[Fantasyland] ดินแดนต่างมิติ

ตอนที่ 16 : ผู้กล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

"เรื่องนี้ กระผมอยากจะให้อลิซได้ขึ้นไปบนวิหารฟ้า เพื่อจะได้เห็นภาพมากขึ้นขอรับ"
แอ๊บโซเล็มพูดพร้อมลุกขึ้นยืน ไม่ลืมที่จะยื่นมือให้อีกฝ่ายจับไว้ให้ลุกขึ้นตาม
"ขอบใจ ว่าแต่ ฉันเข้าไปบนนั้นได้จริงๆเหรอ"
อลิซจับมออีกฝ่ายไว้และลุกขึ้น
"ได้สิขอรับ เดี๋ยวเชสเชอร์เอง ก็จะไปกับพวกเราด้วย"
"ห๊ะ! หมอนั่น จะตามมาทำไมอ่ะ"
เมื่อได้ยินชื่อนั้น อลิซก็หน้าขึ้นสีจางๆ
"ตามไปดูแลเจ้าไง"
เสียงที่รู้จักดี ดังขึ้นด้านหลัง เมื่อหันไปมอง ก็เห็นว่า เชสเชอร์กำลังนั่งอยู่บนราวบันไดพร้อมยิ้มตามสไตล์
"แล้วมันก็เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วด้วย ที่จะต้องคอยดูแลอลิซ"
พูดพร้อมก้าวขาลงมา อลิซหันหาแอ๊บโซเล็ม เขาพยักหน้าให้เหมือนเป็นเชิงว่า เรื่องจริง
"งั้น กระผมว่า เราไปกันเลยดีกว่านะขอรับ เชสเชอร์ ฝากจัดการด้วย"
เชสเชอร์พยักหน้าก่อนจะยื่นมือไปโอบไหล่อลิซให้มาแนบชิดกัยตัวเอา นี่จะบินไปอีกแล้วใช่มั้ย!
"ดะ..เดี๋ยว บินอีกแล้วเหรอ"
อลิซถามคนข้างๆ ภาพในหัวไม่ได้กลัวที่จะบินเหรอก แต่เเผลเชสเชอร์น่ะ
"หืม เปล่าเหรอก แอ๊บจะพาพวกเราไปเอง ทางเวทย์มนต์ที่เชื่อมกับวิหารฟ้าเท่านั่นน่ะ"
เชสเชอร์พูดและผายมือไปทางแอ๊บโซเล็มที่เสกเวทย์ เป็นวงมนต์ตราออกมา คงจะเป็นทางลัดอีกทางแน่เลย
"ตามมาขอรับ"
แอ๊บโซเล็มพูดและเดินนำเข้าไป อลิซกล้ากลัวๆที่จะเข้าไป ไม่รู้ว่าข้างในจะมีอะไรบ้าง
"ไม่ต้องกลัวเหรอก"
เชสเชอร์หันมาบอก และยื่นมือมา
"ข้าอยู่นี่ทั้งคน"
พูดและยิ้มบางๆให้ อลิซมองลึกเข้าไปในดวงตาสีม่วงที่อ่อนโยน ก่อนจะยิ้มออกมา มือเล็กเลื่อนเข้าไปใกล้ก่อนจะจับมือหนาๆของอีกฝ่าย
"จับไว้แน่นๆนะ!"
มือหนาจับมือเล็กแน่น ก่อนจะดึงให้วิ่งตามเข้าไปในมนต์ตรานั่น เมื่อทั้งคู่เข้าไป เวทย์ที่เสกไว้ก็ดับหายไป

"เหว๋ออออ!!! "
เมื่อเข้ามาในนี้ อลิซก็รู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่ท่ามกลาง คลื่นวงแหวนสีเหลืองที่มีลวดลายของดวงดาวเล็กใหญ่ประดับตามทางในทุกๆที่
"เป็นไงละอลิซ ตื่นตาตื่นใจมั้ย"
เชสเชอร์หันมาถามร่างเล็กด้านหลัง ที่กำลังเหว๋อจนทำอะไรไม่ถูก
"กะ..ก็!..มะ..ไม่รู้สินะ!"
ตัวของอลิซลอยโยกเยกไปมา มือเล็กกำมือของคนที่จูงเธออยู่ไว้แน่น กลัวกว่าตัวเองจะตกลงไป เชสเชอร์เห็นก็ยิ้มออกมา ก่อนจะดึงให้ร่างเล็กลอยมาอยู่ข้างๆ
"อย่าเกร็งสิ ปล่อยตัวตามสบายๆ ไม่งั้นเจ้าก็จะโยกเยกไปมาแบบนี้ไม่หยุดนะ"
"ก็..มัน..ไม่เคยตัว..ละ..ลอย! ได้แบบนี้นี่หน่า! ...ฉันกลัวนะเนี่ย ถ้าตกลงไปจะเป็นไรมั้ยเนี่ย!"
อลิซ ตัวส่ายไปส่ายมา เชสเชอร์จึงเปลี่ยนมาโอบไหล่แทนและจับให้อลิซตัวอยู่นิ่งๆ
"ไม่เป็นไรเหรอก ถึงตกลงไปตัวเจ้าก็ลอยอยู่ดี.. อ่ะ! นี่ เห็นมั้ย อยู่นิ่งๆแบบนี้"
เชสเชอร์พูดและปล่อยมือจากอลิซ อลิซยังคงเกร็งอยู่ แต่ก็พยายามปล่อยตัวเอง อย่างที่เชสเชอร์บอก และเธอก็ลอยอยู่นิ่งๆได้ ปากเล็กยิ้มกว้าง ที่สามารถลอยตัวท่ามกลางอากาศได้ มัน..มหัศจรรย์สุดๆ
"ฉันทำได้แล้ว! เชสเชอร์! ฉันทำได้แล้วว!"
อลิซหันมายิ้มกว้างให้เชสเชอร์ อีกฝ่ายยิ้มรับกลับ แต่ก็พยายามกลั้นขำไว้ เธอเหมือนเด็กตัวน้อยๆจริงๆนั่นแหละ
"นั่นแหละ ไม่ยากเลย"
พวกเขาลอยตัวท่ามกวางวงแหวนนี้ได้ไม่นาน ก็หลุดออกมาอยู่ในสถานที่ ที่สวยงามจนหาคำบรรยายไม่ได้
"โห้......"
ในดวงตาสีฟ้าใสที่เบิกโตนั้น สะท้อนสิ่งสวยงามรอบข้างอย่างตระการตา ห้องโถงสีขาวกว้าง มีลวดลายทั้งดอกไม้ สัตว์และดาวสีท้องประดับอยู่เต็ม โคมไฟระย้าสีทองตัวใหญ่ลอยอยู่กลางห้อง พร้อมผ้าสีขาวที่ห้อยลงมาเป็นโดมจากโคมไฟ พาดยาวมาจนสุดกำแพงที่ติดด้วยกระจกบานเล็กที่ติดอยู่ตามกำแพงทั้งสองด้าน บนพื้นมีพรหมสีทองอ่อนๆพาดยาวตั้งแต่จุดที่อลิซยืนอยู่จนถึง...
".....รูปปั้น..."
รูปปั้นผู้หญิงสีขาวทั้ง 9ตัว ตั้งอยู่ในตู้กระจกใส ซึ่งเรียงตามลำดับเลขที่สลักด้วยสีทองอยู่ตรงที่ตัวตั้งของกระจก
"อย่างที่เห็นขอรับ  นั่นเป็นรูปปั้นของอลิซทั้ง 9คน กระผมไม่ได้จะทำให้ตกใจนะขอรับ แต่ว่า นี่คือร่างคนจริงๆ"
".....ร่างของพวกเขา?"
"ขอรับ ท่านเทพธิดาบอกเสมอ...ว่าเราจะต้องรักษาร่างของพวกเขาไว้เป็นที่บูชา ในฐานะ ผู้กล้า.."
"....พวกเขาเก่งมากเลยเนอะ"
ดวงตามองต่ำด้วยความเศร้า ระยะเวลาหลยปีที่ผ่านมา คนที่นี่ผ่านอะไรมาบ้างนะ
"ผู้กล้า...พวกเขาเก่งเสมอขอรับ..แถมยังมี..ดวงใจที่แกร่งกล้า"
แอ๊บโซเล็มเดินนำอลิซไปหยุดอยู่รูปปั้นตัวแรกที่ทำท่าประสานมืออยู่ด้านหน้า
"ท่านนี้ คืออลิซองค์แรก ชื่อว่า มารี ท่านเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เราได้รับใช้ท่านตั้งพวเรายังเด็ก"
"พวกนาย ทำแบบนี้ตั้งแต่เด็กเลยเหรอ"
"พวกเราทุกคนเป็นลูกหลานของขุนนางของนครขาวขอรับ  ยกเว้นเชสเชอร์ที่ถูกรับเลี้ยงเข้ามา"
อลิซหันไปมองเชสเชอร์ที่ลอยตัวอยู่ด้านหลัง เขาพยักหน้าให้ อลิซยิ้มบางๆ ก่อนจะหันมาฟังแอ๊บโซเล็มต่อ
"คนที่สอง ท่านชื่อ คาร่า เป็นคนขึ้อายนิดหน่อยขอรับ ออกไปแนวสุภาพมากกว่า"
" ดูจากท่าทางจับแขนข้างนึงของรูปปั้น ก็ดูออกว่าขี้อายนะ"
อลิซยิ้มให้กับรูปปั้นที่ท่าทางน่าเอ็นดู ก่อนจะเดินไปดูรูปปั้นตัวถัดไปที่ทำท่าท้าวเอวทั้งสองข้าง
"ท่านนี้ชื่อ แพทริกเซีย ท่านเป็นคนที่หัวเราะง่าย ยิ้มเก่ง แถมยังแก้ปัญหาได้อย่างฉานฉลาด"
"ดูเป็นคุณแม่เลยนะ"
ท่าทางที่มั่นใจและแกร่ง พร้อมรอยยิ้มนั้นดูสง่าและน่าชื่นชม แอ๊บโซเล็มบอกกับอลิซว่า ท่าทางที่พวกเขาจัดและใช้เวทย์ผนึกร่างให้แข็งนั่น เป็นท่าทางที่พวกเขาชอบทำและเป็นเอกลักษณ์
"ท่านต่อไปชื่อ ริต้า ขอรับ เป็นคนที่รักการว่ายน้ำ มีนิสัยใจดีและพูดเก่งขอรับ"
"ดูเป็นคนอบอุ่นมากเลยนะ"
มือทั้งสองที่ทำท่าแบมือและมีหินรูปหยดน้ำอยู่ด้านบนของรูปปั้นดูมีพลังเหลือเกิน
"ท่านต่อไป ชื่อ โซเฟีย ท่านรักการอ่านหนังสือและชอบเรียนขอรับ ในบรรดาอลิซทั้ง9  ท่านนี้ คือคนที่ฉลาดที่สุด"
รูปปั้นตัวนี้แตกต่างออกไป เป็นรูปปั้นเดียวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือข้างนึงถือหนังสือเล่มหนา ส่วนอีกข้างก็ท้าวใบหน้าของตัวเองไว้
"ท่านต่อไป ชื่อ เรเชล ท่านเป็นคนที่นิสัยเหมือนท่านแพทริเซีย แต่ออกจะดื้อและชอบท้าทายขอรับ แต่มันเป็นเรื่องดีเพราะนิสัยกล้าๆแบบนี้ ท่านจึงต่อกรกับราชาชินีโพธิ์แดงได้ดีที่สุด"
"เป็นคนสู้คนสินะ"
อลิซยิ้มพร้อมมองไปที่ท่ากอดอกของรูปปั้น
"ท่านต่อไป ชื่อ ไอริน ท่านเป็นคนรักธรรมชาติขอรับ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เป็นจำตัวของท่านเลยคือการนำดอกไม้มามาทำเป็นมงกุฎ อ่อ!..ลืมบอกไปขอรับ ท่านไอรินเป็นคนสอนเชสเชอร์ในการทำมงกุฎดอกไม้ขอรับ"
อลิซีบหันขวับไปหาเชสเชอร์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง อีกฝ่ายผิวปากและทำเป็นไม่มองหน้า อลิซอมยิ้มกับท่าทางอีกฝ่าย เชสชเชอร์เล่ห์มองก่อนะสบตากัน
"..อะ..อะไรเล่า!"
"นายดูเขินนะเชส.."
อลิซยิ้มกว้างขึ้นที่เห็นใบหน้าขมๆขึ้นสีแดงเรื่อยๆ อีกฝ่ายเกาหัวและดึงฮูดมาปิดหน้าตัวเอง
"อะไรกัน นายเขินเป็นด้วยเหรอ"
ได้โอกาส อลิซก็แซว รู้สึกดีที่ได้แกล้งอีกฝ่ายกลับบ้าง แต่รู้สึกหมั่นเขี้ยวและเอ็นดูมากกว่า
"....จ้องข้าอยู่นั่นแหละ..หน้าแดงไม่รู้ตัวเลยล่ะสิ"
เชสเชอร์ดึงฮูดขึ้นให้เห็นอีกฝ่ายที่หน้าแดงจางๆและรอยยิ้มบางๆ
"..ฮึ..เงียบไปเลยหน่า ไอแมวบ้า"
อลิซหันหน้าหนี และบอกให้แอ๊บโซเล็มเล่าต่อ เขาพยักหน้าและเดินนำไปยังรูปปั้นต่อไป
"ท่านต่อไป ชื่อ วิคตอเรีย ท่านผู้นี้ เป็นคนที่มีอายุเยอะที่สุดในอลิซทั้ง9คน ท่านเป็นคนที่รักสัตว์และธรรมชาติ"
อลิซจ้องมองไปที่รูปปั้นตรงหน้าที่ทำท่าเล่นกับนกตัวหนึ่งที่แกะสลักมาจากหิน 
ทั้ง3คนเดินมาหยุดตรงรูปปั้นตัวสุดท้ายที่ดูมีพลังบางอย่างเปล่งประกายออกมา อลิซองค์ที่9....
"และ...ท่านสุดท้ายขอรับ...ท่านชื่อว่า ซาร่า ตำแหน่งอลิซคนที่9ของนครขาว ท่านเป็นคนที่ชอบเต้น นิสัยรักสงบ ยิ้มง่าย ใจดี แถมยัง.."
แอ๊บโซเล็มหยุดพูด สายตาของเขามองไปยังใบหน้าของรูปปั้น ในหัวได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงและไม่เป็นจังหวะ
"งดงาม..."
"แอ๊บ..นายโอเคหรือเปล่า"
อลิซเรียกอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะหายใจติดๆขัดๆ เขาส่ายหัวและกุมขมับตัวเอง เชสเชอร์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง เข้ามาจับไหล่อลิซและกระซิบข้างหูว่า
"แอ๊บมันหลงรักท่านซาร่า"
"..ห๊ะ.."
อลิซพูดเบาๆและหันไปมองเชสเชอร์เล็กน้อย
"มันยังทำใจที่ท่านซาร่าเสียชีวิตไม่ได้  พวกเขามีความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อกันน่ะ"
อลิซพยักหน้าก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ มือเล็กเข้าไปตบบ่าให้กำลังใจ เชสเชอร์เองก็เหมือนกัน
"...เฮ้อออ.. ขออภัยที่ทำให้เสียบนนยากาศนะขอรับ กระผมแค่--"
"ฉันเข้าใจ...ไม่เป็นไรนะ"
แอ็บโซเล็มพยักหน้าให้แล้วตั้งหน้าตั้งตาเล่าต่อ
"ตามที่กระผมได้พูดไป หญิงทั้ง9คนได้เสียชีวิตลงจากการต่อสู้กับราชินีโพธิ์แดง พวกท่านทั้งหมดพยายามสุดความสามารถที่จะต่อกรกับแม่มดชั่วร้าย แต่มันก็ไม่เป็นผล.."
อลิซมองลึกไปที่ดวงตาเศร้าของแอ๊บโซเล็ม ไม่คิดเลยว่า เขาจะดูเหนื่อยได้ขนาดนี้
"แต่ว่าตอนนี้ เราได้ทายาทคนใหม่มา คุณอลิซองค์ที่10... พวกเราไม่อยากจะกดดันให้ท่านต้องรีบเร่งต่อสู้ เเต่พวกเราต้องขอให้ท่านช่วยจริงๆ เราหวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเหมือนครั้งก่อนๆ...ไม่ใช่แค่ตอนนี้ หลายครั้งที่ผ่านมา เราหวังเสมอ.."
น้ำตาลูกผู้ชายของแอ๊บโซเล็มไหลรินให้เห็นเป็นครั้งแรก แต่เขาก็ปาดมันออกไปแล้วยิ้มออกมา
"สู้เขานะขอรับ ท่านอลิซ"
อลิซยิ้มรับ ทุกครั้งที่เห็นคนที่นี่ร้องไห้ มันชั่งอึดอัดหัวใจเหลือเกิน แต่ความเศร้าที่ปล่อยออกมากลับมีความหวังมากกว่า ความรู้สึกหวั่นเกรงในความสามารถของตัวเองเริ่มไม่อยู่นิ่ง อดีตอลิซแต่ละคนที่ผ่านมาช่างเก่งกล้า มันเหมือนกับว่าตัวเองต่ำต้อยเหลือเกิน รู้สึกเราช่วยพวกเขาไม่มากพอ เราเทียบเท่ากับอลิซที่ผ่านมาไม่ได้เลย

"เราจะสู้เหมือนพวกท่านได้หรือเปล่านะ"
.
.
.
"อย่ากลัวไปเลย อลิซตัวน้อย"

"?!!"

"เธอมีความสามารถมากพอที่จะสู้กับสิ่งชั่วร้ายได้"

เสียงหญิงสาวปริศนา ดังก้องในหัวของอลิซ เธอหันหน้าไปตามเสียงที่ได้ยิน ซึ่งค้นพบว่ามันมาจากรูปปั้นทั้งหมด วินาทีนั้น ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือตกใจอะไรเลย แต่กลับรู้สึกอยากรู้ ดวงตาที่ปิดสนิทของรูปปั้นในตอนแรกกลับเปิดขึ้น ส่องแสงสีฟ้าอ่อนๆและมองมาที่อลิซ

"อย่าเปรียบเทียบตัวเองว่าต่ำต้อยกว่าคนอื่นเลย คนเรานั้นแตกต่างกันออกไป"

ขาเรียวก้าวออกไปหยุดตรงกลางรูปปั้นทั้งหมด 
"อลิซ...เจ้าทำอะไรน่ะ"
เชสเชอร์เรียกอีกฝ่าย แต่กลับไม่ตอบสนอง เหมือนกับว่าไม่ได้ยินเสียงรอบข้างนอกจากเสียงในหัวของตน
"อลิซ ได้ยินข้ามั้ย--"
"ใจเย็นเชสเชอร์ ดูสิ.."
แอ๊บโซเล็มชี้ไปที่รูปปั้นที่ส่องแสงออกมาทั้งหมด แสงเหล่านั้นได้ วนมาล้อมรอบตัวอลิซที่ยืนอยู่นิ่งๆเหมือนโดนสะกดจิต

"พวกเขาเชื่อมั่นในตัวเจ้านะ "

"ตะ..แต่ว่า ฉันเริ่ม..ไม่มั่นใจ..คือแบบว่า ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่สู้นะ แต่เหมือนกลับว่า...ฉันกลัวสู้และช่วยพวกเขาไม่ได้..."
คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันด้วยความเคลียด ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

"ไม่ต้องกลัวนะ เพียงแค่เจ้ามั่นใจในตัวเองเหมือนที่ผ่านมาพวกข้าเองก็จะคอยอยู่ให้กำลังใจเจ้า"

อลิซรู้สึกเหมือนมีมือมากมายมาลูบที่หัว เมื่อเงยหน้าก็พบกับหญิงสาวทั้ง9คนตรงหน้า อลิซไล่มองพวกเขาพร้อมเรียกชื่อในใจ พวกเขาเองก็พยักหน้าตอบรับเหมือนกับได้ยินสิ่งที่อลิซพูด

"เพราะเจ้าเป็นคนนอก ที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เลยรู้สึกแปลก และไม่ใช่ แต่ว่า เจ้ามีพวกเขา..."

ภาพเพื่อนๆทุกคนที่อลิซได้รู้จัก แล่นเข้ามาในหัว รอยยิ้มและสายตาที่เชื่อมั่น ที่ส่งมาให้นั่นทำให้อลิซรู้สึกดีขึ้นมากๆ

"แบบนั้นแหละ...ใช่....เชื่อมั่นในตัวเอง"

มือทั้งหลายเลื่อนถอยออกไปจากหัวของอลิซ อลิซหลับตาและตั้งสมาธิ แสงสีฟ้าอ่อนที่ล้อมรอบทำการหมุนวนจนเกิดเป็นเวทย์ด้านล่างเท้าของอลิซ แอ๊บโซเล็มและเชสเชอร์ที่เห็นภาพนั้นต่างตะลึงจนพูดไม่ออก
".....อลิซ"
เชสเชอร์เรียกอลิซเสียงเบาๆ แต่เจ้าของชื่อกลับค่อยๆหันมาพร้อมเปิดดวงตาสีฟ้าที่สองแสงเช่นกัน

"สู้เขานะ อลิซของพวกเรา เจ้าต้องทำได้"





มาต่อละจ้าทุกคนนน หายนานสม่ำเสมอจริงๆเลยตู ขอโทดรีดเดอร์ด้วยนะคะที่หายไปสะนาน พอดีแอดได้หยุดคริสมาส์แล้วเลยมาต่อได้ ลงดึกอีกด้วยQwQ อยากจะบ่นเหลือเกินว่าเวลาที่ผ่านมามันช่างเหนื่อยเหลือเกินนน //พอ
ยังไง ถ้าสนุกหรือมีผิดพลาดตรงไหนก็คอมเม้นบอกไรท์ด้วยเน้อ ไรท์ชอบอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า ฝันดี จุ๊บๆ










นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น