บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 26 : เพื่อบุรุษแล้วทำได้ทุกอย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 415 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

"คุณหนูรองเจ้าคะ นายท่านใหญ่ให้มาเชิญไปห้องตำราที่เรือนหลักเจ้าค่ะ"

"เข้าใจแล้ว ขอเวลาเตรียมตัวสักครู่"

"เจ้าค่ะคุณหนู"

เซียงฮวามองสาวใช้ที่ทำหน้าที่ส่งสารมาให้ตนเสร็จก็ค่อยๆก้าวออกไปนอกเรือนอย่างกิริยาที่ดูเคารพนอบน้อม เมื่อนางหายลับไปจากครรลองสายตาแล้ว จากใบหน้าที่ไม่ปรากฏอารมณ์ใดเป็นพิเศษของนางก็เปลี่ยนผันไปเป็นยับยู่ยี่ขึ้นทีละเรื่อยๆ

"เอาแล้วสิซูเมี่ยว ต่อให้จะกร้านโลกมากเพียงใด แต่เมื่อมาเจอกับสถานการณ์ที่ตนเองไม่เคยได้พบเจอมาก่อน มันก็ยากที่จะสงบใจเหมือนกันนะ"

"ให้คนมาตามเช่นนี้ เป็นเพราะนายท่านสามบอกกับทุกคนเป็นแน่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู"

เซียงฮวาพยักหน้ารับ จากนั้นก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำสาวใช้คนสนิทออกไปในทันที

"เราไปสู้เพื่อตนเองกัน"

เรื่องที่เซียงฮวากล่าวว่าจะออกไปสู้ก็ไม่พ้นเรื่องความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างนางกับอดีตท่านอา ที่ครานี้ได้มาส่งตนกลับแคว้นฝูด้วยตนเอง เพื่อถือโอกาสที่จะได้บอกกล่าวให้คนในครอบครัวได้รู้ว่านางกับท่านพ่อเฟิงหยูได้ทราบสถานะของกันและกันแล้ว

เรื่องนี้นอกจากท่านพ่อ เฮยหลงแล้วก็ซูเมี่ยว นางก็ไม่ได้บอกกล่าวผู้ใดอีก ซึ่งผู้ใดที่นางหมายถึงก็คือแม่รองของนางเอง เอาตามจริงนางก็กลัวท่านจะเสียใจเมื่อมีคนไปสะกิดแผลเก่าของท่านไม่น้อย มาในยามนี้ที่จะได้ไปเผชิญหน้ากันแล้ว จึงอดที่จะรู้สึกแปลกๆไม่ได้

เมื่อเดินมาถึงยังหน้าห้องตำราที่เงียบสงัดไร้บ่าวไพร่เดินเพ่นพล่าน เนื่องจากเป็นเขตหวงห้ามของนายท่านใหญ่ แม้แต่ชนชั้นเจ้านายยังยากนัก ที่จะเข้ามาบริเวณนี้ได้ตามอำเภอใจ บริเวณหน้าห้องนี้จึงมีเพียงพ่อบ้านกับองครักษ์คนสนิทของท่านพ่อเฟิงหยูที่เฝ้าไว้เท่านั้น

"คุณหนูรองมาถึงแล้ว เชิญขอรับ"

พ่อบ้านเป็นคนกล่าวแล้วผายมือเชื้อเชิญนางให้เข้าไปยังข้างใน โดยที่เขากับสาวใช้คนสนิทของเซียงฮวายังรออยู่ที่หน้าประตูเช่นเดิม

บรรยากาศภายนอกที่ว่าเงียบสงบแล้วแต่ก็ยังพอมีเสียงลมเป็นตัวบอกให้รู้ว่าสรรพสิ่งของชีวิตนั้นยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ แต่ในห้องที่นางเพิ่งเดินก้าวเข้ามากลับเงียบเป็นทวีคูณ นำพาให้ผู้ที่มาใหม่รู้สึกขนลุกไม่น้อย

"คารวะท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านแม่รองเจ้าค่ะ"

