บุบผาเยียวยาใจ

ตอนที่ 10 : เปิดไหมถามใจดู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 591 ครั้ง
    18 พ.ค. 63

วันต่อมา

ยามซื่อ(09.00-10.59)

หลังจากการดูดซับพลังธาตุได้ครั้งแรกในชีวิต ร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงพอของเซียงฮวา ก็สลบสไลคาอกท่านอาในทันที

พอตื่นมาอีกครา ก็เห็นว่าตนได้นอนอยู่บนเตียงในเรือนนอนแล้ว คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็ให้ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ด้วยความที่แม้ร่างกายจะยังหนักอึ้ง แต่ความใฝ่รู้ใฝ่เรียนก็ยังมีอยู่ จึงฝืนร่างกายตนเองก้มลงมาหยิบตำราสวรรค์หมื่นบุบผาในช่องลับที่สองขึ้นมา

จากนั้นก็ยกมาวางไว้ที่หน้าตักของตนเอง โดยที่สองมือน้อยได้วางทาบทับไปบนตำรา ในหัวก็เผลอคิดถึงระบบคลาวด์ในชาติก่อน

"อยู่แห่งหนละมุมใดของโลกก็สามารถเรียกใช้ข้อมูลได้ คงจะดีสินะหากเก็บ จะ..."

วับ!!!

คำว่า 'เจ้า' ยังไม่ทันได้หลุดออกมาจากปากของเซียงฮวาด้วยซ้ำ เพียงแค่พูดคำว่า 'เก็บ' เท่านั้น ตำแหน่งปานดอกไม้ก็เรืองแสงขึ้น แล้วตำราก็หายวับไปในทันที

เมื่อเห็นว่าตนเก็บตำราเข้าไปได้ก็ลองทดสอบเก็บของอย่างอื่นดูบ้าง เผื่อจะฟลุคใช้พลังธาตุมิติได้

"โด่ว! ขี้งก"

เมื่อทดลองเอาข้อมือด้านที่มีปานนาบไปกับวัตถุอื่นอีกหลายที่ก็ยังไร้ผล จึงล้มเลิกแล้วคิดจะเอาตำราออกมาอ่านแทนแล้ว

"ออก"

!!!!

"อ้าวเห้ย! เก็บได้แต่ออกไม่ได้ ข้าก็ซวยนะสิ! ทำไงละทีนี้"

เมื่อคิดทบทวนดู เหมือนว่าเมื่อกี้ตอนเก็บต้องใช้ปานสัมผัสไปที่ตำราที่ตอนนี้อยู่ด้านใน..

คิดได้ดังนั้นก็ใช้มืออีกข้างจับที่รอยปานของตน แล้วกล่าว

"ออก"

พรึบ!!!

"ให้มันได้ออกนี้สิว่ะ!!!"

เหอๆๆๆๆๆ

"ไก่ของพี่ใหญ่น่ารักดีนะเจ้าคะ"

ภาพเหตุการณ์ความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของตัวเองตัดฉับ เมื่อนางได้ยินเสียงของน้องเล็กดังขึ้นมา

ฮั่วฮวาขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปที่ถุงหอมที่นางกำลังปักอยู่บ้าง แล้วเหยียดยิ้ม

"ดอกหญ้าที่น้องเล็กกำลังปักอยุ่ ก็เหมาะกับน้องเล็กเองเช่นกัน"

"พี่ใหญ่!!!"

ปิงฮวาเรียกฮั่วฮวาด้วยน้ำเสียงที่ลอดไรฟัน เนื่องจากว่าอาจารย์กำลังนั่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก

เซียงฮวาที่ได้ยินอย่างนั้นจึงละมือจากงานปักของตน แล้วยื่นหน้าไปมองบ้างก่อนจะแสร้งตกใจ

"อาโย(啊唷)! พี่ใหญ่ น้องเล็ก

นี่มันหงส์ที่กำลังสยายปีกสู่ท้องนภา กับผกาที่เป็นหนึ่งอย่างมู่ตานนี่! ไก่อันใด ดอกหญ้าอันใด"

แม้ความจริงจะเหมือนก็เถอะ!! เบะปาก

ฮั่วฮวาเหลือบมองอาจารย์แล้วกล่าวเสียงเบา

"หึ! ยังดีที่เจ้ามีตา แต่ไม่ไร้แวว"

"เหอะ..มีแววหรือไม่?ย่อมดูออก แต่ออกจะไม่มีแววนี่ ท่าจะมีมากกว่า จริงหรือไม่เจ้าคะพี่รอง"

ปิงฮวาถามความเห็นจากเซียงฮวา แต่สีหน้าที่มั่นใจราวกับว่าตนชนะไปแล้ว ดันหันไปทางฮั่วฮวา

"ดีจ่ะดี! หงส์ก็ดี มู่ตานก็ดี" กับผีนะสิ

แต่พวกนางสามคนนี้แหละไม่ใช่คนดี

.

.

หน้าจวนเสนาบดีกรมพิธีการ 

ยามอู่(11.00-12.59)

"อาเมี่ยว อย่าลืมเก็บดอกไม้ที่สวนมาให้ข้านะ"

"เจ้าค่ะคุณหนู"

รับคำเสร็จก็ปิดม่านลงให้คุณหนูของตน จากนั้นรถม้าก็เคลื่อนตัวออกไป

เช้านี้ก็ตามคาด น้องเล็กที่ปักมู่ตานที่ไม่คล้ายมู่ตานนัก แต่ก็ยังดีกว่าหงส์ของพี่ใหญ่ที่บิดบิดเบี้ยวๆไปมา คาดว่านี่คงเป็นเรื่องที่น้องเล็กน่าจะภูมิใจในตัวเองมากเลยละ มีเรื่องที่เหนือกว่าพี่ใหญ่มาหนึ่งเรื่องแล้วหนิ

ตอนนี้นางกำลังนั่งรถม้าไปที่ฐานลับของนาง โดยมีอาจารย์หวางกับเฮยหลงควบม้าอยู่ข้างๆรถม้า ซึ่งวันนี้ท่านอาไม่ได้มาด้วย เนื่องจากว่านัดกับท่านประมุขพรรคหยิ๋นมี่ เพื่อมาทำธุระด้วยกันที่แคว้นฝู

กล่าวถึงอาจารย์ของพี่ใหญ่ที่ท่านอาเชิญมาสอนพลังธาตุสายฟ้า รู้สึกว่าท่านนั้นจะเป็นหนึ่งในองครักษ์ของท่านประมุข 

ซึ่งท่านประมุขคนนี้นางก็ได้มีโอกาสพบปะอยู่บ่อยครั้ง ยามที่ไปเล่นที่พรรคของท่านอา นางบอกได้เลยว่า

แซ่บมาก ที่สำคัญ เอ็นดูนางมาก

เมื่อนั่งรถม้ามาถึงที่หมายแล้ว ครานี้คนที่ทำหน้าที่อุ้มนางลงมาก็คือท่านอาจารย์หวางแทน

ขาสั้นๆของนางที่วันนี้ได้ทำหน้าที่เดินเข้าไปเองแล้วก็ให้รู้สึกเองเลยว่าเหนื่อยไม่เบา จึงเอื้อมมือน้อยไปจับแขนเฮยหลงไว้

"ไกลเหมือนกันนะเจ้า"

เฮยหลงเมื่อสาวน้อยในดวงใจให้ความสนิทสนมขนาดนี้มีหรือจะปล่อยโอกาสไป มือที่ใหญ่กว่าจึงจับมือของนางมากุมไว้แทน

"แม้รูปร่างข้าจะยังวัยเยาว์อยู่ แต่ข้าก็สามารถอุ้มเจ้าพาดบ่าได้นะ"

เพี๊ยะ!!

"บ้า!!พูดเอาซะข้าคิดว่าตัวเองเป็นกระสอบ ฮ่าๆๆๆ"

เมื่อเดินมาถึงยังจุดเมื่อวาน ที่ชาวบ้านได้เดินผ่านหน้าเซียงฮวาไป เฮยหลงที่เดินจับมือเซียงฮวาอยู่ข้างๆก็หยุดลง

"ถึงแล้วเหรอ เมื่อวานนี้ที่มาข้าก็ไม่ได้มองอะไรเลยจริงๆ แย่จัง!"

"วันนี้อาจารย์จะสอนพวกเจ้าเรื่องวิธีเปิดม่านและเปิดห้องในภูเขาด้วย"

ท่านอาจารย์กล่าวเช่นนั้นก็ส่งพลังธาตุไปที่หน้าผาข้างหน้า พลันม่านพลังก็ค่อยๆแยกออกมา เมื่อคนทั้งหมดเข้าไปกันแล้วก็ปิดไว้ดังเดิมทันที

เซียงฮวาเมื่อก้าวเข้ามาแล้วก็หันไปมองข้างหลัง ที่แท้คนภายนอกจะเห็นทางเข้านี้เป็นหน้าผาสูง แต่คนภายในเช่นเราที่เห็น ก็คล้ายเป็นป่าปกติ

ระหว่างเดินตามหลังอาจารย์ไปที่ฐานลับ เซียงฮวาก็กระซิบ

"นี่เฮยหลง ยังดีนะที่แคว้นฝูไม่ใช่แคว้นที่มีภูเขาสูงเท่ายอดเขาเอเวอเรสต์อ่ะ

มิฉะนัันแล้วถ้าข้าจำหน้าผาผิด มีหวัง..อะ โอ้ย ดีดหน้าข้าทำไม"

