[Fantasyland] ดินแดนต่างมิติ

ตอนที่ 17 : การต่อสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

"พวกท่านแค่....มาให้กำลังใจฉันน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรเหรอก"

อลิซบอกกับเชสเชอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง
"ข้ารู้ ข้าแค่ตกใจที่อยู่ๆเจ้าก็เหมือนไม่ได้สติ แล้วก็พูดอยู่คนเดียว"
"นายไม่เห็นพวกท่านเหรอ? พวกท่านยื่นอยู่ตรงหน้าฉันเลยนะ แบบ ตรงหน้าเลย!"
อลิซทำตาโต ลึกๆยังตกใจไม่หายที่เห็นภาพแบบนั้น เชสเชอร์ยิ้มกับท่าทางเด็กๆของอลิซและขยี้หัวอีกฝ่าย
"ข้าว่า ได้เวลาไปอาบน้ำกินข้าวเย็นแล้วนะ"
"นั่นสิ..............เอ๊ะ.."
ระหว่างทางที่กำลังเดินไปนั่น อลิซสังเกตุเห็นสิ่งที่อยู่เหนือดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ดวงจันทร์ที่กำลังเริ่มสว่างกลับมีบางสิ่งที่เป็นเงาดำกำลังบดบังได้เต็มดวง
"สุริยฆาตเหรอ?"
สิ้นเสียงนั้น เชสเชอร์ที่เดินนำหน้าก็หยุดนิ่ง และหันขวับมาหาอลิซ
"ว่าไงนะ..."
เชสเชอร์มีสีหน้าตกใจและกังวลสุดขีด
"ก็..ก็นั่นไง พระจันทร์มันมืดไปจะหมดละเนี่ย--"
"ว่าไงนะ!!!"
เชสเชอร์วิ่งมาที่หน้าต่าง แล้วก็เห็นภาพพระจันทร์ตรงหน้า
"เวรล่ะ!!"
"มะ..มีอะไรเหรอ"
"อลิซ!!! ตามข้ามาเร็ว"
พูดเสร็จก็รีบคว้ามือของอลิซให้วิ่งตาม แต่ะมันเหมือนจะช้าไปหรือเชสเชอร์รีบ เขาจึงอุ้มอลิซและพาบินไปแทน พวกเขาออกมาจากวิหารฟ้า และเห็นแอ๊บโซเล็มยืนมองสุริยฆาตอยู่
"แอ๊บ!!!"
เชสเชอร์ตะโกนเรียกอีกฝ่าย แอ๊บไม่ได้หันมามอง แต่เขาพยักหน้าเชิงรับรู้แทน 
"อย่างที่ข้าบอกไว้ วันนี้มันมาถึงจนได้....เจ้าจำที่ข้าบอกได้ใช่มั้ย"
เชสเชอร์พยักหน้าและพาอลิซบินหนีไป
"ให้ไวเท่าที่เจ้าจะทำได้เลยนะเชสเชอร์!!!!  แล้วกลับมาเจอข้าที่หน้าวังหลวง!!!"
แอ๊บโซเล็มตะโกนบอกตามหลังเชสเชอร์ ก่อนที่เขาจะเสกเวทย์หายตัวไป
ความมืดเริ่มครอบง่ำในยามวิกาล แต่มันมืดเกินปกติจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย พวกชาวบ้านต่างพากันจุดไฟเพื่อหาความสว่างที่เท่าจะทำได้ แต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรมาก
เปรี้ยง!!
นอกจากความมืดที่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ยังเกิดฝนฟ้าคะนองอย่างกระทันอย่างกับวันจะสิ้นโลก ปราสาทแห่งนครดำเริ่มออกอำนาจอย่างกะถูกปล่อยผี ภายในที่กว้างขวาง ขาเรียวยาวเดิมย่ำๆพร้อมเสียงหัวเราะที่ดังเรื่อยๆมาตามทาง เจ้าของเสียงคว้าลูกแก้วที่มีประกายไว้ในกำมือ ก่อนจะพุ่งตัวทะยานฟ้าออกมาและมุ่งหน้าไปยังนครขาวเพื่อประกาศศึกหลังจากฟื้นฟูร่างกายมายาวนาน
เปรี้ยง!! ซ่าา!!
"เร็วเข้า!! รีบไปหลบในทางใต้ดิน"
"มัมลี่!! ฝากพาพวกชาวบ้านกลุ่มนี้ลงไปใต้ดินด้วย!!
"ไวท์!! นายได้ไปประกาศให้ทั่วราชรู้หรือยังว่าสุริยฆาตเริ่มแล้ว"
แมดที่พยายามพาพวกชาวบ้านไปหลบ ใช้จิตรสื่อถึงไวท์ที่อยู่บนดาดฟ้าของวังหลวง
"ข้าพยายามแล้ว!! แต่เวทย์ข้าไปไม่ถึงทั้งหมด  มันมีหลายอย่างรบกวน!!"
"เวรเอ๊ย!!"
แมด สบถท่ามกลางสายฝน เขามองพวกชาวบ้านที่พยายามหนีภัยอย่างเวทนา แต่ก็สลัดความคิดเมื่อกี้ออก และลงไปช่วยมัมลี่ที่ใต้ดิน

