สาปสวาท

ตอนที่ 8 : กูคือกลีบผกาคนใหม่..ที่ไฉไลกว่าเดิม!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 58

   
      .. เช้าวันต่อมาบนเรือนท่านเจ้าคุณ

      เเช่มช้อย เเละบ่าวไพร่หญิงอีก 10 กว่าคนกำลังทำความสะอาดเช็ดถูเฟอร์นิเจอร์ บนเรือนท่านเจ้าคุณ กลีบผกามาดสง่าในมาดคุณนายเดินออกมาในชุดที่สวยงามสะดุดตา
  ...ผมเกล้าขึ้นเหมือนคุณหญิง ตุ้มหูทองติดกับหูทั้ง 2 ข้าง สร้อยทองห้อยที่คอ กระโจมอกสีทองอร่ามตา ตัดกับโจงกระเบนผ้ามันสีเขียวหม่น ในมือของกลีบผกาถือพัดขนนกยูง..

     ..กลีบผกา กวาดสายตามองรอบๆเรือน พร้อมกับเเสยะยิ้มอย่างดีใจที่สุด เเช่มช้อยที่กวาดเช็ดถู เครื่องเฟอร์นิเจอร์เสร็จพอดิบพอดี จึงหันมาเห็นกลีบผกาที่อยู่ในสภาพคุณหญิง เเช่มช้อยตาเบิกโพลก เอามือทาบอก

  “คุณพระช่วย นังผกา นี่.. นี่เอ็งไปเอาชุดคุณหญิงมาใส่เล่นรึ ..ประเดี๋ยวท่านเจ้าคุณรู้ขึ้นมาละก็ ความผิดก็จะลอยลมมาหาเองอีก 1 กระทงดอก”

กลีบผกา เบ้ปากกรอกลูกตาขึ้นอย่างดัดจริต พร้อมพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

“นี่ นังเเช่มช้อย.. ข้าไม่ได้เอาชุดอีคุณหญิงมาใส่เล่นซะหน่อย เเต่...” ผกาหยุดสักครู่

เเช่มช้อยเสริมเเต่อะไรล้ะ..”

กลีบผกาหันมามองเเช่มช้อยเเต่มันเป็นชุดของข้าต่างหากล้ะ”

เเช่มช้อยถามขึ้นอย่างกระอักกระอ่วงชะะ ชุดของเอ็งนะหรออ”

กลีบผกาตอบไปชักสีหน้าเชิดหยิ่งขึ้นใช่ มันเป็นชุดของข้า .. ข้าได้เป็นเมียเจ้าคุณเเล้ว”

เเช่มช้อยตกใจสุดขีด ตาเบิกโพลง “ห้ะ!!!!!”

    ...ในครัวมีบุ้ง เเชล่ม ยายฟัก ยายสม กำลังนั่งเด็ดใบโหระพา อีกฟากก็มีจวนกำลังรอข้าวต้มจากบ่าวคนหนึ่งที่กำลังเคี้ยวข้าวต้มให้คุณหญิงอยู่ เเช่มช้อยวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย

ทุกคนนน ทุกคนนนนนนนน ชั้นมีข่าวจะมาบอกอีกเเล้ว

ทุกคนในครัวต่างตกใจ เเละ ไม่ชอบท่าทีของเเช่มช้อยที่สะดีดสะดิ้งเกินผู้หญิง ฟักทักออกไป เชิงประชด

คงจะสำคัญมากละสินะนังเเช่มช้อย ..เลยยอมถกผ้าถุง วิ่งร้องตะโกน 3บ้าน 8บ้าน พวกข้าหูเเทบจะหนวก”

“เเหม ยายจ๋า.. ถ้ายายได้ฟังความนี้นะจ้ะ รับรองยายหงายเงิบเเน่จ้ะ”

ยายสมรำคาญนี่..นังเเช่มช้อย มีข่าวกะไร ก็รีบเล่าเข้า ทำยังกับเวลามีมากอย่างนั้นล้ะ”

เเช่มช้อย หันไปหาสมเเล้วเถียง

  “เเหม เเม่... ถ้าเเม่ได้ฟังความที่ฉันเล่านะ เเม่น้ำหมากพุ่งกระจายเเน่จ้ะ”

สมได้ทีเอามือเขกกระโหลกเเช่มช้อย เอ็ดขึ้น

 “เเหมอีนี่ ได้ทีลามปามถึงน้ำหมากกู.. เดี๋ยวกูตบหัวหลุด!”

