บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 16 : เขาบอกว่าข้าควรกลับบ้านไปนอนกอดแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 524 ครั้ง
    7 พ.ย. 63

เช้าวันต่อมา

"เจ้ารอง ตื่นเต้นที่จะได้เดินทางถึงขั้นนอนไม่หลับเลยหรือ เหตุใดจึงได้ขอบตาดำคล้ำเช่นนั้น!"

จางซิ่วลี่กล่าวถามเซียงฮวาด้วยน้ำเสียงและแววตาดุเล็กน้อย

"ก็มิมากเจ้าคะ มิมาก แต่ร่างกายของคนเรานะเจ้าคะท่านแม่ 

เมื่อจะต้องเจอเรื่องอันใดที่แปลกใหม่ มันจะหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาเจ้าค่ะ 

มันแบ่บว่า...จะทำให้ตื่นตัว หรือบางทีจะมาในรูปแบบของอาการปวดหนักได้เจ้าคะ คิๆๆๆๆๆ"

เซียงฮวากล่าวบอกท่านแม่ของตนพลางปิดปากหัวเราะคิดคักในตอนสุดท้าย ที่เห็นสีหน้ามารดาของตนราวกับอยากจะตีนางนัก แต่ก็รู้สึกเอ็นดูเกินกว่าที่จะตีได้เช่นกัน

อาจารย์หวางที่ครั้งนี้เดินทางไปด้วย อมยิ้มเล็กน้อย และขอถือวิสาสะกล่าวเร่ง เมื่อได้เวลาเดินทางแล้ว สองแม่ลูกจึงได้กล่าวร่ำรากันเพียงเท่านั้น

อย่างที่บอกว่าท่านอามักจะมารับนางไปเล่นที่พรรคหยิ๋นมี่ทุกสามเดือน หากครั้งใดที่ท่านอาไม่ได้มารับด้วยตนเอง ก็จะจัดขบวนผู้คุ้มกันชุดใหญ่ทั้งในที่ลับและที่แจ้งมารับนางแทน

แต่ครั้งนี้พิเศษตรงที่อาจารย์หวางจะเดินทางกลับพรรคด้วย ขบวนการคุ้มกันในครั้งนี้ถึงได้บางตากว่าทุกครั้ง แต่ก็มิมีอันใดให้น่าเป็นห่วง เพราะแค่อาจารย์หวางผู้เดียว ก็ล้มคู่ต่อสู้ได้เป็นสิบ ต่อการโจมตีเพียงครั้งเดียวแล้ว

พรรคหยิ๋นมี่สาขาใหญ่ตั้งอยู่ที่แคว้นเหลียง ซึ่งแคว้นเหลียงเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อในด้านการเป็นฐานที่ตั้งของสำนักยุทธ์และสำนักศึกษา หากนางนางพลาดจากการเข้าสำนักศึกษากลาง นางก็ยังสามารถเลือกเข้าสำนักอื่นๆได้อีกมากมาย

เห็นทีรึไปครั้งนี้ นางคงต้องเซอร์เวย์อย่างจริงจังหน่อยเสียแล้ว อยู่พรรคหยิ๋นมี่มาหลายปี นางก็รู้สึกเบื่อเช่นกันหนา

การเดินทางในแต่ละครั้งกินเวลาประมาณ 9-10 วันสำหรับรถม้า แต่สำหรับผู้เยี่ยมยุทธ์แล้ว เพียงสามวันก็รู้สึกว่าเวลาเหลือเฟือ

หลายวันผ่านไปของการเดินทางที่เงียบสงบ เป็นอันต้องหยุดชะงักในกลางดึกคืนหนึ่ง เมื่อมันกลายเป็นไม่เงียบสงบอีกต่อไปแล้ว

มีเป้าหมายอยู่ในระยะไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมนี้ 10 ลี้

*(1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร)

เมื่อเซียงฮวาได้ยินดังนั้นก็หยิบชุดสำหรับปฏิบัติการในทันที ไม่นานร่างเล็กก็เคลื่อนย้ายกายออกจากโรงเตี๊ยมนี้โดยไม่มีองครักษ์ผู้ใดสังเกตุเห็นแม้แต่น้อย โดยก่อนไปนางไม่ลืมที่จะร่ายเวทย์มายาสร้างภาพลวงตาของตนว่ากำลังนอนอยู่ที่เตียงด้วย

.

