บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 28 : แน่นอนว่าย่อมเอาไปใช้กู้ชาติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 338 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

โครม!!!!!!!

เสียงเก้าอี้ที่หักแยกออกจากกันไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กวัย 12 หนาว ทั้งสามคนหันหน้ามามองกันอย่างไม่ได้นัดหมายเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนที่ใช้บริการ ณ โรงเตี๊ยมแห่งนี้ร้องอื้ออึงกับเหตุการณ์อุกอาจตรงหน้าด้วย

"คงไม่ใช่ฝีมือเจ้าหรอกกระมัง/คงไม่ได้เล่นอะไรพิเรนท์ๆอีกหรอกนะ?"

สองเสียงของเด็กชายหญิงร้องถามกันขึ้นมาคนละประโยค แต่ความหมายส่อแววจับผิดกันทั้งคำพูดรวมถึงสีหน้าและท่าทาง

"ควรเป็นข้าที่ต้องถามคำถามนี้หรือไม่เล่า!"

"นี่ข้าพลาดแค่ครั้งเดียว เจ้าจำเป็นต้องย้ำข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"

เพล้ง!!!!!!!

เสียงจานกระเบื้องที่ตกลงมาที่พื้นใกล้เคียงกับเท้าของคนทั้งคู่ ยุติสงครามขนาดย่อมนี้ได้บ้างชั่วคราว 

สายตาของเซียงฮวากวาดมองไปรอบๆ จึงเห็นว่าพื้นที่ตรงกลางของโรงเตี๊ยมถูกเว้นไว้เป็นวงกว้างสำหรับเวทีประลองขนาดย่อมให้กับชายชุดดำรูปร่างบางคนหนึ่งกับพี่ล้ำกล้ามโต

สีหน้าของผู้คนในที่นี้แม้จะดูตกใจอยู่บ้าง แต่เห็นได้ชัดว่ามันแฝงความตื่นเต้นไว้ นั่นคงจะเป็นเพราะว่าเมืองหลวงแคว้นฝูไม่ได้มีงานประลองกันเป็นกิจวัตรประจำวันเหมือนแคว้นเหลียง ที่สามารถท้าประลองกันได้ทุกที่ทุกเวลา

เหตุการณ์ทะเลาะวิวาท ต่อสู้ หรือท้าตีท้าต่อยจึงได้นานๆเกิดขึ้นทีหนึ่ง นางอยากจะรู้ยิ่งนัก อะไรทำให้ทั้งสองคนใจกล้าถึงเพียงนี้

เมื่อเซียงฮวาคิดมาถึงตรงนี้ เฮยหลิงก็ชั่งทำหน้าที่ของตนเองได้ดียิ่งนัก

ข้าคร้านจะเอ่ยปากเล่า เอาเป็นภาพไปเถิด!

อ่อ เป็นเช่นนี้

"ยาโถว ถอยออกห่างมาหลบข้างหลังผู้ใหญ่ดีหรือไม่?"

เสียงท่านลุงคนหนึ่งดังขึ้นมาข้างหลัง เพื่อบอกกล่าวให้เซียงฮวากับเหมยฮวาออกห่างจากสถานการณ์ข้างหน้าที่เริ่มกระจายความเสียหายเป็นวงกว้างแล้ว 

สายตาของนางเหลือบไปมองทางเสี่ยวเอ้อทั้งหลายก็เห็นแต่ละคนสีหน้าเริ่มย่ำแย่ ก่อนหน้านี้นางยังทันเห็นอีกคนหนึ่งวิ่งออกไปจากโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว คาดว่าคงจะไปเรียกทางการเป็นแน่

"พวกเจ้าทั้งสองคนหลบไปอย่างที่ท่านลุงคนนี้บอกเถิด พวกไร้ฝีมือก็เช่นนี้ อันใดอยู่ในมือก็หยิบจับมาเป็นอาวุธใช้ทำลายฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เลือกวิธี อ่อนหัดยิ่งนัก!"

