[Fantasyland] ดินแดนต่างมิติ

ตอนที่ 10 : ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ม.ค. 60

".....อลิซ.."

"........อลิซ....."

"อลิซตื่นสิ... ."

"....อลิซ....ตื่นสิอลิซ!....ได้ยินพวกเรามั้ย...."

"อลิซ!  ตื่นสิตื่น!!"


"..............หะ...."
"อลิซ คุณเป็นอะไรมั้ย!"
"มัม...ลี่...."
"คุณโอเคหรือเปล่าอลิซ"
".....ฉัน........ที่นี่ที่ไหนน่ะ..."
ดวงตาสีฟ้ากลมโตกวาดสายตามองรอบๆ เห็นเป็นห้องสีขาวที่คุ้นเคย ร่างกายของหญิงสาวนอนหนักอึ้งอยู่บนเตียง กระทั้งจะขยับนิดหน่อยก็ไม่มีแรง
"ที่ห้องของคุณไงคะ  อาการเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่มั้ย"
มัมลี่คันถามด้วยสายตาเป็นห่วง
"ม่ะ...ไม่ๆ....ฉันโอเค...แค่รู้สึกหนักๆตามตัว..."
อลิซพูดและค่อยๆดันตัวเองขึ้นมานั่ง แต่ก็ถูกมัมลี่กดให้นอนลงไป
"อย่าเพิ่งขยับตัวดีกว่านะคะ เดี๋ยวแผลจะฉีกเอาได้"
"ฉันโอเคมัมลี่ ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว.."
อลิซพูดและลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะสะดุจเข้ากับผ้าพันแผลมากมายที่พันรอบแขนทั้งสองข้างของเธอ
"...เกิด...เกิดอะไรขึ้นกับฉัน.."
อลิซพูดพลางมองที่แขน
"ผลจากการต่อสู้ของคุณกับราชินีโพธิ์แดงค่ะ คุณได้รับบาลแผลบริเวณแขนทั้ง2ข้าง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ"
"...งั้นเหรอ... ! จริงสิ! แล้วยัยราชิ-!!! โอ๊ย!!"
"อลิซเป็นอะไรคะ!!!"
มัมลี่ลุกขึ้นมาประคองอลิซ มือเรียวของอลิซข้างนึงกุมที่น่าอกไว้ ทำไมถึงรู้สึกเจ็บแปร็บขึ้นมา....
"...เจ็บ..."
อลิซพูดและกุมน่าอกแน่นขึ้น มันแน่นและเจ็บแปร็บๆ นี่จะเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย..
"สงสัยจะเป็นผลของแรงกระแทกจากมนต์ตราทั้งสองฝ่ายน่ะค่ะ"
มัมลี่พูดและเอามือทาบไว้ที่อกของอลิซเบาๆและลูบมัน  ความแน่นและอาการเจ็บก็ค่อยๆหายไป จนไม่รู้สึกเจ็บเเล้ว
"......หายแล้ว..?"
"ค่ะ ฉันใช้เวตที่เคยเรียนกับแอ๊บโซเล็มมารักษาน่ะค่ะ มันเป็นเวตที่รักษาอาการเจ็บปวดทุกสิ่งได้"
"ขะ..ขอบใจนะ มัมลี่"
"ด้วยความยินดีค่ะ"
"...เอ่ออ...แล้ว คนอื่นๆล่ะ ยัยราชินีด้วย มันยังอยู่หรือเปล่า!"
อลิซพูดและขยับตัวลงจากเตียง โดยมีมัมลี่คอยประคองอยู่
"พวกเขาปลอดภัยดีค่ะ ไม่ต้องกังวลนะ แค่ได้รับบาดแผลเล็กน้อย ส่วนราชินีหนีกลับไปแล้วค่ะ ตอนนี้พวกเราโอเคแล้วค่ะ"
"อ่อ...ดีแล้วล่ะ.....แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหน"

