[Fantasyland] ดินแดนต่างมิติ

ตอนที่ 7 : ทายาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ม.ค. 60

".......เอ๊ะ....."
อลิซพูดออกมาเบาๆหลังจากที่หลุดจากภวังค์
" เอาล่ะ มากันครบแล้ว พวกเจ้าทุกคนประจำที่"
แอ๊บโซเล็มพูดขึ้น ทุกคนต่างเดินถอยหลังออกมาล้อมรอบอลิซเป็นวงกลม
" กระผม จะขอเริ่มพิธีนะขอรับ"
แอ๊บโซเล็มพูดอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเสกสมุดจากที่ไหนไม่รู้ออกมา อลิซได้แต่ยืนอึ้งและงง เธอทำอะไรไม่ถูก ในหัวมีแต่คำถามอย่างเดียว
"...อ่ะแฮ่ม! กระผม แอ๊บโซเล็ม พ่อหมอแห่งนครขาว องครักษ์ของท่านเทพธิดาพระแม่ของเรา ตอนนี้จะขอเริ่มทำพิธีสืบทอด ทายาท คนใหม่ องค์หญิงอลิซที่10"
แอ๊บโซเล็มกล่าวพิธีบางอย่างออกมา ดวงตาสีน้ำตาลของเขาขยับไล่ตามอ่านตัวหนังสือในสมุดนั้น อลิซที่ยืนงงอยู่นั้นก็ยังไม่ทำอะไรนอกจากยืนนิ่งๆพร้อมหน้าตาที่งงงัว
" พิธีการต่อไปนี้จะเป็นการถ่ายทอดพลังขององครักษ์ทั้งหมด เพื่อปกป้องและดูแลองค์หญิงคนใหม่.....คนแรก มัมลี่คัน ขอรับใช้ในฐานะ ผู้ป้องกันภัย"
เมื่อพูดจบ มัมลี่คันก็นั่งคุกเข่าลง
"คนที่สอง แมด แฮ็ดเตอร์ ขอรับใช้ในฐานะ ทหาร"
แมดพยักหน้ารับก่อนจะนั่งคุกเข่าลง
"คนที่สาม ไวท์ แร็บบิด ขอรับใช้ในฐานะ หัวหน้าองครักษ์"
ไวท์นั่งคุกเข่าลง และมองมาที่อลิซ อลิซหันมามองทั้ง3คนที่นั่งคุกเข่าลงไป ทำไม....นี่มันอะไร...
"คนที่สี่ กระผม แอ๊บโซเล็ม ขอรับใช้ในฐานะ ที่ปรึกษา"
เขาพูดและนั่งลงคุกเข่า  ตอนนี้พวกเขาทั้งหลายต่างนั่งคุกเข่าล้อมรอบอลิซ แต่เหลืออีกคนนึงที่นังไม่ได้นั่ง เชสเชอร์ยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะจ้องมองมาที่อลิซที่หันมองคนอื่นๆอย่างงงๆ
"และสุดท้าย...คนที่ห้า เชสเชอร์ ขอรับใช้ในฐานะ อัศวิน"
พูดจบ เชสเชอร์ก็นั่งคุกเข่าลงเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่จะเกิดแสงบางอย่างที่พื้น แสงนั่นฉาดฉายออกมาเป็นลวดลายวงแหวนเวตมนต์ พร้อมคริสตัลบางอย่างที่ออกมาจากอกของแต่ละคนมันมีสีประจำของแต่ละคน ชมพู ส้มเหลือง เขียวและม่วง ดวงตากลมโตของอลิซเบิกกว้างแสงจากวงแหวนเวตมนต์และคริสตัลส่องแสงสวยงาม คริสตัลทั้ง5ดวงต่างเข้ามาหมุนล้อมรอบอลิซ
"องค์หญิงอลิซ"
พวกเขาเรียกอลิซ อลิซก้มลงไปมองคนที่ใกล้ที่สุด เขาส่งยิ้มบางๆมาให้ก่อนจะพูดว่า
"โปรดสืบทอดและเป็นทายาทคนต่อไปของเราด้วย.."
อลิซอ้าปากเล็กน้อย คำถามมากมายในหัวลุมล้อมจนเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะถามอะไรก่อนดี..........แต่ที่นึกได้คือ
"......................ไม่......"