เจี่ยนเฉิงที่กอดอกมองเหตุการณ์ข้างหน้ากล่าวคำพูดเหยียดหยามออกมา วาจาเช่นนี้คงนำพาให้ผู้คนโดยรอบที่ได้ยินรู้สึกหมั่นไส้ภายในใจไม่มากก็น้อย

และมันก็จริงที่มันดันเข้าหูของพี่ล่ำกล้ามโตคนนั้นจริงๆ

"ไอ้หนู! ไม่ทราบว่าเจ้าผายลมอันใดออกมา หากไม่ติดว่าการทำร้ายเด็กมันเข้าข่ายลดศักดิ์ศรีของชาวยุทธ์เช่นข้า เพลานี้เจ้าคงไม่มีโอกาสได้ไปยืนกอดอกอยู่ตรงนั้นแน่"

พี่ล่ำกล้ามโตยกนิ้วชี้หน้าเจี่ยนเฉิง โดยฝ่าเท้าอันหนาทึบได้กดทับร่างของบุรุษชุดดำตัวบางคนนั้น ซึ่งตอนนี้ก็ได้นอนแน่นิ่งไปแล้ว

การลงมือจัดการคนโดยไตร่ตรองไว้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ทำเล่นๆเว้ย

"เหอะ! บุรุษร่างบางเพียงเท่านี้เจ้ายังล้มเขาให้จมเท้าได้เลย เช่นนี้ศักดิ์ศรีของเจ้ามันยังมีไว้ประดับหัวอยู่รึ!"

แล้วเจ้านี่ก็ไม่ได้คิดจะท้าทายเล่นๆเสียด้วย

"หึ่ม! เจ้าเด็กเหลือขอนี่! อ้าปากออกเพียงเท่านี้ ดูก็รู้ว่าฟันน้ำนมยังหักไม่หมดเลย บิดามารดาพวกเจ้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหน เหตุใดจึงได้ปล่อยมารน้อยอย่างเจ้าออกมาเล่นแถวนี้!"

วาจาของพี่ล่ำกล้ามโตเรียกเสียงฮือฮาโดยรอบจากคนในโรงเตี๊ยมได้เป็นอย่างดี ต่างส่งเสียงวิพากย์วิจารณ์กับการต่อปากต่อคำของบุรุษต่างวัยทั้งสองคนนี้อย่างไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น

"เจ้าหนูนี่ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไร เหตุใดวาจาชั่งยั่วยุผู้คนยิ่งนัก"

"แต่มันใช่หรือที่ผู้ใหญ่เช่นนี้กลับหาเรื่องเด็ก"

"ชั่งเป็นเด็กที่โอหังยิ่ง"

"เพ้ย!ไม่ใช่วาจาเมื่อครู่นี้คือกำลังทวงถามถึงบุพการีที่เลี้ยงดูอยู่หรอกหรือ"

และอีกมากมายสารพัดความคิดเห็นที่ยิ่งมาก ยิ่งนานเข้า ยิ่งทำให้ใบหน้าของพี่ล่ำกล้ามโตและเจี่ยนเฉิงเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ

ซึ่งดูเหมือนว่าวาจาที่ไม่ต่างอันใดกับไฟที่เพิ่งสุมไป มันยังคงแรงไม่พอในความคิดของเซียงฮวา นางจึงได้ช่วยราดน้ำมันเพิ่มเข้าไปอีกด้วยการเข้าไปกระซิบแนบหูของเจี่ยนเฉิง

"นี่เขาเล่นถึงบิดร มารดร เราแล้วนะ! ของสูงเช่นนี้เจ้าจะยอมให้ใครแตะต้องหรือ?"

เจี่ยนเฉิงแม้จะรู้สึกจั๊กจี้กับเสียงกระซิบและลมที่กระทบมายังรูหูของตนอยู่บ้าง แต่ไฟในใจที่กำลังลุกเพลิงกลับมากยิ่งกว่า จึงได้กล่าววาจาท้าทายออกไป

"อย่างเจ้าไม่ต้องให้ถึงมือท่านพ่อของข้าหรอก หากอยากจะวัดฝีมือกันนัก ทางด้านทิศตะวันตกสนามประลองที่ใกล้กับค่ายทหารรักษาเมืองเป็นเช่นไร?"

"เจ้าจะให้ข้าสู้กับเด็กที่ตัวเพิ่งเลยหัวนมข้าไปไม่กี่เส้นยาแดงนี่หรือ เหอะ! เช่นนั้นข้าจะยังเอาหน้าไปให้พวกพ้องที่ใดเขาได้พบเจออีก!"

