บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 30 : นางสนองโอษฐ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 237 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

การประลองคู่แรกในวันนี้เริ่มต้นด้วยนายทหารคนสนิทของท่านแม่ทัพรักษาเมืองกับหนุ่มจอมยุทธ์หุ่นล่ำสัน ลำดับพีธีรีตองต่างๆล้วนข้ามไป เมื่องานนี้เป็นเพียงการประลองแบบไม่ใช่ทางการ เมื่อคู่ต่อสู้พร้อม คนดูพร้อม ถือว่าเป็นการเริ่มได้

"ท่านจอมมยุทธ์อย่าลืมเล่า หากท่านเอาชนะคนสนิทของข้าทั้งสามคนไม่ได้ พัดหยกที่ท่านครอบครองอยู่ต้องเป็นของข้า"

"คนอย่างข้าพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว ท่านแม่ทัพโปรดวางใจ"

หนุ่มจอมยุทธ์กล่าวพร้อมทั้งแสยะยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก งานนี้เขาอาจจะได้ทั้งยืดเส้นยืดสาย ได้ทำงาน แล้วยังได้ถือโอกาสยื่นในสิ่งที่ตนเองมี เพื่อแลกกับสิ่งที่ตนเองต้องการอีกด้วย ฉะนั้นแล้วมันก็ไม่ใช่การกระทำที่ขาดทุนอันใดเลย

"แต่ถ้าคนสนิททั้งสามคนของท่านแพ้ ก็เตรียมมอบเล็บเท้าพยัคฆ์อสูรที่ท่านครอบครองอยู่ให้แก่ข้าได้เลย"

การที่เขาเลือกที่จะรับงานจากสตรีสูงศักดิ์แคว้นจินผู้นั้น ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเขาอยากได้เงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะว่าเขาก็มีจุดหมายเป็นของตนเองด้วยเช่นกัน

สตรีผู้นั้นบอกว่าท่านแม่ทัพผู้นี้มีสิ่งที่เขาต้องการอยู่ แต่จะให้เขาเดินไปหาโต้งๆ เพื่อขอสิ่งนั้นเลยก็จะดูแปลกไปหน่อย เขาจึงยื่นข้อเสนอเรื่องพัดหยกที่เขาเพิ่งได้มาจากตลาดมืดให้แก่ท่านแม่ทัพไป  

ซึ่งพัดหยกที่ว่ามันก็ไม่ได้วิเศษณ์วิโสมาจากไหนหรอก เพียงแต่มันคงมีคุณค่าทางจิตใจต่อแม่ทัพผู้นี้ยิ่งนัก อาจจะเป็นเพราะว่ามันเคยถูกครอบครองโดยฮูหยินรักของเขามาก่อนกระมัง

แล้วเหตุใดจึงไม่ยื่นหมูยื่นแมวไปเลย ก็คงต้องบอกว่าเขาดันไปท้าประลองกับเจ้าเด็กนั่นพอดีนะสิ มันจะไม่รู้สึกแปลกไปหรือไง หากจะต้องให้ประลองกับคนที่สูงเพียงหน้าอกเขาเท่านั้นน่ะ

"คนอย่างข้า พูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว"

ท่านแม่ทัพรักษาเมืองกล่าวจบก็เคาะไม้เป็นสัญญาณเริ่มการประลอง คู่ต่อสู้ทั้งสองคนจึงยกดาบขึ้นมาแล้วเริ่มฟาดฟันกันตามแบบที่ตนเคยได้ร่ำเรียน เสียงดังชิ้งๆของเหล็กที่กระทบกันแข่งกับเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ของคนดู ซึ่งมันก็ได้สร้างสีสันให้กับสถานที่แห่งนี้ยิ่งนัก

ภาพที่เซียงฮวากำลังเห็นในตอนนี้ นางก็จนปัญญาที่จะอธิบายมันออกมาเป็นท่วงท่า เนื่องจากว่านางเองก็ไม่เคยได้ร่ำเรียนวิชายุทธ์ ฝึกเพลงดาบมาแต่อย่างใด

สิ่งเดียวที่สายตาของนางได้เห็นและเล่าออกมาเป็นฉากๆได้ มีเพียงแค่พี่ล่ำคนนี้ออกแรงโถมกายเข้าใส่นายทหารคนนั้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย 