"ถึงเร็วๆสิ!! นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายเลยนะ!!"
อีกด้านนึงที่ร้อนรนไม่แพ้กัน ไวท์พยายามใช้พลังทั้งหมด เพ่งไปที่ฝ่ามือเพื่อกดแผนศิลาที่ไว้ใช้ประกาศสิ่งต่างๆยามมีข่าว ถัดจากตัวศิลาจะมีตัวเชื่อมคลายท่อที่ไว้ใช้ปล่อยเสียง ซึ่งมันมีทั้งหมด4ทิศ จะเกิดผลได้เมื่อเวทย์ของคนๆนั้นเปล่งแสงผ่านลวดลายของท่อๆนั้นๆจนหมด แต่ทางทิศตะวันตกดันไปไม่ถึง
"ข้าช่วยเอง!"
"แอ๊บ!!"
"ขอโทษที่ข้ามาช้านะ"
แอ๊บโซเล็มไม่พูดปล่าว วางมือลงทับมือของไวท์และกดใช้พลังจนท่อของทิศตะวันตกเกิดเป็นแสงจนเต็มลวดลาย
"ประกาศ!! นี่สารจากวังหลวง ชาวบ้านในแต่ละทิศถ้าหากได้ยิน ขอให้รีบพาตัวเองและครอบครัวไปหลบในใต้ดินที่พวกข้าได้เคยสร้างไว้ให้ ตอนนี้เรากำลังะมีภัย"
เสียงของไวท์ตะโกนผ่านท่อและเวทย์เหล่านั้นออกไป พวกชาวบ้านแต่ละทิศต่างที่เริ่มรู้ตัวก็พากันหลบหนีตามคำสั่ง ไม่เว้นแต่หมู่บ้านของวิวล่า
"พวกข้าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วเท่าที่จะทำได้ พวกเจ้าต้องระวังตัวเองและหลบอยู่แต่ในนั้น"
ชาวบ้านจากที่ต่างๆเริ่มทยอยหลบไปในใต้ดินจนใกล้หมด แต่ตัวภัยร้ายที่กำลังมาก็เข้าใกล้ขึ้นทุกๆที
"เร็วเข้า!!"

"เชสเชอร์!!นี่นายจะพาฉันไปไหนน่ะ!!"
"ข้ายังอธิบายให้ฟังไม่ได้ เราต้องไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน"
เชสเชอร์ที่ตั้งหน้าตั้งตาบินเข้าไปในชั้นใต้ดินของวังหลวงเหงื่อแตกพลั่กๆ สายตาเคลียดไม่ขาดสาย อลิซได้แต่มองอยู่นิ่งๆ อยากจะถาม แต่ก็ไร้ผล จึงได้แต่เงียบ

