Running Bolt หนูน้อยพลังเหนือแสง

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 : มิวแทนต์คนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61

.

.

.

.

.


          ณ โรงเรียนผู้มีพรสวรรค์ (X-vengers)

          หน้าจอแสดงผลคอมพิวเตอร์จอใหญ่ของสำนักงาน Avengers&X-men สัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับจุดสีแดงที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอ แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น

          "เกิดอะไรขึ้น"

          นาตาชา โรแมนนอฟ เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อได้ยินดังนั้น สาวผิวสีผมขาวคนหนึ่ง (สตรอม) จึงยืนและเอ่ยขึ้น

          "สัญญาณการระเบิดคลื่นพลังของมิวแทนต์"

          "ระดับไหน"

          เสียงหนุ่มแอนดรอยด์ (วิชั่น) พูดขึ้นพร้อมด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

          "แฮงค์ นายลองตรวจสอบคลื่นพลังดูสิ ว่าระดับไหน"

          "จัดให้ทันทีเลยสตรอม"

          สิ้นคำสั่งของสตรอม แฮงค์ได้จัดการตรวจสอบวัดค่าคลื่นพลังและแสดงผลขึ้นไปที่หน้าจอหลักทันที แต่เมื่อผลการตรวจสอบออกมา ทุกคนในห้องถึงกับตาค้าง เพราะว่าไม่เคยมีใครค้นพบมิวแทนต์ระดับนี้มาก่อน พลังมิวแทนต์ที่ว่านั้นคือ พลังระดับซุปเปอร์โอเมก้า ซึ่งมิวแทนต์พลังระดับนี้ไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกมาก่อน นับว่านี่เป็นครั้งแรกของการค้นพบ

          "อะไรกัน!! นี่มันมิวแทนต์ระดับซุปเปอร์โอเมก้าเลยเชียวเหรอ"

          สก็อต ซัมเมอร์ส (ไซครอป) ถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนคนอื่นก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน

          "ปล่อยเขาไว้แบบนั้นไม่ได้นะ ขืนปล่อยไว้ถ้าพวกวายร้ายมาเจอเข้ารับรองเลยว่ายุ่งแน่งานนี้"

          นาตาชาพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล และตอนนี้ดูเหมือนทุกคนก็กังวลเช่นกัน

          "ฉันเห็นด้วย เราต้องส่งคนไปพาตัวเขามาโดยด่วน ก่อนที่พวกวายร้ายจะถึงตัวเขาก่อนเรา"

          "ฉันจะไปพาตัวเขามาเอง"

          สิ้นเสียงของสตรอม วิชั่นจึงได้เอ่ยเสนอตัวเองขึ้นมาในการทำภารกิจนี้ทันที แต่ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นทันที

          "ไม่! คุณไปคนเดียวไม่ได้หรอกวิชั่น หนูจะไปด้วย"

          โฮป ซัมเมอร์ส เด็กสาววัย 21 ปีพูดขึ้น

          "ไม่! มันเสี่ยงอันตรายเกินไป ฉันให้เธอไปด้วยไม่ได้"

          เมื่อได้ยินเช่นนั้น วิชั่นจึงพูดค้าน แต่นาตาชาก็ได้พูดแทรกขึ้นมาอีกทันที

          "แต่ฉันเห็นด้วยกับโฮป การที่นายไปคนเดียวมันก็เสี่ยงอันตรายเช่นกัน เพราะฉนั้นฉันกับโฮปจะไปด้วย"

          "อ๊าาก!! เอาหละในเมื่อเธอ 2 คนอยากจะไปด้วยก็ได้"

          วิชั่นคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจสักเท่าไร แต่เมื่อมีเสียงส่วนมากเขาก็ต้องจำยอม และหลังจากพูดคุยตกลงกันเสร็จเรียบร้อย วิชั่น นาตาชา โฮป ก็ได้ออกเดินทางมายังจุดที่กำเนิดพลังมิวแทนต์ในทันที ด้วยความกลัวที่ว่าขืนหากช้าไปกว่านี้ ถ้าเหล่าวายร้ายได้มิวแทนต์ตนนี้ไปโลกคงต้องเกิดความวุ่นวายเป็นแน่่

.

.

.

.

.


          ณ เกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งไมอามี่ไป 120 ไมล์ เป็นที่ซ่อนตัวของวายร้ายตนใหม่ที่มีนามว่า สตาร์คลอส มิวแทนต์ระดับโอเมก้า ที่มีพลังในการควบคุมมวลสาร และการสร้างภาพลวงตา เขาสามารถเดินทางไปที่ใดก็ได้อย่างรวดเร็ว โดยการเดินทางแทรกซึมผ่านอากาศ และด้วยพลังแห่งการสร้างภาพลวงตานี้จึงทำให้ไม่เคยมีผู้ใดสามารถหาเกาะที่ซ่อนตัวของเขาเจอได้

           สตาร์คลอสมีลูกสมุนที่มีพลังระดับสูงอยู่ด้วยกันสามคน ประกอบด้วย กริส หญิงสาวผู้ที่มีสายตาปีศาจ เธอสามารถสะกดจิตรคนอื่นและปล่อยไฟอันร้อนระอุจากดวงตาเพื่อแผดเผาคู่ต่อสู้ให้มอดไหม้ได้ภายในพริบตา ก๊อปลินส์กอสด์ ชายผู้ที่มีกลิ่นปากและลมหายใจเป็นกรด และมิราจ ไมด์ มิวแทนต์ผู้ที่มีร่างกายแข็งราวกับหินผู้ที่เคยสามารถเอาชนะโครอสซัสได้โดยง่ายดาย และสตาร์คลอสยังมีพลพรรคมิวแทนต์และอินฮิวแมนท์อีกมากมายที่อาศัยอยู่นอกเกาะ

          และในที่สุดการระเบิดพลังมิวแทนต์ระดับซุปเปอร์โอเมก้าครั้งนี้ ก็ล่วงรู้ไปถึงสตาร์คลอส ซึ่งหลังจากที่เขารู้เรื่องการถือกำเนิดของมิวแทนต์ระดับสูงที่สุดครั้งแรกของโลก สตาร์คลอสก็มีความคิดที่จะต้องการให้มิวแทนต์ตนนี้มาเป็นพรรคพวกของเขา ดังนั้นเมื่อรู้ข่าวสตาร์คลอสจึงส่งก็อปลินส์กอสด์ และ มิราจ ไมด์ เพื่อที่จะไปชิงตัวมิวแทนต์ตนนี้มาในทันที

.

.

.

.

.


          บ้านของบิลลี่ ในนิวยอร์ก

          หลังจากที่หนีกลับมาจากที่โรงเรียนบิลลี่เอาแต่เก็บตัวแอบอยู่ในห้องเงียบๆ เขายังคงรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาเมื่อตอนเที่ยง ด้วยความที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเวลาตอนเย็นนั้นแม่ของบิลลี่พยายามที่จะเคาะประตูเรียกให้ลูกชายออกมาทานข้าวเย็น แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร สิ่งที่บิลลี่ตอบกลับออกมาก็คือ

          "ผมอยากอยู่คนเดียวครับแม่"

          บิลลี่เอาแต่นั่งกอดเข่าและร้องไห้ ในชีวิตนี้เขาไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรมากเท่านี้มาก่อน และแล้วในตอนนั้นเอง ที่ประตูหน้าบ้าน!

          "ตึก! ตึก! ตึก!"

          เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านจึงรีบเดินไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับทันที

          ทันทีที่เปิดประตูนั้นก็ปรากฎเป็นชายร่างสูงคนหนึ่ง และหญิงสาวที่มาด้วยอีกสองคนซึ่งนั่นก็คือ วิชั่น นาตาชาและโฮปนั่นเอง

          "สวัสดีครับ พวกเรามาจากหน่วยอเวนเจอร์ เราต้องการพบลูกชายของคุณ"

          วิชั่นเอ่ยทักทายผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตร หญิงสาวเห็นเช่นนั้นจึงได้เอ่ยเชิญให้ทั้งสามเข้ามานั่งรอในบ้านก่อน และเธอจึงค่อยเดินขึ้นบันไดเพื่อไปตามลูกชายของเธอ

          ห้องของบิลลี่

          "ตึก! ตึก! ตึก!" เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นตามมาด้วยเสียงเรียกของผู้เป็นแม่

          "บิลลี่จ๊ะ มีคนมาหาลูกหน่ะ พวกเขานั่งรออยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น ลูกออกมาพบพวกเขาหน่อยสิจ๊ะ"

          "ไม่ครับแม่!! ผมไม่อยากเจอใครทั้งนั้น"

          บิลลี่ตะโกนตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์สักเท่าไร เมื่อผู้เป็นแม่ได้ยินเช่นนั้นจึงเดินจากลงมาทันที

          ห้องนั่งเล่น

          "เอ่อ.....ฉันเกรงว่าเขาคงจะไม่ลงมาแน่ๆค่ะ พวกคุณมีอะไรจะคุยกับเขาหรือเปล่าคะ"

          "เอ่อ.....ถ้าเขาไม่ยอมลงมาพวกเราขอขึ้นไปหาเขาข้างบนห้องได้มั้ยครับ"

          วิชั่นเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูเร่งรีบ ทันใดหน้านาตาชาก็ได้กระซิบเบาๆข้างหูของเขา

          "เห้!วิชั่น เรามีเวลาไม่มากนะ จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ"

          วิชั่นได้หันไปมองหน้านาตาชาและโฮปอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันมาขออนุญาตหญิงเจ้าของบ้าน

          "เราขอขึ้นไปได้มั้ยครับ"

          "เอ่อ.....ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ"

          เมื่อผู้เป็นเจ้าของบ้านอนุญาติ ทั้งสามจึงรีบเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องของเด็กชายในทันที

          ห้องนอนของบิลลี่

          "ตึก! ตึก! ตึก!"

          เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นอีกครั้ง เด็กชายได้ยินเช่นนั้นจึงตะโกนออกไปในทันที

          "ผมบอกแล้วไงครับแม่ ว่าผมไม่อยากเจอใครทั้งนั้น"

          "บิลลี่ ให้เราเข้าไปหน่อยได้มั้ยจ๊ะ เราอาจช่วยเธอได้นะ"

          เสียงหญิงคนหนึ่งเอ่ยพูดขึ้น (นาตาชา) เพื่อต้องการที่จะเข้าไปในห้องของเด็กชาย

          "ฟังนะไม่ว่าพวกคุณจะเป็นใคร ผมขอย้ำว่าตอนนี้ผมยังไม่อยากเจอใครทั้งนั้น"

          บิลลี่ตะโกนเสียงดังลั่นออกมาจากห้องของเขา เมื่อวิชั่นได้ยินดังนั้นเขาจึงคิดพูออะไรบางอย่างขึ้น

          "เฮ้!! บิลลี่ พวกเราก็ต่างเหมือนเธอนะ เพราะเราคืออเวนเจอร์ เอาหละทีนี้ให้พวกเราเข้าไปได้หรือยัง"

          "อเวนเจอร์เหรอ?!"

          ดูเหมือนว่าสิ่งที่วิชั่นทำนั้นจะได้ผล เด็กชายเมื่อได้ยินดังนั้นจึงค่อยๆเดินมาหมุนลูกบิดประตูออก และภาพที่ปรากฎตรงหน้าก็ทำให้เขาโล่งใจในที่สุด

          "โอ้ว!! พระเจ้า!! ขอบคุณสวรรค์ พวกคุณคืออเวนเจอร์จริงด้วย เอาหละเข้ามาในห้องผมก่อน"

          หลังจากที่ทั้งสามได้เข้ามาในห้องของบิลลี่แล้วนั้น นาตาชาก็เริ่มเอ่ยปากถามเด็กเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเขาในทันที บิลลี่ได้เริ่มเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ทั้งสามฟังอย่างละเอียด นาตาชาได้อธิบายให้บิลลี่ฟังว่าแท้จริงแล้วนั้นบิลลี่ก็คือมิวแทนต์นั่นเอง และหลังจากที่พูดคุยกันได้สักพักวิชั่นก็เริ่มบอกจุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ วิชั่นได้เอ่ยปากชวนให้บิลลี่ไปกับพวกเขาเพื่อปลอดภัยของตัวบิลลี่เอง เด็กชายนั่งครุ่นคิดอยู่สักพักกับคำชวนของวิชั่นและในที่สุดนั้นบิลลี่ก็ตอบตกลงที่จะไปกับทีมอเวนเจอร์ แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตกลงกันอยู่นั่นเอง โฮปได้สัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา

          "ตึบ!"

          เสียงบางสิ่งบางอย่างตกกระทบกับหลังคาบ้าน ทำให้ทุกคนที่พูดคุยกันอยู่ถึงกับชงัก วิชั่นได้เปลี่ยนร่างของเขาจากร่างมนุษย์ให้กลายเป็นแอนดรอยด์ ส่วนนาตาชาได้หยิบปืนของเธอออกมาและเตรียมพร้อม บิลลี่ได้ไปหลบอยู่ข้างหลังของโฮป ซัมเมอร์ส ทุกคนเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ และทันใดนั้นเอง

         "เพล้งงง!!!"