ดาบที่จ้วงแทงไปที่ฝ่ายตรงข้าม ไม่มีครั้งใดเลยที่จะไม่เล็งถึงจุดตาย พร้อมกันนั้นเขาก็ยังเรียกพลังธาตุลมออกมาให้หมุนวนเป็นวงกลมแล้วซัดสาดไปที่คู่ต่อสู้ เจตนาราวกับว่าจะให้จบไปเลยในเกมเดียว

แล้วมันก็จบลงอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่กระบวนท่าจริงๆ เมื่อนายทหารคนดังกล่าวที่พอหลบคมดาบจากจอมยุทธ์หนุ่มได้ แต่ตัวกลับโดนพลังธาตุลมซัดเข้าให้ อีกทั้งหัวไหล่ข้างซ้ายของเขายังโดนมีดสั้นเฉาะเข้าที่เนื้อจนเลือดข้นทะลักออกมา

ซู๊ด!!! เจ้าเจี่ยนเฉิงตายแน่ ตายแน่เจี่ยนเฉิง

เซียงฮวาซูดปากหวาดเสียวกับภาพของทหารนายนั้น ในหัวของนางมีแต่คำว่าเจี่ยนเฉิงคนเลวต้องตายแน่ๆอยู่เต็มไปหมด  

ไม่ได้การแล้ว เธอต้องสร้างแผนสองแผนสามขึ้นมาใหม่เสียแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นเซียงฮวาก็แสร้งเป็นขยับเข้าหาเหมยฮวาแล้วขยิบตาเป็นสัญญาณให้นางขยับเข้าหาเจี่ยนเฉิงอีกหน่อย เมื่อเด็กชายหญิงทั้งสามคนตัวสนิทแนบแน่นกันแล้ว เซียงฮวาก็กระซิบเสียงรอดไรฟัน

"ข้ามีอะไรจะคุยด้วย  รีบเดินตามพวกข้าสองคนมาละ"

เซียงฮวากล่าวจบก็จับมือเหมยฮวาไว้ จากนั้นนางก็หันไปพูดกับเฉินยี่ด้วยรอยยิ้มที่มีรสชาติหวานเหมือนของแอปเปิ้ลแต่กลับอาบด้วยยาพิษไว้

"เดี๋ยวข้ากับสหายขอตัวไปทำธุระส่วนตัวสักครู่นะเจ้าคะ เอ่อ…แต่อาจจะไปนานก็ได้เจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ"

เฉินยี่ยกรอยยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างรู้ทัน จากนั้นก็เพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น เซียงฮวาที่เห็นเช่นนั้นก็ย่อตัวลงเป็นการทำความเคารพ และอาศัยจังหวะที่ผู้คนส่วนใหญ่ในลานประลองกำลังชื่นชมกับความสำเร็จของจอมยุทธ์หนุ่มอยู่ ชิ่งพละออกไปจากอัฒจันทร์นี้

เจี่ยนเฉิงที่เดินตามมาติดๆก็ชักสีหน้าใส่เซียงฮวา น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดของเขาถามนางอย่างคนกำลังมีอารมณ์

"เจ้ามีเรื่องอันใดจะคุยกับข้า เหตุใดไม่อยู่คุยกันที่อัฒจันทร์เล่า!"

"แล้วเอ็งจะอยู่ให้โดนตีนเขาหรือไงว่ะ! มีดสั้นที่ปักอยู่บนหัวไหล่ทหารนายนั้น ต่อไปมันจะย้ายไปอยู่ที่หน้าผากเอ็งแทน! รู้ไว้ด้วย!"

เจี่ยงเฉิงที่ลึกๆก็คิดเช่นนั้น แต่สีหน้าที่เขาแสดงออกมายังคงความไม่ยินยอมและไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง หากจะต้องหลบฉากออกมาเหมือนบุรุษขึ้แพ้เช่นนี้

"แต่ข้าก็ยังมีหน้าให้ต้องรักษานะ พี่ชายจอมยุทธ์ท่านนั้นและผู้คนทั้งอัฒจันทร์เขาจะคิดเช่นไร หากพวกเราหายไปดั่งคนขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้"

"เขาจะคิดเช่นไรมันก็เรื่องของพวกเขา อย่างมากเจ้าก็แค่ไม่มาเหยียบที่แผ่นดินแคว้นฝูนี้อีกเท่านั้นเอง"

"ไม่ได้ทำความผิดอันใด แต่ก็ไม่สามารถมาเหยียบแผ่นดินนี้ได้อีก นี่เจ้าจะใจร้ายกับข้าเกินไปหรือไม่!"

เซียงฮวาเมื่อได้ยินคำคล้ายเด็กกำลังน้อยใจ นางจึงเอื้อมมือไปบีบแขนของเจี่ยนเฉิงไว้เพื่อเป็นการเรียกสติเขา

"ฟังนะเด็กน้อย จะชกมวยเขายังต้องชั่งน้ำหนักกันก่อนเลย เจ้ากับพี่ชายท่านนั้น อย่าพูดถึงน้ำหนักที่ต่างกันเลย แม้แต่กระดูกก็ยังคนละเบอร์ ยูโนว? ตอนนี้มันยังเทียบกันไม่ได้!"

"แล้วการที่ข้าหายหน้าหายตาไปเช่นนี้จะให้ข้าทำอย่างไรเล่า เด็กอย่างข้าก็มีคำพูดให้ต้องรักษา คำไหนคำนั้นเหมือนกันนะ"

น้ำเสียงในตอนท้ายของเจี่ยนเฉิงนั้นแผ่วเบาลง สีหน้าเทายิ่งกว่าหยินหยางผสมกันแล้วเสียอีก น้องสาวฝาแฝดอย่างเหมยฮวาจึงเอื้อมไปจับมือพี่ชายด้านซ้ายแล้วตบหลังมือของเขาอย่างให้กำลังใจพลางกล่าว

"ไม่มีใครใช้หมากตัวเดียวเดิน แล้วสามารถกินให้เรียบทั้งกระดานหรอกนะเจ้าคะพี่ใหญ่ ข้าว่าเซียงอวาจะต้องมีแผนสำรองอย่างแน่นอน"

เซียงฮวาที่ได้ยินสหายของตนกล่าวเช่นนั้นก็อยากจะเอามือทาบไปที่อกยิ่งนัก ไม่เสียแรงเลยที่นางอุส่าห์ปลุกปั้นมานานเป็นแรมปี

"ถูกต้องแล้วอาเหมยเอ๋ย สิ่งที่เราต้องคำนึงในยามนี้ไม่ใช่คนทั้งแคว้นฝูที่อยู่ในลานประลองนี้จะคิดเช่นไร แต่เป็นอาจารย์ใหญ่สำนักศึกษากลางต่างหากเล่า เจ้าคิดหรือว่าคนธรรมดาอย่างพวกเราจะเข้าศึกษาที่นั่นได้อย่างง่ายดาย เส้นสายว่าไม่มีแล้ว ความสามารถยิ่งต่ำเตี่ยเรี่ยดิน"

สำนักศึกษากลางที่ว่านี้ จุดประสงค์แรกเริ่มของการก่อตั้งก็เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความปรองดอง เป็นการสร้างความสมานฉันท์ของทั้งสี่แคว้นใหญ่ ดังนั้นนอกจากเชื้อพระวงศ์ของแคว้นต่างๆที่สามารถร่ำเรียนได้อย่างเสรีแล้ว ก็ยังมีลูกหลานขุนนางคนสำคัญที่มีตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้นที่สามารถเข้าศึกษายังที่แห่งนั้นได้

จวบจนเมื่ออาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันได้ขึ้นมาปกครองสำนักศึกษา อะไรที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ได้เกิดขึ้น โควตาสำหรับเด็กที่มีความสามารถกับเด็กที่มีคุณธรรมสามารถค้ำจุนโลกได้ถูกจัดเป็นหนึ่งในส่วนของสิทธิพิเศษนี้ขึ้นมา

"อันนี้ข้าว่าจริงนะพี่ใหญ่ ข้าว่าท่านอย่าไปแสดงความพ่ายแพ้ อย่าสร้างคำว่า'ไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ' ให้แก่ผู้อื่นเลย"