เซียงฮวากล่าวคารวะทุกคนที่อยู่ในที่นี้โดยท่านพ่อที่กล่าวคารวะไม่ได้แบ่งแยกว่าตนคารวะท่านพ่อคนใดอยู่

ที่ที่ทุกคนกำลังนั่งอยู่ในขณะนี้คือโต๊ะตัวยาว สามารถนั่งได้ 8-9 คน หัวโต๊ะเป็นท่านปู่ที่ยึดตำแหน่งที่นั่งของประธาน ด้านขวาของท่านปู่เป็นท่านพ่อรองเสนาบดีและมีแม่รองนั่งอยู่ด้านข้างท่านพ่ออีกทีหนึ่ง

ส่วนทางด้านซ้ายของท่านปู่เป็นท่านพ่อเฟิงหยู ที่เมื่อนางเดินเข้าไปก็ส่งยิ้มมาให้อย่างอบอุ่น ก่อนจะส่งสายตามาที่นั่งว่างข้างตนเองให้นางไปนั่งในตำแหน่งนั้น

เมื่อเซียงฮวาหย่อนก้นลงได้ไม่นาน ผู้อาวุโสที่สุดในที่แห่งนี้ก็เป็นคนเริ่มพูดเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาก่อน

"ท่านอา...ไม่สิ ปู่คงต้องเรียกว่า'ท่านพ่อ'ของเจ้าแล้วกระมัง เอาเป็นว่ายามนี้พวกเรารับรู้แล้วว่าเจ้าสองพ่อลูกได้ขยับสถานะกันไปในทิศทางใด แต่ในเมื่อบทสรุปมันผ่านมาได้ด้วยดี ข้าก็ดีใจ"

เสนาบดีเฒ่ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมเรียบเฉยเช่นเดิม แต่ภายในใจเขากลับเบาหวิวไม่หนักอึ้งราวกับโดนหินถ่วงเอาไว้แบบเมื่อก่อน

เช่นเดียวกันกับไช่ฝูลี่ที่รักน้องชายและหลานสาวตนเองไม่ต่างอันใดกับลูกในไส้นัก สีหน้าเบิกบานใจอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่ของคนตรงข้ามทำให้เขาอดรู้สึกที่จะดีใจไปด้วยไม่ได้

แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้เขาหนักใจเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแล้ว เมื่อภรรยาที่นอนข้างเตียงเคียงหมอนของเขา กลับมีสีหน้าที่เหมือนคนที่สูญเสียอันใดบางอย่างไป มือหนาที่สากเล็กน้อยสำหรับคนที่จับอาวุธไม่บ่อยหนักจึงได้เอื้อมไปกุมมือนุ่มของนางมากุมไว้อย่างให้กำลัง

จางซิ่วลี่ที่รับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่ส่งผ่านมายังไออุ่น จึงได้ส่งแรงบีบมือหนาตอบกลับไปเป็นเชิงว่าตนรับรู้ถึงความห่วงใยที่ส่งมายังตน

"บิดาเลี้ยงของเจ้าก็มุมนี้ด้วย"

เสียงเฮยหลิงกล่าวขึ้นมาในหัวของเซียงฮวาอย่างไม่ให้สัญญาณมาก่อนจนนางสะดุ้งเบาๆ เป็นผลให้คนที่นั่งข้างๆอย่างเฟิงหยูจับสังเกตุได้ คิ้วหนาของเขาหันมาเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างสงสัย

"สะอึกเท่านั้นเจ้าค่ะ"

เซียงฮวายิ้มแห้งๆกับคำตอบของตนที่กล่าวออกไป แต่ก็เอาเถอะ ถือว่านางผิดเองก็ได้ เป็นนางที่ไม่รุู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับเขาเอง

เซียงฮวาละความสนใจจากเฟิงหยูและหันไปมองแม่รองของนาง ที่ตั้งแต่เซียงฮวาเข้ามาก็ไม่มองหน้านางเลยแม้แต่น้อย อารมณ์รอบตัวนางผสมปนเปกันไปหมดจนแม้แต่เซียงฮวายังสัมผัสได้ แต่เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดยังนั่งเป็นประธานในนี้อยู่ นางก็จำต้องเงียบปากไว้ แล้วพยายามเอ่ยออกมาให้น้อยที่สุด

"ที่ปู่ให้คนไปตามเจ้ามาเพราะอยากถามความเห็นจากเจ้า แม้หน้าตาวงตระกูลจะสำคัญมากเพียงใด แต่ความเต็มใจของเจ้าก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรกับเส้นทางที่ตัวเองจะเลือกเดินต่อจากนี้หรือไม่"

เซียงฮวาที่ได้ยินคำถามออกมาจากท่านปู่ของนางก็รู้สึกในหัวมันวิ้งๆไปหมด ไม่ใช่เพราะคำถามปลายเปิดนี้มันยากเกินกว่าที่นางจะตัดสินใจเองได้ แต่แค่นับถือในความใจกว้างของท่านมากกว่า นางจึงได้ไล่มองสีหน้าของแต่ละคนว่ามีท่าทางใดแสดงออกมาเป็นพิเศษจากคำถามนี้หรือไม่

เมื่อทุกสายตาของทุกคนมองมาที่นางโดยเฉพาะท่านแม่ที่ตอนนี้ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนางแล้ว แววตาที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว

"เอาอย่างไรดีเฮยหลิง มีคำแนะนำใดเป็นพิเศษหรือไม่?"

"สุดแท้แต่ใจเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเลือกทางใด โชคชะตาจะนำพาให้เจ้าไปเจอกับปลายทางที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น"

"หากข้าถามเจ้าต่อว่าปลายทางที่ว่าเป็นอย่างไร ก็คงจะได้คำตอบเหมือนไม่ตอบมาอยู่ดีสิท่า"

"ใช่หรือไม่เป็นสิ่งที่เจ้าต้องคิดต่อเอาเอง..."

"พอๆจบๆ" เซียงฮวาเอ่ยตัดบทสนทนาในใจขึ้นมาก่อนที่จะกล่าวตอบท่านปู่ของตนตอบกลับไป

"นอกจากเรื่องแต่งงานแล้ว ท่านปู่ไม่จำเป็นต้องถามความเต็มใจของรองก็ได้...เอ่อ ขออภัยเจ้าค่ะ"

เมื่อได้รับสายตาดุมาจากแม่รองของนางว่าชักจะพูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดที่สุดออกมาแล้ว นางจึงรีบกล่าวขออภัย จากนั้นก็กล่าวขึ้นมาอีกประโยค

"รองย่อมยอมรับคำตัดสินใจของท่านปู่ต่อจากนี้เจ้าค่ะ"

"บอกความต้องการในใจจริงๆของเจ้ามาเถิด ทุกคนในที่นี้ย่อมยอมรับการตัดสินใจจากเจ้า"

เซียงฮวามองหน้าทุกคนอีกครั้งเพื่อต้องการคำยืนยันจริงๆว่าพวกเขาจะยอมรับทางที่นางจะเลือกต่อจากนี้ ในหัวคำนึงถึงผลได้ผลเสียต่างๆในอนาคตที่จะเกิดขึ้นมา

หากนางเลือกที่จะเป็นคุณหนูรอง บุตรสาวของรองเสนาบดีกรมพิธีการต่อไป ในอนาคตจากรองเสนาบดีก็จะกลายเป็นเสนาบดี ถึงแม้จะเป็นลูกของฮูหยินรองแต่บิดาของนางก็เป็นถึงเสนาบดีกรมการคลัง แล้วไหนวงศาคณาญาติอีก

แต่หากนางยอมที่จะเป็นคุณหนูใหญ่ของรองประมุขพรรคหยิ๋นมี่ ในอนาคตหากนางเป็นพระชายาของเฮยหลงคงจะเป็นเรื่องยาก แล้วยังอาจจะสร้างความหวาดระแวงให้ขุนนางฝ่ายตรงข้ามได้หาเรื่องยุงแยงเป่าหูผู้อื่นได้อีกแน่