จนในที่สุดก็มาถึงชั้นใต้ดินของวังหลวง ด้านล่างมีเพียงประตูเก่าๆหนึ่งบานที่เรื่องแสงอยู่ เชสเชอร์เปิดเข้าไปและปิดประตูทันที ภายในห้องมีสีขาวและขนาดค่อนข้างเล็ก มีรอยอะไรบางอย่างอยู่ข้างๆกำแพง แต่มันเรือนลางมากจนมองไม่เห็น
"เชสเชอร์ นี่มันอะไร.."
"อลิซๆ! อลิซ...ฟังข้านะ.."
มือหนาเลื่อนมาที่ ใบหน้าหวานให้สบตากันตรงๆ อลิซชะงักกับท่าทีเคลียดและหวาดกลัวของอีกฝ่าย ไม่ชอบที่เขาเป็นแบบนี้เลย
"ฉัน ฟังอยู่"
อลิซจับแขนอีกฝ่ายไว้ และรอฟังอย่างตั้งใจ
"สุริยฆาต.. มันเป็นปรากฎการณ์ที่จะทำให้ราชินีโพธิ์แดงมีกำลังมากขึ้น เพราะเป็นมนต์ดำ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งกับท่านแพทริเซียจนท่านเสียชีวิต"
อลิซตาโต ถ้างั้นพลังของราชินีนั่นก็แกร่งมากขึ้นเป็น2เท่าสินะ
"ละ..แล้วไงล่ะ..จะเก่งแค่ไหนฉันก็จะสู้กับมันนะ"
"ข้ารู้อลิซ..พวกข้าก็หวังว่าเจ้าะช่วยพวกเรา แต่ว่า.. เราเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว"
ดวงตาสีม่วงนั่นสั่นระริก มือที่จับใบหน้านั่น สั่นแต่เกร็งจนรับรู้ได้ อลิซจับมืออีกฝ่ายไว้เพื่อปลอบใจ
"นายไม่อยากเสียฉันไปเหมือนคนอื่นๆ ฉันเข้าใจ..แต่ฉันสัญญานะ! "
"......."
"ฉันจะช่วยพวกนายเอง ไม่ต้องกลัวเหรอก ต่อให้ต้องเจ็บสักกี่ครั้ง มีแผลถึงขึ้นต้องผ่าตัด ฉันก็ช่วยพวกนายให้ได้ ฉันรู้ว่าพวกนายหรือคนอื่นๆที่อยู่ที่นี้ต้องเหนื่อยขนาดไหนกว่าจะมาถึงจุดนี่ได้"
"อลิซ..."
มือหนาปาดน้ำตาที่อีกฝ่ายไหลรินออกมาเองโดยไม่รู้ตัว แต่กลับไม่มีเสียงสะอื้นแม้นิดเดียว
"ฉันช่วยพวกนายได้นะ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น.....ฉันจะไม่ตายเด็ดขาด"
อลิซกำแขนเชสเชอร์แน่น ให้อื่นฝ่ายไว้ใจ สิ่งที่เธอหวัง และอยากจะช่วยจากใจจริง
"ขอบคุณนะอลิซ"
เชสเชอร์ลดมือข้างนึงลง
"แต่ว่า...."
อลิซคิ้วขมวด เธอมองไปที่แขนข้างซ้ายนั่น เห็นว่ามันเรืองแสงของเวทย์บางอย่างอยู่
"นี่จะช่วยให้วิญญาณเจ้ากลับไปที่มิติของเจ้า มันแค่ชั่วคราว....แต่ก็น่าจะพอ ตอนที่พวกข้าจัดการราชินีโพธิ์แดง ให้รอดพ้นจนถึงรุ่งเช้าได้ อย่างน้อยก็ทำให้พลังของมันอ่อนลง"
"เชส!! นายจะทำอะไร!!"
"......ข้าขอโทษนะอลิซ..."
พูดเสร็จ มือข้างซ้ายที่มีเวทย์ก็พุ่งตรงมาที่หน้าผากของอลิซด้วยความเร็ว ประสาทสัมผัสรับรู้ความรู้สึกทั้งหมดหยุดกระทันหัน ดวงตากลมโตค่อยๆเลื่อนหลับลง ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายล่วงลงมา แสงสีขาวบางอย่างลอยออกมาจากตัวของอลิซ และจู่ๆข้อความบนกำแพงก็เปล่งแสงขึ้น กำแพงตรงนั้นแยกออกจากกัน ปรากฎเป็นทางยาวไกลที่มีลมพัดอย่างหนัก แสงสีขาวนั่นถูกดูดเขาไป และทุกอย่างก็กลับมาเหมือนปกติ ร่างของอลิซที่ไร้สติและวิญญาณเอนตัวลงกับอ้อมแขนอีกคน เหมือนเป็นเพียงร่างของตุ๊กตา  เชสเชอร์ก้มลงมองด้วยสายตาที่เจ็บปวด เขาอุ้มร่างนั่นให้นอนดีๆและถอดเสื้อสูทของตัวเองมาห่มให้อีกฝ่าย
"....ข้าบอกเจ้าแล้ว...ข้าเสี่ยงไม่ได้"
เชสเชอร์ขมวดคิ้วและหลับตาลง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั่นพร้อมล๊อคประตูไว้
.
.
.
พลั่ก!!!
"อั่ก!! .....ละ...หลังฉัน..."
อลิซรู้สึกชาไปทั้งตัว หัวก็อึนจนปวดไปหมด จึงนอนแน่นิ่งตรงนั้นสักพัก ก่อนจะดันตัวเองขึ้นนั่ง เมื่อลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองอยู่ที่สวนในป่า...
"ห๊ะ!! นี่...ที่นี่มัน!!"
อลิซยืนขึ้นมองรอบๆ มันคุ้นตาเป็นอย่างดี สวนในป่าหลังบ้านของคุณย่า.....นี่เรากลับมาที่นี่จริงๆสินะ
"โธ่เว้ย!! เชสเชอร์!! นายทำแบบนี้ทำไมเนี่ย"
คำพูดหยุดแค่นั้น ก่อนจัก้มลงมองตัวของตัวเองที่ใสจนมองทะลุได้แต่มันกลับเรืองแสงด้วย
"ฉัน...ฉันเป็นวิญญาณเหรอเนี่ย..."

