บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 22 : เขาว่ากันว่าหากของเข้าตัวจะเป็นกระสือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 392 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

ณ พรรคหยิ๋นมี่

ตอนนี้ยามอิ่ว(17.00-18.59)แล้ว ต่อให้เหมยฮวาจะยื้อนางไว้เท่าไร ก็คงต้องถึงเวลาที่นางต้องขอตัวกลับพรรคหยิ๋นมี่เสียที

ถามว่านางได้ช่วยเหลือท่านประมุขพรรคมารแล้วหรือยัง? 

ก็คงต้องตอบว่ายัง แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมากนัก มันกระวนกระวายไปหมดจนต้องถามเฮยหลิงหลายครั้ง

"แต่ว่าเฮยหลิง...หากข้าไม่ช่วย ของก็จะเข้าตัวข้าจนข้ากลายเป็นกระสือแทนใช่หรือไม่?"

เพราะชาติที่แล้วนางได้ยินมาว่าบุรุษที่เล่นไสยสาสตร์จนควบคุมอาคมของตนเองไม่ได้ แล้วพอของเข้าตัวจะเป็นกระหังที่มีกระด้งฟัดข้าวเป็นปีกใหญ่ๆ ส่วนสตรีก็จะเป็นกระสือแทน

นางไม่ยอมเอาตัวเข้าแลกเช่นนั้นเด็ดขาด!!!

"ข่า..ซือ คืออันใดกัน?"

"ก็เป็นผีลากไส้ไง..จิ๊ ไม่รู้เรื่องอีกละ"

"เจ้าไปเอาความคิดเช่นนี้มาจากที่ใดกัน แต่ก็ช่างเถิด ข้าคร้านจะเถียงกับเจ้าแล้ว"

"ดีแล้ว...ไม่ต้องเถียงหรอก ข้ากำลังหาวิธีช่วยโดยที่ตนเองก็แก้เผ็ดสามคนพ่อลูกน่าชังนี่ไปด้วยในตัว"

"แล้วเจ้าจะไปช่วยตอนไหน ระวังของเข้าแล้วเป็นอันใดนะ..ข่าซือ? แบบที่เจ้ากลัวก็แล้วกัน"

"จะไปช่วยวันนี้แหละ...ไม่รู้ข้ากลัวจนขี้ขึ้นสมองแล้วคิดไปเอง หรือว่ามันเป็นของมันเองจริงๆก็ไม่รู้ รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ"

"พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะเฮยหลง"

เซียงฮวาที่เดินคิดมาตลอดทั้งทาง เมื่อถึงทางแยกระหว่างไปที่ห้องพักของนาง นางก็ยกมือขึ้นมาบ๊ายบายแล้วเดินจากไปในทันที

เฮยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นพยักหน้า เมื่อมองส่งเซียงฮวาไปจนสุดทางแล้ว เขาก็เดินไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปรายงานอาจารย์ของตนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ละเอียดอีกที

เมื่อเดินมาถึงห้องทำงานของรองประมุขพรรค ก็กล่าวกับองครักษ์ที่เฝ้าประตูอยู่หน้าห้องเพื่อขอเข้าพบท่านอาจารย์ องครักษ์ก็เปิดทางให้เข้าไปได้ทันทีเพราะมีคำสั่งไว้รออยู่แล้ว

"คารวะท่านประมุข คารวะท่านอาจารย์ขอรับ"

สองบุรุษผู้ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความสามารถและรูปโฉม ตอนนี้กำลังนั่งเล่นหมากล้อมกันอยู่ที่โต๊ะจิบชา เมื่อเห็นคนมาใหม่กล่าวทำความเคารพก็พยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วหันไปสนใจหมากในกระดานที่ตนกำลังวุ่นอยู่ เป็นเฟิงหยูที่เอ่ยปากขึ้นมาก่อน

"เล่ามาให้ละเอียด"

"เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมซงชู่วันนี้เป็นความไม่ปกติของความไม่ปกติอีกทีขอรับ"

เฮยหลงมองหน้าอาจารย์ของตนที่ตอนนี้ใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์ใดอยู่บนใบหน้าทั้งสิ้นต่างจากเวลาที่อยู่กับเซียงฮวาโดยสิ้นเชิง 

"หลังจากที่รับสำรับได้ไม่กี่คำ ท่านประมุขพรรคมารก็เดินลงมาจากชั้นสี่ อยู่ๆก็ฟุบลงแล้วก็กระอักเลือดออกมาคำโต 

หมอที่เชิญมารักษากล่าวว่าโดนพิษ และหากไม่ได้รับการถอนพิษ สามวันคงหนีไม่พ้น"

"หึ! เจ้านี่ไม่คิดจะใช้ลูกไม้อื่นเลยหรืออย่างไร เมื่อก่อนเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น"

เฉินยี่แค่นหัวเราะออกมาอย่างเมื่อกล่าวถึงประโยคนี้

"แล้วเซียงฮวาเป็นเช่นใดบ้าง?"

เฟิงหยูกล่าวถามต่อ

"ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องจวบจนลงจากรถม้ามาสีหน้านางก็คิดไม่ตกตลอด 

นางกล่าวกับข้าว่า 'ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ' ราวกับว่านางเองก็เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเรื่องที่จัดฉากขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น"

เฟิงหยูพยักหน้ารับ แววตามีความภูมิใจพาดผ่านที่นางทันเล่ห์เลี่ยมของผู้อื่นได้เช่นนี้ 

"เจ้าเต็มใจให้เด็กแฝดทั้งสองเข้ามาป้วนเปี้ยนกับนาง และยังอนุญาตนางให้ออกไปสู่หลุมพรางที่ผู้อื่นขุดไว้อีก"

เฉินยี่แค่นยิ้มแล้วมองไปที่ใบหน้าของเฟิงหยูอย่างเจ้าเล่ห์

เฟิงหยูเห็นเช่นนั้นจึงกล่าว

"เชื่อเถอะว่าใต้หล้านี้ ไม่มีหลุมไหนที่น่ากลัวเท่าหลุมที่เจ้าขุดไว้อีกแล้ว เจ้าตัวอันตราย"

"เจ้า!!!"

.

.

ณ พรรคมารจื่อถาน

"ท่านพ่อ! 

เหตุใดต้องเอาตัวเข้าแลกถึงเพียงนี้ขอรับ บอกลูกให้กระจ่างเสียหน่อยเถิด"

เจี่ยนเฉิงกล่าวถามบิดาของตนด้วยสีหน้าไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าทำอย่างนี้ไปเพื่ออันใด 

"นั่นสิเจ้าคะท่านพ่อ มันไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือที่จะพิสูจน์ตัวคน แล้วเซียงฮวาจะใช่คนที่เราตามหาหรือไม่ก็สุดจะรู้"

แค่ก แค่ก

"แวบแรกที่เห็นเพียงข้างหลัง สัญชาตญาณของพ่อก็บอกว่าต้องใช่นางแน่ เมื่อพ่อเห็นหน้านาง พ่อยิ่งมั่นใจ"

หลีเฮยกล่าวอย่างเชื่อมั่น

"แต่หากใช่นางจริงๆ เหตุใดนางถึงไม่เข้ามาช่วยเหลือท่านพ่อในทันทีทันใดเล่าขอรับ?"

"นางอาจจะมาคืนนี้"

เมื่อนึกถึงคำพูดส่งท้ายของนางในคืนนั้นเขาจึงเพิ่งคิดวิธีนี้ออกมาได้ 

ในเมื่อคนที่หน้าเหมือนนางอย่างกับแกะ เขาก็ยังใช้วิธีนี้สำเร็จมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง 

"ท่านพ่อจึงแสร้งใช้วิธีนี้เพื่อเรียกนางออกมาหรือเจ้าคะ...

