บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 20 : มันถ่ายทอดผ่านDNAได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 411 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

ณ พรรคมารจื่อถาน

"หนีองครักษ์ไปเล่นซนที่ใดกันมาเจ้าแสบ!!"

เสียงกัมปนาทมาจากข้างหลังของสองแฝดชายหญิงที่กำลังแอบย่องๆเข้ามาที่เขตรั้วของพรรคมารจื่อถาน สี่เท้าเล็กหยุดชะงักกึกไปในบัดดล เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย

"เสี่ยวเฉิงสำนึกผิดแล้วขอรับท่านพ่อ/เสี่ยวเหมยสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ"

ยังไม่ทันที่ท่านพ่อยังหนุ่มจะได้ตั้งข้อหาใดๆ 

ผู้ต้องหาน้อยทั้งสองคนก็ยอมความเสียแล้ว เมื่อทั้งสองคนพร้อมใจกันหันใบหน้าที่คล้ายกับเขาถึงแปดในสิบส่วนกลับมา และกล่าวเสียงอ่อนเสียงหวานให้เขาคลายความโกรธลง

จื่อเจี่ยนเฉิงและจื่อเหมยฮวา ผู้ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดจากความผิดพลาดเมื่อสิบปีก่อนของเขา ซึ่งมันเป็นเรื่องจากความตั้งใจของพี่ชาย...

แต่ก็ให้แล้วกันไปเถิด ในเมื่อเด็กก็เกิดมาแล้ว มารดาของเจ้าพวกนี้ก็ลาลับโลกไปแล้ว ทั้งสองคนเลยโตมากับแม่นมที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิดเช่นกัน

เขาที่แม้ว่าจะไม่มีเวลาได้อุ้มชูนัก แต่สิ่งใดที่ถือว่าเป็นหน้าที่ของบิดา จื่อหลีเฮยก็ถือว่าทำได้มิขาดตกบกพร่อง 

แต่ในสายตาของคนนอกแล้วกลับมองว่า เขาแทบจะประเคนทุกอย่างให้เลยต่างหาก ทั้งสองคนจึงมักก่อเรื่องเป็นประจำ อย่างเช่นเรื่องในวันนี้

ในระหว่างที่เขาเพิ่งกลับมาจากการทำธุระก็ได้รับรายงานมาจากองครักษ์ประจำตัวของเด็กแฝด ว่าพวกเขาออกไปเล่นซุกซนกันที่อื่น

แต่ไปเล่นที่ใดไม่เล่น กลับไปเล่นในพื้นที่ใกล้เขตของพรรคหยิ๋นมี่อีก เขายิ่งชังน้ำหน้าคนพวกนั้นอยู่

"เข้าไปคุยกันในเรือน"

"ขอรับ/เจ้าค่ะ"

ในระหว่างทางที่เดินกลับเรือน สองแฝดก็หัวสมองแล่นเร็วจี๋ ว่าจะทำเช่นไรถึงจะรอดออกจากสถานการณ์ที่กำลังจะเจอในอนาคตอันไม่ไกลนี้

ท่านพ่อของพวกเขา แม้ว่าเวลาดีจะดีใจหาย แต่ถ้าได้ร้ายแล้วนั้น ต่อให้เป็นลูกๆอย่างพวกเขาก็เถิด

พลันแฝดหญิงก็เป็นคนนึกออกแล้วจึงส่งสัญญาณให้แฝดพี่ของตน ว่านางจะเป็นผู้กล่าวกับบิดาเอง

ซึ่งสิ่งที่นางอธิบายก็ได้ผลดีเกินคาด เพราะนอกจากนางจะไม่โดนลงโทษใดๆแล้ว กลับยังได้รับความดีความชอบจนพ่วงมาด้วยเหตุการณ์อีกหนึ่งวันต่อมา

.

.

