Un diamant #พิษเพชร (yaoi)

ตอนที่ 1 : #พิษเพชร | Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ธ.ค. 62


                บริษัท The X กำลังชุลมุนวุ่นวายไปด้วยผู้คนที่วิ่งวุ่นอย่างไม่สิ้นสุดในยามเช้า  เป็นภาพมวลชนคนทำงานที่รีบจัดการสถานที่  แผนงานและความเรียบร้อยทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าในเวลาจำกัด  หลังพวกเขาเพิ่งทราบข่าวได้ไม่นานว่าวันนี้ ท่านประธานภัทร จะเข้ามาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า

อย่างที่ใครๆ ในองค์กรรู้กันดี  ท่านประธานเป็นเจ้าชายแห่งวงการนักธุรกิจตลาดมืด  ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง  บุคลิกและนิสัยทุกอย่างล้วนเป็นระเบียบอย่างไม่น่าเชื่อ  ทุกสิ่งที่เขาวางแผนมาไม่เคยผิดพลาดและสิ่งที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือนิสัยช่างสังเกตกับนิสัยสร้างความอึดอัดผ่านคำพูดเย็นชาและรอยยิ้มหวานนั้น

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากได้หัวหน้าที่หน้าบึ้งอยู่ตลอดเวลา  หากมีหัวหน้าที่สร้างรอยยิ้มสดใสได้ก็คงทำให้การทำงานมีบรรยากาศที่ดี  ซึ่งประธานภัทรไม่ใช่คนหน้าบึ้งตึงนัก  แต่ก็ไม่ใช่คนสดใสอย่างที่ทุกคนฝัน  เขามักจะทำหน้านิ่งไม่แสดงสีหน้าหรืออารมณ์ใด  เย็นชาราวกับเจ้าชายน้ำแข็ง  เหมือนไม่สนใจสิ่งรอบข้างทั้งที่เขารู้ทุกอย่างละเอียดยิบ

แต่อย่าได้เห็นรอยยิ้มของประธานใหญ่คนนี้เลยจะดีกว่า  เพราะรอยยิ้มของประธานหนุ่มจะเผยออกมาแค่ตอนที่เขาโมโหอย่างที่สุดหรือกำลังคิดแผนบางอย่างได้เท่านั้นแหละ  ใช่  รอยยิ้มพวกนั้นมันทำให้เสียวสันหลังวาบมากกว่าสร้างบรรยากาศที่ดีแน่นอน  ทั้งที่หน้าตาผิวพรรณอ่อนโยนแบบนั้นแต่ดวงตากับรอยยิ้มกลับร้ายกาจเสียได้

“ท่านประธานกำลังลงจากรถ!  ชายหนุ่มหนึ่งในนั้นตะโกนบอกกับเพื่อนร่วมชะตากรรมนับสิบที่ต่างเป็นชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำล้วน  ทุกคนไม่ได้แต่งตัวติดกระดุมปิดคอแบบพวกพนักงานบริษัททั่วไป  การแต่งกายไม่เนี้ยบมากนัก  แต่ไม่ได้หมายความว่าสภาพจะแย่เหมือนพวกกุ๊ยข้างถนน  เพราะนั่นคงเป็นภาพที่ท่านประธานไม่อยากเห็นเป็นแน่

พวกองค์กรที่มีอิทธิพล  เบื้องหน้าทำธุรกิจแต่เบื่องหลังเต็มไปด้วยการแย่งชิง  เข่นฆ่าและทุกสิ่งที่ออกนอกกรอบกฎหมายนั้น  ถูกคนภายนอกเรียกเหมารวมกันว่ามาเฟีย  ซึ่งองค์กร The X ก็เป็นหนึ่งในนั้น  จึงไม่แปลกที่ในองค์กรจะมีผู้หญิงน้อย  เพราะการใช้ผู้ชายในการทำงานนั้นทั้งอดทนกว่า ว่องไวกว่าและกล้าทำความผิดมากกว่า

“ยินดีต้อนรับครับท่านประธาน”  ทุกคนโค้งหัวให้ชายหนุ่มในสูทสีน้ำเงินที่กำลังย่างกรายเข้ามาในบริษัทจากทางเข้าประตูหน้า   พวกเขายืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบปูทางให้ท่านประธานเดินผ่านไปโดยง่าย

วันนี้เขายังมีใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม  ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีแล้วสำหรับทุกคนที่นี่  คุณภัทรก้าวไปอย่างไม่รีบร้อนพลางใช้สายตากวาดรอบเพื่อมองทุกคนที่มาต้อนรับอย่างเป็นพิธี  แม้มันจะดูน่ารำคาญไปบ้างแต่ก็เป็นการแสดงความเคารพที่องค์กรทำมานานรุ่นสู่รุ่น  เขาจึงไม่ใส่ใจอะไรนัก

