คัดลอกลิงก์เเล้ว

อันเนื่องมาจากเช้าวันนั้น

นับวัน ผู้คนมัวแต่เดินหน้าทำมาหากินจนไม่ลืมหูลืมตา ชีวิตเราต่างต้องแก่งแย่งเอาตัวรอด . มีลมหายใจไปวันๆเพียงเพื่อทำงาน และหาเงิน โดยที่ไม่มีโอกาสได้ทำงานอย่างที่ชอบใช่หรือไม่

ยอดวิวรวม

21

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


21

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ม.ค. 63 / 18:44 น.
นิยาย ѹͧҨҡѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ช่วยให้กำลังใจผู้เขียนด้วยการแนะนำหรือให้กำลังใจด้วยนะคะ :)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ม.ค. 63 / 18:44


 

วันนี้อากาศดีทีเดียว…

เจ้ากิ้งก่าน้อยชะเง้อคอให้สูงเข้าไว้ตามนิสัยของมัน ราวกับกำลังหาที่สูดอากาศดีๆ  พลางคิดต่อไปว่าเช้านี้จะกินอะไรเป็นอาหารดี 

มันพุ่งตัวปราดออกมาจากพุ่มไม้ริมถนนใหญ่ด้วยความว่องไว  รถราจอดแช่รอสัญญานไฟหางยาวยาวจนสุดลูกตา ผู้คนบนฟุตบาทเดินขวักไขว่ ทุกคนกำลังมุ่งหน้าไปไหนกันนะ ทำไมจึงมีสีหน้าเคร่งเครียดกันทุกคน  มุ่งหน้าไปหาอาหารเหมือนเช่นมันหรือไม่ ไม่มีใครสนใจชีวิตเล็กๆ ของมันหรอก อย่าว่าแต่ใครจะมาสนใจมันเลย มนุษย์ด้วยกันเองเขาก็เดินผ่านกันอย่างที่ต่างเร่งรีบ  ไม่มีแม้รอยยิ้มแต้มบนใบหน้า เขาจะรีบไปไหนกัน…

ฝุ่นควันฟุ้งตลบอบอวล สารพัดทั้งควันและกลิ่นอันน่าเวียนหัว ไหนจะเสียงครางหึ่งของเครื่องยนตร์กลไกนั่นอีกล่ะ ไม่รู้มนุษย์เหล่านี้ทนอยู่กันได้ยังไง  แต่ช่างเถอะ เจ้ากิ้งก่าก้อต้องสูดลมเข้าไป มันยืนเหม่อริมฟุตบาท รถราคันแล้วคันเล่าวิ่งผ่านหน้า มันมองไปอีกฝั่งหนึ่งของถนน เพราะที่นั่นคือที่ที่มันจะต้องไปหาอาหาร…

แดดเริ่มแผดแรงขึ้นทุกที  วันนี้ท้องฟ้าโล่งจัด ไร้ซึ่งหมู่เมฆที่พอจะมาช่วยบังรังสีความร้อนแรง   มันควรจะหยุดเหม่อเสียที ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นกิ้งก่าย่างเสียตั้งแต่อาหารมื้อเช้ายังไม่ตกถึงท้อง มันเหลียวซ้ายเหลียวขวาก่อนจะวิ่งหน้าเริ่ดด้วยสี่เท้าเล็กกระจิดริด   พุ่งไปสู่ฟากฝั่งตรงข้ามอย่างเร็วที่สุดเท่าที่สัตว์เลื้อยคลานอย่างมันจะทำได้  …เพียงชั่วลมหายใจ

..  .. ..  ..