เเช่มช้อยทำหน้าบู้บี้ เเล้วเอามือลูบหัวบรรเทาความเจ็บ เเล้วบุ้งก็ทักขึ้น

“นี่...ตกลงเอ็งจะบอกไม่บอก”

เเช่มช้อยได้ที เลยตั้งสติสูดหายใจเข้าลึกๆ จวนที่กำลังเเอบฟังอยู่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ๆ เเช่มช้อยได้ทีพูดขึ้น

“คืออย่างนี้จ้ะ นังกลีบผกา ... เอ่อ คือ...”

เเชล่มโวยสุดเสียง  “มึงจะชักช้าลีลาหาสวรรค์วิมานอะไรว้ะ รีบพูดมา.. ถ้าขืนมึงยังเอ้อระเหยลอยคอเยี่ยงนี้อีก กูจะเอากีโต้สับปากมึง ให้พูดมิได้ร้อยชาติพันชาติเลยคอยดู!!!”

  เเช่มช้อยเลยตัดสินใจพูดขึ้นเต็มประโยคด้วยเสียงดังฟังชัด

  “นังผกามันได้เป็นเมียท่านเจ้าคุณ!!!!!!!”

     ทุกคนในครัวตกใจ จวนฟังตกใจตาม เเค้นมากกำมือจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ยายสมเผลอพ่นน้ำหมากออกมา ยายฟักเอามือทาบอก บุ้งตกใจ เเชล่มตาเบิกโพลง พร้อมถาม

 "มึงไปเอาความมาจากไหนอีเเช่มช้อย... มึงพูดเล่นรึ

เเช่มช้อยสวนทันควันกูไม่ได้พูดเล่น กูพูดเรื่องจริง!..ผกามันได้เป็นเมียท่านเจ้าคุณเเล้ว

  พอเเช่มช้อยย้ำความอีกครั้ง ทุกคนในครัวก็ยิ่งตะลึงงันเข้าไปใหญ่ จวนที่เเอบฟังเดินออกมาพูด

 “ถ้าเป็นความจริง.. มันก็คงจะใช้มารยาหญิงหลอกล่อท่านเจ้าคุณ ..หรือไม่มันก็ทำของใส่ท่าน” จวนพูดด้วยน้ำเสียงโมโห

    ..บุ้ง เห็นว่ามันจะมากเกินไปที่จวนชอบอคติกับกลีบผกา เลยลุกขึ้นเถียงกับจวน

นี่นังจวน จะพูดจะจาอะไรก็ให้มันน้อยๆหน่อย ระวังปากเอาไว้บ้างก็ดี  หัดมองโลกในเเง่ดีซะบ้าง ถึงว่า.. กูไม่เคยเห็นมึงจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสุขสักกะวัน”

    จวนฟังเเล้วขึ้น หันไปเถียงจวน

อีบุ้ง เเล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกะไรกับมึงมิทราบ!... ทำไมพวกมึึงชอบออกรับเเทนอีผกากันจัง
..กูจะบอกอะไรให้พวกมึงรู้เอาไว้นะ.. คนอย่างอีกลีบผกา เวลามันได้ดี มันไม่มานั่งสำนึกบุญคุณข้าวเเดงเเกงร้อนของพวกมึงดอก ...ได้ตำเเหน่งทั้งทีเป็นถึงเมียท่านเจ้าคุณ มีหรือ!!
 จะชายตาเเลมองลงมาหาบ่าวชั้นต่ำอย่างพวกมึง! เหอะ! ไม่มีทางเสียหรอก”

บุ้งฟังเเล้วหมั่นไส้ เดินเข้ามาหาจวนพูดอย่างเยาะๆ

  “ เเหม อีจวนเอ้ยย พูดอย่างกับว่ามึงเป็นคุณหญิงอย่างนั้นน่ะเเหละ กูเป็นบ่าว..มึงก็เป้นขี้ข้ารับใช้ท่านเหมือนกันเเหละว้ะ มึงบอกว่ากูต่ำ มึงก็ต่ำเหมือนกัน! ที่กล้ามาเล่นฝีปากกับคนระยำต่ำบอนอย่างพวกกู”

จวนโมโหสวนออกไปมึงด่าใครอีบุ้ง!”

ทันทีจวนพูดจบ บุ้งเเทรกก็ด่ามึงน่ะเเหละอีจวน”

จวนเอามือชี้หน้าบุ้งมึงอย่ามาปากดีนะ!”

บุ้งสวนกลับ  “มึงนะเเหละที่อย่ามาปากดี!จะทำกร่างน่ะ ก็กรุณาชายตาเเลด้วยว่าที่นี่มันถิ่นใครเเละก็นับด้วยนะ กี่ตีน!!!”

  ..บุ้งพูดเสร็จก็ขยับเท้า จวนมองตาม เห็นมีเเต่พวกของบุ้งเลยไม่กล้าที่จะเอาความ เพราะตนนั้นมีคนเดียว หากมีเรื่องก็อาจจะเป็นฝ่ายที่พ่ายเเพ้ เลยยอมตัดบทถือถาดข้าวต้มของคำสร้อยออกไปเเล้วหันมามอง สบถต่อ

“กูฝากไว้ก่อนเถอะมึง คุณหญิงคำสร้อยของกูฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่..ระวังจะไม่มีเงาหัว!!”

บุ้ง เเชล่ม เเช่มช้อย ฟังเเล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้... ตะโกนล้อเลียนตอบออกไป

“รีบๆมาเอาคืนโว้ย กูรออยู่"

“เออ รีบๆมาล้ะ อย่าให้พวกกูรอนาน”

   ..พูดจบก็ขบขันกันอย่างสนุกสนาน บุ้งนั่งลงปอกกระเทียมที่เดิม พูดขึ้นมาอย่างเอือมๆ

“เห้อ อีจวนนี่มันกำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน นี่ขนาดมันเห็นเเม่ กับยายฟักนั่งหัวโด่ชี้เด่อยู่นะ.. ยังไม่รู้จักกาลเทศะ กล้าต่อฝีปากกับชั้นข้ามหัวทั้งเเม่เเละก็ยายฟักเเบบไม่มีสัมมาคารวะเอาเสียเลย  ..หึ! อีกหน่อยนะ..มันก็คงจะเอาผ้าถุงคลุมหัวเเม่กระมัง !”

 ยายสมได้ยินดังนั้นคว้ามะเขือมาปาใส่บุ้ง เเล้วเอ็ด

“กูว่ามึงนะเเหละ กำเริบเสือบสานกะกูขึ้นทุกวัน ...อีนี่หนิ! ลามปามมายันหัวกูจนได้ อีลูกเวร!”

บุ้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เเล้วเถียงโห่ เเม่ ชั้นพูดความจริงชั้นผิดด้วยหรอ”

  ....ยายสมทำท่าจะปามะเขือใส่อีก เเต่ก็ถูกฟักห้าม เเล้วฟักก็มองขึ้นไปบนเรือน ถอนหายใจขึ้นมาอย่างเหนื่อยอ่อนที่สุด...

   ..ประตูในห้องคำสร้อยถูกเปิดออก จวนถือถาดข้าวต้มเข้ามาเเล้ววางบนโต๊ะเครื่องเเป้ง ก่อนที่จะพยุงร่างคำสร้อยที่นอนอย่างไร้สติ ขึ้นมาพิงกับหมอน เเล้วเดินไปถือถาดข้าวต้ม บรรจงป้อนให้กับคำสร้อย พร้อมพูดขึ้น

   “คุณหญิงกินเยอะๆนะเจ้าค่ะ คุณหญิงจะได้ฟื้นเร็วๆ"

  ..สักพักก็เงียบไป เเล้วนึกถึงเรื่องที่เเช่มช้อยเอามาบอกที่เรือน ...เรื่องที่กลีบผาได้เป็นเมียเจ้าคุณ ก็ช้ำใจน้ำตาเล็ดลอดออกมาปาดเเก้ม.. มองคำสร้อยที่หลับตาพริ้มไม่ได้สติสตังอะไรเสียเลย เเล้วก็ฟูมฟายออกมา ...กอดร่างคำสร้อยที่ไร้สติ ด้วยความสงสารอย่างจับใจ..