"แคว้นฝูไม่ได้เหน็บหนาวขนาดนั้น"

เซียงฮวาลูปหน้าผาตัวเองป้อยๆ พลางย้อนความทรงจำว่าเฮยหลงรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นเขาน้ำแข็ง พลันความทรงจำเมื่อปีที่แล้วก็แว่บขึ้นมา

"เฮยหลง รู้หรือไม่ว่ายอดเขาอะไรสูงที่สุดในโลก เอ่อ ยุทธภพแล้วกัน เจ้าคงไม่รู้เรื่องทฤษฎีการกำเนิดโลกหรอก แหะๆ"

เฮยหลงเมื่อเจอคำถามเช่นนี้ก็ขมวดคิ้ว ก่อนตอบออกไปตามที่รู้

"ยอดเขาของแคว้นจินหรือ?"

"ผิด จ่ายมา" 

เฮยหลงหยิบถุงเงินของตนออกมา แล้วยื่นให้เซียงฮวาที่แบมือรออยู่แล้ว

"เช่นนั้นคือยอดเขาอะไรกัน?"

เฮยหลงเอ่ยถามพร้อมกับก้าวเดินตามหลังเซียงฮวาที่ถือถุงเงินของเขากำลังซื้อถังหู่ลู่อยู่

"เอเวอเรสต์ไง มิรู้หรือ หนาวมากจน(ข้า)แทบจะแข็งตาย"

"จำได้ด้วยว่าเค้าเคยบอกอะไรไว้ น่ารักอ่ะ!!!"

"หึ"

เฮยหลงแค่นหัวเราะออกมาสั้นๆ แต่ทั้งใบหน้าที่เรียบเฉยกลับเห่อร้อนขึ้นมา

เซียงฮวาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกวิญญาญป้ากระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที

.

.

ยามอิ๋น(03.00-04.59)

ด้วยความที่เหนื่อยล้า จากการฝึกการใช้พลังธาตุ เมื่อถึงจวนเซียงฮวาก็อาบน้ำแล้วเข้านอนโดยไม่สนใจอาหารเย็นแม้แต่น้อย

ทำให้ตื่นมาอีกที ก็เป็นยามอิ๋นเช่นนี้มาสองวันแล้ว และคาดว่าต่อจากนี้คงอีกหลายเดือนเลยทีเดียว

ตอนนี้พลังของนางอยู่ในระดับแรกเริ่มของขั้นที่หนึ่ง ท่านอาจารย์บอกว่าคนทั่วไปจะใช้เวลาฝึกให้ผ่านไปได้แต่ละขั้นนั้นยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก การฝึกวรยุทธ์ให้สูงขึ้นไปจึงดูมีแววว่าจะสำเร็จได้มากกว่า

แม้แต่ท่านอาของนางเองที่กว่าจะมาระดับแปดนี้ได้ ก็ยังใช้เวลาถึง20ปี 

แว่วมาว่ายิ่งระดับห้าขึ้นไป จะทำให้สำเร็จในแต่ละขั้นนั้น ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆอย่าง

แต่นางก็เข้าใจดี ไม่งั้นคนก็คงขึ้นไปเป็นเซียนกันหมดแล้วสิ หากใครพ้นระดับสิบได้ง่ายขนาดนั้น

ตอนนี้นางกับพี่สาวน้องสาวเหลือเวลาอีก4ปีในการฝึกฝนพลังธาตุเพื่อให้อยู่ในระดับสาม ตามกำหนดกฎเกณฑ์การเข้าสำนักศึกษากลาง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีสิทธ์ได้เข้าเรียนเด็ดขาด

แต่มันก็คงเป็นธรรมเนียม เป็นวัฒนธรรมของคนชนชั้นขุนนางนี่แล้วกระมัง ที่ต้องส่งบุตรหลานเข้าเรียนที่นี่ ทั้งๆที่ก็จ้างอาจารย์มาสอนที่บ้านอยู่แล้ว 

ฟุ ฟุ ฟุ

"ได้ที่หรือยังนะ?"