 

เช้าวันนี้รถติดอย่างเคย   ผมหาวกว้างๆ เผื่อจะขับไล่ความง่วงงุนที่ยังคั่งค้างอยู่ออกไปได้บ้าง  เมื่อคืนผมอยู่ทำงานล่วงเวลาจนดึก กว่าจะได้กลับถึงบ้านและเข้านอนก้อเกือบเที่ยงคืน วันนี้ยังต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานต่อ  สมองจึงยังอึมครึมเหมือนอยู่ในหมอกปานนั้น

ผมมองไปยังรถคันรอบๆตัวผมระหว่างรถติดรอสัญญานไฟ  เห็นถึงความเบื่อหน่ายบนท้องถนนที่ไม่ได้ต่างกันออกไป  ทุกวันผมเห็นภาพเหล่านี้เป็นภาพชินตา บ้างก็ซบหน้างีบหลับลงกับพวงมาลัย  ขอให้ได้หลับสักเพียงแค่ชั่วเวลารอไฟเขียวก็เอา บ้างก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่านอะไรบางอย่าง  ส่วนตัวผมเองแก้เบื่อด้วยการปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอย มองบรรยากาศรอบข้างไปตามเรื่องตามราว

บางอย่างที่กระดุกกระดิกได้กลางถนนฝั่งตรงข้ามทำให้ผมละสายตามาหยุดที่มัน…

ทีแรกผมไม่คิดว่าเป็นสิ่งมีชีวิต   เพราะมันกระเด้งกระดอนไม่หยุดนิ่งเสียจนผมคาดเดาไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่  แต่หลังจากเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ผมจึงรู้ว่าเป็นกิ้งก่าตัวเล็ก แม้ว่าหางส่วนหนึ่งของมันกระเด็นตกอยู่ไม่ห่างนัก   ซึ่งยังคงกระตุกถี่ๆราวกับไม่รู้ว่าได้ถูกแยกออกจากร่างแล้ว…

เหตุที่ทำให้ร่างมันกระดอนไปมาเกือบเรียกได้ว่ากลิ้ง   ผมคิดว่าเป็นเพราะแรงปะทะจากรถยนต์ที่วิ่งเฉียดผ่านไปด้วยความเร็วสูง  มีบางคันเฉียดล้อเข้าไปใกล้จนผมแอบหยุดหายใจไปชั่วขณะ กลัวว่าเมื่อรถคันนั้นแล่นผ่านมันไป  แล้วผมจะต้องเห็นซากมันแบนแนบติดกับผิวถนน   

โชคเข้าข้างผม… ร่างนั้นเพียงลอยขึ้นสูง ..

แต่โชคนั้นไม่ได้เข้าข้างมัน  เพราะมันถูกชนก่อนหน้าผมจะเห็น

หลังจากรถฝั่งตรงข้ามหายไปจากถนนชั่วอึดใจ   ความสงบมาเยือนถนนสายนี้อีกครั้ง   

ร่างของเจ้ากิ้งก่าน้อยตกลงสู่พื้น   กายและวิญญาณใกล้จะหลุดจากกันเต็มที มันอาจกำลังดีดดิ้นด้วยความเจ็บปวด   ต่อสู้กับความตายที่ประชิดอยู่ทุกลมหายใจ ผมจึงยังเห็นมันผงกหัวขึ้นๆลงๆเป็นพักๆ  

ผมเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสาร

ร่างเล็กๆนั่นกระตุกอีก   เหมือนว่าหายใจแผ่วลงไป.. ผมอยากให้มันตายไปเสียเร็วๆ  เพื่อว่าจะได้หมดความทรมาน และหยุดความเจ็บปวดบนร่างกายของมันเสีย

รถมอเตอร์ไซด์ทะยานลิ่วเฉียดผ่านร่างกิ้งก่า  คันถัดมาถลาใกล้จนเกือบซ้ำรอยล้อลงกลางอก  

รถยนต์เริ่มกรูเข้ามาบนถนนอีกระลอกหลังจากได้สัญญาณไฟเขียว  อันเป็นเหตุการณ์สามัญบนถนนทุกสายในกรุงเทพ และก่อนที่ล้อรถจะบดลมหายใจของมัน   

ผมชิงหันหน้าหนีเสียก่อน… 

ได้โปรดเถอะ  มันยังไม่ตาย

ผมครวญ

 ..  .. ..  ..