ก๊อกๆๆ

"พวกข้าอยู่นี่ เจ้าเป็นอะไรมากมั้ยอลิซ"
ไวท์เดินเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแมดและแอ๊บโซเล็ม สภาพของพวกเขามีบาดแผลเล็กน้อยตามตัว
"ฉันไม่เป็นไร แล้ว...พวกนายล่ะ.."
อลิซพูดและสำรวจร่างกายทั้ง3คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า  สภาพดูไม่ได้เลย...
"อ่า.. แค่มีแผลนิดหน่อยน่ะขอรับ สู้ขององค์หญิงไม่ได้เหรอกขอรับ องค์หญิงอาการหนักกว่าของพวกกระผมอีก"
แอ๊บโซเล็มพูดและเกาหัวตัวเอง เหมือนกำลังรู้สึกผิดอยู่
"อ่า ฉันไม่เป็นอะไรเหรอกนะ พวกนายก็เหมือนกัน ดีแล้วที่ไม่เจ็บตรงไหนมาก"
อลิซกล่าวตอบไปด้วยรอยยิ้มบางๆ พวกเขายิ้มรับก่อนจะก้มหัวให้นิดๆ   อลิซเดินเข้ามาหาทุกคนก่อนจะผิดสังเกตุ...ว่ามีคนหายไปคนนึง
"....นี่...แล้ว..ไอแมวบ้าล่ะ"
อลิซหันมาถาม   หมอนั้นหายไปไหน ทำไมถึงไม่มาอยู่ตรงนี้ด้วย
"เอ่ออ....แมวบ้า..เหรอขอรับ?"
แอ๊บโซเล็มทำหน้างง
"ก็...เชสเชอร์ไง..หมอนั้นอยู่ไหน ทำไมฉันไม่เห็นหมอนั้นเลย.."
อลิซพูด   พวกเขาก้มหน้าเล็กน้อยและพูดอ้ำอึ้ง จนอลิซเริ่มไม่สบายใจ
"หมอนั่นอยู่ไหน ฉันจะไปหาหมอนั้น!"
อลิซพูดพลางเดินไปเปิดประตู
"อยู่ที่ห้องทางด้านขวาครับ เขานอนอยู่"
แมดพูดบอก อลิซพยักหน้าก่อนจะวิ่งไปที่ห้องทางด้านขวาจากห้องนี้


เมื่อมาถึง ก็เปิดประตูเข้าไปทันที ภายในห้องเองก็เป็นสีขาวและมีเตียงตั้งอยู่ใจกลางห้อง บนเตียงมีร่างของชายหนุ่มครึ่งสัตว์นอนหลับตาพริ้มอยู่
"....พระเจ้า..."
พอเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ความสะเทือนใจก็ปรากฎขึ้นมา ร่างของชายหนุ่มมีรอยบอบช้ำและเขียวตามตัว ผ้าพันแผลมากมายพันรอบตัว ทั้ง แขน บริเวณน่าอก และหัว  เกิดอะไรขึ้นกับเขากัน..
"เชสเชอร์......"
อลิซเสียงสั่น   นัตย์ตาสีฟ้าสั่นระริกก่อนจะเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมา อลิซสงสารที่คนตรงหน้าเป็นแบบนี้ ภาพในหัวเริ่มฟื้นความทรงจำบางอย่างได้...... 
ตอนที่ร่างของตัวเองกำลังจะร่วงลงมาจากภูเขา สายตาที่พร่ามัวของตัวเองเริ่มจะปิดลง แต่ก็เห็นเหมือนใครบางคนที่กระโดดตามเราลงมา โอบรัดเราไว้ในอ้อมกอดที่อบอุ่นก่อนที่จะตกลงไปในแม่น้ำ และทุกอย่างก็มืดสนิทไป...
"..........นายไม่ควรเป็นแบบนี้...."
อลิซย่อตัวลงและยื่นมือไปเสยผมเรือนสีม่วงที่ปรกหน้าอีกฝ่าย น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม ความเวทนาต่อตัวเองที่ทำให้คนอื่นจะต้องมาเจ็บตัวเพราะตัวเอง แถมยังทำให้ปัญหาเมื่อตอนนั้นร้ายแรงมากกว่าเดิม
".....ฮึก....อึก..ฮืออ"
ความอดทนอดกั้นหายไป น้ำตาสีใสต่างไหลออกมา ดวงตาแดงก่ำ ตัวสั่นระริกจากอาการเกร็งและพยายามจะหยุดร้องไห้
"......เจ้าร้องไห้ทำไม..."
"....?!?"
มือหนาที่มีเล็บยาวนิดหน่อย ยื่นมาเช็ดน้ำตาสีใสบนใบหน้าของหญิงสาวออก ก่อนจะส่งรอยยิ้มบางๆมาให้
"....เชสเชอร์...."
"อ่า ข้าเอง .....เมื่อกี้เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้าเลยนะ ว่าเจ้าร้องไห้ทำไม"
เชสเชอร์พูดและดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง
"ฉัน..ฉัน..ฉันปล่าวร้องสักหน่อย!"
พูดพลางใช้มือปาดน้ำตาลวกๆ
" หึๆ เจ้าน่าจะรู้ตัวเองนะ ว่าเจ้าเป็นคนโกหกไม่เนียนเลย"
อลิซชะงัก ก่อนจะกอดอกทำแก้มป่อง
"เจ้ากลัวข้าตายเหรอ?"
เชสเชอร์ก้มหน้าไปถามอลิซที่ก้มหน้าก้มตาอยู่
"บ้า! ไม่ใช่อย่างนั้น! อย่าง..อย่างนายน่ะ! ตายไปได้ก็ดี ไอแมวบ้า!"

