เวลานี่โหดร้ายเนอะ...?

เวลานี่โหดร้ายเนอะ...?
เกริ่นเรื่อง: คิดถึงจัง คิดถึงมากที่สุดนะ รู้ไหม...
19 ธ.ค. 52 , View: 362 , Post : 1


 “ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง”

“ทำไมต้องวีน พ่อกุรึ… ก็ไม่”

ความคิดที่ก่อให้เกิดอคติและความไม่พอใจแก่รุ่นพี่

“กุเหนื่อย อยากนอน”

“ทำไมต้องมาซ้อมหนักวันที่กุเรียนพิเศษ”

ความคิดที่ทำให้รู้สึกอยากให้กีฬาสีจบๆ ไปซะที

 

เครียดเนอะ?

เวลาจะพักแทบไม่มี

เลิกเรียนก็ซ้อม

ซ้อมเสร็จค่ำๆ ก็แทบไม่ได้ทำการบ้านเพราะเหนื่อย (ขี้เกียจด้วย นิดนึง -*-)

ยิ่งถูกสั่งให้ฉีกขา แทบจะร้องไห้พอพยายามแล้วยังทำไม่ได้ (เพราะถ้าทำไม่ได้ก็เจอวีน)

 

เกลียดพี่เบสท์ (คนซ้อมท่าให้) ที่วีนได้ทุกเวลา ทุกสถานที่

ทำไมต้องมาวันที่กุเรียน (เพราะถ้าเจ๊มาก็อดเรียน) ทำไมต้องวีน ทำไมต้องซีเรียสอะไรมากมาย

เกลียดพี่โมสต์ รุ่นพี่ (ม.5) ผู้เป็นเจ้าแห่งความแรงที่โทรจิกได้แม้จะอยู่ห่างกันแค่ไหน

“ไม่ใช่แค่ ‘พยายาม’ ทำให้ได้ แต่เรา ‘ต้อง’ ทำให้ได้ เพราะเวลาแข่งเขาไม่มีคะแนนความพยายามให้หรอกนะ”

 

แต่ว่า… อาจจะเป็นเพราะเห็นหน้ากันมากไป มั้ง?

เพราะสามส่วนสี่ในชีวิตประจำวันคือการเห็นหน้ากันและกัน

พอจิกกันบ่อยๆ เข้า แกล้งกันบ่อยๆ เข้า เหน็บแนมกันบ่อยๆ เข้า

ความรู้สึกดีๆ ก็เริ่มเข้ามาแทนที่ความไม่พอใจ

 

“อิทราย อิแรง”

“หยุดทำตัวทรายๆ ได้แล้ว”

“ยัยชุดนอน”

“อุ๊ย ทรายเต้นเพลงอะไรอะ เพลงเดียวกันรึเปล่า ทำไมเหมือนคนละท่ากันเลย”

“น้องถั่ว”

“คุณแม่ขอร้องงงง”

“อิทราย ตบปาก

ด่ากุได้ตลอดค่ะ =_=

ทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่แกจะไม่ค่อยแมน (กลัวตุ๊กแก หน้าวิ้ง กรี๊ดเป็น หุ่นเพอร์เฟคต์เว่อร์ๆ) แต่ยังไงก็เป็นผู้ชายล่ะวะ แถมหล่อด้วย (แรดจริงกุ 555+)

แต่หัวใจไม่ได้ทำจากกระดาษนี่หว่า จะได้ไม่หวั่นไหวกับอะไรสวยๆ งามๆ (หล่อๆ)

ก็นั่นแหละ… เห็นหน้ากันทุกวัน แกล้งกันทุกวัน ยิ่งรู้สึกผูกพัน

ไม่คิดเลยว่าจากคนที่หมั่นไส้ จะกลับกลายมาเป็นคนที่แอบรู้สึกดีๆ ด้วย

 

คิดง่ายๆ เลย

ผู้ชาย (ที่ไม่ค่อยแมน) หน้าตาดี ที่….

…อยู่ๆ ก็เรียกให้ไปนั่งข้างๆ แล้วเอนหัวลงมาซบ

…เวลาไปกินข้าวก็ตบเก้าอี้แล้วบอกให้นั่งข้างๆ

…ตอนทำอุปกรณ์+นั่งดูหนังจากโน้ตบุ้คก็อ้อนให้ป้อนขนมให้

…นั่งหยอกกันอยู่ดีๆ ก็บอกว่าให้ปัดผมขึ้นให้

…คนอื่นเค้าซื้อของกันอยู่ก็ชวนไปเดินซื้อของอย่างอื่นกันสองคน

...เวลาซ้อมก็แกล้งจิก แกล้งแรงใส่จนอดขำไม่ได้

…ตอนนั่งฟังเรื่องผีก็เอนมาพิงแถมยังคว้าข้อมือเราซะแน่น

…ยอมให้ยืมเสื้อทั้งที่ตัวเองก็หนาว

…ก่อนไปซ้อมยังกระชากแขนให้ลุกแล้วควงแขนเดินต่อหน้าธารกำนัล

 

ใครก็ได้… ช่วยตอบมาว่าถ้าเป็นคุณ คุณจะไม่หวั่นไหว?