.

"โอ้ย...อ้ากกกก"

เสียงร้องอันเจ็บปวดของชายร่างสูงผู้หนึ่งร้องดังลั่นไปทั่วป่าผืนนี้ น้ำเสียงแสดงชัดถึงความเจ็บปวดเหลือแสน ในใจรู้สึกเจ็บแค้นเหลือจะกล่าว

"พอเถอะ...ข้ายอมแล้ว" แม้ในใจจะไม่ยินยอมก็ตาม

"อย่าได้กล้าหือกล้าอือกับข้าอีก จำไว้!!!"

ถึงแม้เสียงนั้นจะหายไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดในหัวใจของตนยังคงไม่หายไปไหน พลางคิดในใจว่าหากตนหาวิธีเอาออกไปได้ ตนจะไม่ลังเลที่จะเอาเจ้านี้ออกไปจากหัวใจให้ได้เลย

'เจ้านี่' ที่คนผู้นี้พูดถึงก็คือ อดีตหัวหน้าประมุขพรรคจื่อถาน ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของประมุขพรรคมารจื่อถานในปัจจุบัน หรืออีกนามหนึ่งในชื่อ จื่อหลีเฮย(紫黎黑)

ใช่แล้ว!!ชายผู้ร้องเจ็บปวดโหยหวนอยู่กลางป่าในยามนี้เองก็คือหลีเฮย ศัตรูที่คอยขัดแข้งขัดขาของท่านอาของเซียงฮวานั่นเอง

ด้วยความเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ แม้ว่าตอนนี้จะนอนหายใจอย่างระทวยอยู่ก็จริง แต่ก็ไม่ได้ลดการระวังตัวแต่อย่างใด เมื่อสัมผัสได้ว่ากำลังมีพลังงานสายหนึ่งเคลื่อนที่มายังตน ก็กลั้นใจฝืนตนเองแล้วลุกขึ้นนั่ง ชักกระบี่ออกจากฝักรอทันที

พรึ่บ!!!

"โอ้ๆๆๆ!!!" เซียงฮวาที่มาถึงที่หมายแล้วก็ร้องออกมาอย่างเสียงหลง เมื่อเจอเป้าหมายของตนเองชักอาวุธรอตนอยู่แล้ว จึงร้องถาม

"นี่ลุง!!!ยังไม่ได้กล่าวคำทักทายกันด้วยซ้ำ ก็ชักกระบี่ไว้รอกันแล้วหรือ หรือมันเป็นธรรมเนียมของที่นี่กัน"

หลีเฮยที่เห็นที่มาของพลังสายนั้นแล้วว่าเป็นเพียงคนชุดขาวผู้หนึ่งที่คลุมหมวกด้วยผ้าสีขาวปิดปังใบหน้าไว้ 

น้ำเสียงบ่งชัดว่าเป็นสตรี ส่วนความสูงนั้น ยังไม่ถึงครึ่งอกของเขาด้วยซ้ำ ก็ให้รู้สึกวางใจไปเปราะหนึ่งแล้วบ้าง

"ต้องการสิ่งใดจากข้า?" เสียงทุ้มกล่าวถามออกมาอย่างราบเรียบ

"ข้าหรือ?" เซียงฮวาชี้นิ้วเข้ามาที่อกของตนเองพลางถามเสียงสูง "หาได้ต้องการสิ่งใดจากลุงไม่?"

หลีเฮยสืบหายใจเข้าอกลึกๆ แต่ก็ต้องร้องโอดโอยออกมา เมื่อมันยิ่งทำให้หัวใจของเขายิ่งบอบช้ำยิ่งกว่าเดิม

"เพลานี้ข้าไม่ได้มีอารมย์สุนทรีย์พอที่จะเล่นสนุกกับเจ้าหรอกหนา กลับบ้านไปนอนกอดแม่เถอะไป!!!"

เซียงฮวาตาลุกวาว พลางจุ๊ปากไปมา "ชอบจริงๆเลยเชียวคนที่ต่อปากต่อคำเก่ง นี่!เดี๋ยวว่างๆข้าจะแนะนำให้รู้จักคนหนึ่งนะ..."

"อะแห่ม! เมื่อใดจะเริ่ม"

คนร้อนตัวกล่าวเตือนเซียงฮวาขึ้นมาจนนางต้องหยิบตำราชะตาคาดขึ้นมาเพื่อเริ่มการทำงานกับลูกค้ารายใหม่ของนาง

"ขอถามนามของท่าน?"

"เหตุใดข้าต้องตอบเจ้าด้วย!!"

ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้าของนางเริ่มขมวดคิ้วขึ้นมา เมื่อคนตรงหน้าตนยังคงพยศอย่างคงเส้นคงวา

"จองหอง!!! เมื่อไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ ข้าก็แค่ถามเพื่อขอรับการยืนยันอีกรอบเท่านั้นละ"

เมื่อสบถคำด่าออกมาแล้วเซียงฮวาก็อ่านเนื้อความที่ปรากฏขึ้นมาในตำรา

"จื่อหลีเฮย ประมุขพรรคมารจื่อถานคนปัจจุบัน...เนี่ย!! เห็นหรือไม่ ไม่ต้องถามท่าน ข้าก็รู้ได้เอง และต่อไปนี้ข้าจะไม่ถามผู้ใดอีกแล้ว ทำให้มันเสร็จๆไปได้เลยยิ่งดี"

"ที่แท้เจ้าก็คือมือสังหารใช่หรือไม่?" หลีเฮยยกดาบขึ้นมาแล้วชี้ไปที่ใบหน้าของคนชุดขาว แต่เซียงฮวากลับไม่สนใจ และยังเริ่มอ่านข้อความต่อไป

"เมื่อ 10 ปีก่อน ได้ทำการแย่งชิงตำแหน่งประมุขพรรคของพี่ชายตนเองมา 

ระหว่างการต่อสู้กันในช่วงท่วงท่าสุดท้ายได้ทำการแลกดาบกันจากตรงหัวใจสู่หัวใจ เป็นเหตุให้ประมุขพรรคคนก่อนเสียชีวิตลง ดวงวิญญาณเสียหายจนแตกเป็นเสี่ยงๆแต่อีกหนึ่งคนกลับรอดแทน

แต่ก็โชคร้ายที่เศษเสี้ยวสุดท้ายของดวงวิญญาณประมุขพรรคคนก่อนได้มาสิงสถิตอยู่ในหัวใจของจื่อหลีเฮยผ่านทางดาบที่เป็นของวิเศษณ์จากแดนปีศาจ เป็นเหตุให้จะเจ็บปวดที่ใจดั่งถูกไฟแผดเผาทุกครั้งหากมีการโดนกระตุ้น..."

เซียงฮวาหยุดอ่าน และมองหน้าคนที่ทำตาโตมองตนอย่างยากที่จะเชื่อ

"แบ่บว่า...เค้าแทงลุงที่หัวใจ แล้วก็กลายมาเป็นปรสิตอยู่ในนี้ใช่หรือไม่...เนี่ย!!!เค้าcreateดีนะ"

"ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นล้วนไร้ลมหายใจกันไปจนสิ้นแล้ว แต่เหตุใดเจ้าจึงรู้?"

เซียงฮวายักไหล่แล้วกล่าวตอบ "ก็อ่านในตำรานี่ไง ลุงก็เห็นอยู่หนิ แต่ถามจริงๆนะ ถ้ามันทรมานขนาดนั้นเหตุใดจึงไม่ตายๆไปให้มันจบๆไปเลยล่ะ จะได้ไม่ต้องทรมาน"

หลีเฮยที่รู้ว่าตอนนี้เศษเสี้ยววิญญาณในหัวใจของตนคงได้หลับใหลไปแล้วจากการใช้พลังบีบรัดหัวใจเขา จึงได้กล่าวออกมา

 "หากเจ้ารู้ว่าเจ้าจะมีทางรอดต่อไป เจ้าจะเลือกที่จะตายหรือไม่?"

เซียงฮวาก้มหน้าดูที่ตำราแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความที่ปรากฏจนจบในใจ แล้วเอ่ยถาม

"ต่อให้ต้องเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องโดนกระตุ้น ก็ยังจะทนใช่หรือไม่?