“ท่านประธานมีเรื่องด่วนหรือเปล่าครับ  ปกติคุณไม่มาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า”  คุณกิตติ  ผู้ดำรงตำแหน่งบอร์ดบริหารซึ่งควบคุมบริษัทสาขานี้เอ่ยถามพร้อมกับเดินตามท่านประธานซึ่งมีอายุเป็นรุ่นลูกของเขาได้

ภัทรได้รับตำแหน่งประธานองค์กรมาจากพ่อบุญธรรมของเขา  เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกมาเฟียจะรับเลี้ยงเด็กไว้มากมาย  ฝึกเด็กพวกนั้นมาทั้งชีวิตเพื่อให้โตขึ้นมาช่วยงานในองค์กร  ใครที่มีฝีมือดีและแข็งแกร่งที่สุดก็จะได้ครอบครององค์กรต่อไป  ส่วนคนอื่นก็ช่วยในด้านอื่นแทน

พ่อบุญธรรมของภัทรไม่มีลูกชายแท้ๆ  จึงต้องมอบองค์กรให้ลูกเลี้ยงของตัวเอง  ซึ่งภัทรได้รับสิทธิ์นั้น  ถึงแม้ภัทรจะไม่ใช่พี่ใหญ่ที่สุดของบ้านแต่เขามีฝีมือและความเป็นผู้นำที่สูงกว่าคนอื่นมาก  การที่เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งตั้งแต่อายุยังน้อยจึงมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  แม้จะเป็นผู้ถูกเลือกแต่ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้ถูกใจ

อย่างที่บอก...วงการนี้ไม่มีใครไว้ใจได้  เพราะทุกคนต้องแย่งชิง

“ฉันอยากดูข้อมูลของพวกอสูรวายุหน่อย”   ท่านประธานเอ่ยเสียงเรียบ

“ตอนนี้เรารวบรวมและได้ความคืบหน้ามาเยอะมากแล้วครับ  ผมจะรีบเอาข้อมูลไปให้คุณดูที่ห้องของคุณเอง” 

“ไม่ต้อง  ส่งข้อมูลพวกนั้นมาให้ฉันในเมล์ก็พอ”

“ครับ”  กิตติรับคำสั่งพร้อมพยักหน้า

“วันนี้แค่เล่ามาว่าเมื่อคืนพวกมันทำอะไรกับคนของเราก็พอ”

“พวกมันบุกเข้าไปในโกดังสินค้าครับ  ทำร้ายคนของเราไป 14 คนแล้วก็เอาข้อมูลในห้องเก็บข้อมูลไปส่วนหนึ่ง  โชคดีที่มีบางส่วนที่มันเจาะระบบไม่ได้เพราะเป็นรหัสลับของผู้บริหารขั้นสูงเท่านั้น”

“พวกมันเป็นใคร?”

“ถ้าเป็นพวกลูกน้อง  มีไม่จำกัดและไม่ซ้ำหน้าเลยครับ  แต่หัวหน้าของพวกมันมีคนเดียวคือคริส

“คริส?”

“เขาเป็นนักฆ่ามือดีที่ไม่ขึ้นกับสังกัดไหน  แต่ตั้งกลุ่มของตนเอง  ข้อมูลของเขาถูกลบออกจากฐานหมดจึงไม่ค่อยมีใครรู้ว่าหน้าตาของเขาเป็นยังไง ทั้งตำรวจและองค์กรอื่นตามหาตัวเขากันใหญ่เพราะไอ้หมอนี่มักจะไปขโมยข้อมูลของแต่ละองค์กรรวมถึงไปขัดขากับหลายๆ คนครับ”

“เพื่ออะไร?”

“ยังไม่ทราบเจตนาแน่ชัดครับ”

“ไปสืบมาให้ละเอียด”

“ครับท่านประธาน”  เขาน้อบรับคำสั่งนั้นก่อนที่จะส่งท่านประธานหนุ่มถึงห้องทำงานอย่างเรียบร้อย  ภัทรหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูซึ่งเป็นชั้นสองของตึกก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับไปมองลูกน้องข้างล่างที่ยังยืนเรียงแถวกันอยู่

“ไล่คนที่ยืนติดเสาคนนั้นออกด้วย”

“ผมทองน่ะหรอครับ  ทำไมครับท่านประธาน?”  กิตติหันไปมองชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นทันที 

“ฉันได้กลิ่นบุหรี่จากคนนั้น”

!

“อย่าให้ฉันได้ไล่นายออกอีกคน”  ภัทรพูดเพียงเท่านั้นก่อนที่เดินเข้าไปในห้องทำงานที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนทันที  เขามีบริษัทอีกหลายสาขาและธุรกิจอีกหลายอย่างจึงไม่สามารถยึดสาขาไหนเป็นห้องทำงานหลักอย่างจริงจัง

ภัทรไม่ชอบกลิ่นบุหรี่เสียเท่าไหร่  เพราะร่างกายของเขาค่อนข้างมีปัญหากับปอด  เป็นไปได้เขาจะหลีกเลี่ยงการเจรจากับคนที่มีนิสัยสูบจัดและออกกฎไม่ให้คนในองค์กรสูบบุหรี่ระหว่างการทำงาน  สูบได้อีกทีก็ตอนเลิกงานแล้วเท่านั้น

เพราะแบบนี้จึงทำให้ทุกคนมองว่าเขาเป็นพวกอนามัยและเจ้าระเบียบ   ตลอดชีวิตของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นพวกลูกคุณหนู  ผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดินอะไรเทือกนั่น  ไม่ว่าจะเป็นใบหน้างดงามราวรูปปั้นแกะสลักของประติมากรรมชั้นสูงและนิสัยความเป็นผู้ดีของภัทร  ทำให้ทุกคนมองว่าภัทรไม่มีความเหมาะสมกับธุรกิจมาเฟียที่ดิบเถื่อนเลยสักนิด

“ผมให้คนของเราไปสืบมาแล้วครับ  พวกอสูรวายุยังไม่ได้เอาข้อมูลของเราไปขายให้ใคร”  โย เลขาส่วนตัวของภัทร  เอ่ยกับท่านประธานหนุ่มที่เพิ่งทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สีดำสนิท  “เป็นไปได้ว่าจะนำไปขายในอนาคตหรืออาจเก็บไปเพื่อจุดประสงค์อื่น”

“ถ้าขายก็คงได้ราคาดีน่าดู”

“ใช่ครับ”

“แต่ถ้าต้องการใช้เพื่อเรื่องอื่น  ก็ถือว่าพวกมันโชคดีไม่น้อยที่ได้ข้อมูลไป”

“นั่นคือเรื่องที่น่าเป็นห่วงครับ”

“พวกนั้นก็ใจกล้าเหมือนกันนะที่บุกเข้ามาแล้วเอาข้อมูลไปได้   ทั้งที่ระบบป้องกันแน่นหนาขนาดนั้น”  ประธานหนุ่มพูดพลางเอนกายลงบนพนักเก้าอี้แล้ววางแขนทั้งสองข้างบนที่พักแขนแล้วใช้มือข้างนึงเท้าคางตัวเองเหมือนกำลังคิดบางอย่าง  “จะบอกว่าพวกมันมีฝีมือดีมากๆ หรือคนของเราไม่ได้เรื่องดีล่ะ?”

“ขออภัยครับท่านประธาน”  โยรีบกล่าวขอโทษทันทีกับการทำงานที่ผิดพลาดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   เขาหันไปสบตากับภัทรเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะตัดสินใจหลบสายตาไปทางอื่น  เพราะสายตาของผู้เป็นเจ้านายนั้นทั้งเย็นชาและน่ากลัวเกินกว่าที่เขาจะสู้ไหว

ถ้าสายตานั้นถูกเปรียบให้เยือกเย็นดุจสายตาของเจ้าชายน้ำแข็ง  ช่วงเวลานี้ก็คงเป็นช่วงเวลาแห่งการประหารด้วยการเอาแผ่นน้ำแข็งแสนคมปาดเข้าที่คอแล้วแทงลงไปช้าๆ เห็นจะได้  

ไม่เคยมีสักครั้งเลยสินะที่การพบท่านประธานจะเป็นไปด้วยความสบายใจ  อย่างที่ทุกคนเคยพูดไว้นั่นแหละว่าท่านประธานภัทรคือคนที่กดดันคู่ต่อสู้ได้เก่งที่สุดทั้งที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย  หลายคนจึงไม่ชอบเขาและอยากให้เขาตาย

“ในเมื่อเรายังไม่รู้จักฝ่ายนั้นดีพอ  ฉันก็จะโทษคนของเราไว้ก่อนก็แล้วกัน   นายคิดว่าไง?”  เขาถามพลางยักคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วมองโยเป็นการบังคับให้ตอบบางสิ่งโดยไม่ปล่อยให้บรรยากาศมันเงียบเกินไป

“ผมก็คิดว่าอย่างนั้นครับ”

“ถ้าอย่างนั้มันก็มีแค่สองอย่างที่เป็นไปได้...อย่างแรกคือคนของเรามันไม่ได้เรื่องจริงๆ”  ภัทรพูดอย่างใจเย็นพลางนึกสาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดของเหตุการณ์นี้  “หรือไม่...ก็มีหนอนบ่อนไส้ในองค์กรของเรา”

“หนอนบ่อนไส้หรอครับ?!

“ฉันแค่สันนิษฐานเท่าที่มันจะเป็นไปได้”

“คุณสงสัยใครอยู่หรือเปล่าครับ?”   โยเอ่ยถาม

“ตอนนี้ยังหรอก  ทำได้แค่รอดูกันต่อไป”  ร่างบางตอบเสียงเรียบก่อนที่จะหันไปสบตาเลขาคนสนิทอีกครั้ง  “ถ้ามีอะไรฉันจะเรียกอีกที  ตอนนี้นายออกไปได้แล้ว”

“ครับท่าน”

 

 

ภายในคลับแห่งหนึ่งยามค่ำคืนเป็นช่วงเวลาดีที่จะมาสังสรรค์หรือพบเจอใครสักคนโดยไม่ให้เกิดความน่าสงสัย   แสงสีภายในร้านกับความสนุกสนานของผู้คนนั้นเป็นข้อดีที่ทำให้ไม่มีใคหันมาสนใจกับกลุ่มอสูรวายุที่แฝงตัวอยู่ร่วมกับนักท่องราตรีทั่วไป

พวกเขาเลือกที่จะเปิดห้องวีไอพีในการพูดคุยกับคู่ค้าทางธุรกิจซึ่งเพิ่งจะติดต่อมาเมื่อวาน  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกาเข้าไปขโมยข้อมูลขององค์กร X หรือเปล่าที่ทำให้ผลงานของพวกเขาเป็นที่สนใจขนาดนั้น

คริสยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มพลางเอนตัวไปด้านหลังเพื่อพิงพนักโซฟานุ่มสีแดงไวน์  สายตาคมกริบราวใบมีดมองคนตรงหน้านิ่งหลังจากที่ถูกเชิญมา   ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะสามารถพบเจอคริสแบบตัวต่อตัวเพราะการเป็นหัวหน้าของกลุ่มทำให้เขาต้องระวังตัวมากกว่าทุกคน

แต่คนตรงหน้าของเขาคืออันวา  คู่ค้าทางธุรกิจที่ดีลงานกันมานานตั้งแต่เขาเริ่มเขาวงการใหม่ๆ  จึงไม่มีอะไรน่ากังวลใจมากนัก  อีกอย่างคือเขายังมีคีย์น้องชายแท้ๆ ที่ตามมาด้วย  ซึ่งคีย์ถือว่าเป็นผู้ช่วยมือดีของเขา  ไม่สิ  ต้องบอกว่าเป็นผู้ช่วยเพียงคนเดียวเพราะแต่ละงานของกลุ่มอสูรวายุนั้นจะเปลี่ยนคนทำงานบ่อยครั้งเพื่อง่ายต่อการหลบหนี

“มีอะไรน่าสนใจหรือไงถึงเรียนผมมา”   คริสเอ่ยถาม

“ก็มีงานอยากมาเสนอนิดหน่อย  นายจ้างเขาว่าต้องการคนมีฝีมือและ...มีไหวพริบโคตรๆ”  อันวาเอ่ยเว้นช่วงเพื่อเน้นถึงใจความสำคัญที่ทำให้เขาดั้นด้นมาหาคริสถึงที่

อย่างที่อันวาคิด  คริสเป็นคนที่นอกจากจะมีฝีมือดีแล้วยังเป็นคนที่มีไหวพริบดี  จึงทำให้เขารอดจากทุกงานมาอย่างง่ายดาย  แม้ภายนอกจะดูน่ากลัวด้วยร่างกายสูงใหญ่และโครงหน้าชายฉกรรจ์แต่ความจริงแล้วแววตาของคริสมันแพรวพราวกว่าที่ทุกคนจะจินตนาการออก  เหยื่อของเขาก็แพ้เขาตรงคารมมานักต่อนักแล้ว

“งานอะไร?”

วางยาพิษ   อันวาเอ่ยก่อนจะแบมือไปทางลูกน้องด้านหลังตัวเองเพื่อขอซองเอกสารสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง  คริสและคีย์มองตามเอกสารนั้นแล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“วางยาพิษเนี่ยนะ?”