วูบ!
สิ้นเสียงของอลิซที่พูดออกมา พวกเขาต่างเงยหน้าขึ้นมามองอย่างตกใจ แสงจากวงแหวนที่พื้นหายไป คริสตัลที่หมุนรอบต่างลอยอยู่นิ่งๆไม่ขยับไปไหน
"....อะ...อะ...อะไรนะขอรับ"
แอ๊บโซเล็ม คนที่ดูจะเก้อมากสุดถามขึ้น เขาถูกขัดจังหวะได้น่าอายสุดๆ
"....คือ..คือ...คือพวกคุณฟังฉันนะ  ฉันงงมากๆ งงจริงจัง ฉันไม่รู้ว่าพวกคุณเป็นใคร แล้วอยู่ๆพวกคุณก็มาทำ...ทำพิธีไรนี่กับฉัน ซึ่งฉันไม่รู้เรื่อง! ที่นี่คือที่ไหนฉันก็ไม่รู้ ถึงจะบอกว่าเป็นอาณาจักรขาวหรือดินแดนแฟนตาซีอะไรก็ชั่ง! ฉันก็ไม่รู้ แล้วอีกอย่างนึงที่นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน....ฉันอยากกลับบ้าน"
เมื่อมีโอกาสพูด อลิซก็พูดออกมาเป็นชุดทำเอาคนฟัง ฟังไม่ทัน แต่นั่นยังไม่หมดคำถามมากมายยังคงมีอยู่
"คือ องค์หญิงฟังก่อนนะขอครั-"
"เลิกเรียกฉันว่าองค์หญิงที! ฉันชื่ออลิซและก็ไม่ใช่คนรวยจากที่ไหนที่จะมาเรียกดูมียศหรือฐานะอะไรขนาดนั้นทั้งนั้น"
อลิซเริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย
"ครับ คุณอลิซ...คุณอลิซคือพูดถูกเลือก" 
แอ๊บโซเล็มพูด ยิ่งเพิ่มคำถามให้อลิซมากขึ้นอีก
"...ถูกเลือก...เรื่องอะไร..?"
"กระผม ขออภัยที่ไม่ได้บอกไม่ได้กล่าวอะไรเลยขอรับ คือว่าพิธีที่เราทำไปเมื่อกี้เป็นการสืบทอดทายาทคนต่อไปเพื่อที่จะปลดปล่อยพวกเราและกำจัดราชีนีโพธิ์แดง ขอรับ"
แอ๊บโซเล็มพูดและเดินไปเก็บคริสตัลที่รอยอยู่มาให้อลิซดู
"คำทำนายได้กล่าวไว้ ว่าจะมีคนมาช่วยพวกเราสู่อิสระ"
"...........หมายความว่าไง..."
อลิซยังคงงงอยู่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย ผู้ถูกลงถูกเลือกไรกัน คำทำนาย? พูดอย่างกับในหนังแหน่ะ!
"คุณคือคนที่จะมาช่วยพวกเราไงขอรับ คุณถูกพวกคริสตัลนี้เลือกแล้ว"
เเอ๊บโซเล็มพูดและปล่อยคริสตัลให้รอยเรียงรายต่อหน้าอลิซ

".......เหอะ....พระเจ้า...."
อยู่ๆอลิซก็ขำขึ้นมา เธอส่ายหัวและยกมือขึ้น
"ฉันว่ามันชักจะเพี้ยนไปกันใหญ่แล้วนะ ตั้งแต่มาเจอพวกนาย ทุกอย่างมันแปลกตาและ....และเกินคำบรรยาย....มันเพี้ยน! มัน..มันเป็นจริงได้ยังไงเรื่องแบบนี้ แล้วอีกอย่างฉันเป็นคนธรรมดาที่หลุดเข้ามาที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วมาหาว่าฉันเป็นองค์หญิงบ้าง ทายาทบ้าง.....เหอะ...ขอบอกเลยนะ ฉันไม่ใช่อะไรอย่างที่พวกนายพูดเลยสักนิด! และตอนนี้ฉันอยากจะกลับบ้าน!"
อลิซพูดและถอยหลังออกมา
"..ม่ะ...ไม่นะขอรับ! ฟังกระผมก่อน คุณคือผู้ถูกเลือกจริงๆ ดูสิขอรับ คริสตัลพวกนี้เลืองแสง บ่งบอกถึงคุณที่ถูกเลือกนะขอรับ!"
อลิซหันกลับไป ก็เห็นพวกคริสตัลพวกนั้นที่ลอยอยู่นิ่งๆ  จริงๆนะ มันไม่แสดงอะไรอย่างที่คิดไว้เลย
"....น่ะ...นี่...แอ๊บ.."
แมดเดินเข้าไปสะกิด
"...อะไร.."
"...คือว่า....คริสตัลมัน...ไม่เลืองแสงแล้ว"
"...หะ...."
แอ๊บโซเล็มตกใจมาก เขาหันควับกลับไปมองที่คริสตัลพวกนั้น ที่ได้แต่ลอยอยู่กับที่นิ่งๆ ไม่ส่องแสงหรืออะไรเลยอย่างที่แมดบอก
"....ทะ...ทำไมล่ะ....คำทำนาย...ไม่น่าผิดพลาด..."
แอ็บโซเล็มจ้องไปที่คริสตัลพวกนั้น
"ฮ่าๆ....โอเค! โอเค! เห็นมั้ยล่ะ! เมื่อกี้นายบอกว่ามันเลืองแสงเพราะคนที่ถูกเลือก แต่ดูสิ ไม่แม้แต่จะมีแสงส่องออกมาสักนิด!...ฉันว่า พวกเราคงจะรู้เรื่องกันได้แล้วล่ะ...ฉันต้องกลับบ้านแล้ว"
อลิซพูดก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องโถง
"ดะ!...เดี๋ยวก่อนขอรับ องค์หญิง!"
แอ็บโซเล็มพูดและทำท่าจะตามไป แต่ก็ถูกเชสเชอร์รั้งไว้ก่อน
"ใจเย็นแอ็บ เดี๋ยวข้าตามไปเอง"
เขาพูดและเดินตามอลิซไป

"..........ข้าไม่อยากเชื่อเลย..."
"หืม?"
ไวท์หันไปมองเเอ๊บโซเล็มที่ยืนหน้ามืดอยู่
"ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่า คำทำนาย...มันจะไม่เป็นจริง..."
เขาพูดและเอามือกุมขมับตัวเอง
".....ข้าก็ไม่อยากเชื่อ.....แต่ข้ารู้สึกว่า....เราคงต้องรอสักหน่อย"
ไวท์พูดและหยิบนาฬิกาเรือนสีทองออกมา หน้าปัดนาฬิกาตอนนี้บ่งบอกถึงช่วงเช้าตอนสายๆ คิ้วทั้งสองข้างของไวท์ขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังกังวลอะไรบางอย่าง

"......นายท่าน..."
"ว่า.."
"ท่านคิดว่ามันจะไม่เป็นจริงบ้างมั้ย"
มัมลี่คันยืนถามแมดที่นั่งก้มหน้ามองพื้นอยู่
"ข้าไม่รู้สิ..ครั้งนี้มันแปลกไปจากเมื่อก่อนมาก เล่นสะหมดความหวังเลย"
แมดเงยหน้าขึ้น ตอนที่เขาเครียดมากจริงๆ มัมลี่คันรู้สึกได้
".....ดิฉัน ไม่อยากพูดซ้ำเติมเหรอกนะคะ....แต่มันอาจจะสูญเปล่าเหมือนครั้งแล้วๆ"
มัมลี่คันกำมือตัวเองแน่น ภาพความสูญเสียมากมายในอดีตลุมล้อมเข้ามา แมดเงยหน้าขึ้นมองมัมลี่คัน เขาถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืนและยื่นมือของตัวเองไปลูบหัวมัมลี่คัน
"...ข้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก ตอนนี้เราต้องรออย่างเดียว ว่าอลิซจะใช่คนที่ถูกเลือกจริงๆหรือเปล่า"
มัมลี่คันพยักหน้างิกๆ แมดยิ้มบางๆให้ก่อนจะเดินไปหาไวท์และแอ๊บโซเล็ม
"..........ขอให้เป็นเธอคนนี้ได้หรือเปล่า...เรารอเธอมานานแสนนานแล้ว"
มัมลี่คันมองไปที่คริสตัลพวกนั้นที่ลอยอยู่นิ่งๆ ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปและเดินไปหาคนอื่นๆ

แต่หากรู้ไม่ว่า....ระหว่างที่ทุกคนกำลังเครียด ได้มีเเสงเล็กๆสว่างขึ้นมาในคริสตัลสีชมพูโดยที่ไม่มีใครเห็นเลย..
............