 

ช่วงสัปดาห์ก่อนแข่ง เป็นอะไรที่รู้สึกอยากให้กีฬาสีเลื่อนไป เลื่อนไปเรื่อยๆ…

เพราะรู้สึกผูกพันกับทุกคนที่เป็นลีดด้วยกัน ไม่ใช่แค่ ‘เขา’ คนนั้น

ในเมื่อช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา เจอหน้ากันทุกวัน ทำอะไรหลายอย่างด้วยกัน ผ่านอุปสรรคมาด้วยกันและได้เห็นหลายด้านของกันและกันมาเยอะ

ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่า…

ส่วนหนึ่งของชีวิตกำลังจะหายไป

…ส่วนหนึ่งส่วนนั้นที่เมื่อก่อนคิดว่ามันคือ ‘ส่วนเกิน’

…แต่ตอนนี้มันกำลังจะเป็น ‘ส่วนที่ขาด’

ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งนั้นกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราตั้งแต่เมื่อไหร่

มันแทรกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความเคยชิน ในความรู้สึก ในหัวใจ

จนลืมไปแล้วว่า ตอนที่ยังไม่เป็นลีด ตอนหลังเลิกเรียนทำอะไรบ้าง?

แปลกจริงๆ คนเรา…

ทำไมถึงชอบเห็นค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อรู้ว่ากำลังจะสูญเสียมันไป?

 

รู้สึกกลัวทุกครั้งที่เล่นสนุกด้วยกัน ยิ้ม หัวเราะ กินข้าวด้วยกัน

กลัวว่าซักวัน ภาพเหล่านี้จะหายไป… กลายเป็นแค่ภาพเก่าๆ ในลิ้นชักความทรงจำ

 

กลัวความรู้สึกตัวเอง… ว่าวันหนึ่งเมื่อถึงจุดที่ทุกอย่างเริ่มอิ่มตัว

ความด้านชาจะเข้ามาแทนที่ความเศร้า

เมื่อถึงตอนนั้น… อาจจะไม่ใช่ใคร แต่เป็นเราเองที่ตัดสินใจลบความทรงจำนั้นออกไป

 

ถึงแม้การลืมใครสักคนจะยากกว่าการลบข้อมูลออกจากฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์

แต่ลองได้ลืมแล้วไม่มีทางจะเรียกมันกลับคืนมา

เพราะสมองไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์อัจฉริยะที่สามารถ Restore ข้อมูลกลับมาได้

เพราะสมองไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ที่จะเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ได้อย่างครบถ้วน

 

อย่างที่ในหนังเคยบอกว่า

ไม่มีหรอก… ไม่ลืม มีแต่ลืมช้า กับลืมเร็ว

…ก็ยังอยากจะไม่ลืม

ยังกลัวอยู่ตลอด กลัวว่าถ้าไม่ได้เจอหน้ากันทุกวัน พอเจอกันอีกที อะไรดีๆ ที่มีด้วยกันจะถูกลืม

เราจะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวในความทรงจำของเขา

และเขาก็จะกลายเป็นเศษเสี้ยวในความทรงจำของเรา

ทำไมเวลาถึงได้โหดร้ายอย่างนี้นะ?

 

เป็นความรู้สึกที่บางคนอาจเคยเป็น เมื่อเรามีความประทับใจต่อใครสักคน

ก็อยากจะเก็บช่วงเวลาแห่งความทรงจำนั้นไว้เฉยๆ

เก็บและล็อคไว้ หยุดเวลาแห่งความทรงจำดีๆ ไว้แค่นั้น

ไม่อยากจะพบเขาอีกรอบ เพราะกลัวว่าเมื่อเวลาผ่านไป เขาจะเปลี่ยนไปและทำให้เราหยุดความประทับใจที่มีต่อเขา…

แล้วความทรงจำดีๆ ก็จะถูกลบหายไป…อย่างน่าเสียดายที่สุด

กลัวมาก… กลัวจริงๆ

 

ถึงแม้คำตอบที่ว่า “ทำยังไงไม่ให้ลืมเร็ว” จะยังไม่กระจ่างแจ้ง

แต่ก็นั่นแหละนะ… มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะมีสิทธิ์ไปเดินทวนกระแสของกาลเวลาที่ไหลไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้ยังไงกัน

เพราะฉะนั้น เราคงต้อง…

…ปล่อยมันไปให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น

…ปล่อยให้เวลารักษาทุกอย่าง

…ปล่อยให้หัวใจฟื้นตัวขึ้นมาเอง

ปล่อยไป… ปล่อยไป… ปล่อยไป

 

 

“…เรายังอยู่ด้วยกันอีกนานแสนนาน

ฉันเชื่อตัวเองเช่นนั้น… ถึงได้ปล่อยวันเวลาไปไกล

ควรจะบอกบางคำกระทั่งลืมไป

คิดว่าเหลือเวลาเท่าไหร่ก็พอพูดมัน

 

ได้แต่เกลียดตัวเองที่ลืมนึกไป

ว่าโลกมีคำว่า ‘สาย’

ไว้สะกิดใจให้ฉันรีบทำ

ได้แต่กอดตัวเองกับความทรงจำ

ที่ยิ่งย้ำว่าฉันมันผิดที่ชะล่าใจ…”

 

ทราย_YCL#14

19/12/09


แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :
    เจ๊~ เป็นตาเกิ้นตาเกิ้นก็คิดนะคะ!!~
    โฮกกก เสียใจแทน TT
    ยังไงก็เถอะนะคะ
    โรงเรียนเดียวกัน
    ยังไงก็ได้เจอค่ะ
    ได้สนิทกันขนาดนี้
    ดีกว่าคนอื่นขนาดไหนแล้วคะ
    ปีหน้าค่ะ ปีหน้า~
    ซ้อมกีฬาสีอีกรอบ ^^
    ป.ล. เจ๊ยังดีนะคะ ที่ไม่ต้องมานั่งกินน้ำ 55
    13 ม.ค. 53 / 21:21

    1


      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    1
    Comments
    1
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog