บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 12 : ก็ไม่ได้แก่...แค่ผ่านมานาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 579 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

ชีวิตสำหรับสตรีชนชั้นสูงคงไม่มีอะไรมาก นอกจากการนับวันรอที่จะออกเรือนกับบุรุษที่ผู้อาวุโสในตระกูลเห็นพ้องแล้ว จึงปล่อยไปสู่จักรวาลพร้อมแล้วสำหรับการส่งประกวด

อย่างในซีรี่ย์อิงประวัติศาสตร์ ก็มีให้ดูถมไปที่จะดูตัวกันทั้งที ยังต้องอาศัยงานชมบุบผา งานชงชา งานตีคลี งานอะไรต่อมิอะไรมากมาย

บางคู่ พอแต่งงานกันไปแล้ว บางคนถึงเพิ่งเริ่มสานสัมพันธ์กันด้วยการไปช่วยกันเก็บผักบุ้งในทุ่งนาก็ยังมี คิดแล้วตลก

มาตอนนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองโชคดีหน่อย ที่ได้มาเกิดในยุคนี้ อย่างน้อยก็มีโอกาสให้ดูตัวกันมากกว่าที่ต้องอาศัยงานอะไรพวกนี้อีก

และคิดว่าสตรีในยุคนี้ก็คงเห็นชอบด้วยเช่นกัน ไม่งั้นคงไม่มีแต่คนนับวันรอกันเช่นนี้หรอก

เหตุใดน่ะหรือ?

ก็เพราะว่าไท่จื่อฝูจินหลงในวัย 13 พรรษา ได้ไปเป็นดวงอาทิตย์ดวงใหม่ยังสำนักศึกษากลางแล้ว พร้อมแล้วต่อการให้ดาวเคราะห์ทั้งหลายมาโคจรรอบตัว

แต่เพราะว่าดาวเคราะห์ที่สำคัญของระบบสุริยะจักรวาล มันก็มีไม่กี่มากน้อยใช่หรือไม่ ถึงได้เกิดการแข่งขันในหมู่สตรีอย่างเงียบๆกันเช่นนี้

แม้ว่าสำนักศึกษากลางจะไม่ได้รับศิษย์ในแต่ละปีเข้าเยอะถึงเพียงนั้น 

เนื่องจากว่าเป็นสำนักศึกษาที่ตั้งไว้ตรงจุดกึ่งกลางของแคว้น ฉะนั้นแล้วจุดประสงค์เลย ก็แน่แล้วว่าต้องเป็นบุคคลที่สำคัญของแคว้นและมากความสามารถ ถึงจะได้มีสิทธ์เข้ารับการศึกษาในแต่ละปีได้

แต่ต่อให้พลาดจากสำนักศึกษากลาง ในแคว้นเหลียงที่เป็นแคว้นแห่งเจ้าพ่อสำนักศึกษา ก็ยังมีสำนักยุทธ์ของทั้งบุรุษและสตรีอีกมากมายให้เลือกเข้า

เห็นหรือไม่ว่าเกิดมาในยุคนี้ก็ดีไม่เบา มีช่วงเวลาที่ให้ตัวเองเป็นฝ่ายลองเลือกดูได้บ้าง

พอพูดถึงตนเอง จะว่าไปแล้วก็เหลือเวลาอีกแค่วันเดียวเท่านั้น ตนก็จะ10ขวบเต็มแล้ว หากถามว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

คิดว่าไม่มากถ้าในด้านของพลังธาตุ เพราะว่าฝึกมาจะสองปีแล้ว นางเพิ่งอยู่ในขั้นที่สองตอนต้นเองเท่านั้น

แต่คิดว่าไม่น้อยเลยสำหรับพลังบุบผาของนางในตอนนี้

นั่นก็เพราะว่านางสามารถดึงพลังจากบุบผามาใช้ได้ จนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับร่างกายไปแล้ว

เวลาในการฝึกวิชาตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมานี้ของนาง ตอนเช้าเรียนศาสตร์ของสตรี ตอนบ่ายเรียนพลังธาตุ พอใกล้เช้าถึงได้มาฝึกใช้พลังบุบผา

เหตุที่มาฝึกใช้พลังบุบผาในช่วงเวลานี้ เป็นเพราะว่านางเกลียดคำว่านอนกินบ้านกินเมืองในภพก่อนที่โดนกรอกหูมาทุกเช้าค่ำยิ่งนัก

พอมาในพบนี้ พี่ใหญ่ที่ชอบทำอันใดให้เกินสิบอยู่เสมอ ก็บ้าคลั่งในการฝึกตนให้ไม่มีจุดด้อยจนต้องนอนดึกตื่นสายจนเคยชิน

ยิ่งเป็นการตอกย้ำไม่ให้นางเป็นเหมือนพี่ใหญ่เด็ดขาด นางก็เลยนอนตอนหัวค่ำ แล้วตื่นโครตเช้าแทน

"อืม ดูสิว่าวันนี้จะเรียนเรื่องอันใดดี?"