"นี่จะช่วยให้วิญญาณของเจ้ากลับไปที่มิติของเจ้า มันแค่ชั่วคราว..."

"ชั่วคราว...แสดงว่า!! ฉันสามารถกลับไปที่นั่นได้!!....แต่อย่างไงนี่สิ..."
อลิซใช่ความคิดว่าตัวเองจะกลับไปที่ fantasyland อย่างไง พลังหรือเวทย์มนต์ก็ไม่มี เป็นคนธรรมดาจะทำอะไรได้วะเนี่ย   อลิซจึงเดินหาทางเผื่อจะเจอร่องรอยที่เชื่อมต่อกับอีกด้านได้บ้าง แต่มันไม่มีเลย...... จนเธอมาหยุดอยู่ตรงที่ รูปปั้นทั้ง9
"....ท่านอลิซ...."
ในใจเรียกยศของหญิงทั้ง9 น่าขำที่มันดันเป็นชื่อของตัวเอง เด็กสาวมายื่นตรงใจกลางของรูปปั้นพน้อมพนมมือขึ้นมา
"ช่วย..ช่วยหนูด้วยค่ะ...หนูอยากกลับไปที่นั่นจริงๆ..นะ...หนูไม่อยากเสียพวกเขาไป.."
อลิซพูดพร้อมเงยหน้ามองรูปทั้ง9เรียงตัว
"พวกท่านก็รู้...ว่าตอนนี้เขากำลังลำบากอยู่แน่ๆ ขอร้องล่ะ..ให้หนู---"

