[Yaoi] Why am I like this ทำไมใจสั่น

ตอนที่ 1 : #ไม่สิตี๋ : เพราะแม่เป็นเพื่อนกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    1 พ.ค. 61

B
E
R
L
I
N

 



เพราะแม่เป็นเพื่อนกัน

@บ้านแม่เหมียว

ผมชื่อตี๋ครับ   กำลังนั่งแทะน่องไก่ทอดที่ซื้อมาจากหน้าโรงเรียนอย่างเอร็ดอร่อย  โอ๊ยยย  เจ้านี้น่ะเด็ดอย่าบอกใครแถวนี้เรียกกันว่า ร้านป้าใจไก่ระเบิด เพราะครั้งนึงแก๊สระเบิดไฟไหม้ร้านจนต้องรีโนเวทร้านใหม่ไฉไลกว่าเดิม  ส่วนรสชาติอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง  เค็มนิดๆ ชุ่มน้ำมันหน่อยๆ  กินตอนยังร้อนกับข้าวเหนียวนี่อย่าให้พูดเลยไก่ลุงเคนยังกราบ

พูดไปพูดมาก็เหมือนว่าผมมาโฆษณาไก่  เปล่าเลยครับ  ผมพาม๊ามาหาเพื่อนสนิทชิดเชื้อเรียกว่าแก๊งเดียวกันตั้งแต่สาวๆนู่นแหละ  ชื่อน้าเหมียวส่วนม๊าผมน่ะชื่อหมวย บ้านก็อยู่ใกล้กันประมาณจักรยานปั่นถึง  บ้านผมอยู่ปากซอยบ้านน้าเหมียวอยู่ท้ายซอยก็เลยมาเม้าท์มอยด์กันตลอด

นอกเหนือจากการเม้าท์มอยด์คือการมานั่งเล่นไพ่ แทงหวย และดื่มเหล้าสังสรรค์  เห็นอายุอานามประมาณป้าแบบนี้แต่ก็ยังแซ่บไม่แคร์ลูกผัวหรอก  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมมาบ้านน้าเหมียวเป็นประจำยิ่งกว่าบ้านตัวเองเพราะถ้าหาม๊าไม่เจอก็ต้องมาหาที่นี่ก่อนเป็นที่แรก

“เฮ้ยพี่ตี๋แดกด้วยยยย”  ผมรีบเงยหน้าจากกระดูกน่องไก่ทอดทันทีเมื่อได้ยินเสียงไอ้หมีดังมาตั้งแต่บันไดจนสุดท้ายก็วิ่งมาขโมยไก่ทอดที่เหลือไปกัดแบบหน้าด้านๆ

“กูยังไม่อนุญาตเลย!

“ประโยคบอกเล่าเว้ยไม่ได้ขอ”   มันพูดพลางยักคิ้วอย่างหน้าหมั่นไส้ก่อนจะใช้มือมาจ้วงข้าวเหนียวในถุงข้างๆไก่ทอดเข้าปากอย่างรวดเร็ว  นี่มึงขโมยไก่ยังไม่พอ  ยังจะหน้าด้านจ้วงข้าวเหนียวกูอีก!

ไอ้หมีเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของน้าเหมียวครับ  เกิดหลังผมปีเดียวก็เลยโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก  พอมันหนึ่งขวบสิ่งแรกที่มันหัดทำไม่ใช่การหัดพูดแต่หัดชูนิ้วกลางใส่ผม  ไอ้เด็กเวร!

ดูมันดิ  นั่งเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มบวมไปหมดแล้วยังไม่เลิกหน้าด้านขโมยไก่ผมกินอีก   มันเป็นคนแบบนี้แหละ  กวน  จัญไร  เห็นแก่กิน  เอาเป็นว่าอะไรที่เป็นคำด่าก็มอบให้มันทั้งหมดเลยละกัน   อีกเรื่องคือการประจบประแจงม๊าผมนี่ถนัดนักเพราะม๊าผมใจดี (กับทุกคนยกเว้นผม) แค่ทำตัวน่ารักช่วยรินเหล้าก็ได้ทิปละซึ่งแน่นอนว่าเป็นงานประจำไอ้หมีมันล่ะ

ผมกับไอ้หมีสนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ๆเพราะแม่เป็นเพื่อนกัน  โตมาด้วยกัน  ซอยบ้านเดียวกัน  โรงเรียนเดียวกัน  เจอหน้าบ่อยกว่าป๊าก็มันเนี่ยแหละเพราะป๊าผมเที่ยวคาราโอเกะไม่ค่อยกลับบ้าน  ม๊าเลยมาเป็นเจ้ามือวงไพ่ที่บ้านน้าเหมียวแก้เซ็งแทบจะทุกวันเรียกว่าผมกับไอ้หมีต้องเจอหน้ากันทุกวันมาตั้งแต่เด็กยันโต