เซียงฮวาเมื่อพร้อมประจำที่แล้วในหัวก็คิดถึงช่วงนี้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

"อ่ะ!!!จริงสิ เมื่อวานตอนหัวค่ำ 'ความหัวถึงหมอนแล้วนอนได้ทันที' ของเรา มันแว่วๆมาว่าท่านแม่เหมือนจะแพ้ท้อง..."

เปราะ

"งั้นอันนี้...ที่รัก ดอกอะไรเอ่ยช่วยแก้อาการคนแพ้ท้องได้"

ทันทีที่ถาม 'ที่รัก' ของเซียงฮวาก็แสดงดอกไม้สวรรค์นานาชนิด ที่ช่วยในการลดอาการแพ้ท้องหรือกินแล้วจะหายจากอาการแพ้ท้องได้ดี

เมื่ออ่านจบแล้ว พร้อมจดจำรูปร่างของดอกไม้ที่มีอยู่ในตำราได้จนขึ้นใจ นางก็ตั้งสมาธิแล้วหงายมือข้างที่มีปรานขึ้นมา ดึงมันออกมาจากสีที่เห็น รูปร่างรายระเอียดต่างๆที่เป็น โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่จิบชา ก็ได้ดอกไม้ที่ตนต้องการออกมาแล้ว

"สำเนาถูกต้อง เหตุใดจึงยอดเยี่ยมเช่นนี้นะเรา คิๆๆ"

โกหกอีกแล้ว กว่าจะมาถึงในจุด'สำเนาถูกต้อง' ในวันนี้ แรกๆที่นางดึงดอกไม้ออกมาได้ ก็เยอะเป็นหาบจนอาเมี่ยวทักทุกวันว่านางไปเก็บดอกไม้รูปร่างประหลาดๆเหล่านี้มาจากที่ใดกัน เล่นซะนางสีข้างถลอกไปหลายครั้งเลยทีเดียว

.

.

พี่ใหญ่กับนางมีนิสัยแบบหนึ่งที่คล้ายกันคือการไม่ชอบออกงานสังคม 

เมื่อมีเทียบเชิญไปงานนั้นงานนี้ แล้วระบุมาว่าเชิญคุณหนูของจวนมาด้วย พี่ใหญ่มักจะปฏิเสธมารดาของนางทุกครั้ง แล้วอ้างว่าตนต้องอ่านตำรา บ้างล่ะ ฝึกพลังธาตุบ้างล่ะ จนฮูหยินใหญ่เองก็จนมุมแล้วเช่นกัน

ดังนั้นตัวแทนหมู่บ้านเราในการออกงานสังคมจึงตกเป็นของน้องเล็กปิงฮวาแทน ไม่ต้องกล่าวเลยว่าบรรดาสามคนพี่น้องเรานี้ใครที่มีสหายเป็นคุณหนูเยอะที่สุด

อย่างในวันนี้ระหว่างที่เซียงฮวากำลังเดินผ่านศาลาในสวนรับรองแขก เพื่อทะลุไปหามารดาที่อยู่เรือนในฝั่งทิศตรงข้ามกับนาง เสียงหัวเราะใสๆของเด็กวัยใสหลายคนก็ลอยมาเข้าหูให้ตนได้ยิน

คราแรกนางตั้งใจว่าจะเดินผ่านไปแบบไม่เห็นว่าพวกนางนั่งอยู่ตรงนี้ แต่เสียงน้องสาวของนางก็รั้งนางเอาไว้ก่อน

"พี่รองเจ้าค่ะ"

เมื่อผู้อื่นเรียกถึงเพียงนี้แล้ว หากไม่หันกลับไป นางก็ทุเรศแล้วเนาะ! จึงได้เดินเข้าไปหาพวกนางที่นั่งอยู่ในศาลา