"อลิซ.."
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ เมื่อหันไปก็พบกับ ท่านเทพธิดา...
"..ทะ...ท่านเทพธิดา..."
"ใช่จ๊ะ..."
อลิซยิ้มกว้าง พร้อมวิ่งไปกอดร่างนั่นไว้ เทพธิดารับกอดจากเด็กสาวพร้อมลูบหัวเธอ
"อ๊ะ!! ท่านเทพธิดา หนูต้องรับกลับไปอีกด้าน ต้องไป---"
"ยังจ๊ะ..."
"เอ๊ะ...."
"จำที่เชสเชอร์บอกได้มั้ย ตอนนี้พวกเขาพยายามขัดขวางราชินีโพธิ็แดงจนถึงรุ่งเช้า"
"......"
" เมื่อสุริยฆาตหายไป พลังของราชินีจะลดลงเป็นปกติ เพราะงั้น หนูต้องรออยู่ที่นี่ก่อน--"
"ไม่ต้องก้ได้หนิคะ..."
"หืมม..."
"ที่หนูจะบอกก็คือ ไม่จำเป็นที่จะต้องรอถึงเช้าเหรอกค่ะ แค่นี้พวกเขาก็อาจจะบาดเจ็บมากพอแล้ว หนูจะไปช่วยพวกเขาเอง!!"
"อลิซ...ฟังข้า..."
ท่านเทพธิดาจับบ่าทั้งสองข้างของอลิซไว้ให้สบตา อลิซ มองกลับให้อีกฝ่าย
"น้องสาวข้า..เขาเล็งมาที่เจ้าคนเดียว.. ถ้าเขาฆ่าเจ้าได้..ทุกอย่างก็สูญเสียหายไปหมด เพราะงั้น การที่เจ้าอยู่ตรงนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง"
อลิซยืนนิ่ง คิ้วขมวดเข้าหากัน เธอก้มมองพื้นเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า
"พวกเขาเอง...ก็ควรจะปลอดภัยเหมือนกับฉัน..."
"พวกเขาสู้เพื่อ อลิซได้เสมอ...เพราะงั้นอย่าทำให้พวกเขาเป็นกังวลเลย งานนี้มัยอันตรายเกินกว่าที่เจ้าจะรับไหว"
".....ฉันเอง ก็ควรสู้เพื่อพวกเขาเหมือนกันนั่นแหละ!! คุณไม่เป็นห่วงพวกเขาหรือไง พวกเขาต้องลำบากมากี่ปีเพื่อรอคอยการเป็นอิสระ พวกเขาเสียที่พึ่งทางจิตใจอย่างคุณไปแล้ว พวกเขาหมดหนทางเต็มที่ แต่ก็พยายามมาตลอด!! แล้วทำไมคนอย่างฉันจะไม่พยายามเพื่อพวกเขาบ้างล่ะ!!"
"......"
เทพธิดานิ่งเงียบ เธอเห็นถึงไปที่อยู่ภายในจิตใจของเด็กสาวตรงหน้าที่กล้าแกร่งเกินคำบรรยาย
"น้องของคุณพยายามจะฆ่าฉัน เพื่อยึดอำนาจ นครขาว บ้านเมืองของคุณไง!! ของพ่อกับแม่ของคุณด้วย.....ฉันไม่อยากจะพูดคำนี้...เพราะเขาเป็นน้องของคุณ...แต่ฉันนี่แหละที่จะฆ่าเขาเพื่อยึดอำนาจของเทพธิดาของคุณให้อยู่ต่อไป!!"
"....อลิซ...."
"เพราะงั้น...ขอร้องล่ะ!! ให้ฉันกลับเข้าไปเถอะ!! ฉันไม่อยากเสียพวกเขาไป!!"
อลิซพนมมือทั้งสองข้าง เชิงขอร้องจากใจ ถึงขั้นเธอลงไปกราบท่านเทพธิดา.....
".....เข้าใจแล้วจ่ะ....ลุกขึ้นเถอะนะ"
เทพธิดายิ้มบางและก้มลงดึงตัวอลิซขึ้นมา เธอูบหัวอลิซและยิ้มกว้างกว่าเดิม
"คำทำนายไม่ผิดจริงๆเลยนะ.."
".....คุนจะให้ฉันกลับเข้าไปใช่มั้ย"
"....เตรียมตัวให้ดีละกัน.."
อลิซยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายด้วยความดีใจ เราจะได้ไปช่วยพวกเขาแแล้ว!
"เอากุญแจออกมาเร็ว"
อลิซพยักหน้าและหยิบกุญแจออกมา เทพธิดารับมันไว้ และร่ายคำบางอย่างจนเกิดแสงสีทองที่ค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ แถวยังมีสายลมพัดออกมาอีกด้วย
"อลิซ...ฟังข้านะ เจ้าคือทายาทคนที่10ของพวกเรา เจ้าจงสู้ด้วยความกล้าหาญและเพรียนพยายามที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้ กำจัดราชินีโพธิ์แดงให้ได้!!"
อลิซพยักหน้า แล้วเข้าไปจับกุญแจนั่นไว้ แล้วภาพทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาว
.
.
.
"ฮ๊ะ!!"
อลิซลืมตาตื่นมาในห้องเล็กสีขาว ที่เธอเพิ่งเข้ามาในนี้ไม่มีกี่นาทีก่อนหน้า เธอลุกขึ้นก่อนจะเห็นเสื้อของเชสเชอร์ที่คลุมร่างเธอไว้
"เชสเชอร์.......ฉันมาช่วยนายแล้ว"
อลิซหยิบเสื้อนั่นมาพันรอบเอว ก่อนจะเดินไปเปิดประตู แต่มันล๊อคปิดสนิท
"จิ๊!! ล๊อคอีก!!"
อลิซพยายามดันประตุนั่นออก แต่แรงผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนี้ จะไปทำอะไรได้
"โห่เอ๊ย ฉันจะมาติดอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ"
แทรก!!! ตึ่งๆ!!!
"ออกสิเว่ย!!"
อลิซใช้ตัวเองดันประตูนั่นออกไป แต่มันไม่ขยับแม้นิดเดียว
"อ๊า! เจ็บ..."
อลิซลูบไหล่ของหัวเองที่เริ่มชาและแสบ ในหัวพยายามหาทางหรือหาสิ่งของที่พอจะช่วยแงะประตูได้
"ทะ..ทำไงดี.."