นี่เราพูดบ้าอะไรเนี่ย ที่จริงเราเป็นห่วงหมอนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมพูดอะไรแย่ๆแบบนี้ออกไป......


(เขินเหรอ?.....)

"อ้าว ทำไมเจ้าพูดแบบนั้นล่ะ เมื่อกี้เจ้ายังพูดอยู่เลยว่า ข้าไม่ควรเป็นแบบนี้"
"รู้น่าา!...........ดะ......เดี๋ยวนะ.......เมื่อกี้เหรอ!.......นี่นายได้ยินที่ฉันพูดด้วยเหรอ"
"ใช่"
"งั้นแสดงว่านาย!  ไม่ได้กลับอยู่หรอกเหรอ!"
"........(หยักไหล่)"
"...อะ...ไอ...ไอ...ไอแมวบ้า! ไอแมวเจ้าเล่ห์!!!"
ว่าพลางใช้มือทุบตีอีกฝ่าย!
"อะ! โอ๊ย! ข้าเจ็บนะอลิซ!!"
"ดี! สมควรแล้ว!!"
อลิซพูดก่อนจะตีนแขนอีกฝ่ายและเดินออกไปพร้อมเสียงปิดประตู
ปัง!!
"หึ.....เวลาเจ้าเขินอายนี่ เป็นแบบนี้ตลอดตั้งแต่เด็กเลยนะ.."

"บ้า...บ้า!....ฮึ่ย!!!"
อลิซเดินหนีออกมาจากตัววังหลวง มานั่งอยู่ที่โคดหินข้างๆบ่อน้ำ คิ้วทั้งสองข้างที่ตอนแรกขมวดเข้าหากัน อยู่ๆก็คายออกพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำขึ้น

"เจ้ากลัวข้าตายเหรอ?"

"................ก็เออน่ะสิ.....ไอแมวบ้า...."
พูดพร้อมกอดอกตัวเอง ที่จริงฉันกลัวว่านายจะตายเพราะฉันต่างหาก ฉันไม่อยากจะทำใครตายนะ...เพราะงั้น...ถึงได้กลัวไงเล่า....

(จริงเหรอ)

"เฮ้อออ...พอๆ..เลิกคิดเรื่องแบบนี้ได้แล้ว!"
พูดพรางตีหน้าตนเองให้ตั้งสติได้

"เจ้าตีหน้าตัวเองทำมั้ยน่ะ"
"เอ๊ะ!!?"
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับไวท์และแมดที่นั่งอยู่บนรถม้า
"ปะ....ปล่าว!!"
อลิซพูดก่อนจะทำหน้านิ่ง โอยยย เขาจะหาว่าเป็นบ้าไมเนี้ย
"งั้นเหรอ "
"แล้วนี่...พวกนายจะไปไหนกันน่ะ"
อลิซลุกขึ้นและเดินเข้าไปถาม
"จะลงไปที่เมืองน่ะครับ เราจะลงไปดูว่ามีอะไรเสียหายบ้าง"
แมดชะโงกตัวมาบอก
"เสียหายเหรอ?"
"ครับ พอดีว่า...ช่วงที่คุณอลิซสู้กับราชินีโพธิ์แดงมันเกิด...แรงมากมายจากเขาที่วิหารฟ้าน่ะขอรับ"
"พื้นที่ด้านบนที่เจ้ากับราชินีสู้กันเกิดการยุบตัวอย่างเสียหาย  ทำให้เกิดดินถล่มลงมา"
ไวท์พูดต่อ ก่อนจะชี้ไปด้านบนบริเวณยอดเขา พบว่าครึ่งนึงของเขาถล่มลงมาจากด้านบนสุดลงไปยังด้านล่าง
"...พระเจ้า!.."
"คุณอลิซจะไปด้วยกันมั้ยครับ"
"เอ๊ะ?"
"ลงไปดูด้านล่างน่ะครับ คุณอลิซจะไปด้วยมั้ย"
".....อื้ม!..ไปสิ!"
พูดเสร็จก็เปิดประตูรถม้าและเข้าไปนั่งทันที พวกชาวบ้านจะเป็นยังไงบ้างนะ ดินถล่มลงมาขนาดนั้น
"งั้นไปละนะ ใกล้จะ4โมงเย็นแล้ว พวกเราต้องรีบลงไปก่อนจะค่ำสะก่อน"



เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวมาถึงในตัวเมือง พบว่ามีความเสียหายมากมาย โดยเฉพาะบริเวณทางที่เป็นบันไดของชาวบ้านสำหรับขึ้นไปบนวิหารฟ้า บ้างแต่ละหลังที่อยู่บริเวณใกล้เคียงถูกดินถล่มทับจนเสียหายไปหลายหลัง ชาวบ้านบางคนที่อยู่แถวนั้นได้รับบาดเจ็บจากฝนธนูของราชินีที่เป็นลูกหลงตกลงมา แต่ก็ไม่มาก แต่ที่เสียหายที่สุด.....
"......ทำไม....กัน..."
ไวท์พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะทรุดลงไป
"เห่!!! ไวท์! เจ้าใจเย็นก่อน!"
แมดวิ่งเข้าไปประคองไวท์ที่ทำท่าจะเป็นลม ภาพตรงแทบจะทำเขาขาดใจตาย   ทำเนียบขาวตรงหน้าถูกดินถล่มและลูกธนูสีดำขนาดยักษ์พังทลายจนเหลือเพียงซากประหลักหักพัง
"....โธ่เว๊ย!!! ยัยแม่มดชั่ว!!!!"
"ไวท์เจ้าใจเย็นก่อน!!"
"ข้าไม่ไหวแล้ว!!! ยัยแม่มดไม่มีจิตใจนั้น! มันทำเกินไปแล้ว!!"
ไวท์ใช้มือตัวเองชกเข้ากับพื้นปูนหลายครั้งจนเลือดเริ่มไหล
"ไวท์!เจ้าฟังข้าก่อน!! ข้าบอกให้ทำใจดีๆไว้!"
แมดจับแขนไวท์ที่ทำท่าจะชกเข้ากับพื้นปูนอีกครั้ง เขาพยายามเรียกสติไวท์ไม่ให้อีกฝ่ายของขึ้นไปมากกว่า
"ข้าไม่ไหวแล้ว! เจ้าดูสิ่งที่ยัยแม่มดนั่นทำสิ! มันทำลายศูนย์รวมของพวกเราไปนะ!! สิ่งที่ท่านเทพธิดาสร้างไว้!เพื่อให้ความเชื่อมั่นแก่พวกเรา! สิ่งที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของข้า! มันไม่เหลือเลย!!!!"
ไวท์พูดขึ้นก่อนจะชกพื้นปูนด้วยอารมณ์โกธรแค้นอีกครั้ง
"ข้ารู้!.....แต่มันทำอะไรไม่ได้แล้ว...เจ้าอย่าเสียใจไปเลยนะ เพื่อนข้า..."
แมดคุกเข่าลงและตบไหล่ไวท์เบาๆ ไวท์หันมามองด้วยใบหน้าที่เกือบจะมีน้ำตาไหลออกมา เขากัดฟันตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนัก   เขาพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจก่อนจะลุกขึ้นยืน
"โอเค ตั้งแต่ลงมา เราเดินสำรวจพื้นที่ที่เสียไปประมาณเกือบจะ2ชั่วโมงได้ รวมเวลาแล้วประมาณ5โมงครึ่ง ช่วงเวลาที่เหลือเราต้องไปช่วยเหลือพวกชาวบ้านต่อ"
ไวท์หยิบนาฬิกาเรือนสีทองขึ้นมาดู ใบหน้าของเขากลับมานิ่งเหมือนปกติ แต่ยังไงก็ยังเก็บความแค้นไว้อยู่ อลิซที่ยืนดูอยู่ด้านหลังรับรู้ได้ถึงรังศีอำมหิตของไวท์ที่ตัวเขาพยายามกักเก็บไว้ ไวท์เป็นคนมีความอดทนสูงจริงๆแต่ถึงอย่างนั้น ก็พอจะดูออกว่าเขา...กำลังร้องไห้ในใจอยู่....ดูจากมือข้างซ้ายที่กำหมัดแน่นจนสั่นไปหมด
"คุณอลิซครับ พวกผมต้องขอตัวไปช่วยชาวบ้านก่อนนะครับ คุณอลิซสามารถเดินดูแถวๆนี่ได้แค่อย่าไปไหนไกลนะครับ"
แมดบอกกับอลิซที่ยืนอยู่โดยไม่พูดอะไร
"เอ่ออ....ฉัน...ฉันขอไปกับพวกนายได้มั้ย.."
"หะ?"
"คือ...ฉันอยาก..จะไปลองช่วยพวกนายบ้างน่ะ การที่ฉันอยู่บนดินแดนแห่งนี้ ดูเหมือนว่าการที่จะอยู่เฉยๆมันจะไม่ช่วยอะไร เพราะงั้น....ขอไปช่วยพวกชาวบ้านด้วยคนสิ.."
อลิซพูดออกไปจากใจจริง บรรยากาศรอบข้างมันทำให้อลิซรู้สึกสงสาร อยากช่วย ความสูญเสียมากมายในที่แห่งนี้ที่มันทำให้อลิซรู้สึกไม่อยากไปไหน ความรู้สึกที่ว่า.....เราต้องช่วยพวกเขา มันรมล้อมรอบหัวและหัวใจไปหมด
"..ด่ะ...ได้สิ...เจ้าตามพวกข้ามาได้"
ไวท์ทำหน้างงก่อนจะเก็บนาฬิกาเข้าในกระเป๋าเสื้อ อลิซใจเต้นนิดหน่อย มือข้างนึงยื่ยขึ้นมาเกาแก้มด้วยท่าทางเกอร์ๆว่า