เงื่อนไขมีอยู่ข้อเดียวคือทำให้เรื่องมันดำเนินตามปลายพู่กันที่ขีดเขียนไว้ให้ได้มากที่สุด

เอาล่ะ!!นางตัดสินใจแล้ว เพื่อบุรุษผู้นี้แล้วนางสามารถทำได้ทุกอย่าง ฟ้าดินอย่าลงโทษที่นางอกตัญญูเลยหนา นางก็เป็นคนบาปเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

"ท่านพ่อจะไม่น้อยใจรองจริงๆหรือเจ้าคะ หากรองเลือกที่จะคงสถานะเช่นนี้ไว้ดังเดิม"

เซียงฮวาหันไปถามอย่างที่ใจตัวเองก็เจ็บแปลบๆอยู่เช่นเดียวกัน กลัวเหลือเกินว่าท่านจะไม่เข้าใจในเหตุผลของตัวเอง และกลัวยิ่งกว่าว่าจะทำให้ท่านเสียใจที่สุด แต่คำพูดธรรมดาๆที่ได้รับกลับมา แม้หากคนฟังจะอยู่ท่ามกลางอากาศหนาว จิตใจก็ยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเลย

"เพียงสักครั้งก็ไม่เคยตั้งคำถามในตัวเจ้า ขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แค่เพียงพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่คนด้านหลังได้มองเห็นเจ้าก็พอ"

สมกับเป็นบุคคลที่เข้าใจง่ายเป็นอันดับหนึ่งในใจของเซียงฮวา

"ถ้าเช่นนั้นก็ให้ทุกอย่างยังคงเดิม ปู่ก็คิดว่าการที่เจ้าตัดสินใจเช่นนี้ก็เป็นผลดีต่อคนในจำนวนมากเลยทีเดียว"

เฟิงหยูหันมากล่าวกับเซียงฮวา"ถ้าเช่นนั้น ต่อหน้าคนทั่วไปเจ้าก็เรียกพ่อว่าอาเช่นเดิมเถิด เจ้าชอบเรื่องการกระทำสำคัญกว่าคำพูดอยู่แล้วหนิ

อ้อ...เรื่องนี้แม้แต่พี่สาวน้องสาวของเจ้าก็ไม่ต้องบอกกล่าวนางเล่า"

เซียงฮวายิ้มและพยักหน้ารับราวกับไก่จิกก่อนจะเลื่อนสายตาไปสบที่แม่รองที่เลี้ยงนางมาตั้งแต่เกิด ก็เห็นว่าตอนนี้เขื่อนทำนบน้ำจากตาได้ไหลมานองที่เดียวกันหมดแล้ว สายตาสองแม่ลูกต่างสายเลือดสบกันนานเท่าไรก็สุดรู้ แต่ก็มากพอที่จะทำให้บุรุษต่างวัยที่เหลืออีกสามคนเดินออกจากห้องหนังสือไปโดยที่สองสตรีนี้ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

"แม่คิดว่าเจ้าจะโกรธที่แม่ก็ปิดบังเจ้ามาตลอด"

เซียงฮวายืนขึ้นแล้วเดินไปนั่งฝั่งเดียวกับแม่รองของนาง จากนั้นจึงเอื้อมมือเล็กไปจับมือที่ใหญ่กว่าของตนแล้วเอามาแนบอกไว้

"ตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ไม่สมควรที่จะมีใครจะต้องได้รับความโกรธเคืองจากใครเลยเจ้าคะท่านแม่ เพราะว่าอย่างไรเรื่องราวมันก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว"

จางซิ่วลี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย แต่เด็กสิบขวบที่กุมมือตนอยู่คนนี้ หากเป็นเรื่องที่นางไม่อยากให้ผู้ใดรู้ ต่อให้เอามีดมาง้างปากนางเท่าไร ความนั้นก็ไม่มีทางที่จะหลุดออกมาจากปากนางอย่างเด็ดขาด นางจึงเลือกที่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป

"เช่นนั้น...ความรู้สึกของเจ้าที่มีต่อคนที่ไม่ได้อุ้มท้องเจ้ามาเช่นแม่ มันเปลี่ยนไปหรือไม่?"