ถ้าเช่นนั้นเหตุใดจึงถึงขนาดต้องใช้พิษทำร้ายร่างกายตนเองด้วยเล่า"

"หากไม่เจ็บจนถึงขั้นจะพรากชีวิตนางคงจะไม่มา เชื่อเถิดว่าลุงของเจ้าทำพ่อเจ็บมากกว่านี้เป็นร้อยเป็นพันเท่า 

หากนางมาครั้งนี้พ่อจะยื้อนางไว้ให้สำเร็จ และขอร้องให้นางช่วยหาวิธีการเอามันออกไปอย่างถาวรเสียที พ่อไม่อยากจะเป็นเช่นนี้อีกแล้ว"

"หากนางไปมา ไร้ที่หาเรื่องให้จับยึดได้เช่นนี้ ท่านพ่อจะใช้วิธีใดรั้งนางไว้หรือเจ้าคะ"

"เป็นวิธีที่น่าสนใจมากทีเดียว"

แค่ก แค่ก

"ท่านพ่อพักก่อนเจ้าคะ รับยาถอนพิษเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ"

"ไม่ล่ะ..พ่อทนได้ พวกเจ้าออกไปพักเถิด สั่งเวรยามหน้าห้องด้วยว่าคืนนี้ไม่ว่าจะได้ยินเสียงใด ก็ห้ามเข้ามาในนี้เด็ดขาด"

"เจ้าค่ะ/ขอรับ"

เมื่อแฝดทั้งสองคนเดินออกนอกแล้ว เหมยฮวาก็ดึงแขนของพี่ชายเดินมาตามทาง แล้วเข้าไปคุยกันในห้องของนาง

"เจ้ามีสิ่งใดสงสัยเพิ่มหรือเสี่ยวเหมย?"

เมื่อเข้ามานั่งในห้องแล้ว เจี่ยนเฉิงก็กล่าวถามน้องสาวฝาแฝดของตนด้วยสีหน้าที่จริงจังไม่แพ้น้องสาวตน

"ข้าไม่เชื่อว่าเหตุผลทั้งหมดที่ท่านพ่อกล่าวมาจะมีเพียงเท่านี้

พี่ใหญ่ ข้ามีสิ่งใดจะให้ท่านดู"

เมื่อเสี่ยวเหมยของพี่ใหญ่หายเข้าไปอีกด้านหนึ่งของห้อง นางก็เดินออกมาพร้อมกับม้วนภาพที่เก็บรักษาโดยม้วนกับไม้ไผ่เอาไว้แล้วอย่างดีออกมาหนึ่งม้วน

เมื่อนางคลี่ออกก็เป็นภาพวาดพู่กันของสตรีนางหนึ่ง มีนามของผู้วาดพร้อมประทับตาแซ่สีแดงไว้อยู่ที่ใต้ภาพ

"ลี่หง(丽红)แซ่หวง(黄)หรือ?นี่มันนามของท่านแม่หนิ"

"ใช่ หากไม่สนิทชิดเชื้อกันเช่นนี้ เหตุใดท่านแม่ต้องวาดรูปนางขึ้นมา"

เจี่ยนเฉิงพยักหน้าแล้วกล่าว 

"ที่สำคัญคือใบหน้านางแทบจะถอดแบบกับเซียงฮวามาไม่มีผิด ความสัมพันธ์คงไม่ธรรมดา"

"ใช่พี่ใหญ่..คราแรกข้าแค่คลับคล้ายคลับคลาว่านางหน้าคล้ายใครคนหนึ่งที่ข้าเคยเห็นมาก่อน มายามนี้ข้าถึงเพิ่งนึกออก"

"มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นางจะเป็นอดีตคนรักของท่านพ่อ 