“ใช่”

“ไม่จำเป็นต้องมีไหวพริบอะไรหรอก  แค่จ้างหนอนบ่อนไส้ในนั้นสักคนก็พอแล้วนี่”  คริสพูดด้วยน้ำเสียงเซ็ง  เพราะนึกว่าจะมีงานอะไรท้าทายมากกว่านี้เสียอีก

“ก็คนที่กินยาพิษไม่ใช่คนธรรมดานี่นา”  อันวาเอ่ยขึ้นพลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากซองเอกสารแล้วยื่นไปทางคริส  ซึ่งในนั้นเป็นรูปแอบถ่ายของชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม  “เพราะคนนั้นคือประธานภัทร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าท่านประธานภัทรเป็นคนที่โด่งดังมาในวงการมาเฟีย  เพราะตระกูลที่ใหญ่  ฝีมือการทำงานและชื่อเสียงเรื่องความเจ้าระเบียบไม่เหมาะกับการเป็นโจรนั่นทำให้ทุกคนรู้จักเขาดี  คริสเองก็เพิ่งไปขโมยข้อมูลในองค์กรของชายคนนี้มาสดๆ ร้อนๆ 

คริสไล่สายตามองคนในรูปภาพ  ซึ่งเขาไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อนแต่โชคดีที่รูปค่อนข้างชัดจึงทำให้เห็นหน้าท่าประธานหนุ่มได้อย่างชัดเจน  ร่างสูงลอบยิ้มเมื่อเห็นใบหน้านิ่งของเจ้าชายน้ำแข็งคนนั้นที่หน้าตาดี  ดูไม่เหมาะกับงานมาเฟียจริงๆ

“ถ้าระดับประธานภัทรจะเข้าไปวางยาก็ยากนะครับ”  คีย์เอ่ยขึ้นตามที่คิด  ทำให้อันวาพยักหน้า

“เพราะแบบนั้นถึงต้องเป็นคนมีฝีมือจริงๆ  แล้วก็ต้องวางยาอย่างแนบเนียนเหมือนว่าท่านประธานป่วยตายไปเอง”

“แบบนั้นก็ต้องวางวันละนิดน่ะสิ”

“ก็ใช่ไง”

“หมายความว่าเราต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่กับประธานนั่น?”

“ไม่ใช่เรา  แค่นาย”

“ถามจริงเถอะนะอันวา  ใครจะไปมีเวลาว่างกับการวางยาพิษทุกวัน”  คริสพูดพลางแค่นหัวเราะกับงานน่าขันนี้  การเข้าไปถึงตัวท่านประธานภัทรคนหยิ่งนั่นก็ยากแล้ว  นี่ยังต้องวางยาทุกวันแบบไม่ให้ใครจับสังเกตได้อีก  ใครจะทนทำได้

“ก็คนที่อยากได้เงิน 30 ล้านแลกกับเวลาว่าง 3 เดือนไง”

“ว่าไงนะ?”

30 ล้านเนี่ยนะ?!   คีย์อุทานเสียงลั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น  บ้าไปแล้ว!  แค่วางยาพิษได้เงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไง   หรือเพราะคนนั้นคือประธานภัทร  ไม่มีใครกล้าไปจัดการก็เลยต้องตั้งราคาสูงไว้ก่อน

“ถูกต้อง  น่าสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะ?”  อันวาเอ่ยพลางลอบยิ้มก่อนจะหยิบกระดาษอีกแผ่นจากซองเอกสารออกมาวางตรงหน้าทั้งคู่แล้วเริ่มอธิบาย  “ยาพิษชนิดนี้ชื่อ Un diamant  เป็นยาชนิดที่ไม่มีสี  ไม่มีกลิ่น  ละลายง่าย ตรวจจับยากและฤทธิ์แรง  เพราะฉะนั้นจึงต้องค่อยๆ ใส่ลงในเครื่องดื่มวันละหยด”

“แล้วต้องทำนานสามเดือนเลยหรอ?”   คริสเอ่ยถาม

“ใช่  ยาถูกออกแบบมาสำหรับ 100 หยด  ถ้าบวกลบวันเวลาหน่อยก็ประมาณสามเดือนกว่าๆ  ถ้าประธานภัทรตาย  นายจ้างก็พร้อมจ่ายเงิน  อ้อ  ลืมไป  เขาจ่ายมัดจำมาแล้ว 10 ล้าน”

“รวยอะไรขนาดนั้น”

“ตื่นเต้นอะไรนักธุรกิจก็แบบนี้  ทำเหมือนไม่เคยแตะเงินล้านไปได้”   อันวาเอ่ยพลางยักไหล่แล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบจนควันสีเทาคละคลุ้งทั่วห้อง  “ได้ข่าวว่าพวกมึงไปขโมยข้อมูลของมันมาด้วยนี่  ถึงเข้าไปอยู่ใกล้มันอาจจะเสี่ยงหน่อยแต่การเอาศัตรูไว้ใกล้ตัวมันก็ดีตรงที่เรารู้การเคลื่อนของมันไม่ใช่หรือไง”

“ก็น่าสนใจดี  แต่จะเข้าไปทำงานในนั้นมันไม่ใช้เรื่องง่าย”

“กูพอมีคนในนั้น  เหมือนช่วงนี้จะมีคนถูกไล่ออกเยอะด้วย  คงไม่แปลกถ้าจะมีคนเข้าไปใหม่”

“ทำไมถึงโดนไล่ออก?”