"ให้ฉันช่วยมั้ย?"

เสียงหนึ่งดังขึ้น ด้านหลัง เมื่อหันไปก้พบกับวิญญาณผู้หญิงผมสั้นคนนึงที่ยืนอยู่ด้านหลัง วินาทีนั้น อลิซไม่ได้กลัวหรือตกใจเลย เธอรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเธอคนนี้ด้วยซ้ำ
"....ท่าน...ท่านเรเชล!!!"
"นั่นแหละนางหนู ฉันเรเชลเอง"
"ทะ..ท่านช่วยหนูได้.."
"แน่นอนแม่หนู...ยืนมือเธอมาสิ"
"อ่ะค่ะ!!"
"ฉันจะให้พลังของฉันแก่เธอ รับไว้ด้วยล่ะ!!"
"ว้าว!!!"
เรเชลได้ร่ายเวทย์บางอย่างไว้ในมือของอลิซ จนมันเกิดเป็นเปลวไฟสีฟ้าแต่กลับไม่รู้สึกร้อนเลย
"ดันประตูนั่นออกไปเลย"
"อ่ะ!! โอเคค่ะ!!"
อลิซว่าตามก่อนจะใช้มือข้างนั้น ดันไปที่ประตูจนมันพังออกไป
"ทำได้แล้ว!! ท่านเรเชล---"
เมื่ออลิซหันกลับมา ผู้หญิงคนนั้นก็หายไปแล้ว
".....หนูต้องไปละค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ"
อลิซพูดก่อนจะวิ่งออกไป

อลิซวิ่งมาเรื่อยๆจนถึงชั้นด้านบน สภาพที่เห็นมันสะเทือนใจจนพูดไม่ออก สภาพหวังหลวงแห่งนี้ ถูกทำลายไปแล้วครึ่งนึง อลิซรีบวิ่งออกไปด้านนอก สภาพฟ้าฝนยังตงตกหนักอยู่จนมองไม่เห็นทาง แต่เสียงดังโครมครามและแสงแว็บๆด้านบนภูเขา ที่วิหารฟ้านั่น พวกเขาต้องอยู่ที่ตรงนั้นแน่ๆ  จึงรีบวิ่งขึ้นไปทันที

เส้นทางที่ต้องผ่านก็ชันและไกลพอควร อลิซเริ่มหอบแฮ่ก แต่ก็ฟื้นตัวเพื่อขึ้นไปหาทุกๆคน