"คือ...ฉันเองก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้บ้าง..ตะ..แต่ว่า! ฉันอยากช่วยพวกนายจริงๆนะ!"
อลิซพูด ท่าทางอายๆแบบนั้นมันคืออะไรกัน น่าขำชะมัดเลย
"..ฮ่าๆ ...ผมเข้าใจแล้วครับ  งั้นไวท์ไปกันเหอะ"
"อืม ว่าแต่...อลิซ เจ้าจะช่วยพวกข้าได้จริงเหรอ"
"....ฉันไม่รู้เหรอก.......แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้หนิ! ใช่มั้ยล่ะ!"
" !! "
อลิซว่าพร้อมสายตาที่มุ่งมั่น สายตาที่จริงใจและแกร่งกล้าแบบนั้น ทำเอาไวท์และแมดตาโต ใจเต้นแรงเกิดจากความตื้นตันใจ ความรู้สึกแบบนี้...ไม่ได้เจอมานานแค่ไหนแล้วนะ


คำพูดที่กินใจของหญิงสาว สร้างแรงไฟเล็กๆที่เผาผลาญความหมดกำลังใจเมื่อกี้ออกไป  พร้อมเกิดเป็นกระกายไฟที่ส่องสว่างขึ้นมามากขึ้นในคริสตัล สีเหลืองและสีส้ม

ประมาณ6โมงครึ่งได้ พวกเขาทั้ง3คนต่างมานั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า หลังจากที่ช่วยกันจัดการปัญหามากมายออกไป แต่มันก็เคลียร์ไม่เสร็จดี
"ขอบคุณนะอลิซ..."
"เอ๊ะ? "
ระหว่างที่ทั้ง3คนนั่งพักอยู่ ไวท์ก็หันหน้ามาบอกขอบคุณอลิซเฉยเลย
"ขอบคุณ..ที่ช่วยพวกข้านะ"
ไวท์หันมายิ้มให้อลิซ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและอลิซไม่เคยเห็นไวท์ทำแบบนี้มาก่อน แต่ก็นะ...ไม่เป็นอะไรเหรอก...ฉันยินดีช่วย..
"อื้ม ฉันเต็มใจนะ ไม่ต้องมาขอบคุณอะไรมากนักเหรอก"
อลิซพูดก่อนจะเกาแก้มตัวเอง
"จริงๆนะ พวกผมต้องขอบคุณคุณจริงๆ คุณช่วยพวกเราได้เยอะเลย"
แมดหันมาบอกบ้าง
"แหม่~ ก็แค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเอง ไม่เห็นจะหนักหน่าอะไรหนิ อีกอย่าง โชคดีที่พวกชาวบ้านไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากเลยแท้ๆ"
อลิซพูด ก่อนที่เสียท้องร้องหิวข้าวเบาจะดังออกมา
"เจ้าหิวข้าวเหรอ?"
ไวท์เงยหน้าขึ้นมาถาม
"ก็.....ก็..ไม่มาก..แหะๆ"
อลิซพูดก่อนจะกุมท้องตัวเอง อย่าร้องดังสิ! มันน่าอายนะ!
ไวท์จ้องหน้าอลิซ ก่อนจะเอียงคอนิดๆ หูทั้งสองข้างของเขาขยับไปมาเหมือนจะได้ยินอะไร
"......ไม่.....เจ้าหิว...มากเลยด้วย"
"เอ่ออ....แหะๆ..."
อลิซยิ้มแห้งๆให้
"งั้น! 6โมงครึ่งพอดี  ข้าว่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า"
"อ่า ข้าก็ว่างั้น ....มา! คุณหนู! ได้เวลาเสวยแล้วนะครับ"
พวกเขาลุกขึ้นก่อนจะยื่นมือมาให้อลิซ อลิซมองก่อนจะยิ้มออกมา
"ที่จริง ฉันก็ลุกเองได้นะ แต่ถ้าพวกนายอยากช่วย...ก็ได้"
อลิซพูดก่อนจะยื่นมือตัวเองไปจับมือทั้ง2คนไว้และลุกขึ้นยืน

"เดี๋ยว! เดี๋ยว!ก่อน!  อย่าเพิ่งไปค่ะ!"
"หืม??"
ระหว่างที่พวกเขากำลังจะเดินกลับไปที่รถม้า ก็มีเสียงหญิงสาววัยกลางคนคนนึงดังขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อหันก็พบกับผู้หญิงที่เป็นครึ่งกวางวกำลังวิ่งมาหาพวกเขา
"มีอะไรหรือเปล่าแม่นาง วิ่งมาแต่ไกลเชียว"
แมดหันมาถามหญิงคนนั้น
"เอ่อ.. คือว่า ตอนนี้พวกท่านกำลังจะกลับไปที่วังหลวงใช่หรือเปล่าคะ"
เธอถาม
"อ่า ใช่ เจ้ามีอะไรหรือเปล่าแม่นาง"
ไวท์ท้าวเอวและถาม
"อ่อ ก็ไม่มีอะไรมากเหรอกท่าน พอดีว่า ที่บ้านของข้ากำลังจะจัดงานวันเกิดครบรอบอายุ5ขวบของลูกชายข้า ข้าก็เลย อยากจะเชิญชวนพวกท่านไปท่านมื้อเย็นที่บ้านของข้าน่ะ"
เธอกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม เห็นแล้วน่าเอ็นดูมากเลย
"เอ่ออ...ขอโทษด้วยนะแม่นาง แต่ก็ขอบใจที่แม่นางมาบอกเรื่องนี้กับพวกข้านะ แต่ว่าพวกข้าต้องกลับไปที่วังหลวงน่ะ เราต้องไปทานมื้อเย็นกับเพื่อนพ้องของพวกข้า"
ไวท์พูดและก้มหัวให้ เชิงให้เกียติ
"เพื่อนๆของพวกท่านเองก็อยู่ที่บ้านของข้า"
"หะ!!???"
อะไรนะ อยูได้ไงล่ะ!
"พอดีว่าลูกของข้าอยากจะได้ใกล้ชิดองครักษ์ของท่านเทพธิดาเป็นของขวัญวันเกิดน่ะค่ะ ข้าก็เลยขอเชิญพวกเพื่อนๆของท่านและท่านมา  แต่ที่สำคัญกว่านั้น.."
หญิงวัยกลางคนพูดก่อนจะเดินมาจับมือขอลอลิซไว้ ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งโหย่งเลย
"ที่จริง ลูกชายของข้าเองก็อยากจะได้รู้จักกับ อลิซคนใหม่ น่ะค่ะ เขาเฝ้ารอวันที่จะได้เจอกับท่านมานานมาก และแล้วฟ้าก็ลิขิตให้พวกข้าได้มาเจอกับท่าน องค์หญิงอลิซ..ทายาทคนล่าสุด"
 ใบหน้าที่ตื้นตันใจของหญิงวัยกลางคนทำให้อลิซรู้สึกเหว่งๆ ทำไม....คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทายาทถึงได้สำคัญกับพวกเขามากขนาดนี้นะ แต่ว่า.... เราไม่สนเหรอกว่ามันจะยังไง เรารับมันได้แล้ว
"ถ้างั้น...พาฉันไปที่บ้านหน่อยสิ ฉันอยากไปเจอลูกของคุณป้านะ"
พูดและยิ้มออกมาจากใจจริง



เมื่อมาถึงบ้านของหญิงวัยกลางคน ลูกของเธอก็โพล่วิ่งเข้ามากอดแต่ไวท์และแมดจนจะหายใจไม่ออก
"เดี๋ยวเถอะ มอส! อย่าไปทำกริยาแบบนี้กับองครักษ์นะ ให้เกียติพวกท่านหน่อย"
"ขะ...ขอโทษขอรับ...ผมดีใจไปหน่อย"
เด็กหนุ่มครึ่งกวางที่น่าจะชื่อว่ามอส หงอยทันทีเมื่อโดนผู้เป็นแม่ดุ  แต่ไวท์กับแมดก็ไม่ได้ถืออะไร    เด็กหนุ่มมองสำรวจพวกเขาทั้ง3คนไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่อลิซ     ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตของมอสโตขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งไปหาและทำท่าจะกอดอลิซแต่ก็ชะงักไป และยืนอยู่ตรงหน้าเฉยๆแทน
"ท่านคือ องค์หญิงอลิซใช่มั้ยขอรับ!"
มอสถามอลิซ โดยที่มีไวท์กับแมดยืนทำอะไรไม่ถูก จะทำไงดี ขนาดเรายังไม่รู้เลยว่า  อลิซจะเป็นทายาทคนต่อไปจริงๆหรือเปล่า
".........ใช่จ๊ะ......"
อลิซตอบกลับก่อนจะนั่งยองให้คุยกับเด็กหนุ่มได้สะดวก
"ฮ่าๆ กระผมว่าแล้วเชียว ท่านต้องเป็นทายาทคนต่อไปจริงๆด้วย"
"...เหรอ...ขอยใจนะ"
หว่าา...เริ่มหวั่นๆแล้วสิ...ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่เราจะเป็นจริงๆเหรอ
"กระผมดีใจมากเลยที่ได้เจอท่านตัวเป็นๆ.......กระผมเชื่อมั่นมาตลอดเลยน่าขอรับ.....ว่าวันนึง....พวกผมและทุกๆคนจะถูกปลดปล่อยจากอำนาจของราชินีแม่มดดำนั่นสักที"
มอสส่งสายตาเชื่อมันมาให้ ยิ่งทำให้หวั่นขึ้นไปอีก
"ท่านอลิซ...กระผมขออะไรหน่อยได้มั้ยขอรับ.."
"........อะไรเหรอ..."
"ท่านจะช่วยพวกเราได้จริงๆใช่มั่ยขอรับ"
"......."
ประโยคนี้ทำเอาอลิซกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ถ้าเราตอบว่าได้ไปมันจะทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าดีใจมาก แต่ไม่ เราอาจะทำลายความหวังของเด็กน้อยคนนี้เลยนะ..................ช่างมัน!......ตอนนั้น....ที่เราสู้กับยัยราชินี เราก็สู้ได้นิ...ใช่.....เรา....เราต้องทำได้สิ!
"ได้สิจ๊ะ...ฉันจะช่วยเธอให้ได้"
เด็กน้อยยิ้มกว้างก่อนจะอ้ามือทั้งสองข้างออก
"กอดกระผมหน่อยได้มั้ยขอรับ ทำให้กระผม รู้สึกมั่นใจกว่านี้ที..."
มอสพูด อลิซมองก่อนจะยิ้มบางๆให้และยื่นมือตัวเองไปกอดรัดเด็กน้อยเอาไว้แน่น
"ฉันจะพยายามนะ..."


หลังจากที่คุยเล่นกันเสร็จพวกเขาก็ถูกพามาที่ห้องทานข้าวซึ่งมี แอ็บโซเล็ม มัมลี่คันและเชสเชอร์นั่งรออยู่แล้ว  พวกต่างพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม บรรยากาศรอบข้างอลิซ มันดูมีความสุขเหลือเกิน 
"ท่านอลิซขอรับ! ผมทำอันนี้ให้ขอรับ"
"หืม?  ให้ฉันเหรอ?"
"ขอรับ! มันเหมาะกับท่านมากจริงๆ"
เด็กหนุ่มพูดก่อนจะยื่นมงกุฎดอกไม้สีฟ้ามาให้อลิซ อลิซรับมันไว้ก่อนจะเริ่มกิจกรรมต่อจนหมดค่ำคืนนั้นไป

พวกเขากลับมาที่วังหลวง ต่างพากันอาบน้ำอาบท่าและแยกย้ายกันไปนอน แต่อลิซยังไม่นอน....เธอสังเกตุเห็นแสงสว่างจากด้านนอกหน้าต่าง พบว่ามันเป็นแสงจากดวงดาวมากมายบนท้องฟ้า มันสวยมากเลย
"เจ้ายังไม่นอนอีกเหรอ"
เสียงนึงดังขึ้นเมื่อหันไปมองก็พบกับเชสเชอร์ที่นั่งอยู่ตรงขอบหน้าต่างข้างๆอลิซ
"ไม่อ่ะ ฉันยังไม่อยากนอน.."
"มันดึกแล้วนะ เจ้าควรจะนอนได้แล้ว"
เชสเชอร์หันมาบอกกับอลิซที่เอาแต่มองดวงดาวบทท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม
"เหอะนะ ขอดูดาวอีกนิด...ฉันไม่เคยเห็นดาวมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย"
อลิซพูดก่อนจะยิ้มออกมา เขสเชอร์ที่นั่งมองอยูก็เพลอยิ้มตามออกมา
"วันนี้ เจ้าดูมีมาทมากเลยนะ อลิซ"
"หืม? มาทอะไร? "
อลิซหันมาถามคนที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ
"เจ้าน่ะ เริ่มจะเป็นทายาทอย่างสมบูรณ์แล้วนะ"
เชสเชอร์หันมาบอกกับอลิซ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา


"นี่ แอ๊บ เจ้ายังไม่นอนอีกเหรอ"
ไวท์ตื่นขึ้นมา เพราะแสงสว่างจากคริสตัลที่แอ๊บโซเล็มมักจะดูแลมันตลอด
"........"
"แอ๊บโซเล็ม....เป็นอะไรหรือเปล่า..."
ไวท์เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งนิ่งๆจึงเดินเข้าไปดู


"ไม่รู้สิ...ฉันว่า ฉันก็รับมันได้นะ.."
อลิซบอกกับเชสเชอร์ มือทั้งสองข้างประกบเข้าหากันเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
" เจ้าเป็นอยู่แล้วอลิซ ข้าเชื่อมาตลอดว่า เจ้าคือทายาทคนต่อไป"


"แอ๊บ!!! นี่มันอะไรเนี้ย!"
"ข้า...ข้าก็ไม่รู้! ฮะ...ฮา..ฮ่าๆ.... เจ้าดูสิ! เห็นมั้ย เห็ยมั้ย มันเป็นไปตามคำทำนายจริงๆ"

"ก็นะ....ฉันว่า...ฉัน...รู้สึกชอบที่นี่มากเลย"
อลิซพูดและมองขึ้นไปบทท้องฟ้า
"รู้สึกมีความสุขเล็กๆและอบอุ่นที่นี่  พอมีอะไรที่เดือดร้อน...ฉันก็พลอยจะกังวลไปด้วย...ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน..."
"...เจ้ารักที่นี่แล้วไงอลิซ"

"มัน...มันเป็นจริงๆด้วย แอ๊บโซเล็ม คริสตัลมัน   คริสตัลมันส่องแสง!"

"เมื่อกี้นายว่าไงนะ.."
"ก็ ข้าบอกว่าเจ้ารักที่แห่งนี้แล้วไง เจ้าอยากจะอยู่ อยากจะช่วย นั้นก็เพราะว่าเจ้าเริ่มจะรู้สึกดีๆกับที่นี่  เวลาที่เจ้าเห็นใครเจ็บหรือลำบาก เจ้าก็จะไปช่วยทันที........ไม่ใช่ว่าเจ้าแค่สงสาร แต่เจ้าไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีก..."
เชสเขอร์หันมาและยท่นมือไปลูบหัวอลิซ  อลิซยิ้มบางๆให้ก่อนจะตีมืออีกฝ่ายเบาๆ
"นายรู้ได้ยังไงว่า....ฉันรู้สึกแบบนี้.."
อลิซถามอีกฝ่าย นั้นสิ  รู้ได้ยังไง
"เจ้าไม่ต้องรู้เหรอก.....แต่เอาเป็นว่า ข้ารู้นิสัยเจ้าละกัน.."
"อะไรกัน นายจะรู้ได้ไง เราเพิ่งเจอกันไม่กี่วันนะ.."
อลิซพูดก่อนจะเดินออกไป
"...จะนอนแล้วเหรอ.."
"อื้ม เริ่มง่วงแล้ว"
อลิซพูดก่อนจะเดินไปที่เตียง
"นอนด้วยได้มั้ย?"
เชสเชอร์พูดหยอกล้ออีกฝ่าย อลิซสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะหันมายิ้มอย่างเคืองๆให้
" ไม่ ต้อง เลย!"
อลิซเน้นคำก่อนจะเดินกลับมาที่หน้าต่าง
"นายก็ควรไปนอนได้แล้วนะ......แผลยังไม่น่าจะหายดี"
อลิซพูดและมองไปที่ผ้าพันแผลบนหัวของเชสเชอร์
"อ่า ข้ารู้....ราตรีสวัสดิ์นะ...อลิซ"
เชสเชอร์พูดก่อนจะยื่มมือมาลูบหัวอลิซอีกครั้ง และลอยตัวออกไปจากหน้าต่าง
อลิซมองตามออกไปพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับแสงไฟที่ส่องสว่างมาจากคริสตัลทั้ง5ดวง




หล้าาา เสร็จแล้ว~ อลิซเราเริ่มจะรับรู้มากขึ้นเลยเนอะ5555 โอเคค่ะ จบไปกับอีกตอนเนอะ เป็นตอนที่ลงดึกอีกตอน กำๆ โอเคค่ะ ชอบไม่ชอบยังไงก็เม้นบอกไรท์หน่อยนะ ไรท์ชอบอ่าน เจอกันตอนหน้าค่าา

แถมๆๆ!!





หวานมากคู่นี้555

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #10 Krosspine (@Ornicha99) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 20:53
    แมว* เขียนผิดๆ
    #10
    0
  2. #9 Krosspine (@Ornicha99) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 20:52
    "เจ้าเป็นแบบนี่มาตั้งแต่เด็กเลยนะ" ตั้งแต่เด็กๆๆๆๆๆๆ นี่น้องแมวแอบไปดูอริสตั้งแต่เด็กเลยเหรอ ร้ายนะเรา แล้วบอกไม่มีทางออห //หลี่ตาเล็กน้อยมองเจ้าแล้วแล้วยกยิ้มมุมปาก
    #9
    0