“รู้ใช่มั้ยว่าหมอนั่นเป็นคุณชายเจ้าระเบียบ”

“ก็เคยได้ยินมาบ้าง”

“ส่วนใหญ่พวกที่ออกไปก็มีแค่สองสาเหตุ  หนึ่งพวกแหกกฎ”  อันวาพูดพลางดับบุหรี่ลงเป็นเชิงบอกโดยนัยน์ว่านี่เป็นหนึ่งกฎที่ห้าม  “สอง  คือพวกทรยศ”

“ถ้าคนที่ทรยศเยอะ  ก็แปลว่าคนเหม็นขี้หน้าน่าจะเยอะ”  คริสเอ่ยตามที่คิด  เอาจริงเขาก็ไม่ค่อยรู้จักประธานภัทรอะไรนี่เท่าไหร่  ถือว่าเขาเองก็เป็นหน้าใหม่ในวงการ   เพียงแต่ฝีมือดีจึงแซงชั้นคนอื่นๆ มาได้อย่างรวดเร็ว

“แน่นอนอยู่แล้ว  หลายคนเกลียดเลยด้วยซ้ำ”

“...”

“ประธานภัทรน่ะมาจากตระกูลราชภักดิ์ตระกูลใหญ่ในสายมาเฟีย  ศัตรูมีรอบด้าน  ไหนจะฝีมือกับนิสัยของเขาที่ขัดใจคนอื่นอีก  ไม่แปลกหรอกที่จะมีคนไม่ชอบ”

“ฝีมือกับนิสัย?”

“เขาเป็นคนเก่งมาก  ไม่ว่าจะเรื่องธุรกิจหรือการต่อสู้  ธุรกิจของตระกูลเติบโตได้ก็เพราะเขา  เห็นว่าตอนแรกเขาจะไม่ได้รับตำแหน่งไวขนาดนี้เพราะพ่อของเขาเป็นคนเก่งและยังแข็งแรง  แต่พ่อของเขาถูกลอบฆ่า  ก็เลยทำให้เขาขึ้นเป็นประธานแบบกะทันหัน  แต่เขาก็ทำได้ดีนะ”

“...”

“เสียอยู่กับแค่นิสัยแสนจะเย่อหยิ่งและเจ้าระเบียบที่ทำให้ขัดใจคนอื่น  ไหนจะบุคลิกคุณชายที่ขัดกับธุรกิจมาเฟียอีก  ทำให้หลายคนมองว่าเขาไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเท่าไหร่  แต่เขาก็ดูไม่สนใจอะไรนะ”

“เพราะแบบนั้นคนอื่นถึงจ้องจะเล่นงานเขาสินะ”

“ก็ตามนั้น”

“ผมรับงานนี้”

“?”

“ผมจะเอาเวลาว่างสามเดือนของตัวเองแลกกับ 30 ล้าน”

 

 

วันต่อมา

ภัทรนั่งเคลียร์งานอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัว  สายตาของเขาหันไปมองนาฬิกาแล้วพบว่ามันถึงเวลาดื่มกาแฟยามบ่ายพอดี  แต่น่าแปลกที่ยังไม่มีใครเอากาแฟมาเสิร์ฟสักคน

ชายหนุ่มนั่งควงปากกาแล้วคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพียงลำพัง  ก่อนที่จะมีร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเดินเข้ามาโดยไม่ทันเคาะประตูเสียก่อน  หากเข้ามาเพียงเพื่อเสิร์ฟกาแฟก็นับว่าเป็นการเสิร์ฟที่เสียมารยาทมากจริงๆ

“ท่านประธานครับ”

“รีบอะไรนักถึงไม่เคาะประตูก่อน”  ภัทรเอ่ยเสียงเรียบพลางมองคนตรงหน้าที่ยืนหอบ  บ่งบอกว่าเขาคงจะรีบวิ่งมาด้วยเหตุผลบางอย่างที่สำคัญ