ณ พรรคหยิ๋นมี่

เซียงฮวารู้สึกว่าอารมณ์ของตนเองในเมื่อวานกับวันนี้ชักจะเป็นหนังคนละม้วนกันเกินไปแล้ว

เพราะว่าลูกไก่ที่นางยังไม่ได้หาทางเผด็จศึกให้มาอยู่ในกำมือตนเองเลยด้วยซ้ำ กลับเดินเตาะแตะเข้ามาเองแบบที่นางก็ไม่รู้จะแสดงสีหน้าเช่นใดออกมาในยามนี้ดี

"เจ้าเป็นอย่างบ้าง? เมื่อวานที่เห็นเจ้านอนสลบอยู่ข้างทาง ข้ารึตกใจแทบแย่"

"ข้าดีขึ้นมากแล้ว ต้องขอบคุณพวกท่านทั้งหลายที่ให้การช่วยเหลือในครานี้"

เสียงเอ่ยถามแรกคือเสียงของจื่อเหมยฮวา ที่แสดงสีหน้าเป็นห่วงและกังวลออกมาจนดูตั้งใจเกินเหตุ 

ส่วนเสียงที่สองคือเสียงของคนที่เซียงฮวาเก็บได้จากข้างทางเมื่อวานนี้ ที่ตอนนี้เพิ่งฟื้นจากการสลบเพราะร่างกายอ่อนล้าจากพิษไข้

ส่วนเรื่องที่นางพาคนนอกเข้าพรรคมาแบบที่ไม่ได้ขออนุญาตจากท่านอาหรือท่านประมุขก่อน ก็ไม่ได้รับคำตำหนิติเตียนจากผู้ใด มิหนำซ้ำยังได้รับคำชมมาอีกเป็นกอบเป็นกำว่า 'ทำดี'

"เจ้าฟื้นแล้วก็ดี จะได้ถามชื่อเสียงเรียงนามว่าเป็นผู้ใดมาจากไหน"

เฟิงหยูถามขึ้นมาระหว่างที่ห้องกลับมาสู่ความเงียบอีกครั้งแล้ว แม้เขาจะพอรู้มาเบื้องต้นแล้วว่าคนผู้นี้มีศักดิ์ฐานันดรใด แต่ก็อยากให้เจ้าตัวได้เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากตนเอง

"เสียมารยาทต่อทุกคนแล้ว ตัวข้าเป็นองค์ชายเก้าจากแคว้นจิน นามว่าจินเกาฉาย(金高财)

มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างเกิดขึ้น จนทำให้ข้าต้องติดอยู่กลางป่าหลายวัน จนหนีมาอยู่ตรงเส้นทางนี้ได้ ไม่คิดว่าจะใกล้กับอาณาเขตของพรรคหยิ๋นมี่พอดี ตัวข้าชั่งโชคดียิ่งแล้ว"

เมื่อองค์ชายเก้าแนะนำตนว่าเป็นผู้ใดมาจากไหน ทั้งหมดก็ถวายพระพรตามมารยาทที่ควรจะทำ จากนั้นท่านอาก็พูดขึ้นมาอีกรอบ

"องค์ชายเก้าไม่ต้องทรงเป็นกังวล เมื่ออาการของท่านหายเป็นปกติแล้ว เราพรรคหยิ๋นมี่ย่อมส่งเสด็จให้ถึงพระราชวังแคว้นจินอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนใดๆ"

เฟิงหยูกล่าวกับองค์ชายเก้า ภายในหัวนั้นคิดว่าคงจะดูถูกความสามารถขององค์ชายน้อยผู้นี้ไม่ได้เสียแล้ว ขนาดถูกตามล่าสังหารจนติดอยู่กลางป่าหลายมาวันถึงเพียงนี้ แต่กลับเจ็บป่วยเพราะพิษไข้เท่านั้น

เห็นทีรึจินหวงตี้ที่แสดงความร้อนใจผ่านทางสารขอความช่วยเหลือที่พวกเขาได้รับเมื่อไม่กี่วันก่อน คงจะยังไม่รู้กระมังว่าพระโอรสของตนมีความสามารถมากเพียงใด

"เจ้าดูทีท่าของท่านอาเจ้าเถิด รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกถึงที่มาทีไปขององค์ชายน้อยผู้นี้ ก็ยังแสร้งทำเป็นไขสือ ถามโน่นนั่นนี่"

เซียงฮวาที่ได้ยินเฮยหลิงกล่าวเช่นนั้นก็รู้สึกว่ามันเป็นคำชม จึงกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ พลางกล่าวตอบ

"ของอย่างนี้มันถ่ายทอดทาง DNA กันได้ เผื่อเจ้ายังไม่รู้"

"เหอะ! ข้าว่าอย่างเจ้ามันน่าจะถ่ายทอดมาทางจิตวิญญาณเสียมากกว่า...แล้วนี่เจ้าจะบอกองค์ชายน้อยผู้นี้หรือไม่?ว่าโดนวางยาพิษสะสมในร่างกายมานานเป็นแรมปีแล้ว"

"ไม่ต้องบอกก็ได้มั้ง เขาคงรู้อยู่แล้วว่าฮองเฮาใจยักษ์ผู้นั้นหวังจะฆ่าเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...