         เสียงหน้าต่างห้องแตกพร้อมปรากฏร่างของหญิงสาวที่พุ่งทะละออกมาจากหน้าต่างห้องซึ่งนั่นก็คือ มิราจ ไมด์ และตามมาด้วยก็อปลินส์กอสด์ ทั้งสองฝ่ายยืนประจันหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มิราจจะพูดขึ้น

          "ส่งเด็กนั่นมาซะ หากไม่อยากเจ็บตัว"

          "อ๋อ เหรอ พอดีว่าเราอยากเจ็บตัว"

          นาตาชาตอบกลับด้วยคำพูดยียวนกวนประสาทก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด เริ่มด้วยที่ก็อปลินส์กอสด์กำลังอ้าปากเพื่อที่จะพ่นกลิ่นปากที่เป็นกรดในการกัดกล่อน แต่ก็ต้องเจอเข้ากับหมัดที่แข็งราวกับหินของโฮปที่เธอเทโลพอทเอาพลังของมิราจมาใช้จนก็อปลินส์กอสด์ที่โดนชกเข้ามึนไม่เป็นท่า ต่อมามิราจได้เปลี่ยนร่างตัวเองให้แข็งและพุ่งชนเข้าใส่วิชั่นแต่ด้วยความว่องไววิชั่นได้เปลี่ยนมวลสารในร่างกายของตนจนมิราจทะลุผ่านไปและกระแทกเข้ากับกำแพงห้องอย่างจัง แต่แล้ววิชั่นก็ต้องเสียท่า เมื่อมิราจย้อนกลับมาชนอีกรอบโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวจนทำให้เขากระแทกเข้ากับกำแพงจนทะลุออกไปนอกห้อง ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด นาตาถูกก็อปลินส์กอสด์รอบโจมตีจากทางด้านหลังจนเธอเสียท่า แต่ในขณะที่ก็อปลินส์กอสด์กำลังจะปล่อยลมกรดใส่นาตาชานั่นเอง!!

          "เปรี้ยงงงงงงงง!!!!!!!!"

          เสียงฟ้าผ่าดังขึ้น พร้อมกับสายฟ้าพลังแรงสูงที่พุ่งเข้าใส่ก็อปลินส์กอสด์อย่างจังจนทำให้เขากระเด็นออกนอกหน้าต่างไปในทันที สายฟ้าแรงสูงนั้นไม่ได้มาจากที่อื่นใด แต่เป็นการปล่อยพลังของบิลเพื่อที่จะช่วยนาตาชาไว้นั่นเอง หลังที่จัดการกับก็อปลินส์กอสด์เสร็จเรียบร้อยนาตาชาและโฮป จึงได้ไปรีบไปช่วยวิชั่นที่กำลังถูกมิราจอัดจนเละไม่เป็นท่า นาตาชาและโฮปได้เริ่มเข้าโจมตีมิราจเพื่อช่วยวิชั่น ทั้งสองต่อสู้กับมิราจอยู่พักหนึ่งจนเมื่อมิราจเริ่มเห็นว่าเธอเริ่มจะเป็นฝ่ายที่เสียท่านั้น ในที่สุดมิราจก็ได้รีบวิ่งไปพยุงก็อปลินส์กอสด์และถอยหนีไปในทันที และในที่สุดเหตุการณ์ทุกอย่างก็สงบลง

          หลังจากที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ สภาพบ้านของบิลลี่ชั้นสองในตอนนี้ได้พังไปบางส่วนเนื่องจากการต่อสู้ระหว่างอเวนเจอร์กับพวกของสตาร์ครอสเพื่อปกป้องบิลลี่ นาตาชาได้บอกกับบิลลี่ว่าพรุ่งนี้จะรีบติดต่อให้ช่างมาจัดการซ่อม และจะพูดคุยกับแม่ของเขาเอง

          "เอาหละบิลลี่เธอไม่ต้องเป็นห่วงนะเรื้องบ้านของเธอ เดี๋ยวเราจะรีบติดต่อให้ช่างมาซ่อมวันพรุ่งนี้ และเดี๋ยวฉันจะอธิบายทุกอย่างให้แม่ของเธอฟังเอง"

          "ก็ได้ครับ"

          บิลลี่ตอบรับคำของนาตาชา และหลังจากนั้นในที่สุด นาตาชา วิชั่นและโฮป จึงได้พาบิลลี่ไปที่ยานของอเวนเจอร์และทั้งสี่ก็ได้มุ่งหน้าไปที่โรงเรียนผู้มีพรสวรรค์ (X-vengers) ในทันที

           ในระหว่างทางนั้นทุกคนต่างรู้สึกเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื้อกี้เป็นอย่างมากดังนั้น วิชั่นจึงได้เปิดโหมดให้ยานขับเคลื่อนอัตโนมัติ และทุกคนก็เริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อนในทันที 

          ..........นับว่าวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมาก..........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 krewpetch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 16:11

    ต่อเถอะน้าาาาาา
    #2
    0