เซียงฮวาหยิบดอกไม้ในโถขึ้นมาดูว่าโดนเผาไหม้พอหรือยัง

ไม่อยากจะอวดเลยแม้แต่น้อยว่าบทเรียนวันนี้ที่เพิ่งเรียนมา นางก็นำมาใช้ได้แล้ว

ครึ่งชั่วยามแรกท่านอาจารย์ให้ดูดซับพลังเอามากักเก็บไว้

พอครึ่งชั่วยามถัดมาจึงสอนวิธีการดึงพลังที่ถูกดูดซับเอาไว้ในที่กักเก็บพลัง ให้ออกมาใช้อย่างถูกวิธี

ธาตุดินคือธาตุที่เซียงฮวาขอตั้งชื่อให้ว่าเป็นธาตุแห่งการรองรับ

รับน้ำได้ รับลมได้ รับไฟได้ 

และอีกอย่าง ทุกที่มีพื้นดิน ต่อให้จะไม่ได้มีความบริสุทธ์เท่ากัน แต่ก็เรียกได้ว่าดีกว่าไม่ได้ดูดซับอะไรเลย

วันนี้ร้อนมาก นางจึงได้ดูดซับความร้อนจากแสงของดวงอาทิตย์ที่ส่งความร้อนมายังผืนดินบนภูเขา อันเป็นฐานลับของนาง มากักเก็บไว้

เหตุใจจึงรู้สึกว่าตัวเองเหมือนแผงโซล่าเซลล์

จากนั้นจึงได้ลองดึงมันออกมาให้เผาอ่อนๆไปยังดอกไม้ที่ให้อาเมี่ยวเก็บให้เมื่อตอนเที่ยง แทนการตากแห้งต่างๆจากธรรมชาติโดยตรง

"อืม มันเหมือนจะได้อยู่นะ แต่มันไม่ออแกนิคอ่ะ!"

เซียงฮวามองดอกไม้ในมือตนที่แห้งเหี่ยวลงไปแล้ว ก่อนตัดสินใจที่จะทิ้งดอกไม้ที่ตนเผาด้วยไอแดดจากพลังธาตุไป แล้วเลือกหยิบดอกไม้ที่อาเมี่ยวอบร่ำมาให้แล้ว มาใส่ในถุงหอมแทน

"ครั้งที่แล้วปักผ้าเช็ดหน้าให้ท่านแม่ ฉะนั้นถุงหอมอันนี้จะต้องเป็นของท่านอา"

หลังจากเอาดอกไม้ใส่ถุงหอมแล้ว นางก็หยิบก้อนกลมๆสีน้ำตาล ที่ได้มาหลังจากดูดซับพลังธาตุของเมื่อวานและวันนี้ขึ้นมา เพื่อจะเอามาร้อยเป็นพู่ประดับถุงหอม

"ดีนะที่ให้ท่านอาจารย์เจาะรู้ให้ ฝีมือดีๆ"

เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางยังคงรู้สึกว่ามันไม่คลาสสิกพอ จึงคิดว่าน่าจะเขียนข้อความอะไรสักอย่างไปด้วย จึงได้เลือกเขียนความหมายของลายปักบนถุงหอมนี้ลงไป

จากนั้นก็พับให้มันเป็นกระดาษแผ่นเล็กๆ แล้วยัดใส่รูของไม้ไผ่อันเล็กที่เอาไว้ใช้สำหรับส่งสารลับ แล้วเอาไม้ไผ่นั้นใส่เข้าไปในถุงหอมอีกที

"จะเปิดไม่เปิด ก็แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิตแล้วกัน"

เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ถอนหายใจ

"หวังว่าตัวหนังสือจะไม่เลือนหายไป หรือผิดเพี้ยนอย่าง จาก'ฝี เป็น ผี' จาก 'ข้า เป็น บ้า' หรอกนะ"

.

.

.

Pandanus23233

2020年05月18日



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 591 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

366 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #364 Little_devil00 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 / 12:04
    ท่านประมุกแซ่บมากกก
    #364
    0
  2. #253 Rutti003 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 12:08
    เค้าจีบกันคั้งแต่8ขวบเลยเหรอเนี่ย
    #253
    0
  3. #227 manbigbang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 10:58
    จิ้นคู่นี้อ่ะอยู่ยาวๆนะ
    #227
    0
  4. #58 Duan_1211 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 09:34
    อยากรู้ด้วยอ่ะเขียนไรอ่ะ
    #58
    0
  5. วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 19:19
    น้องจะไถตังแบบนี้ไม่ได้555555 ถึงอีกฝ่ายจะเต็มใจมากก็เถอะะะ
    #52
    1
    • #52-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 10)
      2 มิถุนายน 2563 / 19:20
      โอ้ ถึงกับตาลุกวาวกับคำว่าจองกุกฮ่าๆๆๆๆ
      #52-1
  6. #9 pook1819 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 23:00
    เปิดอ่านเถอะอยากรู้อีกคน นะนะนะ
    #9
    0
  7. #8 wwwiisaaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:11
    เขียนว่าอะไรน่ะอาเซียง?
    #8
    2
    • #8-1 Pandanus23233(จากตอนที่ 10)
      18 พฤษภาคม 2563 / 18:18
      ความลับ คิๆ
      #8-1