[Fantasyland] ดินแดนต่างมิติ

ตอนที่ 13 : ความหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 พ.ค. 60

".....อะ.....อืมม.."
ม่านตาของดวงตาสีฟ้ากลมค่อยๆเปิดขึ้นเนื่องจากแสงแดดด้านนอกที่สาดส่องเข้ามา  ภาพที่เห็นยังคงเบลอมัวเพราะเพิ่งตื่น สักพักสายตาก็เริ่มปรับแสงได้ ก็พบว่าตัวเองนั้นนอนอยู่บนเตียง
"...หะ...ห๊ะ!!"
อลิซสะดุ้งได้สติ ก่อนจะมองไปรอบๆและพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง
พรึ่บๆ
"เอ๊ะ..."
ระหว่างที่แขนกับขาจะตะกายให้ร่างกายขยับและลุกออกจากเตียง ก็มีความรู้สึกตึงๆและแน่นบริเวณเอวและท้อง
".. อะ..อะ...เอะ...เอ๊ะะ?"
เมื่อก้มลงไปมองก็เห็นกับฝ่ามือหนาทั้งสองข้างที่โอบรัดเอวของอลิซจากด้านหลัง อลิซค่อยๆหันหน้าไปก่อนจะเจอกับใบหน้าคมของอีกฝ่ายที่นอนอยู่
"ชะ..เชส..เชสเชอร์..."
 อีกฝ่ายนิ่งสนิท ไม่แม้จะลืมตาขึ้นมา อลิซแกะมือหนาออกก่อนจะลุกขึ้น
พรึ่บ!!
"???!!!"
แต่ไม่ทันจะลุกได้ดี อลิซก็โดนอีกฝ่ายกระชากเอว(?)ไปนอนกอดต่อ ทำให้ใบหน้าของทั้ง2อยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจร้อนๆ
"ชะ...เชสเชอร์..ขอร้องล่ะ..ตื่นก่อนเถอะ ('//') "
อลิซเขย่าแขนอีกฝ่ายให้เจ้าตัวตื่น แต่เขาก็ยังนอนและไม่ขยับไปไหนเลย ใช่ว่าอลิซจะยอมอยู่ในท่าแบบนี้มันเริ่มแน่นจนหายใจไม่ออกแล้ว อลิซพยายามเขย่าแขน จิ้มหน้า(?) เรียกกลอกหู  ตีหน้าผาก  ดิ้น แต่ก็ไม่หลุดจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายเลย
"....อืมมมม..."
อลิซจ้องไปที่ใบหน้าคมที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ พอมองใกล้ๆแล้ว เชสเชอร์หน้าตาดีกว่าที่คิด ใบหน้าเรียวคมได้รูป จมูกโด่ง รีมฝีปากอวบ ไหนจะขนตาที่ยาวพอดี ขอบตามีรอยคลำนิดหน่อยแต่มันทำให้เชสเชอร์ดูคมมาก
"....อุ่ย!..."
ระหว่างสำรวจใบหน้าอีกฝ่าย ดวงตากลมโตก็ไปสะดุ้งเข้ากับดวงตาเรียวที่จ้องมองอยู่ 
"...ตะ...ตื่น...ตื่นแล้วเหรอ..."
อลิตถามเชสเชอร์ อีกฝ่ายเงียบไม่พูดอะไรนอกจากมองมานิ่งๆ ก่อนที่เขาจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้
"......"
อลิซได้แต่มองนิ่งๆ  ดวงตากลมาฟ้าสั่นระริกนิดหน่อยเพราะเหมือนโดนดวงตาสีม่วงนั่นสะกดเอาไว้
ตึกตักๆ
อะไรเหรอ....ทะ...ทำไมถึงยื่นหน้าเข้ามาล่ะ...ละ..แล้ว...แล้วทำไม

"ใจถึงเต้นแรงขนาดนี้ล่ะ.."

เชสเชอร์....เขาจะ...
อลิซเผลอติดอยู่ในภวังค์ความคิด ไม่ได้มองสถานการณ์ตอนนี้ จนคนที่อยู่ข้างๆเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกติดกันแล้ว
พลั่ก!!
"ตะ..ตื่นแล้วก็ดี...นะ..นาย..โอเคมั้ย รู้สึกปวดๆหัวหรือเปล่า.."
อลิซพลั่กเชสเชอร์ออก ก่อนจะลุกขึ้นยืน
"เปล่า..."
เชสเชอร์พูดแต่เสียงเขาดูแหบๆ
"อยากกินน้ำมั้ย เหมือนนายจะไม่สบายนะ"
"ไม่...ไม่ต้องเหรอก ข้าไม่ได้เป็นอะไร"
เชสเชอร์พูดพร้อมลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเห็นว่าตัวเองนั้นเปลือยท่อนบน
"อะไรล่ะเนี่ย..."
"กะ..ก็..ก็..เมื่อคืนฉันต้องเช็ดตัวนายน่ะ เลยจะ...จะ..จำเป็นต้องถอดเสื้อนายออก ตะ แต่! ฉันไม่ได้ถอดส่วนล่างนะ!"
อลิซพูดเสียงตะกุกตะกัก ไม่เป็นคำจนอีกฝ่ายหลุดอมยิ้ม
"หึ ใจเย็นน่า ไม่จำเป็นต้องเขินข้าขนาดนั้น"
เชสเชอร์พูดและลุกออกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ อลิซกะจะเถียงว่าไม่ได้เขิน...แต่มันก็จริงอ่ะแหละ
"แล้ว...เจ้าเป็นอะไรหรืออลิซ "
เชสเชอร์เดินออกมาพร้อมถาม
"ไม่เลย ฉันสบายดี แต่นายน่ะ..."
เชสเชอร์หันมามองดวงตาสีฟ้าที่ฉายแววเป็นห่วงและกังวลตรงหน้า เขาสบตาอลิซสักพักก่อนจะยิ้มออกมา
"เอาน่า... ข้าโอเคขึ้นแล้วนะ เพราะเจ้าช่วยข้าไว้นั่นแหละ ขอบคุณที่ทำให้ข้าหายหนาว ขอบคุณที่ทำให้ข้าหายกลัว ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้นะ"
เชสเชอร์ยิ้มก่อนจะลูบหัวอลิซเบาๆ รอยยิ้มบางๆเหมือนตอนครั้งแรกที่เจอกันนั้น ทำให้อลิซใจชื้นขึ้น

"ข้าขอบใจเจ้ามากนะอลิซ"

ทำไมกันนะ ยิ่งเข้าใกล้คนๆนี้เท่าไรก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับท่าทางแบบนี้ขึ้นเรื่อยๆ มเหมือนเคยเกิดขึ้นในช่วงเวลานึง...จำไม่ได้เลยว่าใคร...แต่มันนานมาแล้ว...

"ข้าว่าเรารีบกลับไปหาคนอื่นๆเถอะ พวกเขาต้องเป็นห่วงแย่ แน่ๆ"
"อื้ม!"
พูดเสร็จ ก็พากันเข้าเดินเข้าไปในป่าลึกที่มองไม่เห็นที่ทางอีกครั้ง พวกเขาเดินทางกันไปเงียบๆ ไม่ได้คุยอะไรกัน อลิซแอบเหล่มองอีกฝ่ายที่มองดูทางไปนิ่งๆ จนเหม่อลอย
"....มีอะไรติดอยู่ที่หน้าของข้าเหรอ มองไม่วางตาเชียว"
เชสเชอร์พูดทักอลิซ ที่เหม่อมองหน้าเขามานานแล้ว
"อ่ะ!!..ปะ..ปล่าว!"
อลิซพูดและชักหน้าหนีไปอีกทาง เชสเชอร์อมยิ้มก่อนจะมองดูทางต่อไป
"เจ้าหิวหรือเปล่า"
"อ่อ....ก็...นิดหน่อย...มั้ง.."
"หิวก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องอายเหรอก"
"อะ..อืม"
อลิซเกาหัวตัวเองแก้เก้อ
"งั้น รอข้าแปบนึง"
เชสเชอร์พูดก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ต้นไม้ต้นนึงที่มีผลบางอย่างสีส้มๆเหลือง และปีนขึ้นไปเก็บมัน
"อ่ะ นี่ "
เชสเชอร์กระโดดลงมาจากต้นไม้และยื่นมันให้อลิซ
"...มันคืออะไรเหรอ"
"มันเรียกว่า เยลลี่ฟุ๊ทน่ะ รสชาติจะหวานอมเปรี้ยว ที่โลกของเจ้าคงไม่มีล่ะสิ"
"ไม่มีแน่นอน"
อลิซพูดก่อนจะ กัดมันนึงคำ
"อื้อ! อร่อยๆ"
"ใช่มั้ยล่ะ เจ้าเอาอีกได้นะ ดี๋ยวข้าเก็บให้"
"ไม่ๆ แค่นี้ก็น่าจะอิ่มแล้วล่ะ ผลมันก็ใหญ่ๆด้วย"
อลิซพูด และกินผลไม้นั่น จนอิ่มและพอมีแรงเดินต่อ
"เอาล่ะ ข้าว่าเดินทางกันต่อเถอะ"
"อื้ม! ........ เชสเชอร์ นายทำอะไรน่ะ"
อลิซเรียกทัก เพราะเห็นอีกฝ่ายนั่งยองๆให้ตัวเอง
"ขึ้นมาสิ"
"เอ๊ะ?"
"ขึ้นมาขี่หลังข้าสิ เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าออกจากที่นี้เอง"
"แต่...แต่นายอาจเจ็บแผลก็ได้นะ แล้ว..แล้วนี่มีแรง..."
"ไม่เป็นไรเหรอก ข้าโอเคแล้วนะ เจ้าไม่ต้องกังวล"
เชสเชอร์หันมายิ้มให้ ทำให้สบายใจขึ้นเยอะเลย
"อะ..โอเค แต่ถ้านายเจ็บ ก็ให้ฉันเดินเองได้นะ"
"มาเถอะครับ องค์หญิง ผมมีหน้าที่ดูแล องค์หญิง นะ"
เชสเชอร์พูดออกมา อลิซทำอะไรนอกจากลดตัวลงและไปขี่หลังอีกฝ่าย
"จับข้าไว้แน่นๆนะ"
อลิซพยักหน้าและรัดคออีกฝ่ายแน่นขึ้น แต่ไม่มาก และทั้งสองร่างก็ว๊าปหายไปจากตรงนั้น
...........
"พวกเขาจะอยู่ที่ไหนกันแล้วนะ"
อลิซพูดพลางมองลงมาที่ด้านล่าง
"ข้าว่าไม่ไกลเหรอก พวกเขาต้องอยู่แถวๆนี้แหละ"
เชสเชอร์พูด และกวาดสายตาลงมาพื้นดินด้านล่าง ก่อนจะพบกับเป้าหมายที่เขาคาดไว้
"นั้นไง พวกเขาอยู่นั่น"
เชสเชอร์พูดบอกกับอลิซ ก่อนจะพากันลงมาที่จุดนั้น

.........
"พวกเขาอยู่ที่ไหนกันนะ"
แอ๊บโซเล็มร้องเรียกหาคนที่พลัดหลงไปจากเขาไม่นานมานี้ เป็นรอบที่10
"ใจเย็นๆน่า แอ๊บ ข้าคิดว่าเราใกล้ถึงแล้วล่ะ"
ไวท์ที่เดินร่วมทางตามหาคนที่หายไป บอกให้อีกฝ่ายหายกังวล แต่จริงๆแล้ว เขาเองก็กังวลแทบใจจะขาด
"ข้าหวังว่าองค์หญิงจะไม่เป็นอะไร"
แอ๊บโซเล็มพูดด้วยสีหน้ากังวล  ไวท์หันมามองอย่างเห็นใจก่อนจะตบไหล่อีกฝ่าย
"ไม่ต้องห่วงเหรอก อลิซไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย เธอยังมีเชสเชอร์นะ"
"ไม่รู้สิ ข้าเป็นห่วงตรงที่ เชสเชอร์ไม่ถูกกับน้ำ ป่านนี้จะหายดีหรือยังก็ไม่รู้"
ไวท์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างในหัว
"....อันนี้ข้าก็ไม่แน่ใจเหรอกนะ แต่ว่า.. ข้าคิดว่าพวกเขาปลอดภัยกันทั้งคู่ อลิซเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอ คิดในแง่ดีเข้าไว้ แอ็บ"
"ข้าจะพยายาม"
แอ๊บโซเล็มพูดและพากันเดินต่อไป
"....เดี๋ยวก่อน"
ไวท์เอามือกันแอ๊บโซเล็มไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายเดินต่อ หูกระต่ายสีขาวของเขากระดิกไปมาเหมือนเดิม เมื่อได้ยินเสียงจากที่ไกลๆ
"ได้ยินอะไรเหรอ เสียงขององค์หญิงหรือเปล่า"
แอ๊บโซเล็มถามไวท์ที่กำลังคิดอะไรอยู่ ไวท์ไม่ตอบ แต่เงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าแทน แอ๊บโซเล็มเห็นจึงเงยหน้าขึ้นไป ก่อนจะเห็นกับบางสิ่งที่โดนแสงแดดส่องทับลงมาจึงไม่เห็นว่าคืออะไร แต่มันกำลังตรงมาที่พวกเขา แอ็บโซเล็มยกมือขึ้นมากำบังแสงที่แสบตาให้กลายเป็นร่มเงา และเพ่งสายตาให้เห็นสิ่งตรงหน้า ก่อนจะพบว่ามันคือสิ่งที่เขาตามหาอยู่
"องค์หญิง!! เชสเชอร์!!!"
พวกเขาร้องเรียกชื่อทั้งสองคนที่กำลังลอยลงมา
"ทุกคน!!"
อลิซโบกมือให้ทั้งสองคนที่ยืนรออยู่ ก่อนที่เธอจะลงถึงพื้น
"องค์หญิง ปลอดภัยดีหรือเปล่าขอรับ!!"
"ใช่! เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า อลิซ!"
ไวท์และแอ๊บโซเล็มถามไถ่อย่างรวดเร็วจนอลิซไม่รู้จะตอบยังไงก่อน
"ใจเย็นๆพวกนาย ฉันปลอดภัยดี ไม่ต้องห่วงนะ"
อลิซบอกให้ทั้งสอง ไม่เป็นกังวล และยื่นแขนและขาให้ดูว่าทีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อย แต่ไม่มีเลือดไหลออกมา
"อย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะขอรับ ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยคุ้มครององค์หญิงกับเชสเชอร์ไว้ เออ! เชสเชอร์ เจ้าโอเคมั้ย!"
แอ๊บโซเล็มเดินไปหาเชสเชอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆอลิซ 
"อ่า ข้าไม่เป็นไรเหรอก"
เชสเชอร์ส่ายมือทั้งสองข้างเป็นเชิง ไม่มีอะไร
"แล้วเรื่องโดนฝนล่ะ เจ้ายังหนาวอยู่มั้ย ร่างกายโอเคขึ้นหรือเปล่า"
ไวท์ถามถึงอาการที่เหมือนจะเป็นประจำตัวของเชสเชอร์ เรื่องที่เขาไม่สามารถโดนน้ำได้นาน
"ข้าโอเค อลิซช่วยข้าไว้แล้ว ข้าดีขึ้-! อ้ะ!!"
"เชสเชอร์!!"
อยู่ๆ เชสเชอร์ก็ร้องออกมาและทรุดลงไป 
"เชสเชอร์ นายเป็นอะไร!! เกิดอะไรขึ้น!"
อลิซจับแขนเชสเชอร์ไว้ ทั้งร่างของเขาสั่นระริกและตัวก็ร้อนขึ้นมาเฉยๆ มือข้างขวาของเขากุมหน้าอกเอาไว้อย่างเจ็บปวด ถ้าลองสังเกตุดีๆ เสื้อสูรตสีม่วงของเขามีอะไรซึมออกมาด้วย!!
"เชสเชอร์!! เจ้าเลือดออก!!"
ไวท์ร้องออกมาเมื่อเห็นของเหลวสีแดงซึมไหลออกมาจาดเสื้อผ้าและจมูกของเชสเชอร์
"แย่ล่ะ! เเผลครั้งก่อนเกิดฉีกแน่เลย ไหนจะเจอสภาพอาการเมื่อคืนอีก ถึงจะบอกว่าดีขึ้นแล้ว แต่มันก็คงแค่ชั่วคราวสินะ!"
แอ๊บโซเล็มมองดูอาการของเชสเชอร์ที่ทั้งตัวนั้นสั่นและดิ้นไปมา ผิวเริ่มซีดขาวตัดกับอุณหภูทิร่างกายที่ร้อนจนตับจะแตก
"ทำยังไงดีพ่อหมอ!"
อลิซร้องเรียกแอ๊บโซเล็ม มือทั้งสองข้างกำมือหนาของคนที่นอนอยู่อย่างแน่น ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม น้ำตาสีใสไหลออกมาจนคลอเบา 
เกิดอะไรขึ้นกับเชสเชอร์กัน...
"เราต้องกลับไปที่วังหลวงแล้ว! ไม่งั้นอาการไข้นี่ได้ทรุดหนักแน่!"
"แต่จะทำไงล่ะ! เราไม่มีทางไปเร็วกว่านี้แล้ว มีเเค่เชสเชอร์คนเดียวนะที่บินได้นะ"
แอ๊บโซเล็มบอกกับไวท์ ปัญหาตอนนี้คือ จะไปยังไง  ไวท์ก้มลงมองร่างของเชสเชอร์ในอ้อมกอดอลิซ ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้
"พวกเจ้า ทุกคนเลย มารวมตัวกันไว้!"
ไวท์ดึงแอ๊บโซเล็มมานั่งข้างๆอลิซ ก่อนที่เขาจะเสกเวท์ออกมาเป็นสายใยสีเหลือง มันล้อมรอบทั้งสามคนไว้ก่อนจะหุ้มร่างทั้งสามไว้ในเกราะเวท์นั่น
"เจ้าจะทำอะไรน่ะ ไวท์"
"พากลับไปที่วังหลวงไง"
ไวท์พูดพร้อมยื่นมือมาจับเกราะนั้นไว้ และกระทืบเท้าเบาๆสองทีที่พื้นดิน สักพัก พวกเขาก็ร่วงลงไปในหลุมกว้างจากการทรุดตัวของพื้นดินเมื่อกี้
"อร๊าาาาาาา!!"
ทั้งแอ๊บและอลิซ ร้องเสียงหลง ร่างของทั้ง3คนในเกราะนั้นไหลมาตามทางใต้ดินที่ลึกลงไปเรื่อยๆ โดยมือไวท์นำทางอยู่ 
"อะ!!..อะไรเนี่ยยยย!!!"
อลิซร้องกับสิ่งตรงหน้า ไม่เคยเจออะไรแบยนี้มาก่อนเลยนะ!!
"มันคือทางลับของไวท์เขาน่ะขอรับ"
"ห๊ะ!"
"เคยได้ยินไวท์มันพูดอยู่ และนานๆทีมันจะใช้น่ะขอรับ นี่ก็เพิ่งเห็นครั้งแรกนี่แหละขอรับ!"
แอ๊บโซเล็มพูดเสียงดังพร้อมทำตาโต เมื่อเห็นทางข้างหน้าเป็นทางลอยขึ้น ตัวของพวกเขขาเอนตามแรงโน้มถ่วงก่อนจะพุ่งออกจากใต้ดินขึ้นไปข้างบน
"เอาล่ะ! ถึงแล้ว!"
ไวท์ตวัดตัวไปหาทั้ง3คนด้านหลัง ก่อนจะคลายเกราะออก และช่วยแอ๊บโซเล็มแบกเชสเชอร์ไปที่วังหลวง
"เดี๋ยว องค์หญิงไปหามัมลี่ที่ห้องถัดไปนะขอรับ มัมลี่จะรักษาแผลให้เอง ส่วนเชสเชอร์ไม่ต้องกังวลนะขอรับ กระผมกับไวท์จะช่วยเขาเอง"
"...อื้ม! ฝากด้วยหน้า!"
"ขอรับ!"
แอ๊บโซเล็มพูดก่อนจะปิดประตูลง  อลิซมองบานประตูสีขาวที่ถูกปิดเมื่อกี้นิ่งๆ ก่อนจะประสานมือขึ้นมาพร้อมภาวนาให้คนๆนั้น ปลอดภัย
"อย่าเป็นอะไรนะ..."
อลิซพูด ก่อนจะเอาหน้าผากไปแนบกับประตูบานนั้น  สักพักเธอก็เดินออกไป
........
ก๊อกๆ
"เชิญค่ะ"
"มัมลี่...."
"!!!! คะ....คุณอลิซ!!"
มัมลี่พูดก่อนจะพุ่งตัวมากอดอลิซ อลิซเห็นจึงกอดรับอีกฝ่ายไว้
"คุณอลิซ! คะ..คิดว่าจะไม่ได้เจอซะแล้ว..."
"..ฉันอยู่นี่แล้ว...ไม่เป็นอะไรนะ"
อลิซจับมือมัมลี่ไว้ ให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าเธออยู่ตรงนี้
"คุณอลิซปลอดภัยดีมั้ยค่ะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
"อ่า..ก็นะ มีแค่รอยขีดข่วนกับถลอกแค่นั้นแหละ ฉันไม่เจ็บอะไรมากเหรอก"
"งั้นเหรอคะ....งั้นเดี๋ยวทำแผลเสร็จ คุณอลิซไปเปลี่ยนชุดด้วยนะคะ ขาดเว้าแหว่งไปหมดแล้ว"
"อ่า นั้นสินะ"
อลิซพูดและก้มมองดูชุดของตัวเอง ที่มีรอยขาดหลายแห่ง
"เดี๋ยวจะถักให้ใหม่นะคะ"
"..อื้ม..ขอบคุณนะ"
............

"ว่าแต่...แมดอยู่ไหนล่ะ"
"อ๋อ ท่านแมดนอนพักอยู่ในห้องข้างๆนี่แหละค่ะ"
"งั้นเหรอ เขาไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย"
"ไม่ค่ะ ฉันรักษาแผลให้ท่านแมดเรียบร้อยแล้วค่ะ"
มัมลี่พูดพร้อมแปะพลาสเตอร์ให้ติดกับสำลีบนแก้มของอลิซ
"นี่..ขอถามหน่อยสิ.."
"มีอะไรเหรอคะ"
"เธอ...กับ..แมดน่ะ"
อลิซพูดพร้อมเกาแก้มนิดๆ ตั้งแต่เห็นภาพนั้นก็ตะลึงไม่หายเลยแหะ ไม่คิดว่าเขาจะรักกัน 0//0
"....เอ่อ...ฉันกับท่านแมดเหรอคะ.."
"ก็...อย่าหาว่าฉันยุ่งหรืออะไรเลยนะ แต่ว่า..ฉันไม่รู้มาก่อนน่ะ"
"......"
มัมลี่ก้มหน้าลงไม่พูดอะไร นี่ นี่เราพูดอะไรไม่ดีไปหรือเปล่านะ0_0
"เอ่ออ..มัมลี่.."
"ฉันไม่รู้ค่ะ.."
"เอ๊ะ..."
มัมลี่ ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา
"ฉัน..ฉันไม่รู้ว่า..ตัวเอง...คิดอย่างไรกับท่านแมด...ฉันไม่ได้เกลียดท่านแมดเหรอกคะ..ฉัน...รักเขาด้วยซ้ำ..แต่.."
"อะไรเหรอ..."
อลิซจับมือมัมลี่ไว้ มัมลี่เม้นปากนิดหน่อยก่อนจะพูด
"..ฉันไม่คู่ควรกับท่านแมดเหรอกค่ะ.."
"มัมลี่..อย่าคิดแบบนั้นสิ ดูเหมือนแมดเองก็รักเธอนะ"
ก็ต้องรักสิ จูบเขาไปแล้วหนิ0_0
"..ท่านแมดน่ะ ทั้งหล่อ..เพียบพร้อม และมีฐานะ...จะให้มาคู่กับฉัน.."
มัมลี่หยุดพูดก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากระโปรง
"!! วะ...แหวน!"
แหวนในมือนั้น มีสีเงินเงาสวย ตรงกลางเป็นรูปรองเท้าที่มีเม็ดทับทิมสีชมพูประดับอยู่
"ฉันคิดว่ามันไม่เหมาะสมกัน.."
"ตะ..แต่เขาขอเธอแต่งงานเลยนะ!"
อลิซหน้าเหวอ นี่แมดรักจริงหวังแต่งเลยนะเนี่ย!
"ก็.. คงงั้นแหละคะ ท่านแมดเคยขอฉันมานานแล้ว แต่ฉันปฎิเสธไปก่อน ท่านแมดจึงขอให้ฉันเก็บแหวนเอาไว้ อย่างน้อยเขาเองก็ตั้งใจว่าจะเอามาให้ฉันคนเดียว... ฉันเองก็ไม่อยากจะเก็บไว้ แต่มัน..ก็ทำไม่ได้เลย.."
"มัมลี่! เขารักเธอจริงๆนะ!!
 อลิซจับบ่ามัมลี่ไว
"ฉันรู้ค่ะ แต่ว่า.."
"......อย่าคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรสิ! เธอไม่รักเขาเหรอ"
อลิซพูดและจับไหล่มัมลี่แน่นขึ้น มัมลี่ส่ายหน้าเชิงเป็นคำตอบ
"ฉัน..ฉันไม่รู้ว่าตัวเองรักท่านแมดจริงๆหรือเปล่า...แถม..ตัวเองก็..."
"อย่าเอาความคิดที่ว่าตัวเองไม่คู่ควรมาบดบังความรู้สึกสิมัมลี่"
"เอ๊ะ...."
"เธอก็น่าจะรู้นะ ความรักของคนเราน่ะ..ไม่จำเป็นต้องยึดติดอะไรมาก รักก็คือรัก"
"...."
"เธอต้องมั่นใจในตัวเองนะ"
อลิซพูดพร้อมรอยยิ้มเล็กๆเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะเดินออกมา
"ฉันไปหาเชสเชอร์ก่อนนะ ส่วนเรื่องของเธอ ฉันคงทำอะไรไม่ได้นอกจาก ช่วยให้เธอมั่นใจในตัวเองนะ..... ไปละ"
อลิซพูดก่อนจะโบกมือให้และเดินออกไป  เหลือเพียงมัมลี่ที่นั่งอยู่คนเดียวในห้องที่แสนเงียบ  ดวงตากลมสีชมพูสั่นเล็กน้อยพลางก้มลงมองแหวนสีเงินในมือ
".........ฉันจะพยายามค่ะ...."
 