“พวกตระกูลสรรตภัครบุกมาที่นี่ครับ”

“ก็เป็นเรื่องปกตินี่”   ท่านประธานเอ่ยเสียงเรียบ   เพราะพวกตระกูลสรรตภัครเป็นตระกูลคู่ค้าที่ค่อนข้างเรื่องมากและหาทางลอบกัดอยู่ตลอดเวลา  สร้างความวุ่นวายเก่งเป็นที่หนึ่ง  แต่ที่ยังต้องรักษาไว้เพราะตระกูลนี้ผูกพันธมิตรกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อบุญธรรมของเขาจึงไม่อยากมีปัญหากันมากนัก

“ไม่ปกติก็ตรงที่คุณโยไปเป็นพวกของฝั่งนั้นน่ะสิครับ”

“โย?” 

“ใช่ครับท่านประธาน  เลขาของคุณ”

“...”

“เขาทรยศ”

 

 

ท่านประธานภัทรย่างกรายมาตามทางจนมาถึงกลางออฟฟิศของตนเองซึ่งเต็มไปด้วยคนของ The X และคนของตะกูลสรรตภัคร  ซึ่งมีผู้นำคือชานนท์ ลูกชายคนโตของประธานองค์กร Powerz 

สายตานิ่งของภัทรมองไปที่โย  ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเลขาคนสนิทที่เข้ามาทำงานกับเขานาน 2 ปี  แต่ระยะเวลาสองปีนั้นมันคงไม่นานพอที่จะพิสูจน์ใจใครก็ได้  ภัทรจึงถูกทรยศ...อีกครั้ง

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าชายน้ำแข็งจะถูกองครักษ์หักหลัง  มันเป็นเพราะทหารองครักษ์เหล่านั้นทนความเหน็บหนาวและกำแพงน้ำแข็งแสนเย็นชาไม่ได้หรือไม่ก็คงเพราะทหารองครักษ์พวกนั้นเป็นเพียงโจรที่ลักลอบเข้ามาตั้งแต่แรก

“มีอะไรหรือเปล่าครับถึงเดินทางมาด้วยตัวเอง”   ภัทรเอ่ยถามพลางก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าชานนท์

“พอดีว่าพ่ออยากให้ผมมาดูซะหน่อยว่าคุณมาทำงานหรือเปล่า”

“เพื่ออะไรครับ?”

“ก็เราต้องดีลธุรกิจกันอีกหลายเรื่องและอีกนานนี่คุณภัทร  มันก็ไม่แปลกหรอกนะที่ผมอยากจะมีส่วนร่วมในการดูแลงานร่วมกับองค์กรของคุณ”

“งั้นช่วยระบุมาด้วยนะครับว่างานที่ว่าคืองานอะไร  เพราะไม่ใช่ทุกงานที่คุณจะมีส่วนร่วมได้”

“นี่คุณภัทร  เราเป็นคู่ค้ากันนะ”  ชานนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทก่อนร่างสูงจะเดินเข้ามาประชิดตัวคนหน้านิ่งที่ยืนมองเขา   เมื่อเห็นแววตาเย็นชาแบบนั้นชานนท์จึงก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูคนตัวเล็กกว่า  “หรือจะเป็นคู่ขาดี?”

ชานนท์ก็เป็นแบบนี้เสมอ  สายตาเจ้าชู้ยิ่งกว่าหมาป่านั่นมักจะมองมาทางภัทรซึ่งภายนอกเหมือนลูกกวางน้อย  แต่ใครๆ ก็รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นและภัทรเองก็มีวิธีในการหลีกเลี่ยงอย่างมีสติที่สุด  โดยไม่ใช้ความรุนแรงเสมอ

“ไม่รบกวนดีกว่าครับ  ผมไม่อยากเป็นผู้โชคดีจั่วโดนโรคแปลกๆ กลับมา”

“ภัทร...”

“เตรียมกาแฟให้คุณชานนท์ด้วยนะ  ถ้ามีอะไรค่อยขึ้นไปเรียกฉันอีกที”  ภัทรบอกกับลูกน้องเพียงเท่านั้นก่อนจะทำท่าเดินกลับไปที่ห้องทำงานโดยไม่สนใจแม้แต่อดีตลูกน้องเก่าอย่างโยเลยด้วยซ้ำ

“ดูจะไม่ค่อยอยากต้อนรับผมนะท่านประธานภัทร”

“...”

