บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 18 : เอาไว้สร้างรังรักของเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 501 ครั้ง
    25 พ.ค. 63

ยามไฮ่(21.00-22.59)

พรรคหยิ๋นมี่ขึ้นชื่อในเรื่องของการฝึกฝนที่หนักและโหด สมาชิกส่วนมากล้วนเข้าพรรคมาตั้งแต่อายุยังน้อย ตัวเฮยหลงเองก็เช่นกันที่ได้กราบกรานรองประมุขพรรคเป็นอาจารย์ตั้งแต่ที่ตนวัยเพียงแค่ 4 ขวบ

การเป็นศิษย์ของผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างไซ่เฟิงหยูไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 

นอกจากจะตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อไม่ให้เสียหน้าอาจารย์แล้ว ยังคงต้องรักษาหน้าขององค์ชายรองแคว้นฝูไว้อีกด้วย ดังนั้นแล้วการฝึกของคนในพรรคที่ว่าหนักแล้ว ยังเทียบไม่ได้กับตัวเขาเอง

ตั้งแต่เช้ายันบ่าย เขาจะฝึกยุทธ์ร่วมกับสมาชิกพรรครุ่นเยาว์ทั้งหลาย หรือบางทีที่ท่านอาจารย์อยากจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาใหม่ๆให้ เขาก็ต้องแยกไปเรียนเดี่ยว

ตกดึกก็จะเรียนการใช้พลังธาตุกับท่านประมุขพรรค สลับกับการเรียนคาถาลับของพรรคที่ท่านอาจารย์เป็นผู้ที่ถ่ายทอดให้โดยตรง

พอจะเข้านอนแล้วก็ควรที่จะเป็นเวลาพักผ่อนร่างกาย แต่เขาก็ยังต้องอ่านตำรา ฝึกคัดอักษรต่างๆจนย่ำรุ่ง เรียกได้ว่าเวลานอนจริงๆของตัวเขาในแต่ละวันแทบไม่ถึงวันละสองชั่วยามเลยด้วยซ้ำ

แต่เจ้าตัวก็คงคิดว่าตนเองยังยุ่งไม่พอ เพราะยังหาเวลาว่างไปเข้าครัวทำอาหารพิชิตใจสาวน้อยในวัยเดียวกันกับตนเองอีก

แสงไฟสลัวๆที่มีมาตามทางเดินขึ้นเรือนทำให้เห็นรอยยิ้มบางเบาของเจ้าตัวที่กำลังนึกถึงสาวน้อยในวัยเดียวกันกับตน ซึ่งนางก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการผลักดันให้เขาต้องฝึกหนักถึงเพียงนี้

เมื่อพูดถึงเรื่องเข้าครัว ก็นึกถึงอาหารมื้อเย็นที่ตนเป็นคนทำ แล้วให้สาวใช้ในพรรคนำมาส่งให้ถึงเรือนนี้ ก็ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากนางหรือไม่

ร่างที่สูงใหญ่กว่าเด็กสิบขวบทั่วไปหยุดเท้าอยู่ที่หน้าห้องของนาง มือกำลังจะเคาะไปที่ประตูแต่ก็ต้องชักมือกลับมาเสียก่อน

พรุ่งนี้ค่อยกล่าวถามก็แล้วกัน ดึกดื่นป่านนี้นางคงจะเข้านอนแล้ว

เมื่อตัดใจเดินผ่านหน้าห้องของนางไปได้แล้ว เท้าที่กำลังจะก้าวอยู่เป็นอันต้องหยุดชะงัก เพราะห้องที่เป็นห้องริมสุดซึ่งห่างจากห้องของนางอยู่พอสมควรอย่างห้องเขานั้นมีอะไรวับๆแวม เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่อยู่ที่หน้าห้องไปมา

แต่เมื่อสังเกตุให้ดีแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วเดินไปที่จุดนั้น เสียงราบเรียบกล่าวถาม

"ทำอันใดของเจ้ากัน?"