“อ้าว  ทำไมวันนี้น้าหมวยไม่ตั้งวงวะ?”   ไอ้หมีพูดทั้งที่น่องไก่คาปากพลางชะเง้อคอมองไปทางม๊าผมกับแม่มันที่นั่งหน้าโทรทัศน์

“วันหวยออกก็ต้องลุ้นก่อนดิ”   ผมเอ่ยเสียงเรียบ

“เฮ้ยหวยออกกูซื้อเลขไว้นี่หว่า”  ไอ้หมีเบิกตาโพลงพร้อมกระโดดขึ้นจากเตียงด้วยท่าทางร้อนรนทันทีก่อนที่จะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของมันแล้ววิ่งถือโพยหวยไปทางพวกแม่ๆ  “แม่รอด้วยยยย”

เออ  มันก็แทงหวยเก่งไม่ต่างจากแม่มันอ่ะ

ตอนนี้ผมอยู่ม.6แล้วครับ  เป็นชีวิตที่ต้องหาทางเอาตัวรอดจากสนามสอบเพื่อตะเกียกตะกายเข้าไปสู้รบในคณะที่ใช่มหาลัยที่ชอบ  ส่วนไอ้หมีอยู่ม.5 เป็นชีวิตที่แทงหวย สับไพ่และรินเหล้าชนแก้วกับพวกแม่ๆหารายได้ไปกินชาบูทุกสิ้นเดือนหรือไม่ก็เก็บตังค์ไปแทงหวยงวดต่อไป

บ้านน้าเหมียวเป็นแหล่งรวมความบันเทิงของชาวซอยสามเลยครับ  วันเกิด ลูกบวช งานแต่ง ได้ไพ่ หวยแดก  งานอะไรก็ต้องมาปาร์ตี้ที่นี่   สามีแกหนีไปบวชก็เพราะทนความบันเทิงไม่ไหวเนี่ยแหละซึ่งวัดที่บวชก็วัดในซอย  บ้านนี้เลยมีแค่ไอ้หมีกับน้าเหมียว  หน้าบ้านขายข้าวแกงส่วนหลังบ้านต้มยาดอง

“กรี๊ดดดดดดด!”   เสียงกรีดร้องยาวของน้าเหมียวดังขึ้นมาจากหน้าทีวีทำให้ผมชะงักจากไก่ทอดอีกครั้งแล้วหันไปมองยังจุดเกิดเหตุ

“เอ้า  แม่ถูกหรอ?”  ไอ้หมีเอ่ยถามด้วยสีหน้างง

“ถูกแดกน่ะสิเว้ยเฉียดสองตัวเนี่ย”   น้าเหมียวพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนจะโยนโพยหวยทิ้งไปอย่างไม่ไยดีไม่ต่างกับม๊าผมที่เอามือกุมขมับ  ส่วนไอ้หมีไม่ยอมแพ้คว้าล็อตเตอรี่ขึ้นมาอย่างมีความหวัง

“ใต้ดินกูไม่ได้ก็เอาบนดินเนี่ยแหละวะ!”   มันพูดก่อนจะนั่งลุ้นรางวัลต่อไปในขณะที่พวกแม่ๆซึ่งไม่มีความรอบคอบคิดแทงแต่หวยใต้ดินไม่มีล็อตเตอรี่มาลุ้นแบบผู้เสียภาษีดีเด่นก็แพ้ไป  กอดคอกันไปรินเหล้าย้อมใจหน้าบ้าน

มาดูกันครับว่าความหวังสุดท้ายของไอ้หมีจะเป็นไงบ้าง

“แม่งเอ๊ยยยยย”

ร้องแบบนี้แสดงว่าถูกแดก

“รวยทางลัดมั้ยล่ะมึง”  ผมพูดเย้ยหยันมันที่กลิ้งหงายหลังไปอย่างคนไร้ความหวัง   ถ้าโทรศัพท์แบตไม่หมดก่อนผมจะเปิดเพลงเศร้าให้มันฟังสักเพลง  จะได้เข้ากับความรู้สึกตอนนี้

“งวดนี้กูต่อให้เว้ยเดี๋ยวงวดหน้าว่ากันใหม่”  มันพูดพลางยกมือปัดทั้งที่ตัวเองยังนอนตายอยู่บนพื้น  ผมถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้าเบาๆเมื่อเห็นสภาพอนาถของมันก่อนจะจ้วงข้าวเหนียวเข้าปากไป