“แต่ก็ไม่คิดว่าเมินได้แม้กระทั่งคนที่ทำงานร่วมกันมาเป็นปีได้”  ชานนท์ยั่วโมโหด้วยการพูดแล้วชำเลืองไปทางโยที่ตอนนี้ยืนอยู่ฝ่ายของชานนท์  ไม่ใช่ข้างกายของภัทรอีกแล้ว

ภัทรชินแล้ว  การถูกทรยศแบบนั้น...มันไม่รู้สึกอะไรแล้ว

“เขาก็ทำงานให้คุณได้ดีนะครับถึงเข้ามาหาข้อมูลใน The X ได้ตั้งสองปี”

“...”

“แต่ตอนนี้ก็หมดสัญญาจ้างแล้วล่ะครับ  เอากลับไปด้วยละกัน”   ภัทรเอ่ยน้ำเสียงเรียบจนโยเงยหน้าขึ้นมามองอดีตเจ้านายของตนเอง  แม้รู้ว่าภัทรจะเป็นคนเย็นชาและไม่ใส่ใจใครมากนัก  แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าภัทรจะไร้หัวใจได้ขนาดนั้น  ไม่รู้มันเป็นการแสดงหรือความรู้สึกไม่สนใจจริงๆ กันแน่

 

 

“ท่านประธานครับ”  คุณกิตติเอ่ยเรียกภัทรที่เดินเข้ามานั่งเก้าอี้หนังสีดำตัวเดิมภายในห้องทำงาน   แล้วเริ่มเปิดเอกสารทำงานต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“?”

“ปล่อยโยแบบนั้นไปจะดีหรอครับ?”

“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเก็บไว้นะ”

“แต่เขาทรยศคุณ”

“ฉันไม่ค่อยได้รับความภักดีกับความจริงใจอยู่แล้ว”  ภัทรเอ่ยเสียงนิ่งก่อนจะจดจ้องเอกสารงานภายในมือตัวเอง  โดยมีคุณกิตติที่ยืนมองด้วยความเป็นห่วง

กิตติอยู่มาตั้งแต่รุ่นของพ่อบุญธรรม  เห็นภัทรเติบโตมาตั้งแต่ยังเล็ก  เขารู้ดีว่าเจ้านายคนนี้ไม่ใช่คนอ่อนแอแต่การถูกหักหลังซ้ำซากและการถถูกเกลียดชังมาทั้งชีวิตแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะสามารถมองข้ามได้

ไม่รู้ว่าภายในหัวใจของเจ้าชายน้ำแข็งนั้นย่อยยับเพียงใด

“ผมจะจัดการหาเลขาคนใหม่ละกันนะครับ  คุณอยากระบุคุณสมบัติอะไรเพิ่มมั้ยครับ?”  กิตติเอ่ยถาม

“ขอคนที่ชงกาแฟอร่อยแล้วก็ไม่โง่ก็พอแล้ว”   ภัทรเอ่ยเพียงเท่านั้นทำให้กิตติพยักหน้าแล้วเดินไปเงียบๆ  แต่ขณะที่กิตติกำลังหมดลูกบิดประตู  เขาก็หันกลับมาหาภัทรด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจนัก

“ท่านประธานครับ”

“?”

“อ่อนแอบ้างก็ได้นะครับ”   กิตติพูดเพียงเท่านั้นทำให้ภัทรที่ละสายตาจากเอกสารมองกิตตินิ่ง  เขารู้ว่าลูกน้องคนนี้กำลังคิดอะไรและกังวลอะไรเกี่ยวกับเขา 

มันก็ถูกอย่างที่กิตติพูด  คนเราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งเสมอไป  เราอ่อนแอบ้างก็ได้  เพราะบางครั้งปัญหาที่เจอมันอาจจะแย่และหนักหนามากจริงๆ จนเกินที่จะเมินเฉย  แต่ทำแบบนั้นไม่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร  อ่อนแอไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา  เพราะภัทรถูกกำหนดมาตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องใช้ชีวิตแบบนี้และต้องเจอเรื่องแบบนี้ตลอดไป

“อ่อนแอ  มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก”

“...”

“เพราะฉันเปลี่ยนใครไม่ได้และก็เปลี่ยนตัวเองไม่ได้”

“...”

“มันก็คงต้องเจอเรื่องแบบนี้ต่อไป   ก็แค่ยอมรับมันก็พอ”



///

สวัสดีค่าาาา  เปิดเรื่องใหม่แล้วหลังจากห่างหายนิยายเด็กดีไปนานมาก   

รอบนี้มาแนวบู๊นิดๆ แต่จะพยายามไม่เครียดมากนะคะ 5555

พระเอก : คริส , นายเอก : ภัทร




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 sayupung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:31

    บุคลิกนายเอกโดนใจจจ แข็งนอกอ่อนในสินะะ น่าสนุก รอติดตามนะคะ
    #1
    0