เจี่ยนเฉิงที่ได้ยินแต่ละประโยคก็ยิ่งรู้สึกจี๊ดๆเจ็บแปลบๆที่ใจราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกร้าวได้ทุกเมื่อ แรกเริ่มที่มีสีหน้าหึกเหิม มั่นใจ กลายเป็นหงอยเหงาเศร้าโศกไปเสียแล้ว

"แต่เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าได้คิดแผนการไว้หมดแล้ว เรามาทำสิ่งที่เราถนัดกันดีกว่า"

เซียงฮวากล่าวด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ในหัวจินตนาการเรื่องต่างๆไปร้อยแปดพันอย่างถึงวิธีการที่จะได้มาซึ่งสิทธิพิเศษที่น้อยคนนักจะได้มันมา

"เรื่องถนัดที่เจ้าว่าคงจะไม่ใช่วิชาความรู้กระมัง ถ้าเช่นนั้นเราจะสร้างความดีอันใดให้อาจารย์ใหญ่เขาได้ประทับใจหรือ?"

"เยี่ยม! เอาให้สุดเลยสหาย ใครจะมาทับถมเราไม่ได้นอกจากเราจะต้องทำมันด้วยตนเอง มันถึงจะเจ็บน้อยกว่า เจ้าพูดถูก คนเช่นเราจะเอาความดีมาจากไหนให้ผู้คนเขาได้ประทับใจ"

"แล้วเจ้าจะให้พวกเราทำยังไง?"

เจี่ยนเฉิงที่ล้มเร็วลุกได้เร็วกล่าวถามด้วยมีหน้าที่ดูมีความสนใจต่อเรื่องที่เซียงฮวาเสนอขึ้นมา เพราะเขาก็สัมผัสมันได้แล้วเช่นกัน ว่าต้องมีเรื่องสนุกๆให้ทำอีกแล้วเป็นแน่

เซียงฮวามองซ้ายมองขวา ว่ามีผู้คนอยู่ในบริเวณนี้อีกหรือไม่ แต่เพื่อความมั่นใจ นางจึงได้เอ่ยถามเฮยหลิงขึ้นมาในใจอีกทีหนึ่ง

"นอกจากงูที่อยู่บนต้นไม้แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่แอบมองพวกเจ้าอยู่อีกแล้ว"

เซียงฮวาสะดุ้งโหยงกับคำบอกกล่าวของคู่หูตน นางจึงได้จับมือสหายทั้งสองไปยืนที่ต้นไม้อีกฝั่งแทนต้นไม้เดิม โชคดีที่ตรงนี้มีก้อนหินอันใหญ่ตั้งตะหง่านอยู่ตรงนี้ด้วย พวกเขาทั้งสามคนจึงได้ไปหลบยังตำแหน่งนั้น 

"ข้ารู้มาว่าอาจารย์ใหญ่ได้นำบุตรชายวัยห้าขวบของตนเองมายังแคว้นฝูนี้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะกำลังวิ่งเล่นอยู่ที่ใดสักที่หนึ่งของเมืองหลวง"

"แล้วอย่างไรต่อ?"

เหมยฮวากล่าวถามขึ้นมา สีหน้าตั้งใจฟังยิ่งกว่ายามที่อาจารย์ฝึกนางใช้พลังธาตุเสียอีก เซียงฮวามองใบหน้าทั้งสองคนสลับกันไปสลับกันมาก่อนจะเหยียดยิ้ม เป็นเจี่ยนเฉิงที่เหมือนจะคิดอันใดขึ้นมาได้แล้ว

"ให้คนของบิดาข้าไปลอบสังหารเจ้าเด็กนั่น แล้วเราก็เป็นวีรบุรุษขี่ม้าขาวไปช่วยดีหรือไม่?"