"อลิซ..."
"......"
"ข้าเรียกเจ้านะ ได้ยินหรือเปล่า"
"......"
"สงสัยเจ้าจะเป็นคนหูหนวกนะเนี้ย"
"อะไร! อย่าพูดแบบนั้นะ"
อลิซหันกลับมาตวาดใส่เชสเชอร์ที่นินทาเธออยู่
"แหม่~ หูผึ่งขึ้นมาเลย คิดว่าเจ้าเป็นคนหูหนวกสะอีก"
เชสเชอร์ยิ้มแยกเขี้ยวออกมา 
"ฉันไม่ได้หูหนวก!"
อลิซพูดและกอดอกตัวเอง
"แล้วที่ข้าเรียกเจ้าเมื่อกี้ ทำไมไม่ตอบข้า"
"ไม่อยากคุย จบมั้ย"
อลิซพูดและตวัดตัวเดินหนีไป
"คุยกับข้าหน่อยสิ~"
"ไม่!"
"ทำไม่เจ้าถึงได้ใจร้ายจัง"
"แล้วแต่นายจะคิด"
อลิซเดินกลับมาตามทางเรื่อยๆก็เจอกับประตูทางออก
"เจ้าจะไปไหนน่ะ"
เชสเชอร์ถามอีกครั้ง อลิซที่กำลังจะบิดลูกบิดประตูชะงักก่อนจะกำหมัดแน่นและหันไปจ้องเขม่งใส่
"ก็ กลับบ้าน ไง เล่า!"
อลิซพูดเน้นแต่ละคำ ก่อนจะหันไปสนใจประตูต่อ
"แล้วเจ้ารู้เหรอ ว่าจะกลับบ้านของเจ้ายังไง"
กึก!
ตัวของอลิซชงักหยุดนิ่ง เชสเชอร์เห็นท่าทางตกใจแบบนั่นก็อดอมยิ้มไม่ได้
"................แล้ว.........แล้วนายรู้มั้ยล่ะ"
อลิซหันกลับมาถามอย่างอายๆ
"หึ.."
เชสเชอร์หลุดขำออกมา เขาหยักไหล่และมองหน้าอลิซ
"....ไม่มีเหรอก ทางออกน่ะ"
จบคำพูดนั้น ดวงตาของอลิซก็เบิกกว้าง ใจหล่นไปที่ตาตุ่ม
ไม่จริง....ไม่จริงใช่มั้ย....โกหกสินะ!
"บะ...บ้า! ฉันไม่เชื่อเหรอก นายกำลังหลอกฉันอยู่สินะ!"
อลิซพูดและชี้หน้าเชสเชอร์จ้องจะจับผิดอีกฝ่าย
"ปล่าว ข้าพูดจริงๆ"
เชสเชอร์พูดและเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง
"ไม่ ไม่ ฉันไม่เชื่อ นายกำลังโกหกอยู่แน่ๆ หน้าตานายออกจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้"
คำพูดของอลิซช่วงหลังๆเหมือนจะแทงใจดำอีกฝ่ายนิดหน่อย
"อ่าๆ ข้าฟังมาจนชินแล้ว ไอที่บอกว่าหน้าตาเจ้าเล่ห์เนี้ย แต่ข้าพูดความจริง ว่ามันไม่มีทางออก"
เชสเชอร์บอกพร้อมโน้มตัวลงมาจ้องหน้าอลิซที่ตัวเตี้ยกว่าเขา
".....ไม่...ฉันไม่เชื่อนาย ฉันต้องไปถามคนอื่น"
อลิซพูดก่อนจะเดินผ่านเชสเชอร์ออกมา แต่เดินไม่กี่ก้าวเชสเชอร์ก็พูดขัดทันที
"ไปถามคนอื่น เขาก็พูดแบบเดียวกับข้านี่แหละ ข้าคิดว่าน่าจะเคยมีคนบอกเจ้าแล้วนะ"
"!!!"
อลิซหยุดเดิน ในหัวเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้....

"อลิซ มันม่-..."