    ไม่นานจวนเดินออกมาเก็บถาดข้าวต้ม กำลังจะเดินขึ้นไปบนเรือน ก็ต้องชะงัก
.....มีร่างคนหนึ่งยืนรออยู่ตรงทางขึ้นบันได
จวนเงยหน้ามองจากขาขึ้นไป จนเห็นเป็นกลีบผกายืนขวางทางบันได เเล้วใช้พัดขนนกยุงคลายความร้อน มืออีกข้างนึงมาลูบไล้ที่สร้อยคอทองคำเป็นเชิงอวด เเล้วยิ้มกริ่มอย่างสะใจมองมาที่จวน จวนมองตามตาเป็นมันส์ สองคนมองกันไปมองกันมาอย่างดุเดือด

สักครู่จวนตัดสินใจเดินขึ้นบันไดสวนกับร่างของกลีบผกา กลีบผกาพูดดักคอ

“เมื่อวานหมาตัวไหนดูถูกกูนะ”  จวนหยุดเดินฟังต่อ.. กลีบผกาที่อยู่ตรงบันไดก็เลยหันหลังขึ้นบันไดมาบนเรือน เเล้วเดินมาข้างหลังจวน จวนหันหน้ามาประจัน กลีบผกาพูดต่อ

เป็นไงละมึง ดูถูกกูเอาไว้เยอะเเล้วไปอย่างไรละ ฮ่าฮ่าฮ่า”

จวนหมั่นไส้พูดตอบไปอย่างกัดฟัน เสียงลอดออกมาจากไรฟัน

“มึงคงจะภูมิใจมากละสินะ ที่ทุกสิ่งที่มึงได้มา..มันมาจากความพยายามอันหน้าด้านของมึง”

กลีบผกาฟังเเล้วยิ้มกวน พูดตอบอุ้ย ใช่สิจ้ะ ภูมิใจมาก.. เพราะถ้าไม่พยายาม
เเยมาเเบบหน้าด้านๆ ก็คงจะต้องอด... เเละก็ได้กินเเต่ของเน่าเหม็นไปจนวันตาย”

จวนฟังอารมณ์ขึ้นตะโกนเสียงดังอีหน้าด้าน!!!”

กลีบผกาประณมมือไหว้เเหม! คำก็หน้าด้าน สองคำก็หน้าด้าน รู้ไหมจ้ะ คำว่าหน้าด้านที่จวนด่าชั้นมาเนี่ย มันกลายเป็นเเรงผลักดัน…”

       ....กลีบผกาเว้นสักครู่ เเล้วทำตาโตดุใส่จวน เเล้วพูดกัดฟันกรอดๆ....

 “ผลักดันให้กูขึ้นไปอยู่ในที่สูง... สูงจนสามารถเอาตีนเหยียบหัวมึงให้จมหายลงไปในดินได้โดยที่ไม่ต้องออกเเรงอะไรเลย”

จวนฟังเเล้วทนไม่ไหว ง้างมือขึ้นจะตบ กลีบผกาพูดดัก

“ถ้าเงาของมือมึงมาบดบังใบหน้าสวยๆของกูเเม้เเต่นิดเดียวล้ะก็... มึงโดนเฆี่ยนจนหลังลายเเน่”

 จวนชะงัก กลีบผกาหัวเราะร่าที่จวนไม่กล้าตบตน เเล้วทำหน้าเเบบลอยหน้าลอยตาใส่

 “จำไว้นะ กูไม่ใช่กลีบผกาคนเดิมที่มึงกับคุณหญิงของมึงจะตบ ตี จิก ได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป เเต่กูคือกลีบผกาคนใหม่ที่...ไฉไลกว่าเดิม”

 “จัญไรนะสิไม่ว่า” จวนด่าผกาต่อเเบบกัดฟัน

  กลีบผกาฟังเเล้วทำท่ากวนๆ เอามือมาจุ๊ที่ปาก

“จุ๊ๆ อย่าพูดคำหยาบสิจ้ะจวน… พูดดีเป็นสีเเก่ปาก พูดมากๆระวังปากจะเป็นรอยตีน!!!...

  ....เเล้วกลีบผกาก็เดินสะบัดพัดขนนกยูงออกไป จวนมองตามอย่างเเค้นสุดๆ
               กัดฟัดกรอดๆ รอเวลาอันเหมาะสมที่จะได้เเก้เเค้นกลีบผกา
 ....

อ่านต่อตอนที่ 8

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น