้ชี้ไปข้างหน้า เซียงฮวาจึงอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาดูให้เห็นกับตาว่าเขาเป็นอันใดกันแน่

"อะ หรือ อะหรือว่าเป็นชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่ว่านั่น อะแย่แล้ว อะแย่แล้วแน่ๆ"

เซียงฮวาที่มีอาการไม่แพ้กับเจี่ยนเฉิงกล่าวออกมา ก่อนจะพยายามรวบรวมสติของตนเองแล้ววิ่งไปอุ้มเด็กน้อยในท่าที่ให้เขาเอาขาขนีบกับเอวของตนเองไว้แล้วรีบวิ่งหนีไปอีกทิศทางหนึ่งก่อนใครเพื่อน

"ตามข้ามาเร็ว ข้าได้พิกัดมาแล้ว แล้วเราจะบิงโกไปด้วยกัน"

.

.

.

รู้สึกว่านิยายเรื่องนี้ของเขาจะมาแนววันเดียวฟาดเรียบไปหลายตอนตลอดเลย 

แต่เมื่อคิดอีกทีก็ เอ้ออ ถ้ารวมเล่มแล้วมันก็แค่ไม่กี่หน้าเองละเนาะ แล้วก็ตามที่น้องเซียงเค้าพูดเลยจ้า  อะหรือ อะหรือว่าเราจะบิงโกไปด้วยกัน

Pandanus23233

2020年07月23日









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #146 metung18 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 03:43
    จะฮาไปไหนจ้ะ
    #146
    1
    • #146-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 31)
      29 กรกฎาคม 2563 / 08:25
      อิๆๆๆๆๆๆๆ
      #146-1
  2. #145 metung18 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 03:42
    จะฮาไปไหน
    #145
    0
  3. #144 dokao (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 19:13
    ทามมัยเอาฮา5555
    #144
    1
    • #144-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 31)
      24 กรกฎาคม 2563 / 19:31
      อิๆๆๆๆๆๆ
      #144-1
  4. #141 katoem (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 07:04
    ละทำไมฉันต้องใส่ทำนองตอน อะหรือ อะหรือ 555555555
    #141
    1
    • #141-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 31)
      24 กรกฎาคม 2563 / 07:12
      ฉันขำำำำำ
      #141-1
  5. #140 bobo449932 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 23:23
    ฮ่าๆๆฟ
    #140
    1
    • #140-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 31)
      23 กรกฎาคม 2563 / 23:25
      ^_^ๆๆๆๆๆๆ
      #140-1