เจี่ยนเฉิงยักไหล่ และหันหน้ามาทางคนมุงทั้งหลาย พร้อมตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

"ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้จงเป็นพยาน ตัวข้าน้อยยินดีและเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะขอท้าประลองกับพี่ชายกล้ามโตท่านนี้ ขอให้ทุกคนในที่นี้โปรดเข้าใจ วิถีชาวยุทธ์เช่นเราๆ 

การประลองย่อมไม่เลือกเพศ ไม่เลือกอายุ และไม่เลือกชนชั้น อย่าได้เข้าใจว่าเป็นมันเรื่องของผู้ใหญ่รังแกเด็กได้หรือไม่ขอรับ"

เซียงฮวาที่ได้ฟังเจี่ยนเฉิงกล่าววาจาเช่นนั้นกับผู้คนโดยรอบ ก็รู้สึกว่าวันนี้เจ้านี่พูดดีเลยทีเดียว นางพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยแล้วหันมากล่าวกับเหมยฮวา

"ไม่เลือกเพศ เลือกอายุ เลือกชนชั้น แต่น้ำหนักก่อนขึ้นสังเวียนเขาก็ชั่งกันอยู่นะ"

"ชั่งแบบใดหรือ เหมือนที่ชั่งวัดตวงข้าวหรือไม่?"

"อ้าว ฉลาดหนิ! เดี๋ยวถ้าวิวัฒนาการมันล้ำกว่านี้ เจ้าจะได้ชั่งน้ำหนักหลังกินกับก่อนกินแบบที่ข้าเคยชอบทำแน่ๆ"

สีหน้าเหมยฮวาเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ สุดท้ายจึงได้ปล่อยผ่านไป 

"เอ่อ…ชั่งเถิดๆ แบบนี้พี่ใหญ่จะไหวหรือไม่?"

เซียงฮวาหันไปมองเจี่ยนเฉิงที่ตอนนี้สีหน้าพอใจกับการตอบรับของชาวบ้านที่เห็นด้วยกับการประลองในครั้งนี้แล้ว นางจึงกล่าวถามเขาอีกครั้งหนึ่ง

"เจี่ยนเฉิง…เจ้าไหวหรือไม่? บอกมา"

คนถูกถามมองสีหน้าที่ดูเป็นกังวลของน้องสาวตนกับสีหน้าที่แสดงความกังขาออกมาเล็กน้อยของเซียงฮวาก็รู้สึกขัดใจ ท่าทางจึงกระฟัดกระเฟียดขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

"แม้แต่พวกเจ้าทั้งสองคนก็ยังสงสัยในฝีมือของข้าหรือ!"

"หึๆๆ เจ้าหนู…เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ~"

เสียงตอนท้ายของพี่ล่ำกล้ามโตฟังดูละมุนขึ้นมาอีกระดับเมื่อกล่าวมาถึงประโยคนี้ แต่สีหน้ากลับเหยียดหยามเต็มที่ ยิ่งเป็นการเร่งให้เจี่ยนเฉิงยิ่งรู้สึกอยากพิสูจน์ฝีมือของตนเองจริงๆ

"ไม่มีทางที่คำนั้นจะหลุดออกมาจากปากของข้าอย่างเด็ดขาด จะช้าอยู่ใยเล่า จะไปกันเลยหรือไม่?"

"ได้ ส่วนเจ้านี่…" 

ยังไม่ทันที่พี่ล่ำจะได้เตะอัดคนที่อยู่ใต้ร่างตนเองซ้ำอีกทีหนึ่ง เสียงของเซียงฮวาก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

"อ่ะๆๆ พี่ชาย ในเมื่อมีเรื่องสำคัญให้ต้องไปทำยิ่งกว่า ยังจะมัวมาสนใจอันใดกับคนผู้นี้อยู่อีกหรือ ที่สำคัญท่านมาสร้างเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเขาได้รับความเสียหาย จะจ่ายค่าเสียหายเป็นอันใดดีหรือเจ้าคะ?"

เมื่อจบคำพูดของเซียงฮวา พี่ล้ำที่เป้าหมายของตนเองลุลวงไปแล้ว ก็ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่โรงเตี๊ยมนี้อีกต่อไป จึงได้โยนถุงเงินหนักอึ้งหลายถุงไปให้เสี้ยวเอ้อที่รับมันมาอย่างหวงแหน จากนั้นจึงได้ตะโกนกล่าวกับทุกคนขึ้นมาแทน

"ขอให้ทุกคนจงเป็นพยานอีกเช่นกัน หากทางการมายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้เพื่อจับคนผิด โปรดให้ทุกท่านทราบไว้เลยว่าที่ข้าต้องจัดการกับคนชุดดำผู้นี้เป็นเพราะเขาได้ขโมยปิ่นปักผมของนายหญิงของข้ามา

กล่าวจบเขาก็ได้ก้มลงไปหยิบบางอย่างจากในตัวชายชุดดำผู้นั้น ปรากฎว่าสิ่งที่อยู่ในมือเขาดันเป็นปิ่นปักผมลวดรายงดงามชิ้นหนึ่งเข้าพอดี

คนในโรงเตี๊ยมที่เห็นเช่นนั้นจึงได้วิพากษ์วิจารณ์คนชุดดำที่ตอนนี้ไร้สติใดๆแล้วอย่างเมามัน ประกอบกับที่คนของทางการมาถึงพอดี ทุกคนจึงเป็นพยานให้พี่ล้ำกล้ามโตว่าคนชุดดำเป็นหัวขโมยจริงๆ แม้ว่าตนเองจะไม่ได้ยินกับหู ได้เห็นเหตุการณ์กับตาตอนที่เกิดเรื่องลักขโมยก็ตาม

เช่นนั้นแล้วคนของทางการจึงได้นำตัวชายชุดดำนี่ไปกักขังไว้ก่อนเพื่อสอบถามถึงความเป็นมาเพิ่ม แต่ก็คงจะขังได้ไม่นานเท่าใดนักหรอก เพราะในสมัยนี้การทะเลาะวิวาทกับขโมยของนั้นหากเกิดกับบุคคลธรรมดาด้วยกันเอง เรื่องเล็กแค่ประติ๋วเดียวเท่านั้น 

แต่ความจริงแล้วเบื้องลึกมันไม่ได้เล็กเท่านี้หรอก เชื่อเถิด

"เจี่ยนเฉิง ข้าจะขอติดค้างเจ้าเรื่องหนึ่ง หากเจ้าชิงเอาปิ่นปักผมในมือพี่ล่ำนั้นมาให้ได้"

"เจ้าจะเอาไปทำอันใด?"

"แน่นอนว่าย่อมเอาไปใช้กู้ชาติ"

เจี่ยนเฉิงแม้จะมีสีหน้างงงวยแต่ก็ไม่ได้กล่าวถามอันใดมากไปกว่านี้ เพียงพยักหน้ารับแล้วกล่าวชวนสองสาวน้อยทั้งสองออกไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังลานประลองที่ได้นัดหมายไว้

"เจ้าสองคนไปก่อนได้เลย เดี๋ยวข้าจะนั่งรถม้าตามไปเอง ตอนนี้ขอตัวไปทำธุระบางอย่างก่อน"

"รีบตามมาเร็วๆนะเซียงฮวา"

นางพยักหน้ารับอย่างหมายมั่น พร้อมมองส่งคนทั้งสองคนไปจนลับสายตา ก่อนจะหันไปบอกสาวใช้คนสนิทให้ไปรอตนที่รถม้า จากนั้นนางก็เดินขึ้นไปยังห้องที่อยู่บนชั้นสองของโรงเตี๊ยม

เมื่อองครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องทั้งสอง เห็นว่าเป็นคนที่นายของตนอนุญาตให้เข้ามาได้ในทันทีหากมาถึง เสียงทุ้มต่ำจึงเพียงแค่กล่าวรายงานก่อนจะเลื่อนบานประตูให้เซียงฮวาก้าวเข้าไป

"ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ ถวายพระพรองค์ชายรองเพคะ"

เซียงฮวากล่าวถวายพระพรและย่อตัวลงอย่างอ่อนช้อยตามฉบับสตรีที่ได้รับการอบรมในด้านนี้มาแล้ว ทุกท่วงท่าอากัปกิริยาของนางตั้งแต่เดินเข้ามาล้วนถูกจับจ้องโดยคนทั้งสองที่อยู่ในห้องนี้ก่อนอยู่แล้ว

"จะมากพิธีไปใยคุณหนูไช่ ตามสบายเถิด เชิญนั่ง"

"ขอบพระทัยเพคะ"

เซียงฮวาย่อกายลงอีกครั้งแล้วนั่งบนโต๊ะเดียวกันกับทั้งสองตรงข้ามฝูไท่จื่อ แต่ข้างๆองค์ชายรอง

"ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนใดๆ"

เซียงฮวายิ้มเผล่อย่างกระหยิ่มอิ่มใจ ที่ได้เห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยของคนที่แม้จะมีสีหน้าเรียบเฉย แต่สายตาไล่มองมาที่นางแทบจะทุกจุดที่ไม่ได้อยู่ในใต้ร่มผ้า 

"หึ"

เฮยหลงไม่ได้ตอบอันใดออกไปมากนอกจากทำเสียงขึ้นจมูกแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ทางอื่นที่ว่าก็ดันเป็นใบหน้าของพี่ชายตนที่มีสีหน้ายิ้มๆ มองไปยังเซียงฮวาทีมายังเขาทีอย่างหยอกล้อ

แล้วก็เป็นฝูไท่จื่อที่เป็นคนกล่าวตอบออกมาแทน

"คุณหนูไช่ไม่เป็นอันใด น้องรองของเปิ่นไท่จื่อก็คงหมดห่วง เปิ่นไท่จื่อก็มองเหตุการณ์อยู่ตั้งนาน ว่าสุดท้ายจะจบลงเช่นไร แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นว่ามันเพิ่งเริ่มขึ้น"

เซียงฮวาช้อนสายตาขึ้นมองฝูไท่จื่อ หนุ่มน้อยในวัย 15 ชันษาของแคว้นฝู

"เป็นเช่นนั้นเพคะ เรื่องนี้มันเพิ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น ยังไม่จบง่ายๆเพียงเท่านี้แน่"

ฝูไท่จื่อพยักหน้ารับ แล้วกล่าวต่ออีกหนึ่งประโยค 

"ดูท่าแล้วคุณหนูไช่จะรู้เรื่องอันใดมาไม่มากก็น้อย มีสิ่งใดที่ไม่สะดวกจะกล่าวกับเปิ่นไท่จื่อก็กล่าวกับน้องรองเองเถิด เรื่องจะเป็นเช่นไรต่อก็ให้ส่งคนมาบอกที่วังบูรพาได้"

"ขอบพระทัยในพระกรุณาเพคะ"

เซียงฮวาลุกขึ้นและย่อกายทำความเคารพฝูไท่จื่ออีกครั้งหนึ่ง ส่วนคนที่ได้รับการขอบคุณนี้เพียงพยักหน้ารับเป็นเชิงไม่เป็นอันใด จากนั้นก็ขอตัวกลับก่อนโดยมีเฮยหลงและเซียงฮวาน้อมส่งอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อคนที่มีศักดิ์สูงสุดในที่นี่ได้จากไปแล้ว คนที่คล้ายจะเรียบร้อยมารยาทงามอย่างเมื่อสักครู่ก็เปลี่ยนไปทันที นิ้วเรียวเล็กจิ้มๆที่แขนของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง

"เป็นอะไรไปหรือ?"

เฮยหลงไม่ตอบแต่มือกลับเอื้อมไปหยิบกาน้ำชาแล้วเทใส่จอกของตนเองแทน

เซียงฮวาที่เห็นเช่นนั้นก็หน้าม่อยลงทันทีเพราะชัดเจนเลยว่าท่าทางเช่นนี้ คือนางโดนโกรธเข้าเสียแล้ว

เหตุที่ตอนนี้ศิษย์เอกของท่านพ่อนางมาอยู่ที่นี่ ก็เป็นเพราะข้อเดียวกันกับแบบของฝาแฝด สหายทั้งสองของนาง นั่นคือเตรียมตัวเพื่อที่จะเข้าสำนักศึกษากลางที่ใกล้จะเข้ามาไม่กี่เดือนนี้ พร้อมแล้วที่จะเปิดให้ศิษย์ใหม่เข้ารับการทดสอบ อีกทั้งศิษย์เก่าก็ได้ทำการเปิดภาคเรียนใหม่ ฝูหวงตี้จึงได้ส่งสารขอตัวเฮยหลงให้กลับมาพำนักที่แคว้นฝูนี้ก็เพราะการนี้โดยเฉพาะ

"เหตุใดไม่กล่าวอันใดกับข้าเลย?"