เชื่อจริงๆหรือว่าคนที่ดวงจิตแตกซ่านแล้วจะยังสามารถรวบรวมมาไว้ดังเดิมได้"

"ก็เพราะรู้ว่าไม่ได้อย่างไรเล่า ข้าถึงแสร้งทำตามให้มันไม่ต้องบีบเค้นหัวใจข้าอีกต่อไป"

เซียงฮวาพยักหน้ารับคำ แล้วเสกดอกไม้สวรรค์ที่มีหน้าที่ลดความร้อนของไฟได้เป็นอย่างดี แล้วปล่อยออกจากมือ ให้มันลอยไปที่ตำแหน่งหัวใจของหลีเฮย

เซียงฮวาที่เห็นหลีเฮยอาการดีขึ้นมาในถนัดตาก็กล่าวล้อ "เป็นเช่นไรล่ะ อึ้งกิมกี่ไปเลยสิท่า คิๆๆๆ"

"เจ้าทำได้อย่างไรกัน?"

หลีเฮยที่อาการหายลงไปเลยเป็นปลิดทิ้งก็ลุกขึ้นมาเต็มความสูง กล่าวถามอย่างนิ่งอึ้ง 

เนื่องจากเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ตนเองก็ใช้สารพัดวิธีเพื่อทำให้อาการเจ็บปวดนี้มันหายไปเสียที ถึงขั้นที่กักตนเพื่อฝึกวิชาให้ตนเองเลื่อนระดับ เผื่อจะต่อกรกับเจ้านั่นได้บ้างก็ทำมาแล้ว ไม่คิดว่าคนชุดขาวข้างหน้าตนจะทำให้มันหายได้เป็นปลิดทิ้ง

เซียงฮวายกมือขึ้นมาในท่วงท่าปางห้ามญาติ พร้อมกล่าววาจาที่ดับแสงสว่างในจิตใจของหลีเฮยไปหมด"ตำราบอกให้ข้าแค่ช่วยท่านบรรเทาอาการเท่านั้น สิ่งนี้จะยังคงอยู่ต่อไป แต่เชื่อข้าเถิด ท่านจะไม่ตายด้วยสิ่งนี้อย่างแน่นอน"

"แล้วหากครั้งหน้าข้าเจ็บปวดจากการถูกบีบรัดอีกเล่า เจ้านั่นมักจะสั่งให้ข้าออกมาตามหาดวงวิญญาณของมันตามในที่ต่างๆ หากข้าไม่ทำ ข้าเองก็จะมีสภาพเช่นนี้อีก"

เซียงฮวาพยักหน้ารับคำ 

"ตามความเห็นของข้าคือ ท่านก็แสร้งตามหาให้มันจบๆไปเถิด ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าหากเสียร่างเนื้อไปแล้ว วิญญาณจะกลับมาหลอมรวมกันได้อีกอย่างไรกัน หาใช่เทพเซียนไม่!! 

ส่วนเรื่องที่ครั้งต่อไป ข้าจะช่วยท่านอีกหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิตเถิด ขอลา"

พรึ่บ!!!

กล่าวจบนางก็หายวับไปในทันที

ที่แท้ตาลุงนี่ก็คือธุระของท่านอาเมื่อสองปีก่อนนี่เอง น่าชังนัก!!

.

.

.

Pandanus23233

2020年05月23日

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 524 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #35 Angel-Deva (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 22:27
    ขอถามไรท์ค่ะ อาจารย์น้องนี่ แซ่ หวาง หรือ หยาง งงค่ะ เห็นสลับไปมา
    #35
    1
    • #35-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 16)
      24 พฤษภาคม 2563 / 22:31
      หวางค่ะหวาง โทษทีค่ะ
      #35-1
  2. #30 pook1819 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 20:35
    บ๊ายบายลุง
    #30
    1
    • #30-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 16)
      23 พฤษภาคม 2563 / 20:38
      คิๆๆๆๆๆ
      #30-1
  3. #29 wwwiisaaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 19:19
    ทำไมมันแอบตลกแบบนี้นะ555555
    #29
    1
    • #29-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 16)
      23 พฤษภาคม 2563 / 19:24
      เบาๆเนาะ
      #29-1