"ออกไป!!! ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย"
เสียงของราชินีโพธิ์แดงดังลั่นไปทั่ว เพียงแค่บอกกับคนๆคนเดียวตรงหน้าที่จะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว
"ไม่!!!!"
ชายตรงหน้ายืนกำดาบ ขวางราชีนีตรงหน้า หอบแฮ่กพร้อมอาการเหนื่อยล้าจากฝนที่ตกลงมา มือข้างนึงกุมแผลที่เลือดไหวตรงเอวเอาไว้
"แมวนี่มันเสี้ยนหนามจริงๆ เหลืออยู่ตัวเดียวของเผ่า ก็ยังคงนิสัยชอบกักชอบขวางอยู่แบบนั้น ดูสภาพตัวเองสะก่อน จะตายอยู่แล้ว ยังจะยืนขวางอยู่อีก!!!!"
"แฮ่กๆ......"
"นี่ข้ายังปราณีเจ้าอยู่นะ ถึงยังได้ถามดีๆอยู่ว่าจะหลบให้ข้าดีๆหรือจะให้ข้าฆ่าเจ้าเหมือนเพื่อนๆเจ้าที่นอนหมดสภาพอยู่ด้านหลังเจ้าน่ะ!!!"
"...ข้า...ไม่...หลบ!!! อึก!!"
เชสเชอร์ล้มคุกเข่าลงเพราะอาการเหนื่อยล้าและเจ็บแผล แต่ก็ยังเอาดาบของตัวเองกันไว้
"หึ..ข้าว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเหนื่อยเปล่าฆ่าเจ้าเหรอก ปล่อยให้เจ้าทรมาณและตายไปเองแบบนี้แหละ ดีกว่าเยอะ"
ว่าพลางเดินเข้ามาใกล้ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อดาบใหญ่ของเชสเชอร์สองเล่มมากักทางไว้ ราชินีคิ้วขมวดเป็นปม กำมือแน่นแย่างไม่สบอารมณ์
"ได้ ตายๆไปสักทีเถอะ!!!!"
พูดเสร็จก็เสกธนูยักษ์ขึ้นมาแล้วสั่งมันให่พุ่งทพยานตรงไปกระแทกกับดาบทั้งสองที่กันไว้ เชสเชอร์พยายามใช้พลังควบคุมดาบทั้งสองให้กันเอาไปจนเกิดรอยร้าวบนดาบของเชสเชอร์ก่อนที่มันจะแตกออก! และพุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว!
ตู้ม!!!
"หึ....หลบทันก็สุดยอดแล้ว"
ดาบที่แตกของเชสเชอร์สลายหายไป ราชินีจึงเดินผ่านตรงนั้นมาหยุดตรงที่ที่เชสเชอร์นั่งอยู่ กลุ่มควันของดินที่ทรดตัวนั้นจากมนๆทึบๆก็จางหายไปจนเห็นเป็นร่างๆ ร่างหนึ่ง
"ห๊ะ!!!!"
ราชินีตกใจ ะนูของตัวเองกลัยแตกหักเป็นสองถอน ร่างของผู้ชายที่ควรจะดดนแท่งกลับมีคนมากันไว้แทน
"อลิซ....."
ราชินีขมวดคิ้วเขาหากัน อลิซที่หันหลังให้อยู่ก้มลงมองใบหน้าของร่างที่นอนสลบไป บาดแผลเต้มตัวจนดูไม่ได้ เมื่อเงยหน้ามองรอบๆ ก็เห็นกับร่างของทุกๆที่นอนซมอยู่คนละที่ ทั้ง ไวท์ แอ๊บโซเล็ม แมด และ มัมลี่.... ต่างหมดสภาพกันหมด อลิซหลับตาลงและ วางร่างของคนในอ้อมกอดให้นอนดีๆ เธอถอดเสื้อสูทที่เอวออก แล้วมัดมันไว้กับเอวของเจ้าของเสื้อเพื่อห้ามเลือด ระหว่างนั้นราชีนีไม่รอช้า เขวี้ยงธนูตรงมาที่อลิซ 
เพล้ง!!!
ธนูเล่มนั่นโดนดาบของอลิซฟันทิ้งจนมันหักเป็นสองท่อน สายตาสีฟ้าเลืองแสงด้วยความแค้นส่งกลับไปที่ราชีนีที่ยืนโหโมอยู่ไม่แพ้กัน
"ไป ตาย ซะ!!!!"
ว่าพลางปล่อยธนูและควันสีดำพุ่งมาที่อลิซจนเกิดระเปิดตู้ม ควะนดำเริ่มจางจนเห็นจะเห็นสอ่งในนั้น แล้วก็ยังเหมือนเดิม...
ฉึก
ธนูทั้งหลายกลับแตกหัก ควันดำจางสลายหายไปเพราะเวทย์สีทองจากดาบ ปรากฎเห็นเป็นอลิซที่มีรอบแผลและฟกช้ำตามใบหน้าและเหลือที่ไหลออกมา ไหน0ะผมของเธอที่โดยธนูตัดมันออก จนขาด!
"ฉันอยู่นี้..."
"....."
ราชินียืนกอดอกอย่างโมโห ฝนที่ตกลงมาเริ่มซาลง ทำให้เห็ยหน้ากันได้อย่างชัดเจน
"ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้ และสู้กับแกเอง!!"





มาต่อล้ะจ้าา อลิซเราเริ่มใกล้ถึงความจริงเรื่อยๆล้ะนะ ตอนนี้ยาวหน่อย แถมลงดึกอีก ดีจริงๆ//ถถถถ
อย่างไงก็ให้กำลังใจอลิซเราด้วยเด้อ ค่อยติดตามว่านางจะชนะราชินีหรือแม่มดตัวนี้ได้มั้ยด้วยนะ สำหรับวันนี้ ชอบไม่ชอบหรือมีผิดพลาดตรงไหน เม้นบอกไรท์ด้วยเด้อ ไรท์ชอบอ่าน บายๆจ้า ฝันดีย์

แถมจ้า




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น