คำพูดตอนที่คุยวิลล่าพุดขึ้นมา วิลล่าเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างแต่ก็โดนขัดไปก่อน แถมน่าตาของวิลล่าก็ดูเครียดมากเลยด้วย....หรือว่า...มันจะไม่มีทางออกจริงๆ
ตึก!
"หืม?.."
เชสเชอร์หันไปมองอลิซที่นั่งทรดลงไป
"อลิซ...เจ้าเป็นอะไรมั้ย"
เชสเชอร์เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา
"...........มันจะไม่มีทางออกจริงๆเหรอ.."
อลิซพูด แต่น้ำเสียงเธอดูสั่นๆ
"แสดงว่าฉันต้องอยู่ที่นี่สินะ..."
พูดจบ ก็มีเสียงสะอื้นออกมา ร่างกายที่สั่นและกระตุกนั้นแค่เห็นแป็บเดียวก็ดูออกว่า กำลังร้องไห้
"......"
 เชสเชอร์ยืนมองร่างเล็กที่กำลังกั้นน้ำตานั้นอย่างนิ่งๆ เขาส่ายหัวก่อนจะเดินไปและนั่งยองๆตรงหน้าอลิซ
"อลิซ...อย่าร้องไห้"
"อึก.ฮึก...ฮึก~"
อลิซก้มหน้าก้มตาเพื่อหลบหน้าอีกฝ่าย
"เจ้าอยู่ที่นี่ได้นะ"
"..จะได้ไง!...ฉันมาที่นี่โดยไม่มีใครรู้ ตอนนี้ที่บ้านจะเป็นยังไงบ้าง...ฮึก!...ถ้าคุณปู่คุณย่าของฉันรู้เข้า...พวกเขาจะทำยังไงเมื่อฉันหายไปโดยไม่มีสาเหตุแบบนี้!"
ตาของอลิซแดงก่ำจากการกั้นน้ำตา ปากพูดเสียงแข็งเพราะอาการเกร็ง เชสเชอร์มมองหน้าอลิซนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ
"ใจเย็น...เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง..ที่นี่กับที่บ้านของเจ้าเวลามันต่างกัน ที่นี่เวลามันเดินเร็วกว่าเป็นเดือน"
"......หะ...ใช่เหรอ ฮึก!"
อลิซพูดและสะอึกออกมา เชสเชอร์อดขำไม่ได้ เขาพยักหน้าให้อลิซและลูบหัวของเธอ อลิซชงักเล็กน้อยกับการกระทำของอีกฝ่าย
"ใช่สิ ตอนนี่เจ้าอยู่คนละมิติจากทางโลกของเจ้า เพราะงั้นเวลามันไม่เชื่อมต่อกันเหรอก"
เชสเชอร์พูดและพยุงอลิซให้ลุกขึ้น
"หยุดร้องได้แล้วหน่า..เจ้านี่มันขี้แง จริงๆ"
"นายไม่เข้าใจเหรอก..."
อลิซพูดก่อนจะเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มของตังเองออก
"..........ข้าคิดอะไรออกล่ะ"
เชสเชอร์พูดก่อนจะย่อตัวไปอุ้ม อลิซขึ้นเป็นท่าเจ้าสาว
"เห้ยๆๆๆ!!!! ทำอะไรของนายน่ะ อุ้มฉันทำไม!"
อลิซทุบอกของเชสเชอร์รัวๆ หวังให้อีกฝ่ายปล่อยตัวเลงลง
"โอ๊ย! มันเจ็บนะ!"
" นั้นแหละดี!  ปล่อยฉันลงนะ! จะอุ้มฉันทำไม!!"
อลิซพูดและดิ้นไปมา
"อยู่นิ่งๆสิ! ตัวเจ้าก็หนักไม่ใช่น้อยๆนะ!"
"หะ! ว่าไงนะ! หาว่าฉันอ้วนเหรอ!"
"เปล่านะ~ เจ้าพูดเองต่างหาก"
เชสเชอร์พูดก่อนจะอมยิ้มและหลบอลิซ
"แต่นายเองก็บอกว่าตัวฉันไม่ใช่น้อยๆ ถ้างั้นก็ปล่อยฉันลงสิ!"
อลิซทุบอกเชสเชอร์อีกครั้ง
"ไม่"
เชสเชอร์พูดก่อนจะเดินไปเปิดประตู
"ปล่อย!"
"ไม่"
"ฉันบอกให้ปล่อย!"
"ไม่"
เชสเชอร์พูดอยู่คำเดียว เขาอุ้มอลิซออกมาจากทำเนียบขาว
"ปล่อย! นายจะพาฉันไปไหนเนี้ย! ไอแมวบ้า!"
"แมวเฉยๆ ไม่ได้บ้านะ"
เชสเชอร์ก้มลงยิ้มให้อลิซ ทำสะเจ้าตัวขนลุกไปหมด
"โอย! ปล่อยนะ จะพาฉันไปไหน! บอกกันดีๆก็ได้! ฉันก็เดินเองเป็นนะ!"
อลิซเริ่มหมดแรง พูดหรือด่าอะไรไปอีกฝ่ายก็ไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งนั้น
"จะพาเจ้าไปให้อารมณ์ดี ขึ้น"
เชสเชอร์พูดแปลกๆ อลิซเลิกโวยวายก่อนจะเงยหน้ามองเชสเชอร์
"...เอ๊ะ..."
"ข้ารู้ว่าเจ้ากำลัง เครียด เสียใจ แล้วก็กลัวอยู่ ตอนนี้เจ้ายังไม่หยุดร้องไห้สักทีเลยนะ รู้ตัวมั้ย"
เชสเชอร์พูด นัยต์สีม่วงของเขาเห็นเป็นหญิงสาวที่บนใบหน้าของเธอมีแต่น้ำตาอาบแก้ม
"กอดคอข้าไว้แน่นๆนะ"
เชสเชอร์จับมือของอลิซให้กอดคอของตนไว้ ก่อนจะจัดแจ้งทุกอย่างให้เข้าที่ เชสเชอร์ย่อตัวลงก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า
"!!!!"
 สิ่งที่เกิดขึ้นมันเร็วมาก ภาพที่เห็นตอนที่มีเพียงท้องฟ้าสีฟ้าและกลุ่มเมฆทั้งหลาย
"น่ะ..นี่มันอะไรเนี้ย!"
"สวยมั้ยล่ะ!"
อลิซเงยหน้าขึ้นไปมองเชสเชอร์ที่อุ้มเธออยู่
"ดะ...ได้ไง! นายขึ้นมาบนท้องฟ้าได้ไงกัน!"
"พลังของข้าไง ข้าสามารถล่องหนและบินได้ "
"บินได้! นี่นายเป็นผีหรือไงกัน!"
"เวตมนต์ประเจ้าตัวข้าต่างหาก ข้าไม่ใช่ผีนะ"
"ช่างมันก่อน!....นี่มันสูงมากเลย! เอาฉันลงไปที่พื้นนะ!"
อลิซหลับตาปี๋ การที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าแบบนี้มันหวิวๆอย่างบอกไม่ถูกเลย
"เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าอุ้มเจ้าอยู่นะ ไม่ตกเหรอก ลองมองไปด้านล่างสิ"
"ไม่เอาๆ มันสูง ฉันกลัว!"
"น่าๆลองดู เชื่อฉันนะ"
คำพูดเชิงอ้อนๆของเขา ทำให้อลิซใจอ่อนนิดๆ อลิซพยายามเปิดตาจองตัวเองและก้มลงมองด้านล่าง