ตอนที่กลับไม่เยี่ยมบ้านเดิมของท่านแม่ ญาติๆตัวดีทั้งหลายเคยหลุดปากพูดออกมาอยู่ครั้งหนึ่งว่าเรามันก็เป็นแค่ความผิดพลาดของท่านพ่อ"

"มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ เหตุใดท่านไม่เคยเล่าให้ข้าฟังเพียงสักนิด"

เจี่ยนเฉิงหน้าเจื่อน แต่ก็อธิบายเหตุผลให้นางฟัง

"ผิดพลาดไม่ผิดพลาดแล้วอย่างไร ในเมื่อท่านพ่อดีต่อเราถึงเพียงนี้ พี่ก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจตนเอง และยิ่งไม่มีทางทิ้งมันลงมาใส่ใจเจ้าเด็ดขาด"

เหมยฮวายิ้มรับ

"เอาเถิดๆ...ท่านสบายใจได้ ข้าก็ไม่ได้จะเก็บมันมาคิดให้รกสมองอยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็มีความสุขดี แต่ว่าเรื่องของท่านพ่อเราจะเอาอย่างไรกันต่อ?"

"พี่ว่ารอดูไปก่อน ไม่ว่าอนาคตมันจะเดินไปในเส้นทางไหน เราก็แค่ปรับตัวกับมันให้ได้ และทำใจยอมรับก็เท่านั้น"

"เจ้าค่ะพี่ใหญ่"

ภาพรวมถึงเสียงสนทนาของเด็กแฝดล้วนได้เห็นผ่านตาและได้ยินผ่านหูของเซียงฮวาทุกคำอย่างชัดเจนในระดับเป็นล้านๆเอชดี

จะไม่ให้ชัดเจนได้อย่างไร ในเมื่อนางกอดอกฟังพวกเขาสนทนากันอยู่

เรื่องทั้งหมดในซีนนี้มันก็เริ่มมาจากว่า นางได้รับไอเทมใหม่จากเฮยหลิงให้สามารถกำบังกายได้โดยที่ไม่ว่ามนุษย์คนใดก็ไม่สามารถมองเห็นนางแม้จะระดับสูงส่งเพียงใด

นางจึงใช้มันแล้วเดินสำรวจให้ทั่วทั้งพรรคมารเป็นการประวิงเวลารอให้ดึกดื่นกว่านี้เสียก่อน แล้วค่อยไปช่วยตาลุงนั่น

นึกไม่ถึงว่าจะเห็นเด็กแฝดจูงมือกันมาที่ห้องๆหนึ่งด้วยท่าทางที่ลับล่อๆ ต่อมเผือกของนางหรือจะไม่ทำงาน จึงได้เดินตามทั้งสองคนเข้ามายังในห้องนี้ แล้วนั่งสุมหัวอยู่กับพวกเขาด้วย

แต่เด็กแฝดสองคนนี้ นางไม่อยากยอมรับก็ต้องทำใจยอมรับแล้วละหนา ตอนนางสิบขวบนางยังคิดไม่ได้เช่นนี้เลย

ว่าแต่ สตรีในภาพเกี่ยวข้องอันใดกับแม่ของเด็กแฝดนะ 

อยากจะรู้แล้วสิ!

.

.

.


~หากมีเวลาไปเที่ยวบ้านนาบ้างเน้อพี่เน้อ เอ้ย ไม่ใช่~

หากมีเวลาจะเขียนตอนพิเศษของรุ่นพ่อๆเขาไว้ให้ฮะ

Pandanus23233

2020年06月03日

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 392 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #128 111555999888Jo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:14
    55555ตลกชอบๆ
    #128
    0
  2. #53 SanDra (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 06:28
    กรี๊ดดด คุณไรท์ทำจริงด้วย รักที่สุดเลย ขอหอมแก้มทีค่ะ มามะ ฮ่าๆๆ รอตอนต่อไปนะคะ
    #53
    0