ราชวงศ์นี้หนอราชวงศ์นี้ ทั้งพี่ทั้งน้องล้วนให้ชาวเราช่วยเหลือเกื้อกูลทั้งสิ้น"

เรื่องพิษเอย วางยาเอย ลอบสังหารเอย เซียงฮวาย่อมรู้มาจากตำราชะตาคาด 

ที่ร่างขององค์ชายน้อยมานอนสลบไสลอยู่ตรงนี้ ส่วนหนึ่งเลยมันก็มาจากการที่พิษสำแดงผลขึ้นมาเท่านั้น 

ซึ่งก็เป็นเซียงฮวาเองที่ใช้พลังบุบผาในชำระล้างพิษต่างๆในร่างกายให้ คงเหลือไว้เพียงแค่พิษไข้ในร่างกายเท่านั้น ที่ให้หมอประจำพรรคเป็นคนจัดการ

เมื่อคิดถึงมาถึงตรงนี้ นางก็มองไปรอบๆห้องเพื่อสำรวจสีหน้าท่าทางของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไรบ้าง จนไปสะดุดอยู่ที่ท่านอาที่มองมาทางนางอยู่ก่อนแล้ว

 หัวคิ้วเข้มพาดเฉียงยกสูงเป็นเชิงถามว่าเจ้าเป็นอันใดหรือไม่? เพราะเขาเห็นนางเดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวขมวดคิ้ว เดี๋ยวเดียวพยักหน้าอยู่คนเดียวมาได้สักพักหนึ่งแล้ว

เซียงฮวาที่เผลอโป๊ะแตก ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเป็นการบอกว่าไม่มีอันใด 

แต่ในใจนั้น

"หากเจ้าชวนข้าคุยในที่สาธารณะอีกละก็..."

-_-

.

.

หลังจากที่ได้แนะนำตัวให้องค์ชายเก้าได้รู้จักกันโดยถ้วนทั่วแล้ว ท่านอาก็สอบถามอีกเพียงสองสามประโยค จากนั้นก็ได้พาทุกคนออกจากห้องมา เพื่อที่จะได้ให้คนป่วยอย่างจินเกาฉายได้พักผ่อน

ท่านอานั้นขอตัวไปทำธุระก่อน แถมก่อนจากยังบอกให้จื่อเจี่ยนเฉิงและจื่อเหมยฮวามาเล่นที่นี่ได้ตามสบายอีกด้วย 

ท่าทีที่ปฏิบัติต่อบิดาและลูกนั้นช่างต่างกันลิบลับเสียจนเซียงฮวานึกขำอยู่ในใจ

"เจ้าดูเถิด เท่านี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่าที่ผ่านมามันคือการละเล่นแบบเด็กๆของสองพรรคนี้ทั้งนั้น...สงสัยว่างจัด คิๆๆๆ"

เซียงฮวาป้องปากกระซิบข้างหูของเฮยหลงในขณะที่เดินตามหลังสองแฝดเพื่อทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีในการส่งแขกกลับบ้าน

แต่เมื่อเหลือบตาไปเห็นแฝดด้านหน้ามีท่าทางที่ไม่ต่างจากพวกตนนัก นางจึงชี้นิ้วชวนเฮยหลงดู

"อุ๊นั่น!!ท่าทางเช่นนี้มันคือการนินทาระยะเผาขนอย่างแน่นอน"

กล่าวจบหูนางก็ผึ่งอย่างเต็มที่ว่าสองคนนั้นมีเรื่องอันใดให้พูดคุยกันจนคนนอกไม่สามารถรู้เรื่องนี้ได้