เมื่อได้มองภาพด้านล่าง มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันสวยมาก บ้านเมืองหลังเล็กและใหญ่เรียงกันเป็นปึกแผ่น ต้นไม้และภูเขารอบๆทำให้ดูร่มรื่น มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่านกลางเมือง สายลมที่พัดผ่านเย็นสบาย ทำให้อลิซใจชื่นขึ้นมามาก ใจที่ร้อนร่นเมื่อกี้เริ่มสงบนิ่งลง
"เป็นไง สวยใช่มั้ยล่ะ ที่ข้าพาเจ้าขึ้นมา เพื่อให้เจ้าได้เห็นนครขาวทั้งหมด ได้เห็นรอบๆเมืองเผื่อจะคุ้นชินกับบรรยากาศที่นี่บ้าง เจ้าจะได้ไม่ต้องกลัวที่จะอยู่ที่นี่ไง"
ตึกตัก!
ใจของอลิซเต้นแรงขึ้นมานิดหน่อย อลิซเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายที่ก้มลงมายิ้มบางๆอย่างอบอุ่นให้
"อลิซ ได้โปรด อยู่ที่นี่ก่อนนะ"

...........


ไอหย้าาา รีดเดอร์! ไรท์กลับมาแล้ว หลังจากที่ห่างหายไปนาน พอดีไรท์เพิ่งสอบมิดเทอมเสร็จ ตอนนี้ก็คงต้องรอคะแนน ฮาาา สอบเสร็จก็เลยมาระบายหน่อย~ โอเคค่ะ ชอบไม่ชอบยังไงก็เม้นบอกไรท์หน่อยเนอะ ไรท์ชอบอ่าน เจอกันตอนหน้าค่าา



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #6 Krosspine (@Ornicha99) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 20:41
    ชอบเชสเชอร์อะ ดูเป็นแมวอบอุ่น
    แต่ที่สำคัญคือ ยังรำคาณนางเอกอยู่
    #6
    0