เฮือก!!!

เสียงตกใจร้องดังเฮือกของนางทำให้เฮยหลงหน้าเสียเล็กน้อย

"ข้าขออภัย ตกใจมากหรือไม่?"

เซียงฮวาที่ยังอยู่ในอารามตกใจ มือน้อยทาบทับไปที่อกราวกับกำลังปลอบประโลมหัวใจดวงน้อยๆด้วยไออุ่นจากฝ่ามืออย่างไรอย่างนั้น

"ตกใจหมดเลยเฮยหลง เหตุใดจึงมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง...นี่ เปิดห้องสิ ไปคุยกันด้านใน"

เซียงฮวาร้องบอกเสียงเบาแล้วทำท่ามองซ้ายมองขวาว่าจะมีผู้ใดอาจจะมาเห็นภาพลับๆล่อๆนี้ของตนหรือไม่ มือจับแขนเฮยหลงที่ตอนนี้มือนางกำได้ไม่รอบแล้ว เร่งเร้าให้เปิดประตูห้องตรงหน้าเสียที

"เจ้าเป็นสตรีจะเข้ามาในห้องของบุรุษได้อย่างไรกัน!!!"

เฮยหลงร้องเสียงเบา ท่าทีไม่ยินยอมง่ายๆฉายชัดออกมาทางท่าทางของเขา หลบตัวออกจากการจับที่แขนของเซียงฮวาอย่างต้องของร้อน เมื่อได้ยินประโยคขอเข้าห้องของนาง

"งั้นไปห้องข้าแทน" 

เมื่อเฮยหลงหลบดีนัก นางจึงได้ดึงแขนของคนผู้นี้มาที่ห้องของนางแทน จนเฮยหลงต้องรีบสบัดอีกรอบหนึ่ง แล้วรีบวิ่งหนีเซียงฮวาเข้าห้อง เพื่อจะได้เลื่อนประตูแล้วลงดานหนีนางไปเองแทน

"นี่หยุด!!" มือเล็กชี้ไปที่ด้านหลังของคนที่จับบานเลื่อนห้องไว้ แล้วกล่าวสั่งให้หยุด

"เหงื่อเริ่มออกแล้วนะ มิได้อยากจะเล่นหนังอินเดียก่อนเข้านอนเข้าใจหรือไม่? เอาไว้วันอื่นเนาะ!! เดี๋ยวพี่สาวจะเล่นเป็นเพื่อน"

ได้ผลชะงัด เมื่อวาจาที่แฝงน้ำเสียงจริงจังของนางดังไล่หลังเขามา จึงได้เลื่อนบานประตูแล้วผายมือเชิญนางเข้ามาด้วยตนเองเลย พลางคิดในใจ

ก็คงที่กว่าให้เขาเข้าห้องนางกระมัง หากอาจารย์รู้เข้า จะเข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไรอีก นอกจากว่าเขาแอบเข้าของนาง

เมื่อคำนวนถึงผลได้ผลเสียแล้วเขาก็เลื่อนบานประตูปิดไว้ดังเดิมแล้วหันหลังกลับมา ไม่ได้ขยับตัวไปไหนอีก

เซียงฮวาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกร้องไห้ไม่ได้ หัวเราะไม่ออก เมื่อเด็กชายที่ยืดกอดอกอยู่ตรงประตูราวกับกลัวว่านางจะขืนใจเขาอย่างไรอย่างนั้น

"นี่เฮยหลง" เรียกเสร็จนางก็มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วไล่ไปเท้าจรดหัวอีกรอบหนึ่ง

"คือ...ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะทำอันใดเจ้านะ เราทั้งคู่ต่างยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่พอ"

มือเล็กจับไปที่หน้าอกอันแบนราบของตนเอง จนคนมองอย่างเฮยหลงต้องเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างกระดากอายแทน

"โอเค้...ไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้า ของฟรีสำหรับเซียงฮวานั้นไม่มีในโลก" ก่อนจะผายมือไปยังโต๊ะกลางห้อง แล้วตนก็ก้าวเข้าไปนั่งก่อน โดยมีเฮยหลงเดินตามมาทีหลัง

"พรุ่งนี้เจ้าแพลนไว้ว่าจะทำอันใดบ้าง?"

"เมื่อวานข้าได้ขอท่านอาจารย์หยุดหนึ่งวันเพื่อที่พรุ่งนี้จะได้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกับเจ้า"

เซียงฮวาพยักหน้ารับ แล้วพูดถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันที่ท่านอากล่าวกับตน

"ท่านอาบอกว่าไม่ให้ข้ามาที่พรรคนี้อีก หากไม่จำเป็น"

เฮยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว ส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงไม่เข้าใจ

"เอาเป็นว่าข้าแค่บอกให้เจ้ารับรู้ไว้ก็พอ คืนนี้เลยมาถามเจ้านะ ว่าวันพรุ่งเจ้าว่างหรือไม่"

เซียงฮวาหยักไหล่เล็กน้อยแล้วกล่าว "แต่ในเมื่อเจ้าแพลนไว้แล้วว่าจะเทเวลาของเจ้าในวันพรุ่งนี้ให้ข้า งั้นข้าเอาไว้พูดพรุ่งนี้ทีเดียวเลยแล้วกัน"

ยามแรกที่นางคิดจะมาเคาะห้องเฮยหลงเพราะว่ามีเรื่องหลายๆเรื่องจะพูดคุยด้วย เพราะนางเองก็รู้ว่าตารางฝึกของเฮยหลงนั้นแน่นมากจนนางเกรงว่าจะไม่มีเวลาได้เจอแล้วนัดคุย จึงได้แอบมาทำลับๆล่อๆตอนกลางดึกเช่นนี้

"เช่นนั้นก็ดี ว่าแต่ว่า...อาหารมื้อเย็นเป็นเช่นไรบ้าง?"

เซียงฮวายิ้มรับเต็มใบหน้า "กะไว้แล้วเชียวว่าเจ้าต้องเป็นผู้ปรุงมันขึ้นมา... อย." พร้อมกับยกนิ้วโป้งทั้งสองมือขึ้นมาชูให้เฮยหลงด้วย

"อายา หรือ? อายาฮาซือโยว ใช่หรือไม่?"

เซียงฮวาส่ายหน้า " อย. อาหย่อย "

เฮยหลงยังคงทำสีหน้างุนงง เซียงฮวาจึงจิ๊ปากคล้ายขัดใจเล็กน้อย "รสชาติไม่เลวเลย"

.

.

เช้าวันต่อมา

"ม้าตัวนี้เล็กสุดแล้วใช่หรือไม่?"

เซียงฮวากล่าวถามผู้ดูแลม้าที่กำลังเช็คความเรียบร้อยของม้าอยู่ 

"ขอรับคุณหนู"

ยามแรกนางอยากจะชวนเฮยหลงไปเดินตลาดด้วยกันก่อน แต่คิดอีกทีเดี๋ยวต่อไปก็จะไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว ก็ควรจะต้องทำกิจกรรมอะไรก็ตามที่ในเมืองหลวงแคว้นฝูไม่สามารถทำได้อีก จึงได้เปลี่ยนแผนแล้วชวนเฮยหลงไปขี่ม้าที่ป่าด้านหลังอาณาเขตของพรรคหยิ๋นมี่แทน

วันนี้ท่านอากับท่านประมุขไปทำธุระด้วยกันอีกแล้ว นางจึงได้ไปขี่ม้ากันเพียงแค่สองคนกับเฮยหลง ทิ้งให้อาเมี่ยวและผู้ติดตามทั้งหลายไว้ที่พรรค โดยให้เหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว  

องครักษ์พวกนั้นดูรับคำเป็นอย่างมาก แต่เชื่อเถอะว่ายังไงก็ต้องแอบตามมาอย่างลับๆอยู่ดี

ในโลกก่อนนางคุ้นเคยกับวงการกีฬาเป็นอย่างยิ่ง ขี่ม้าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคย มาในโลกนี้นางจึงแกล้งไม่เป็นแล้วให้ท่านอาสอนเพียงเล็กน้อย 

แต่เขาว่ากันว่าอยากขี่ม้าเป็นต้องตูดแตกก่อน นางก็ไม่อยากบอกท่านอาเสียด้วยสิว่าตนตูดยังไม่แตกนะ แต่ที่เป็นเร็วเพราะว่าพรสวรรค์ล้วนๆ

แต่ตามจริงแล้วถึงจะมีประสบการณ์ในโลกเดิมมากเพียงใด มันก็ไม่สามารถเอามาใช้กับโลกนี้ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นอยู่แล้ว อย่างเช่นในตอนนี้ที่นางกำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกมาเพื่อรอให้ใครสักคนมาอุ้มนางขึ้นบนหลังม้าตัวนี้

พรึบ!!!!

องครักษ์เงาผู้หนึ่งออกมาอุ้มเซียงฮวาขึ้นไปบนหลังม้าอย่างเบามือ เมื่อนางนั่งได้อย่างมั่นคงแล้ว นางก็ทำเป็นก้มไปชิดกับม้าและลูปแผงคออย่างทำความคุ้นเคย 

แต่แท้ที่จริงแล้วนางแอบเสกบุบผาชนิดหนึ่งออกมา โดยฤทธิ์ของมันคือการทำให้ม้าสงบใจ และไม่ตื่นตกใจง่ายตามสัญชาตญาณของมัน

เมื่อเรียบร้อยแล้วก็หันมากล่าวกับเฮยหลงอย่างหยอกล้อ

"เจ้าต้องรีบโตเร็วๆนะ จะได้อุ้มข้าขึ้นม้าลงม้าได้"

กล่าวจบก็ออกตัวนำไปก่อนเฮยหลงอย่างไม่รีรอใดๆ

บรรยากาศป่าด้านหลังของพรรคดีมาก บริสุทธิ์เสียจนต้องชะลอม้าลงให้ก้าวเหยาะๆ เพื่อจะได้สูดเอาออกซิเจนที่ดีเข้าปอดเลยทีเดียว

เฮยหลงที่ขี่ม้าตามมาด้านหลังก็ให้แปลกใจ"หน้าตาเจ้าดูมีความสุขยิ่งนัก"

เมื่อเสียงที่คุ้นเคยดังอยู่ด้านข้าง เซียงฮวาก็ลืมตาขึ้นมา ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ย

"เจ้าไม่เคยสูดหายใจแล้วรู้สึกว่ามันไม่ทั่วปอดละสิ"

"ปอดหรือ?"

"อ่ะ...ยังไม่ได้เรียน!

ปอดก็อยู่ตรงทรวงอกนี่ไง หายใจเข้า ฟื้ดดด เป็นออกซิเจน หายใจออก อ้าาา เป็นคาร์บอนไดออกไซด์...ว่างๆเจ้าก็หาตำราแพทย์มาอ่านบ้างเล่า ด้านการปกครองก็ให้เสด็จพี่เจ้าศึกษาไปเถิด "

เฮยหลงพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เขายังมีอีกหลายเรื่องเลยทีเดียวที่ต้องศึกษา พลันก็มีเรื่องที่คิดขึ้นได้ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อคืน

"เมื่อคืนเจ้ากล่าวว่า ท่านอาจารย์ห้ามไม่ให้เจ้ามาที่นี่อีกหรือ?"