ปิงฮวาที่เห็นพี่รองของตนเดินเข้ามาแล้ว จึงลุกขึ้นเดินมาจับมือของนางแล้วลากให้เข้ามาในศาลา เพื่อจะแนะนำสหายของตนเองให้นางได้รู้จัก

"นี่สหายของน้องเองเจ้าค่ะ คุณหนูห้าจวนแม่ทัพฝ่ายซ้าย กับคุณหนูหกจวนเสนาบดีกรมยุติธรรม"

"คารวะคุณหนูทุกคนเจ้าค่ะ"

เซียงฮวาก้มหัวน้อยๆเป็นเชิงทักทาย แล้วได้รับการทักทายกลับมาเช่นนั้นด้วยเช่นกัน

"วันนี้สหายของน้องจะมาร่วมเดินหมากล้อมด้วยกัน พี่รองอยู่ด้วยกันสิเจ้าคะ"

ปิงฮวาเอ่ยชวนนางด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ต่างจากทุกทีที่อยู่ด้วยกันเพียงสามคนพี่น้อง ด้วยกิริยาที่ไม่ได้มีความรู้สึกว่าตนฝืนทำเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเซียงฮวาเจอมาดอ่อนมา ตนก็ควรที่จะอ่อนกลับ จึงตอบด้วยกิริยาหวานเลี่ยนไม่แพ้น้องสาวของตน

"พี่รองให้รู้สึกผิดต่อเจ้าแล้ว แต่พี่รองต้องเสียมารยาทแล้วจริงๆที่ต้องปฏิเสธคุณหนูทั้งหลายเช่นนี้ แต่วันนี้คงไม่ได้จริงๆเจ้าค่ะ"

"เหตุใดกันหรือเจ้าค่ะ?"

คุณหนูจวนแม่ทัพถามด้วยสีหน้ายับยุ่งเล็กน้อยตามประสาคนถูกเอาแต่ใจตั้งแต่เด็ก

"แม่รองของข้าแพ้ท้องหนักมาก เช้านี้ข้าจึงจะไปเยี่ยมสักหน่อย"

"เช่นนั้นฝากความห่วงใยถึงฮูหยินรองด้วยนะเจ้าค่ะ"

เซียงฮวาหันไปยิ้มให้คุณหนูจวนเสนาบดีกรมยุติธรรมแล้วกล่าวคำขอบคุณออกไป

"น้องเองก็ต้องฝากความห่วงใยถึงแม่รองด้วยนะเจ้าค่ะ แต่วันนี้น้องต้องรับรองแขก คงจะไม่เป็นการดีถ้าตอนนี้..."

"เอาเถอะๆน้องเล็ก แค่เจ้ามีความห่วงใยถึงแม่รอง พี่รองก็ดีใจมากแล้ว ขอตัวก่อนเจ้าค่ะ

กล่าวจบก็เดินออกมาทันที

.

.

ณ เรือนฮูหยินรอง

โดยปกติของจวนทั่วไปแล้ว บุตรสาวมักจะอยู่ที่เรือนเดียวกันกับแม่ ไม่เหมือนบุตรชายที่ต้องแยกเรือนไปอีกบริเวณหนึ่ง

ซึ่งจวนนี้ดันสอนบุตรสาวได้ไม่ต่างจากบุตรชายเท่าใดซะด้วยสิ ฉะนั้นแล้ววาจาอ่อนหวานอันใด อย่าให้มันมาเป็นภาพหลอกลวงตาเด็ดขาด

คิดไปแล้วตนก็จำไม่ได้แล้วว่าตนเองในวัยเกือบ10ขวบเป็นเช่นไรในภพเดิม

หรือว่าจริงๆแล้วข้าก็เคยเป็นแบบน้องเล็กมาก่อน

ก็ไม่ได้แก่นะ แต่มันก็ผ่านมานานแล้วเช่นกัน

เมื่อเดินเข้ามาในเรือนของท่านแม่แล้ว ก็เห็นท่านดูสีหน้าไม่ดีเลยทีเดียว

"คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ"

ฮูหยินที่ได้เห็นบุตรสาวมาเยี่ยมก็ยิ้มเต็มใบหน้า อ้าแขนออกมาให้นางมาอยู่ในอ้อมกอดตน

"อยู่จวนเดียวกันแท้ๆ แต่แม่แทบจะหาตัวเจ้าเจอยากขึ้นทุกวันแล้วนะรอง"