เมื่อเห็นว่าเขายังเงียบนางก็เยี่ยมหน้าเข้าไปมองเขา สองมือเล็กโบกไปมา เพื่อพิสูจน์ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านข้างยังมีวิญญาณหลงเหลืออยู่ในร่าง

เฮยหลงที่อารมณ์ขุ่นมัวก็หมดความอดทนไม่ยอมเล่นแง่อีก เขาถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่แล้วกล่าวออกไปตามตรง ขืนปล่อยให้นางทายเองวันนี้ก็ไม่เป็นอันต้องทำอันใดกันพอดี

"ข้าเคยกล่าวแล้วใช่หรือไม่ว่าชายหญิงต้องมีระยะห่างกันแต่พองาม"

"อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้"

กล่าวจบนางก็ลุกขึ้นแล้วยกเก้าอี้ไม้ออกไปให้ห่างจากเฮยหลงนิดนึงแล้วนั่งลงไปที่เดิม

"เท่านี้ห่างพอหรือยัง?"

เฮยหลงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น แล้วลากเก้าอี้ที่เซียงฮวากำลังนั่งอยู่ให้ขยับเข้าหาตนเอง ผลคือตัวเซียงฮวาที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ดันใกล้ชิดคนออกแรงลากยิ่งกว่าเดิม

"สตรีที่ข้าหมายถึงย่อมเป็นเจ้า แต่ข้าบอกเมื่อไหร่ว่าบุรุษผู้นั้นต้องเป็นข้า"

คนฟังที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มเต็มใบหน้า เพราะพอจะนึกออกแล้วว่าตนเองทำอันใดพลาดไป นางจึงโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูของเฮยหลงบ้าง

"รับทราบแล้วเจ้าค่ะ"

"หึ"

เฮยหลงแค่นหัวเราะอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะเอื้อมมือมาขยี้หัวเซียงฮวาตอบ

"ตอนนี้เราต้องรีบไปสนามประลองก่อนแล้ว เรื่องราวเป็นมายังไงค่อยไปคุยกันบนรถม้า"

"เจ้านี่นะ นัดข้าไว้ไม่พอยังนัดสหายแฝดของเจ้าไว้อีก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กินอันใดลงท้องสักอย่าง เอาขนมนี่ไปกินบนรถม้าด้วย"

เซียงฮวาจ้องขนมบนโต๊ะที่มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าใครทำ มือเล็กเอื้อมไปหยิกแก้มที่ตอนนี้ลดน้อยลงแล้วของเฮยหลงอย่างหมั่นเขี้ยว

"ต่อให้มันตกพื้นข้าก็จะกินมันให้ครบทุกชิ้นแน่นอน"

.

.

.

Pandanus23233

2020年07月05日







 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 338 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #279 Close my eye (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 00:26
    งุ้ยยยยยยยย คสพ.ของคู่นี้มันน่าจิ้นอ่าาาเขินจะบร้าาา
    #279
    1
    • #279-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 28)
      25 ตุลาคม 2563 / 00:29
      >_____<
      #279-1
  2. #130 dokao (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 15:44
    น่ารักอ่ะ
    #130
    1
  3. #127 AlKePh (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 12:27
    อย่าล่มเรือพี่เฮยหลงเน้อออ เอ็นดู บอกประมุขไปหาด้ายแดงเส้นใหม่เลยย
    #127
    0
  4. #124 Poonchanit (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 05:59
    น่ารักมาก
    #124
    0
  5. #113 chamee (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 13:31
    น่ารักน่าเอ็นดู
    #113
    0
  6. #112 Sn003 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 06:48

    จิ้นกำลังฟินเลยไรท์ อย่าล่มเรือลำนี้นะ
    #112
    0
  7. #111 คุณหนอน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 02:48
    น่ารักจังเลยค่ะไรท์ เราลงเรือนี้ไรท์อย่าเจาะรูให้เรือนุล่มนะค้าาา กราบบบบ
    #111
    0