"เอ้อ~เกือบได้แล้วๆ แต่งานนี้เราจะใช้คนของใครให้ผู้ใดรู้ตัวไม่ได้โดยเด็ดขาด ข้ามีวิธี"

กล่าวจบ มือซ้ายของเซียงฮวาก็ขยุ้มเศษดินบนพื้นขึ้นมาไว้ในอุ้งมือ โดยที่มืออีกข้างที่เหลือก็เสกบุบผาแห่งมายาขึ้นมา ดวงตากลมโตของนางหลับลงพร้อมทั้งจินตนาการให้ดอกไม้และดินนี้หลอมรวมกันจนกลายเป็นก้อนดินเหนียว แต่รูปร่างที่ควรจะเป็นสีดำกลับกลายเป็นสีชมพูของบุบผาสวรรค์แทน

"งานชิ้นนี้ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากควายธนู จากพวกหุ่นขี้ผึ้งอะไรพวกนี้ด้วยละ เผื่อพวกเจ้าทั้งสองคนยังไม่รู้"

เซียงฮวาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เพราะตามจริงแล้วนางไม่จำเป็นต้องหยิบเศษดินแล้วให้มันกลายเป็นหุ่นขึ้ผึ้งเลยก็ได้ เพราะนางสามารถใช้บุบผาแห่งมายา สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้กระบวนท่าอันใดให้มันมากมาย ที่นางทำเช่นนี้ก็เพราะนึกคึกอยากจะทำมันขึ้นมาก็เท่านั้น

"ควายธนูกับหุ่นขี้ผึ้งหรือ คืออันใดกัน?"

เมื่อมีเด็กเริ่มงงแล้ว เซียงฮวาก็เฉลยมันด้วยการขว้างสิ่งที่อยู่ในมือออกไปในอากาศ ผลลัพท์คือดินที่ขว้างไปกลายเป็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่งซึ่งมีสีหน้าไร้อารมณ์ ปฏิกิริยาอันใดล้วนไม่ได้รับการตอบสนองออกมาเลย ราวกับว่าเขายืนรอให้เจ้านายป้อนคำสั่งเข้าไปเท่านั้น

"เซียงฮวาเรียกเฮยหลิง เฮยหลิงอยู่หรือเปล่าช่วยตอบด้วยแกร๊กๆ"

เซียงฮวายกกำปั้นน้อยของตัวเองขึ้นมาจำลองเป็นวอเพื่อส่งสัญญาณเรียกหาเฮยหลิง แต่ครั้งนี้นางโพล่งขึ้นมาแบบมีเสียง จนสองแฝดหัวคิ้วแทบจรดเข้าหาเป็นโบว์จนยากจะแกะออกจากกันแล้ว ทั้งสองหันหน้ามามองกันเป็นรอบที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้ 

"ว่ามา?"

"เซียงฮวาขอทราบพิกัดของเป้าหมาย ยามนี้อยู่พิกัดที่เท่าไร หากทราบแล้วเปลี่ยน แกร็กๆ"

"ยามนี้กำลังเดินเล่นอยู่ที่ตลาดผ้าไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมที่พวกเจ้าอยู่ก่อนหน้านี้"

"เซียงฮวาจดบันทึกพิกัดแล้ว คนของเราจะไปถึงที่นั่นภายในอีก 1 จิบชา แกร็กๆ"

เมื่อเซียงฮวาสื่อสารเสร็จ นางก็หันไปมองปฏิกิริยาของเด็กน้อยทั้งสอง นางมีความสุขยิ่งนักที่ทำให้ใครต่อใครคิ้วขมวดเข้าหากันได้ ชั่งบันเทิงรื่นเริงใจอันใดยิ่งนี้

"ได้ยินแล้วใช่หรือไม่ ตลาดขายผ้าที่อยู่ห่างจากโรงเตี๊ยมไม่ไกลนัก เป็นเด็กชายอายุประมาณ 5 หนาว เจ้าจงไปล่อลวงเขาแล้วนำไปไว้ที่บ้านร้างตรงตรอกก่อนที่จะถึงทางเข้าตลาดขายผ้า 

อ้อ แล้วถ้าหากว่าพวกข้ายังไม่ไปถึงที่นั่น เจ้าห้ามให้ใครทำอันตรายเขาได้โดยเด็ดขาด"

กล่าวจบนางก็เสกบุบผาแห่งการติดตามขึ้นมาหนึ่งดอก แล้วปล่อยให้มันนำทางหุ่นมายาตนนี้ไปยังจุดหมายปลายทางที่ว่า

"เซียงฮวา มันจะดีหรือ? เด็กห้าขวบที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดจะไม่ตกใจแย่หรือ มันอาจจะเป็นการสร้างตราบาปในชีวิตเขาก็ได้นะ"

"เอาน่า! เดี๋ยวเราก็ตามไปช่วยเขาอยู่แล้ว อีกอย่างข้ามีโอสถแห่งการล้างความทรงจำ หากเขาฝังใจกับเหตุการณ์นี้จริงๆ ข้าจะไม่ลังเลเลยที่จะให้โอสถนี้กับเขา"

"เช่นนั้นหรือ?"