"ใช่!!ท่านอาอ้างเหตุผลความปลอดภัยนั่นนี่ บลาๆๆ ข้าก็ขี้เกียจจะถามซอกแซกอันใดอีก"

"แล้วเจ้าโกรธหรือไม่?"

เซียงฮวาหันไปมองหน้าเฮยหลงแวบหนึ่งแล้วหันไปมองทางข้างหน้าต่อ

"ไม่มีอันใดที่จะต้องโกรธ...เพราะในอนาคตของข้าก็ไม่มีอันใดที่จะต้องข้องเกี่ยวกับที่นี่อยู่แล้ว 

เจ้าเองก็เถอะ!!!ต่อไปก็ต้องเข้าสำนักศึกษากลาง อีกไม่นานก็ต้องรับตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ของแคว้น ราชสำนักกับยุทธภพ อย่างไรเสียน้ำบ่อก็ไม่ยุ่งกับน้ำคลองอยู่แล้ว"

กล่าวจบก็หันมองคนที่ขี่ม้าอยู่ด้านข้างอีกครั้งหนึ่ง

"แต่งข้าไปเป็นพระชายานะ รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง หึๆๆๆๆ"

เฮยหลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าไปมาแล้วกล่าวงึมงำๆ  "เจ้าไม่เปลี่ยนใจเท่านั้นก็เป็นพอ"

"ว่าอย่างไรนะ!เจ้าพูดเบาไป มิได้ยินเลย"

ถามเฮยหลงอีกรอบ พร้อมกับเอามือป้องไว้ที่หู

"ข้าได้ข่าวมาจากท่านอาจารย์ว่าเจ้าซื้อที่ดินแถบกำแพงเมืองหรือ?"

เมื่ออีกคนหนึ่งเปลี่ยนเรื่องพูด นางก็ทำปากยู่เข้าด้วยกันนิดหน่อย พลางกล่าวตอบ

"ข้าก็ซื้อเอาไว้สร้างรังรักของเราอย่างไรเล่า!!"

ตุบ!!!

เสียงหล่นจากที่สูงของอะไรบางอย่างหล่นลงมา เป็นองครักษ์เงาของเซียงฮวานั่นเองพวกเขาต่างคิดในใจ

คุณหนูของพวกเขา วาจาเช่นนี้ก็ยังกล้ากล่าวออกมาโดยหน้าไม่เปลี่ยนสีสักนิดเดียว

.

.

.

Pandanus23233

2020年05月25日





 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 501 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #228 manbigbang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 11:32
    ห้ามเปลี่ยนใจนะเราไม่อยากกินมาม่า
    #228
    1
    • #228-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 18)
      31 สิงหาคม 2563 / 11:57
      ไม่ม่าหรอกก5555
      #228-1
  2. #178 Phen Laphaslada (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 22:29
    องค์รักษ์ต้องการรถพยาบาลด่วนนนน
    #178
    0
  3. #100 Mameaw555 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 22:58
    เกี้ยวต่อไปใครจะมาอย่าไปสนใจ
    #100
    0
  4. #84 Zonongsa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 19:52
    อร้ยยยยย
    #84
    0
  5. #61 Duan_1211 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 19:23
    ฉันชอบความเปิดเผยนี้จริงๆ
    #61
    0
  6. #43 pook1819 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:26
    น้องเปิดเผยและฮาแบบทั่วถึง555
    #43
    0
  7. #40 TuntitaJ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 15:00
    ฮากับน้อนจริงๆ 55
    #40
    1
    • #40-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 18)
      26 พฤษภาคม 2563 / 15:03
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
      #40-1
  8. #39 wwwiisaaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 21:30
    555555555555 ถ้านี่เป็นแผนดักองครักษ์เงาคือสำเร็จ 100%
    #39
    2
    • #39-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 18)
      25 พฤษภาคม 2563 / 21:32
      จิตใจบอบบางแพ้ง่าย
      #39-1