 

ผมเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน   ค่อยๆจิบกาแฟในถ้วยใบเก่าอย่างใจเย็น  เพื่อนร่วมงานกำลังจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องการปลดพนักงาน ผมได้ยินเสียงเพื่อนหญิงรุ่นเดียวกันกลั้นสะอื้น ก่อนจะปล่อยโฮ เพราะรู้ว่าจะได้รับเงินเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้าย   หล่อนมีลูกสองคน กับสามีที่ตกงานมากว่า 2 เดือน

ผมเพียงแค่ชายตามองหล่อน   คิดถึงชะตากรรมของตัวเองซึ่งอาจจะต้องเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน 

ไม่หรอกน่ะ   ผมปลอบตัวเอง ภาพเมื่อเช้าสลับเข้ามาในหัวสมองผมอีก  ผมยังฝังใจอยู่กับกิ้งก่าตัวนั้น ป่านนี้ซากมันคงแห้งกรังผนึกสนิทกับผืนถนน ชีวิตหนึ่งจบสิ้นไปแล้วอย่างไม่สลักสำคัญ

 

และหากว่าสัตว์โลกล้วนแต่รักชีวิต  กลางเมืองใหญ่ที่วุ่นวายแห่งนี้ไม่สมควรเป็นที่ตายของมัน  จะอย่างไรก็แล้วแต่ … ผมได้เห็นภาพการดิ้นรนที่ยิ่งใหญ่จากสัตว์ตัวเล็กๆตัวนี้

ผมคิดว่าผมได้เรียนรู้บางอย่างจากมัน…

 

 ผมคงไม่ได้เกิดมาเพื่อจะมีชีวิตอยู่ และรอวันที่จะตายไป 

ชีวิตมีอะไรอีกหลายอย่างที่ผมยังอยากจะเรียนรู้  ผมคิดว่าการทำงานเหมือนกับการเข้าเรียนในโรงเรียนหรือสถาบันอะไรซักอย่าง  มันมีวันที่เราจะจบการศึกษา ทั้งแบบที่เราเป็นผู้เลือก และคนอื่นเลือกให้ หรือบางคนเพียงแค่อยู่ไปแบบไร้หัวใจไปวันๆ เพื่อรอเวลาที่จะครบกำหนดจบการศึกษาเมื่อครบอายุ?

พ่อแม่ส่งผมเล่าเรียน

คงไม่ได้ต้องการแค่ให้ผมนำความรู้มาทำงานเป็นฟันเฟืองเล็กๆให้กับใคร  แล้วเมื่อวันหนึ่งเค้าไม่ได้ต้องการผมแล้ว ผมจะต้องมานั่งร้องไห้ หรือด่าทอโชคชะตา  แล้วก้อคิดไม่ออกว่าจะมีชีวิตต่อไปอย่างไรดี

หากการศึกษาเป็นสิ่งที่มอบปัญญาให้กับผู้คน…

ผมย่อมจะต้องมีสติและปัญญาในการหาหนทางใหม่ให้กับตัวเองให้จงได้

เพราะว่านั่น...คือผลรวมคุณค่าของปัญญาและประสบการณ์มากมาย  อันผลิดอกออกผลมาจากการศึกษาที่พ่อแม่ได้มอบให้ผมและคุณทุกคน

ผมหาใช่สิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญานเพียงหากินให้อิ่มไปเพียงวันๆปีๆ เกิดและตายไป  อย่างไร้คนจดจำ

ไม่ว่าผมจะโดนปลดหรือไม่  ผมรู้ว่าผมจะก้าวต่อไป.

 

 

------------------------------------------------

 

ผลงานอื่นๆ ของ ภัควลี วังวรรณ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น