"พี่ใหญ่ ข้าบอกท่านแล้ว ว่าเรื่องของเด็กน้อยชุดขาวที่ท่านพ่อกำลังให้คนออกตามหาอยู่ อย่างไรก็ได้ผล"

เพื่อให้รอดจากการโดนบิดาทำโทษ เหมยฮวาจึงเล่าเรื่องบางส่วนที่เกิดขึ้นมาเมื่อวานนี้ให้บิดาตนเองได้ฟัง ว่าพวกตนแท้ที่จริงแล้วกำลังช่วยบิดาออกตามหาเด็กสาวอายุไม่เกิน 12 ขวบ ใส่ชุดและมีกำบังเป็นหมวกสีขาวอยู่ 

แต่โชคทั้งดีและร้าย กลับเจอเด็กชายคนหนึ่งนอนสลบอยู่ข้างทาง จนต่อมาก็มีเด็กผู้หญิงชุดขาวจากพรรคหยิ๋นมี่มาปรากฏอยู่ข้างหลังตน และได้ช่วยเด็กชายผู้นั้นกลับพรรคไป

ซึ่งมันก็ได้ผลยิ่งนัก เมื่อวันต่อมานางก็ได้รับอนุญาตจากบิดาให้มาเยี่ยมคนป่วยที่นี่ และได้ทำการนัดแนะพวกตนสองคนให้ทำอันใดบางอย่างด้วย

"แต่นี่จะไม่เป็นการโกหกท่านพ่อหรือ? อีกอย่างคนชุดขาวที่ว่าก็ไม่ใช่นางเสียหน่อย"

แฝดพี่พูดขึ้นมาบ้าง เมื่อแฝดน้องตอบกลับมาอีกประโยค ในใจก็เริ่มเห็นด้วย

"แล้วเมื่อวานนี้นางไม่ได้ใส่ชุดสีขาวอยู่หรืออย่างไร นี่มิใช่การโกหกพกลมอะไรทั้งสิ้นนะพี่ใหญ่"

เมื่อเห็นพี่ใหญ่ของนางพยักหน้ารับนางจึงกล่าวต่อ

"และเพลานี้เรามาหาทางชวนนางออกจากพรรค เพื่อไปให้ท่านพ่อได้ดูตัวก่อนมันจะย่ำค่ำเถิด"

ท่าทางของเด็กทั้งสี่คนที่คนในพรรคได้เห็นจากภายนอกคือ เซียงฮวาที่กำลังเดินย่องๆ แล้วเอามือป้องที่หูของตนเองเป็นเชิงแอบฟังอย่างเปิดเผยว่าเด็กชายหญิงด้านหน้ากำลังกระซิบกระซาบสิ่งใดกันอยู่ เรียกสายตาเอื้อเอ็นดูของคนที่พบเห็นได้ไม่น้อย 

แม้แต่เฮยหลงที่นับว่ารู้จักเซียงฮวามาเกือบทั้งชีวิตเช่นกัน ก็ยังอดขำกับกิริยานี้ของนางแทบทนไม่ไหว

ผิดกับเซียงฮวาที่คนอื่นมองว่าท่าทางของนางน่าขบขัน แต่ในสายตาของนางแล้ว เรื่องนี้มันคือปัญหาระดับชาติที่นางควรแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆต่างหาก

ตาลุงนั่นกำลังตามหาเรา!!!

.

.

.


หายไปหนึ่งวัน//โทษทีคร้า พอดีว่าต้องอับ 20+ของเรื่องอื่น

แล้วก็..ตัวละครในเรื่องนี้ทุกตอนไม่ใช่ตัวละครใช้แล้วทิ้งเน้อ 

พวกเขาในตอนนี้จะเป็นเดอะแก็งค์ในอนาคตกันด้วยแหละ

Pandanus23233

2020年05月28日

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 411 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #46 pook1819 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 20:26
    น้องทำอะไรก็ดูน่ารักเสมอ เน้อเน้อเน้อ
    #46
    1
    • #46-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 20)
      28 พฤษภาคม 2563 / 20:31
      ขอบคุณคร้า
      #46-1
  2. #45 benjy_noii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 20:12
    จะทำยังไงต่อไปละ ฮวาน้อยยย
    #45
    1
    • #45-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 20)
      28 พฤษภาคม 2563 / 20:31
      นั่นสิๆ
      #45-1