จางซิ่วลี่กลั้นใจถามออกมา แต่พอมันหลุดออกมาจากปากแล้วก็อยากจะตบปากตนเองยิ่งนักที่ถามสิ่งใดที่ทำให้ตนเองต้องหวาดระแวงเช่นนี้

"รักมากเพียงใดก็ยังคงรักมากเท่านั้นเจ้าค่ะ ไม่มีใครแทนกันได้ รองมากกว่าที่จะต้องเป็นห่วงท่านแม่ ท่านพ่อเฟิงหยูเล่าให้รองฟังว่าท่านแม่เองก็..."

เซียงฮวาเว้นข้อความไว้เพียงเท่านี้ก็เป็นอันรู้กัน เมื่อกล่าวถึงเรื่องที่เปราะบางสำหรับจิตใจ สายตาที่ตอนแรกยังคงมีประกายแห่งความสุขอยู่บ้างก็เปลี่ยนเป็นเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

"ท่านแม่เข้มแข็งมากแล้วนะเจ้าคะ"

จางซิ่วลี่พยักหน้ารับเบาๆ"หากไม่มีตะเกียงเช่นเจ้ามาส่องแสงให้กับชีวิต แม่ก็คิดภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าจะอยู่มาถึงตอนนี้ได้อย่างไร"

คำพูดที่หลุดออกมาจากปากแม่รองของนางไม่ใช่เรื่องที่กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะนางก็ได้ยินกับหูได้เห็นกับตาเช่นนั้นจริงๆ ถ้าให้เล่าย้อนก็คงเป็นตอนวันแรกที่นางได้มาอยู่ที่จวนเสนาบดีนี้กระมัง เสียงกรีดร้องเมื่อสิบปีที่แล้วของสตรีตรงหน้ายังคงบาดลึกอยู่ในใจนางจนถึงวันนี้ แล้วจะนับประสาอะไรกับคนที่สูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปจริงๆเล่า นางคงจะไม่คิดว่าเรื่องราวเลวร้ายนั้นจะเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อวานนี้หรอกหรือ

คนที่เคยสอบแก็ตเชื่อมโยงเช่นนาง บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าแม่ที่ให้กำเนิดนางกับแม่ที่เลี้ยงดูนางมามีความเกี่ยวข้องอันใดกันหรือไม่ คลอดบุตรวันเดียวกันไม่พออีกคนดันสูญเสียลูกในไส้ แต่อีกคนให้กำเนิดบุตรมาได้อย่างปลอดภัยกลับไร้โอกาสในการเลี้ยงดูปูเสื่อ

"พระอาทิตย์หมุนเวียนสลับเปลี่ยนกับดวงจันทร์เป็นเช่นนี้มากี่รอบแล้วท่านแม่ได้นับหรือไม่เจ้าคะ?"

จางซิ่วลี่เช็ดน้ำตาและพยายามคิดคำตอบที่บุตรสาวตนถามออกมา หัวคิ้วเริ่มตีกันยุ่ง

"ตอนนี้ท่านแม่ 35 แล้วเจ้าค่ะ เป็นครั้งที่หนึ่งหมื่นสองพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบห้า"

"เยอะถึงเพียงนี้"

"เจ้าค่ะ และในอนาคตข้างหน้าจะเป็นอีกกี่หมื่นครั้งก็สุดจะรู้ ตัวเราทุกคนจะมีโอกาสได้มองฟ้า ชื่นชมจันทร์แล้วอาบแสงอาทิตย์ได้อีกกี่วันกันเจ้าคะ รองรู้ว่ามันอาจทำได้ยาก แต่รองก็อยากให้ท่านแม่เลิกโทษตัวเองได้แล้ว และมีความสุขกับน้องชายคนใหม่ที่กำลังจะเกิดมาดีหรือไม่เจ้าคะ?"

"ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่เสียใจ และเหนือสิ่งอื่นใดคือแม่ก็กลัวว่าประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย"

"มีรองอยู่ด้วยทั้งคน รับรองว่าทั้งแม่ทั้งน้องจะต้องปลอดภัยหายห่วงเจ้าคะ"

เมื่อได้ยินคำพูดและได้เห็นสีหน้าที่มั่นใจของบุตรสาวที่ตัวก็แค่นี้ แต่น่าแปลกที่นางกลับเชื่อคำพูดที่ว่าอย่างหมดใจ ก็คงเป็นอย่างที่เซียงฮวากล่าว

ในอนาคตข้างหน้า อีกกี่หมื่นครั้งก็สุดจะรู้ที่พระอาทิตย์ฉายแสงแล้วดับแสงลงสลับกันกับดวงจันทร์ เพื่อทำหน้าที่ให้ความสว่างแก่โลกใบนี้ กี่วันผันผ่านไป ตัวเราก็อาจจะยังมองฟ้าอยู่ที่เดิมก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว ตราบใดที่โลกยังหมุนอยู่ ชีวิตของคนเราก็ต้องเดินกันต่อไป

.

.

.

มีเพิ่มตัวละครไว้ที่แนะนำด้วยค่ะ

Pandanus23233

2020.06.21

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 415 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #183 Rojanant (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 13:36

    อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วอารมย์ดีค่ะ มีความคิดในทางดี

    #183
    1
    • #183-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 26)
      18 สิงหาคม 2563 / 13:45
      ขอบคุณค่ะ ดีใจมากเลย
      #183-1
  2. #92 pook1819 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:26
    ทางเลือกเพื่อที่รักอิอิ
    #92
    1
    • #92-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2563 / 19:45
      ทางนี้อีกยาวไกล555
      #92-1
  3. #91 Patwayla (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 18:11
    ทำไมน้องคิดเลขเก่ง
    #91
    1
    • #91-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2563 / 18:17
      คิๆๆๆ น้องแอบจดโพยไว้ในหัว
      #91-1
  4. #90 LukiMemory (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 14:32
    รอนะคะ
    #90
    2
    • #90-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2563 / 14:33
      ขอบคุณค่าาา
      #90-1
    • #90-2 pook1819(จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2563 / 19:23
      ทางเลือกเพื่อสุดที่รักอิอิ
      #90-2
  5. #89 TuntitaJ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 13:26
    อ่านช่วงแม่ลูกคุยกัน อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ เขียนได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกตามนั้นจริงๆ ค่ะ
    #89
    1
    • #89-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2563 / 13:35
      ดีใจมากเลย ขอบคุณค่ะ
      #89-1
  6. #88 NongZaRa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 10:59

    ทำไมอ่านมุม แม่ลูกละน้ำตาซึม !!!! เฮ้ยยยย
    #88
    1
    • #88-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2563 / 11:00
      โอ้ ทำไมเราดีใจ5555
      #88-1
  7. #87 Zonongsa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 08:31
    คือบั่บ ให้เฮยหลงถอนตัวออกจากราชวงค์ง่ายกว่า เพราะมันมีปัญหาอย่างอื่นอีกแน่นอน
    #87
    1
  8. #86 munongmu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 08:29
    เป็นลูกเมียรองจะได้แต่งเป็นชาเอกขององค์ชายหรอ ถึงพ่อจะตำแหน่งใหญ่ก็เถอะแต่อย่าลืมว่ามีองค์หญิงต่างเมือง ท่านหญิงลูกอ๋อง และคุณหนูของขุนนางอื่นที่ตำแหน่งใหญ่และมีความสำคัญไม่แพ้ตำแหน่งเสนาบดีเหมือนกัน
    #86
    1
    • #86-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 26)
      21 มิถุนายน 2563 / 13:35
      เอาแล้วสิๆ
      #86-1