ก๊อกๆ
"พวกนาย..."
อลิซเรียกคนภายในห้อง  แอ๊บโซเล็มกับไวท์หันมามองก่อนจะทักกลับ
"เชสเชอร์...เขาเป็นไงบ้าง"
อลิซพูดพลางเดินเข้ามา
"ก็อย่างที่เห็นล่ะ  อาการยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ แต่ยังน้อยก็อยู่ในสภาวะปลอดภัยแล้ว"
ไวท์พูด ก่อนจะเดินไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆ
"แล้วเขาจะดีขึ้นเมื่อไรเหรอ"
"กระผมคิดว่าไม่เกินวันขอรับ ให้เขาได้นอนพักและปรับสภาพร่างกายให้คงทีก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วขอรับ เชสเชอร์เองก็เป็นคนร่างกายเเข็งแรง พักฝื้นสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้วขอรับ"
"อ่า เข้าใจแล้ว"
อลิซพูดและก้มมองร่างหนาที่นอนอยู่ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ด้วยความเป็นกังวลและสงสาร
"องค์หญิงไม่ต้องคิดมากนะขอรับ เชสเชอร์เขาปลอดภัยแล้ว"
แอ๊บโซเล็มบอกกับอลิซที่ยืนเคลียดอยู่ข้างๆ ถึงจะเห็นว่าอีกฝ่ายพยายามกั้นไว้ แต่เขาก็ดูออกว่าอลิซกำลังจะร้องไห้
"ฉันรู้..... แต่ฉัน...สงสารเขาเหลือเกิน"
อลิซพูดพร้อมยื่นมือไปจับมือหนาของคนที่นอนอยู่ โดยไม่รู้ตัว
"ถึงฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรมาก แต่ฉันก็เริ่มจะรู้อะไรมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเชสเชอร์หรือนาย หรือไวท์ หรือทุกๆคน พวกนายคงจะผ่านอะไรมาเยอะเเยะ และหนักหนามาก"
".........ขอรับ..."
แอ๊บโซเล็มตอบรับ ส่วนไวท์ที่ยืนเก็บของอยู่ได้แต่เงียบไม่พูดอะไร
"พวกนายจำตอนที่ฉันมาที่นี้ครั้งแรกได้มั้ย ตอนที่ฉันปฏิเสธเรื่องที่ฉันเป็นทายาทอะไรนั่น"
อลิซพูด มือที่กำมือของเชสเชอร์ก็เริ่มนวดมือนั่นเบาๆ
"ขอรับ..."
แอ็บโซเล็มยังคงคลานรับ ไวท์ก็ยังคงเงียบแต่หูทั้งข้างก็ยังคงกระดิกฟังอยู่ ร่างของเชสเชอร์ที่เห็นนอนอยู่นิ่งๆ แต่เหมือนกำลังฟังทุกๆคำพูดของอลิซ
"พวกนายรู้อะไรมั้ย...ฉันน่ะ...ตอนแรกเองก็ไม่อยากจะทำ...."
 
ตึกตัก...ตึกตัก..ตึกตัก...
หัวใจทั้งของแอ๊บโซเล็มและไวท์เต้นเเรงขึ้น ไม่รู้เพราะอะไร แต่คำพูดที่ชวนให้ถามชวนให้ฟังนั่น ทำเอาใจเต้น อยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะบอกอะไรกันแน่

คริสตัล สีเขียวและสีเหลืองที่ส่องไฟสว่างพอตัวเริ่มสั่นไหว

"ฉันเองก็เพิ่งจะตัดสินใจได้.... และจะไม่ล้มเลิกความคิดนี้เด็ดขาด....."

หัวใจเต้นเเรงมากขึ้น อยากจะอ้าปากถามว่า อยากจะพูดอะไรกันแน่ แต่ทำไม่ได้... ปากมันไม่ขยับตามที่สั่งเลย

"ฉันน่ะ...."

ดวงไฟในคริสตัลเริ่มสั่นไหวมากขึ้นจนเหมือนจะดับลงหรือเปล่งเเสงมากขึ้น

"ฉันน่ะ.....ฉันอยากจะเป็นทายาทคนต่อไปจริงๆแล้ว"

ตึกตัก!!...
"....อะ....องค์หญิง..."
แอ๊บโซเล็มเบิกตากว้าง ไวท์ที่ยืนหันหลังอยู่เอง ก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่มันตกใจจากความดีใจต่างหาก

ดวงไฟของทั้งสองคริสตัลนั้น..เปล่งประกายขึ้นจนเต็มดวง...

"เพราะงั้น...ฉันน่ะ อยากขอโทษที่พูดแบบนั้นในตอนแรก"
อลิซพูดพร้อมเดินไปจูงมือไวท์ให้เดินตามมาที่เตียง ไวท์เองก็ยังคงอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
"และอยากจะขอโอกาส.."
พูดพร้อมจับมือแอ๊บโซเล็มมาทับมือไวท์ที่ถูกมืออลิซจับไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จับมือเชสเชอร์ไว้
"ฉันอยากจะขอโอกาส.... ให้ฉันได้ช่วยพวกนายจากราชีนีแม่มดนั้นเถอะนะ!"
เงยหน้าขึ้นมาบอกพร้อมรอยยิ้ม แต่ดวงตาฉายเเววความหวั่นเกรง เกรงว่าตัวเองนั้นจะไม่มีสิทธิแล้ว
"........."
พวกเขาได้แต่เงียบ ไม่พูดอะไรเพราะอึ้งจนพูดอะไรไม่ถูก ความเงียบที่ให้มานั้น เริ่มทำให้อลิซกังวลจนท้อแท้
".....ก็นะ...ฉันเข้าใจ...คิดไว้อยู่แล้วล่ะ มันคงสายไป แถมฉันเองก็เป็นคนปฎิเสธเอง..."
อลิซพูดก่อนจะปล่อยมือออก
"อะ..ดะ..เดี๋ยว!"
"อย่าคิดแบบนั้นสิ..."
ขณะที่แอ๊บโซเล็มจะเรียกทัก ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด ไวท์ก็พูดขึ้นมาแทน อลิซหยุดชะงักก่อนจะหันมามอง
"...หึ...ขอโอกาสอะไรกัน... ผมไม่เคยบอกเลยสักนิดว่าจะไม่ให้คุณเป็นทายาทแล้ว"
ไวท์พูดติดตลก แต่บนใบหน้าของเขากลับมีรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนครั้งนั้น รอยยิ้มที่นานๆทีจะเห็นกับไวท์
"พวกกระผมน่ะ...."
ไวท์พูดพร้อมคุกเข่าลง ปากพูดไปพร้อมรอยยิ้ม กับคำพูดที่ไวท์ไม่เคยพูดแบบนี้กับอลิซ
"พวกกระผมน่ะ เชื่อมั่นมาตลอดว่าคุณคือทายาทคนต่อไป และไม่เคยเปลื่ยนแปลงความคิด"
ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างจนนัยต์ตาสั่นระริก
"ใช่แล้วขอรับ"
แอ็บโซเล็มเองก็นั่งคุกเข่าลง เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า
"เพราะงั้น องค์หญิงไม่จำเป็นที่จะขอโอกาสจากพวกกระผม เพราะพวกเรา ให้องค์หญิงตั้งแต่แรกแล้ว"
ดวงตาที่สั่นระริกเริ่มมีน้ำตาสีใสไหลออกมาจนอาบเต็มแก้ม อลิซยกมือข้างนึกขึ้นมาปิดปากเอาไว้เพราะคำตอบที่ส่งมามันช่างตื้นตันเหลือเกิน
"ในที่สุดก็ยอมรับแล้วนะขอรับ อย่างที่กระผมบอกไปครั้งแรกที่เราเจอกัน พวกกระผม...

จะดูแลรับใช้องค์หญิงตราบเท่าชีวิตหาไม่

ทั้งสองคนพูดพร้อมก้มหัวลงเพื่อคำนับต่ออลิซ คนที่พวกเขาเชื่อว่าจะเป็นความหวังหรือพรจากพระเจ้าที่จะช่วยพวกเขาให้เป็นอิสระ
"ฮึก...ฮืออ....ฮ่า..ฮ่าๆๆ"
อลิซหัวเราะพร้อมร้องไห้ไป แต่ในใจรู้สึกมีความสุขซะจนผิดกับอาการที่เป็น
"ฮึก...ขะ..ขอบคุณนะ.."
อลิซพูดพร้อมปาดน้ำตาและยิ้มออกมา
ทั้งสองที่ก้มหน้าอยู่นั้นก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ รวมทั้งมัมลี่กับแมดที่อยู่ด้านนอกที่ยืนฟังอยู่ตลอดก็ยิ้มออกมา แม้ขนาดเชสเชอร์ที่เห็นว่านอนอยู่ ก็ยังยิ้มออกมาที่มุมปาก
.........

"คุณอลิซทานเยอะๆนะคะ"
"จ้า ขอบคุณนะ"
มัมลี่พยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงข้างๆ ตอนนี้ทั้งสองคนลงมาทานข้าวที่โถงกว้าง ส่วนที่เหลือยังไม่ลงมาเพราะต้องทำธุระ
"เธอไม่กินบ้างเหรอ"
อลิซถามมัมลี่ที่เอานั่งอยู่เฉยๆ ดูเธอกินข้าว
"ฉันทานเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ เชิญคุณอลิซทานเลยเถอะค่ะ"
มัมลี่พูดพร้อมรอยยิ้ม อลิซพยักหน้าให้ก่อนจะสวาปามข้าวตรงหน้า
"อ้าว! แมด!"
"!!"
อลิซเรียกทักคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ 
"อ้าว! องค์หญิง กลับมาแล้วสินะครับ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
"อ่า ก็นิดหน่อยน่ะ มัมลี่ช่วยทำแผลให้แล้วล่ะ อ้า! นายหิวหรือเปล่า มากินข้าวกัน"
อลิซกวักมือเรียกแมดให้เดินเข้ามา ส่วนมัมลี่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งนิ่งๆ
"........"
อลิซเหลือบมองอีก2คนที่นั่งข้างๆกัน แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย....เพราะเรื่องนั้นหรือเปล่านะ..
"...หืม?.."
อลิซเห็นท่าทีเเปลกๆของมัมลี่ที่เอาแต่นั่งก้มหน้า มือทั้งสองข้างประกบหากันเหมือนมีอะไรอยู่ในมือนั่น
"......มัมลี่!!!"
"อ๊า!!!"
ห้องที่ตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานานถูกเสียงหยอกให้ตกใจเล่นๆของอลิซดังขึ้น คนที่ถูกที่แกล้งตัวสะดุ้งโหยง แม้ขนาดแมดที่นั่งดูหนังสืออยู่ยังสะดุ้งหันมามอง
"มะ..มีอะไรเหรอคะ"
"....."
อลิซไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองไปที่มือของมัมลี่ที่เพิ่งอ้าออกเมื่อกี้และกลับมาปิดสนิดเหมือนเดิม
"...มะ...มองอะไรเหรอคะ.."
มัมลี่ถามอลิซ มือทั้งสองประกบปิดกันอย่างพิรุธ กลัวว่าจะเจอสิ่งที่อยู่ในมือ...
"....หึ...เปล่าเหรอกจ๊ะ...แค่แกล้งมัมลี่เล่นๆน่ะ"
อลิซพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง ที่มัมลี่เห็นก็งง
"ฉันอิ่มแล้วล่ะ ขอตัวนะ"
อลิซพูดพร้อมถือชามข้าวออกไป..... แต่ก็ชะงักก่อนจะหันมาเรียกคนที่เหลือ
"พวกเธอสองคน....รักกันนานๆนะ.."
อลิซยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะเดินออกไป
ปล่อยให้ภายในห้องโถงกว้างเหลือเพียงคนสองคน
"......"
"......"
ทั้งสองต่างเงียบไม่พูดอะไรนอกจากมองไปทางอื่น
".......ท่านแมดคะ.."
"..หืม?"
"ท่านแมด จำเรื่องที่เคยขอฉันแต่งงานได้มั้ยคะ.."
แมดนิ่งไป ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาด เพราะปกติ...มัมลี่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเขาเลย
"อ่า...จำได้สิ...ทำไมเหรอ"

มากๆเลยด้วย

"คือว่า..."
มัมลี่หันหน้ามามองแมดที่นั่งอยู่ข้างๆ มือทั้งสองข้างยังคงประกบกันไว้อย่างแน่นหนา
"เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่ามัมลี่ ทำไมหน้าแดงๆ"

น่ารักจัง...

"เปล่าค่ะ ฉันสบายดี"
มัมลี่พูดพร้อมจับแก้มของตัวเองที่แดงอย่างกับมะเขือเทศ
"แล้ว มีอะไรล่ะ.."
ปากเล็กๆของมัมลี่เม้มเข้ามากัน เหมือนกับว่า....เขินอายที่จะพูด
"เรื่อง...ทะ..ที่ขอแต่งงาน...ฉันไม่แน่ใจว่าท่านแมดจะยังรอคำตอบอยู่หรือเปล่า"
"...."

รอสิ....

"แต่เพราะเมื่อวาน..ที่ท่านแมด...จะ..จูบฉัน..มันทำให้ฉันเชื่อว่าท่านแมดยังคงรอคำตอบจากฉันอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้บอกให้ฉันกลับมาคิดดูอีกทีก็ตาม..."
"...อ่า..ข้าไม่ได้บอกเหรอก..ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะกดดันหรือบังคับเจ้า"

ข้ารักเจ้ามากนะ ถ้าสิ่งไหนที่มันดีต่อเจ้า ข้าก็ยอมรับ

"เจ้าอยากจะบอกอะไรกับข้าเหรอก มัมลี่ที่รัก"
แมดยิ้มบางๆให้กับคนรักตรงหน้า
มัมลี่กำมือแน่นขึ้น ก่อนจะฮึบเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงดังว่า
"ฉันตกลงค่ะ!!!"
"เอ๊ะ!!!"
แมดตาโต หัวใจที่อยู่ๆก็เต้นแรงโครมครามมากกว่าเดิม
"ถ้าเกิดว่า..มันสายไป..ฉันก็เข้าใจนะคะ..เพราะท่านแมดไม่ได้ขอให้ฉันกลับมาคิด....ฉันก็กลับมาคิดเองอยู่แล้ว"
"...."
"เพราะงั้น ฉันอยากบอกให้ท่านแมดรู้ว่า ฉันรักทะ--"
คำพูดที่อยากจะบอกถูกตัดหายไป ร่างของมัมลี่หยุดชะงักลง เมื่อจู่ๆแมดก็สวมกอดเข้ามา มือของแมดข้างนึงลูกหัวเล็กๆของมัมลี่อย่างออนโยน หน้าของเขากดเข้ากับไหล่บางของมัมลี่ เพื่อสร้างความรู้สึกของเขาต่อมัมลี่

ความใกล้ชิด..

"ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ...ข้าเข้าใจแล้ว"
ดวงตาสีชมพู สั่นระริกอย่างหวั่นเกรง มือเล็กๆขึ้นมากอดรัดอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะปล่อยน้ำตาสีใส
"ข้ารักเจ้านะ"

........

"อ้าว เชสเชอร์ไปไหนน่ะ!"
อลิซร้องเสียงดัง เมื่อเข้ามาในห้องนอนใหญ่ก็ไม่พบกับร่างหนาที่ควรจะนอนอยู่
"เขาฟื้นตัวแล้วขอรับ"
แอ๊บโซเล็มออกมาพูดกับอลิซ
"แล้ว..แล้วรู้มั้ยว่าเขาไปไหน!"
อลิซทำท่าร้อนรน ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่นอนพักทั้งๆที่เพิ่งจะฟื้นตัว แล้วคิดเหรอว่าแผลจะหายดีแล้วน่ะ! ทำไมชอบทำตัวเหมือนตัวเองจะรับไหวขนาดนั้นกัน
"เจ้าใจเย็นๆก่อนอลิซ อย่าเพิ่งเลือดขึ้นหน้าขนาดนั้น"
ไวท์เองก็พยายามบอกให้อลิซใจเย็นลง แต่มันคงจะไม่ได้ผล
"ฉันใจเย็นไม่ได้แล้ว! เชสเชอร์ชอบเป็นแบบนี้ตลอดเลยเวลาเขาเจ็บตัว แล้วตกลงเขาไปไหน พวกนายรู้มั้ย!"
ชอบทำให้เป็นห่วงจริงๆ...
"เห็นมันบอกว่าจะกลับไปที่หมู่บ้านของมันน่ะขอรับ"
"หมู่บ้าน... ไปทำไม"
"ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ เพราะกระผมจะถาม เชสเชอร์ก็วาป์รหายไปซะก่อน"
"..อะไรกันตาบ้านี่!"
อลิซท้าวเอวด้วยความโกธรเคือง 
"นายพอฉันไปหาเขาได้มั้ย ไวท์"
อลิซหันไปถามไวท์
"จะว่าก็ได้ แต่มันจะเมื่อขาที่ข้าพาเจ้ามาที่นี่"
หมายถึงต้องมุดโพรงกระต่ายอีกสินะ เอาเถอะ..จะได้ไปหาเชสเชอร์เร็วๆ
เป็นห่วง..
"อื้ม! ก็ได้!"
.............

"ถึงแล้ว...เจ้าไหวมั้ย"
ไวท์ยื่นมือไปให้อลิซจับ จะได้ทรงตัวได้
"ฉันโอเค ไปหาเชสเชอร์เถอะ!"
พูดเสร็จ อลิซก็วิ่งไปเลยโดยไม่รอไวท์
"ดะ..เดี๋ยว! รอข้าด้วย!"
สักพักทั้งสองคนก็วิ่งมาถึงหมู่บ้าน ที่กลายเป็นซากประหลักหักพัง บ้างบ้านถูไฟเผาจนเหลือเพียงครึ่งบ้าน แต่ส่วนมากก็พังทลายไปหมด
"......"
"ไม่เหลือเลยแหะ..........ยัยแม่มดชั่ว.."
ไวท์ถึงกับขึ้นแทน ภาพหมู่บ้านตรงหน้า สถานที่ที่เพื่อนของเขาเกิดมาถูกทำลายไม่เหลือจากฝีมือคนชั่ว มันห่ดหู่เหลือเกิน...
"ไปกันเถอะ..."
อลิซเรียกให้ไวท์เดินตามเข้าไปในหมู่บ้าน สภาพด้านในนั้นหนักกว่าจนพูดไม่ออก บ้านมากมายเสียหายจนไม่เหลือร่างเดิม พื้นดินแตกแยก บ้างก็เป็นหลุม บ้างก็ทรุดลงไป สภาพสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าถูกทำลายเละอย่างกับเจอแผ่นดินไหว  มันเป็นเพราะฝีมือคนๆเดียว...
"อ๊ะ!..."
ดวงตากลมสีฟ้าเหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย คนตรงหน้าที่เห็นเหมือนกำลังตามหาบางอย่างอยู่ ท่ามกลางซากไม้และหินต่างๆ
"เชสเชอร์!!"
คนถูกเรียกสะดุ้ง ก่อนจะหันมามอง
"ทำไมออกมาแบบนี้ล่ะ แล้วทำไมไม่ใส่เสื้อ"
ความโกธรเคืองช่วงแรกหายไป กลับกลายเป็นความห่วงแทน
"มันอึดอัดน่ะ พอมีผ้าพันแผลแบบนี้"
เชสเชอร์เกาหัวตัวเอง สายตาที่เป็นห่วงนั่นทำเอากดดันจนรู้สึกได้
"แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ รู้มั้ยว่าแผลมันยังไม่หายดี ถ้าเกิดเป็นอีกจะทำยังไง ดื้อจริงๆเลยนายน่ะ แล้วไม่ใส่เสื้อแบบนั้น คิดว่าร่างกายดีขึ้นมากแล้วหรือไงกัน เดี๋ยวก็ได้สลบไปอีกรอบเหรอก!"
ความรู้สึกมากมายถูกปล่อยออกมาหมดทางคำพูด เชสเชอร์ที่ยืนฟังอยู่ก็เหว๋อตามๆกันไป  ไม่คิดว่าจะทำให้เป็นห่วงขนาดนี้
"ข้าขอโทษนะอลิซ ไม่คิดว่าจะทำให้เจ้าโกธรขนาดนี้"
"......"
อีกฝ่ายยืนกอดอก ไม่พูดอะไรนอกจากขมวดคิ้วและทำแก้มป่อง
"ฮ่าๆ...ข้าขอโทษจริงๆนะ ให้อภัยข้าเถอะ ข้าผิดไปแล้ว จะไม่ทำให้เป็นห่วงอีกแล้วล่ะ"
เชสเชอร์พนมมือเชิงข้อร้อง หางฟูฟ่องสายสะบัดไปมากดูน่ารัก 
"......หึ๊ยย!....ไม่แฟร์เลย!"
อลิซเบะปากหนึ่งที ก่อนจะกอดอกหันไปอีกทาง ทำไมถึงใจอ่อนขนาดนี้นะเรา
"...กะ..ก็ได้ ไม่โกธรแล้ว!..."
อลิซหันมาพูดด้วยใบหน้าแดงอ่อนๆ
"ขอบคุณนะอลิซ"
เชสเชอร์ยิ้มกว้าง แค่ได้เห็นว่าอีกฝ่ายหน้าแดงออกมาก็รู้แล้วว่าไม่โกธรอะไรเขาแล้ว 

ไม่เคยเปลื่ยนไปเลยจริงๆ

เชสเชอร์ยืนยิ้มมองไปที่อลิซ ก่อนจะสังเกตุเห็นไวท์ที่ทำหน้าเหว๋อพร้อมมองตัวเขากับอลิซสลับกัน
"มีอะไรเหรอไวท์"
เชสเชอร์เรียกอีกฝ่าย ไวท์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามา
"ปะ...เปล่า!"
"ห๊ะ?...อะไรของเจ้ากัน.."
"ไม่มีอะไรเหรอก!"
ที่จริง...ก็มีนะ แต่อาจจะคิดไปเองก็ได้  คำพูดเมื่อกี้ของทั้ง2...อย่างกะคนเป็นแฟนกันเลย
"แล้ว..ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่นี่กันแน่ล่ะ เชสเชอร์"
ไวท์ถามอีกฝ่าย เพื่อเปลื่ยนเรื่อง
"มาหาของน่ะ"
เชสเชอร์พูดแล้วหันหลังไปหาของที่ว่า
"ของอะไรเหรอ ถึงต้องมาโดยสภาพนี่น่ะ"
อลิซถามบ้าง ดูจะสำคัญมากเลยสินะ ถึงต้องมาขณะที่ตัวเองเป็นแบบนี้
"ของสำคัญน่ะ มากๆเลยด้วย"
เชสเชอร์บอกกับอลิซโดยที่มือและสายตายังคงหาของที่ตามหา
"...........ของเธอคนนี้ใช่มั้ย"
"หืม?"
เชสเชอร์หันมาหาไวท์ ไวท์ยืนนิ่งๆแต่เหมือนจะส่งซิกบางอย่างโดยที่อลิซไม่เข้าใจ
"...อ่า...ใช่เลยล่ะ เจ้ารู้แล้วสินะ"
เชสเชอร์พูดพร้อมยิ้มตามสไตล์เจ้าตัว 
"ก็ไม่แน่ใจ.... แต่พอเจ้าพูดแบบนั้นคงจะจริงสินะ"
ไวท์ดูตะลึงนิดหน่อย แต่ก็กลับมาทำหน้าปกติ
"ก็ข้าเคยบอกแล้วแท้ๆ มั่นใจได้แล้ว"
เชสเชอร์พูดก่อนจะก้มหน้าหาของต่อ
ไวท์หันมามองอลิซ ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายได้แต่ยืนงงจนดูเอ๋อเลยทีเดียว
"...งั้นข้าช่วย จะได้เจอเร็วๆ"
ไวท์พูดก่อนจะเดินไปช่วยเชสเชอร์ ปล่ยให้อลิซเอ๋ออยู่แบบนั้น
" (อะไรของพวกเขากัน เมื่อกี้ฟังไม่รู้เรื่องเลย พูดดูมีอะไรซ่อนไว้อน่างนั้นแหละ...?)"
"...อ้า! เจอแล้ว!!"
เชสเชอร์พูดและหยิบสิ่งนั่นขึ้นมา
"อ่อ นั่นรูปเจ้ากับครอบครัวหนิ"
ไวท์หันไปมองกรอบรูปที่ดูจะไม่เหลือรูปทรงแล้ว
"ใช่ อย่างน้อยก็เจอล่ะ อันนึง"
เชสเชอร์พูดก่อนจะดึงรูปที่อยู่ในกรอบออกมาและพับเก็บใส่กระเป๋ากางเกง
"อันนึง? มีอีกเหรอ"
"ใช่ เยอะพอควร ช่วยข้าหน่อยละกัน"
"ก็ยังไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วย"
ไวท์ยิ้มมุมปากและหาของต่อ
อลิซที่ยืนดูอยู่ รู้สึกแปลกๆ รูปเมื่อกี้เป็นรูปของเชสเชอร์และครอบครัว แสดงว่าของที่เหลือก็ต้องเป็นของเกี่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ของเชสเชอร์แน่ๆ ถึงได้บอกว่ามันสำคัญ.....ลงไปช่วยดีกว่า
".....?...เจ้าทำอะไรน่ะอลิซ"
เชสเชออร์ทักอลิซ ที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยกท่อนไม้ขึ้น
"ช่วยนายหาของไง"
อลิซพูดและยกท่อนไม้ออก
"ของสำคัณหนิ เดี๋ยวฉันช่วยนะ"
อลิซหันมายิ้มบางๆให้ เชสเชอร์สะดุ้งที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นก่อนจะหันไปหาของต่อ   อลิซหันกลับมาที่เดิมและก้มลงหาของ ก่อนจะสังเกตุเห็นบางอย่างเล็กๆใต้ดินที่ถูกทับถมอยู่ อลิซดึงสิ่งนั้นออกมา
"..หืม? ผ้าเหรอ.."
สิ่งที่ดึงออกมาเป็นผ้าสีฟ้าที่ถูกไฟไหม้ไปแล้ว แต่ยังเหลือส่วนสีฟ้าอยู่....คุ้นๆแหะ ผ้าผืนนี้ เหมือนเคยใช้กับสิ่งนึงมากก่อน
"คล้ายๆผ้าพันแผลที่บ้านเราเลยแหะ..."
อลิซหยิบผ้าขึ้นมาและม้วนมัน
"เจออะไรมั้ยอลิซ"
เชสเชอร์เดินเข้ามาถาม
"อ่อ เจอเศษผ้าน่ะ ไม่รู้ว่าใช่ของนายมั้ยนะ"
อลิซพูดและยื่นไปให้เชสเชอร์ดู
"อ่า ของข้าเอง"
"จริงอ่ะ มันคืออะไร"
"ผ้าพันแผล ไม่หยักรู้ว่ามันจะมีสีฟ้าด้วย ข้าเองก็ยังงงๆอยู่ ว่าเธอมีผ้าพันแผลสีแบบนี้ได้ยังไง"
เชสเชอร์พูดพร้อมเหล่ตามองอลิซ
"เหรอ บังเอิญจังนะ ฉันเองก็มีผ้าพันแผลสีฟ้า"
"อ่อ  เจ้าไปซื้อที่ไหนกัน ผ้าพันแผลมันควรมีแค่สีขาว ไม่ก็สีเนื้อไม่ใช่เหรอ"
เชสเชอร์ยิ้มออกมา 
"ที่จริง มันก็ไม่เชิงผ้าสำหรับพันแผลเหรอก แต่เนื้อผ้ามันซึมพวกของเหลวดีน่ะ ฉันเคยใช้มันตอนพันแผลให้กับแมวตัวนึงที่บาดเจ็บอยู่"
"......"
"...นะ...นายยิ้มอะไร"
อลิซทักอีกฝ่ายที่มัวแต่มองหน้าเธอและยิ้มจนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้าง
"อ่อ! เปล่าเหรอก ข้าเอง ก็ได้ผ้านี่มาจากผู้หญิงคนนึง ที่ช่วยรักษาแผลข้าไว้น่ะ"
"แหม่~ มัน...มันดูคล้ายกันจังเนอะ ......ระ..หรือว่า!"
"หืม?"
"แมวที่ฉันช่วยไว้ จะเป็นนาย!!"
"!!!!"
อลิซพูดและชี้นิ้วมาที่หน้าเชสเชอร์ เจ้าของชื่อหน้าซีดและตัวแข็ง ตาเรียวเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ
"..อะ...เอ่อ..."
"...หึ! ฮ่าๆ ฉันล้อเล่นน่า จะเป็นนายได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย?"
อลิซยิ้มและหัวเราะออกมา ทำเอาเชสเชอร์ถึงกับเหว๋อไปต่อไมถูก

เกือบแล้วมั้ยล่ะ...

"อ่า นั้นสินะ ข้าออกไปโลกของเจ้าไม่ได้สักหน่อย"
"อือ....แล้วนั่น กล้องถ่ายรูปเหรอ"
อลิซสังเกตุเห็นของในมือเชสเชอร์ ที่เป็นกล้องถ่ายรูปยุคเก่าสีน้ำตาล พังแล้วแน่ๆ
"อ่าใช่ ของข้าเอง มันใช้ไม่ได้แล้วล่ะ เลนส์แตก ตัวเครื่องไหม้ แบตเองก็ระเบิดไปแล้ว"
"ว้า...แย่จัง ตัวเครื่องสวยดีนะ น่าเสียดายที่มันพังแล้ว"
เพราะยัยแม่มดนั้นแท้ๆ...
"ช่างมันเถอะ ข้าเองก็ไม่ได้ใช้มันหลายปีแล้ว แต่ก็อดเสียดายไม่ได้เหมือนกัน"
"นายชอบถ่ายรูปเหรอ"
"ใช่ มากๆเลยด้วย พ่อให้ข้ามาตอนอายุ11ปีน่ะ..."
พูดเสร็จ สายตาก็ดูเศร้าหมองลงทันที จริงสิ... พ่อแม่ของเชสเชอร์ไปไหน..
"ละ..แล้วพ่อแม่--"
"เชสเชอร์ ข้าเจอรูปถ่ายเจ้ากับสมุดไดอารี่เจ้าน่ะ"
ระหว่างจะถามออกไป ไวท์ก็ขัดขึ้นมาก่อน เชสเชอร์เดินไปดูของในมือเพื่อน
"อ่า อย่างน้อยก็ไม่ได้ไหม้หมดแหะ โชคดีจริงๆ"
เชสเชอร์พูดพร้อมดูสิ่งที่อยู่ในไดอารี่ทุกหน้า
"ของนายเหรอ  นายเขียนไดอารี่ด้วย?"
อลิซถาม เชสเชอร์หันมามองอย่างเขินๆ
"อ่าก็นะ มันก็ไม่เชิงเป็นไดอารี่ที่ไว้เขียน มันเป็นสมุดไว้สำหรับเก็บภาพที่ข้าถ่ายได้ก่อนจะเอามันมาแปะไว้น่ะ"
"เหรอ ขอฉันดูได้มั้ย! อยากเห็นฝีมือถ่ายรูปของนาย"
"ไม่ได้!"
เชสเชอร์เอาไดอารี่หลบทันที 
"อ้าว โทษที.... พอดีคิดว่ามันมีแค่ภาพถ่ายเลยลืมตัวน่ะ มันเป็นของส่วนตัวของนายนี่หน่า..."
อลิซพูดก่อนจะก้มหน้าลง รุกร้ำเขามากเกินไปแล้วเรา...
"....ไม่ต้องเคลียดเหรอก เดี๋ยวพอถึงเวลา ข้าจะให้เจ้าดูเอง"
"เวลา? เวลาอะไร?"
"เอาเหอะน่า เจ้ารอได้มั้ย"
"อะ..อื้ม..คิดว่านะ"
"อ่า งั้น.... เรากลับวังหลวงได้แล้วล่ะ ข้าว่า"
เชสเชอร์พูดแล้วยื่นมือข้างนึงมาจับมือของอลิซไว้ อีกข้างก็โอบไหล่ไวท์ไว้
"เอ๊ะ?"
"เชสเชอร์เดี๋ยว!"
"เอาน่า จะได้กลับถึงที่เร็วๆจะเย็นแล้ว"
พูดเสร็จทั้ง3คนก็วาป์รหายไปจากตรงนั้น
...........

ก๊อกๆ
"ว่าไง"
"มัมลี่เองนะคะ คุณอลิซนอนหรือยังคะ"
อลิซเปิดประตูออกไปก็เห้นมัมลี่ยืนอยู่
"ที่จริงยังไม่ได้นอนเลยน่ะ นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่...แล้ว มีอะไรเหรอ"
"ขอโทษทีมารบกวนนะคะ พอดีแอ๊บโซเล็มให้มาเรียกคุณอลิซไปดูดาวตกน่ะค่ะ"
"ดาวตก?...3ทุ่มเนี่ยอ่ะนะ"
"ค่ะ พอดีวันนี้ท้องฟ้าเปิดกว่าปกติ เลยเห็นดาวตกด้วยค่ะ"
"จริงเหรอ! ฉันยังไม่เคยเห็นเลย พาไปเร็วมัมลี่!"
มัมลี่จูงมืออลิซพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่สวนหลังวังหลวง ที่นั่นจะมีศาลาเล็กไว้นั่งเล่นได้
"มาแล้วค่ะ"
"อ้า! องค์หญิง มาดูดาวตกสิขอรับ!"
ไม่ต้องบอกก็ทำอยู่แล้ว อลิซเดินไปดูดาวตกบนท้องฟ้าสีน้ำเงิน ดวงดาวเล็กใหญ่ที่ประดับอยู่บนท้องฟ้าต่างส่องแสงสว่าง และดูสวยกว่าที่เธอเห็นที่บ้านปู่กับย่าซะอีก
"ว้าว...สวยมากเลย"
ดวงตากลมสีฟ้าสะท้องแสงสว่างของดวงดาวและดาวตกที่ตกเป็นระยะๆอย่างสวยงาม
"อ้าว แล้วนี่ เชสเชอร์ยังไม่มาอีกเหรอ"
แมดถามขึ้น
"เหรอคะ นึกว่าลงมาปล้วสะอีก"
มัมลี่ตกใจ
"ยังเลย ทำอะไรของมันอยู่นะ อุสาห์ไปเรียกแล้วยังไม่มาอีก"
ไวท์เกาหัวตัวเอง อลิซที่ยืนฟังอยู่จึงพูดว่า
"เดี๋ยวฉันไปตามให้"
พูดแล้วก็เดินออกไปเลย
"ดะ...เดี๋ยวคะคุณอลิซ เดี๋ยวฉันไปตามให้เองคะ"
มัมลี่รั้งอีกฝ่ายไว้ แต่อลิซก็หันมาบอกว่าไม่ต้อง จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในวังหลวง
"ฝากด้วยนะคะ รบกวนด้วยค่า!"
มัมลี่ตะโกนบอกอลิซที่วิ่งลับหายเข้าไป สักพักเธอก็มาถึงห้องของเชสเชอร์
ก๊อกๆ
"เชสเชอร์! นายทำอะไรอยู่น่ะ คนอื่นรออยู่นะ"
ซ่า.....
". หะ...อาบน้ำเหรอ.....ฉันเข้าไปนะ"
อลิซพูดก่อนจะค่อยๆเปิดประตูเข้าไป
ในห้องว่างปล่าว มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ถูกปิดไปเมื่อกี้
"เชสเชอร์?"
"ว่าไง... เจ้าเหรออลิซ?"
"ฉันเอง ฉันมาตามนายไปดูดาวน่ะ"
"อ่อ แป็บนึงนะ ข้าขอพันผ้าพันแผลก่อน"
"อื้ม.......แล้วนี่...ทำไมนายไม่อาบตั้งแต่กลับมาล่ะ"
"มันเหนื่อยน่ะ เลยเผลอนอนยาวเลย จนไวท์มาปลุกไปดูดาวนี่แหละ"
"เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่าร่างกายยังต้องพักผ่อนกว่านี้"
"ขอครับๆ กระผมผิดไปแล้ว"
พรึ่บๆ
"หืม?...ให้ตายสิ! นี่นายไม่ได้ปิดหน้าต่างเหรอกเหรอ"
"สงสัยข้าลืม..."
"จริงๆเลยนายเนี่ย.."
อลิซพูดก่อนจะเดินไปปิดหน้าต่าง แต่ก็ถูกลมด้านนอกพัดเข้ามา ผ้าม่านสีขาวพริ้วไหวตามแรงลมที่แรงพอควร ทำให้ของที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะหน้าหน้าต่างปลิวตกลงมา   รูปภาพในไดอารี่ของเชสเชอร์หลุดออกมา....
"ตายจริง..."
อลิซปิดหน้าต่างอย่างลวกๆก่อนจะก้มเก็บภาพสองสามใบที่ตกอยู่ จังหวะที่มือเรียวจะหยิบภาพขึ้นมา ดวงตากลมสีฟ้าก็เบิกกว้างขึ้น ภาพตรงหน้ามันคุ้นตาจนอธิบายไม่ออก
"รูปฉัน...ตอนเด็กหนิ...ละ..แล้ว..เด็กคนนี้.."
ดวงตาไร้มองไปที่เด็กหนุ่มคนนึงที่อยู่ข้างๆเธอในภาพ รอยยิ้มที่คุ้นตา หูแปลกๆที่อยู่บนหัวทั้งสองข้าง และหางฟูฟ่องนั่น....
"อลิซ ข้าเสร็จแล้---..."
คำพูดนั้นหายไปพร้อมกับแรงลมที่พัดหน้าต่างที่ถูกปิดอย่างลวกๆนั้นเปิดออก 
"......อลิซ....."
เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นยืน ในมือทั้งสองข้างยังคงถือรูปถ่ายไว้
"......เชสเชอร์...นาย..."
เสียงของอลิซสั่นเครือ น้ำสีใสไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เชสเชอร์ที่ยืนอยู่ ตาเรียวที่เบิกขึ้นอย่างตกใจสั่นระริกก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง
"นาย...นายคือเด็กผู้ชายในตอนนั้น"




กลับมาแล้ววววววว!!! ไรท์กลับมาแล้ววว!!! คิดถึวจุงเบยยยยยย//จุ๊บที
เฮ้อ...โอเคค่ะ อลิซกลับมาแล้วนะ ลืมเรื่องนี้ไปหรือยัง จะลืมก็ไม่แปลกเนอะเพราะไรท์เล่นหายไปเลยเป็น10ปี(เวอร์ไป) แต่ยังไงก็นานจริงๆนั้นแหละเนอะ พอดีไรท์มีเรียนช่วงปิดเทอมรวมถึง การที่ไรท์นั้นตันค่ะ ไปต่อไม่ถูกแถมขี้เกียจอีก //ยอมรับบาปค่ะ แต่ก็กลับมาแล้วนะ แล้วก็จะพยายามแต่ต่อแล้วค่ะ จะไม่ขาดไปนานๆแบบนี้แล้วด้วย โอเคค่ะ ครั้งนี้ก็เลยมาแบบยาวๆเลย หวังว่าจะไม่เบื่อกันนะ ยังไงก็ ถ้าชอบก็อย่าลืมเม้นบอกไรท์ด้วยนะ ไรท์ชอบอ่าน สำหรับวันนี้ ไปแล้วนะ บ๊าบบาย~

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น