"หรือว่าเจ้าเห็นข้าเป็นนางปีศาจ ชอบสร้างความทรงจำที่เลวร้ายให้แก่คนอื่นเขามากหรืออย่างไร?"

เจี่ยนเฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูก สีหน้ามีความขบขันอยู่เต็มประดา

"อย่างเจ้าหรือจะเป็นนางปีศาจ ข้าว่าเจ้าเป็นยิ่งกว่านั้นเสียอีก" 

เมื่อสหายว่าตนเองเช่นนั้น นางก็สะบัดหน้าไปอีกทิศทางหนึ่ง หากเป็นไปได้ใครก็อยากเป็นเทพธิดา เป็นนางฟ้า เป็นนางเซียนหรือไม่เล่า แต่ตอนนี้นางก็เป็นได้แค่นางสนองโอษฐ์เขามาอีกทีเท่านั้นแหละ

ชีวิตมันเศร้า!

.

.

.

แต่งเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ว่าง่วงมาก 

ตอนอ่านทวนเลยหลับคาโทรศัพท์เลยจ้า โทษทีฮ้าาา

ผิดพลาดประการใดหรือใครคิดว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผลก็ต้องขออภัยด้วยน้า

มันเป็นจินตนาการเน้อ

Pandanus23233

2020.07.16

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 237 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #246 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 13:30

    แล้วการหนีแบบนี้จะไม่ทำให้อาจารย์ใหญ่รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า แบบว่าไม่มีความกล้าหาญอะไรแบบนั้น อาจจะเปลี่ยนข้อเสนอใหม่เป็นสามรุมหนึ่ง เพราะยังไงเสียก็มีประมุขพรรคคอยดูอยู่ ไม่มีทางปล่อยให้บาดเจ็บได้แน่ คิดว่าน่าจะสร้างความประทับใจให้อาจารย์ใหญ่ได้มากกว่าหนีนะ นางเอกเราน่าจะเก่งในระดับหนึ่งเลยนี่นา น่าจะไหวนะ หรือไม่ไหวจริงๆ ??

    #246
    1
    • #246-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 30)
      17 กันยายน 2563 / 14:55
      ขอบคุณค่ะ
      #246-1
  2. #139 pook1819 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 23:09
    ควายธนูก็มาคิคิ
    #139
    1
    • #139-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 30)
      17 กรกฎาคม 2563 / 11:09
      ฮ่าๆๆๆๆๆ
      #139-1
  3. #138 dokao (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 15:33
    ทามปัยได้ 5555
    #138
    1
    • #138-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 30)
      17 กรกฎาคม 2563 / 11:09
      เดี๋ยวจะได้มีคนหัวเสียต่อ555
      #138-1
  4. #137 Mameaw555 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 13:23
    เออเข้าท่า ว้อกกี้ทอลค์กี้ ก็มา
    #137
    3
    • #137-2 Mameaw555(จากตอนที่ 30)
      16 กรกฎาคม 2563 / 13:31
      วิทยุสื่อสาร เรียกอีกอย่างว้อกกี้ทอลค์กี้ไง..รีดพิมงงรึ
      #137-2
    • #137-3 Pandanus23233(จากตอนที่ 30)
      16 กรกฎาคม 2563 / 13:32
      วุ้ย เค้าเพิ่งรู้ อายจังง5555
      #137-3
  5. #135 chamee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 13:09
    น้องคิดได้อ่ะ
    #135
    1
    • #135-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 30)
      17 กรกฎาคม 2563 / 11:10
      เดี๋ยวน้องจะได้หัวร้อนต่อ55555
      #135-1