ดูอย่างคำเรียกคำจาเถอะ จวนอื่นเค้าเติมข้างหลังและข้างหน้าชื่อหมด เสี่ยวอย่างนั้นบ้าง เอ๋อร์อย่างนี้บ้าง แต่จวนนี้ไม่มีหรอก เรียก ใหญ่ รอง เล็ก กันหมดถ้วนหน้า

"ท่านแม่อย่าได้กล่าววาจาตัดพ้อลูกเลยเจ้าค่ะ เท่านี้ลูกก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว"

ซบลงไปที่อกมารดาแล้วกล่าวออดอ้อนพร้อมส่งสัญญาณมือให้อาเมี่ยวยกแจกันดอกเหมยกุ้ยสีขาวมาวางไว้ตรงโต๊ะที่นั่งด้วย

"อันใดกันเจ้ารอง?"

"ท่านอาเพิ่งส่งแจกันอันใหม่มาให้เจ้าค่ะ หากลูกจะให้แจกันเฉยๆก็ดูยังไงๆอยู่ เลยเอาเหมยกุ้ยสีขาวมาใส่ไว้ด้วย"

แจกันนั้น จริงที่ว่าเฟิงหยูส่งมาให้ แต่เหมยกุ้ยสีขาวนี้หาใช่ไม่

เพราะว่ามันคือบุบผาสวรรค์ที่เซียงฮวาเพิ่งเสกขึ้นมาเมื่อคืนต่างหาก แต่เพราะว่ามันคือสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่เคยพบเห็นแน่นอน มนต์มายาของพรรคหยิ๋นมี่ที่ท่านอาเพิ่งสอนใช้ครั้งล่าสุดที่นางไปเยี่ยมจึงได้ถึงคราวต้องลองวิชาเสียที

"สดชื่นนัก เจ้าได้มาจากที่ใดหรือ แค่ได้กลิ่น แม่ก็รู้สึกว่าอาการดีขึ้นมากแล้ว"

"หากท่านแม่ช่วยคุยกับท่านตาให้ช่วยซื้อที่ดินอีกแปลงหนึ่งฝั่งทางด้านตะวันตกของเมืองหลวง ลูกจะบอกให้เจ้าค่ะ"

"นี่สงสัยข้อเดียว เจ้ากลับเรียกร้องกำไรถึงเพียงนี้เชียวรึ"

"มิได้หรือเจ้าค่ะ?"

"หึ!!ต่อให้แม่ไม่คุย ตาเจ้าก็คร้านจะรีบนำมาประเคนให้เจ้าอยู่แล้ว"

"ของมันแน่อยู่แล้วกันค่ะ คิๆ"

หลังจากประโยคนี้ของเซียงฮวา สองแม่ลูกคู่นี้ก็หัวเราะกันมาออกมาดังลั่นทั่วห้อง จนผู้ที่เพิ่งออกมาจากวังหลวง เมื่อถึงจวนแล้วก็ตรงมาที่นี่เลย จำต้องถอยเท้าออกไป

"กลับเถอะ ตอนนี้นางไม่ทุกข์ใจแล้วข้าก็วางใจ"

แววตาเจือความเศร้าของผู้พูด โดนเจือจางลงด้วยความวางใจไปบ้างแล้ว

"ขอรับนายท่านรอง"

.

.

.


เซียงฮวาตื่นยามอิ๋น แต่เรายังไม่ได้นอน

Pandanus23233

2020年05月20日









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 579 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #120 Poonchanit (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:23
    นายท่านรองคือใคร
    #120
    1
    • #120-1 Jeans-ariya(จากตอนที่ 12)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 05:43
      นายท่านรองคือท่านพ่อ นายท่านสามคือท่านอาค่ะ ถ้าจำไม่ผิด
      #120-1
  2. #54 pkst (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 10:25
    คือตอนนี้เรื่องราวมันผ่านมานานแล้วใช่มั้ยคะตอนที่แล้ว8ขวบตอนนี้ใกล้จะ10ขวบแล้ว?
    #54
    0
  3. #15 pook1819 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 09:06
    เป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมมากๆขอร๊าบ ฮุฮุ
    #15
    0
  4. #14 Pep.mintz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 06:21
    ความสัมพันธ์ในครอบครัวนี้ดูแปลกเด้อเหมือนว่าอาจะเป็นพ่อนางเอก
    #14
    0
  5. #13 wwwiisaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 05:39
    ทำไมอะไร ผู้ใดมาแอบดูอาเซียง เฮยหลงหรอ แล้วทำไมต้องสบายใจที่น้องสบายใจ เกิดไรขึ้นนะ
    #13
    0