“ยังไม่เข็ด”

“นักรบไม่เคยยอมตายในครั้งเดียว”  ไอ้หมีพูดอย่างหน้าด้านก่อนจะควักโทรศัพท์ออกมาจากกางเกงนักเรียนแล้วทิ้งตัวลงนอนบนตักผมแล้วราบไปกับโซฟา

“มานอนทำไม  กูหนัก”   ผมโวยวายพร้อมเขย่าขาแต่ไอ้หมีก็คือไอ้หมี  ผู้ที่มีความหน้าด้าน  กวนตีนและตามใจตัวเองไปเรื่อย  ไม่ลุกหรอกครับ  เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรละจนผมต้องกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย

“เออหน่า  ขี้บ่นจังวะ”  มันบ่นอุบอิบด้วยความหน้าด้านพลางเล่มเกมในโทรศัพท์ยิกๆแก้เซ็ง  นี่ถ้ามันถูกหวยคงกระโดดเป็นเจ้าเข้าแล้ววิ่งไปกินชาบูร้านไอ้มิกซ์ซอยห้าแล้ว  ร้านประจำเลยนะนั่น

อ่านไปแล้วก็อย่ามาจงมาจิ้นมาฟินอะไรกับผมสองคนเลยครับ   เป็นเรื่องปกติที่มันจะมานอนตักหรือมาวอแวกับผมตามประสา  อาจจะเพราะสนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ๆก็เลยเล่นแบบนี้กันได้  ถ้าเป็นคนอื่นหรือแม้กระทั่งเพื่อนสนิทที่โรงเรียนผมก็ไม่ให้ใครมานอนตักแบบนี้หรอก   แค่คิดก็ขนลุก

“จดสังคมให้กูหน่อยดิ”   ผมเอ่ยพลางเคี้ยวไก่ในปาก

“สองร้อย”

“เวรกูยังไม่ทันให้มึงดูเลยว่ายาวขนาดไหน  สั้นๆเองคิดไรตั้งสองร้อยวะ”   ผมโวยวายใส่มันอีกรอบก่อนจะวางน่องไก่แล้วเอื้อมไปหยิบสมุดสังคมในกระเป๋าเรียนมาวางใส่หน้ามัน

“เฮ้ยๆๆ  อย่าบังดิวะเดี๋ยวกูตาย”  ไอ้หมีร้องลั่นพลางใช้มือยื้อโทรศัพท์ไปทางอื่นเพื่อชีวิตรอด  แต่ด้วยความกากสุดท้ายก็ตายครับ  แน่นอนว่าสิ่งแรกที่มันจะโทษคือผมไม่ใช่ความกากของมัน  “โอ๊ยยย  เพราะมึงเลยไอ้พี่ตี๋!

นั่นไง  ทำไมกูไม่ลองแทงหวยบ้างวะเผื่อจะแม่นแบบนี้

“มึงกากเอง”

“เพราะสมุดมึงเถอะบังจอกู   ไม่จดให้แล้วเว้ย”

“สองร้อย”

“พี่ตี๋จ๋าาา   บอกมาเลยว่าจดหน้าไหนบ้าง  น้องจะสู้ให้สมราคาเลย”  ไอ้หมีชะงักก่อนจะรีบหันขวับแล้วทิ้งตัวลงมานั่งกอดแขนผมเป็นลูกลิง  พูดจาเสียงหวานเมื่อได้ยินอย่างหูผึ่งว่าผมจะจ้างมันสองร้อย

นี่แหละความกะล่อนของมัน

คิดไปคิดมาความจริงงานมันก็จดเยอะพอสมควรแหละครับ  ยังดีที่ไม่ต้องวาดรงวาดรูปไม่งั้นไอ้หมีก็คงบ่นปากเปียกปากแฉะอีกตามเคย  ผมเอาเงินยัดปากมันไปแก้รำคาญดีกว่ายังไงซะก็เงินแม่ที่ผมจิ๊กมาไม่ใช่เงินผมทั้งหมดหรอก

พอขึ้นม.6แทนที่อาจารย์จะเข้าใจให้เด็กอ่านหนังสือเตรียมสอบ  ขอบอกเลยว่าไม่มีหรอกความเมตตาอะไรแบบนั้นมีแต่สั่งงานเพิ่มเหมือนกลัวกูเรียนจบ   ผมก็อ่านไม่ทันสิครับนี่จะเข้าวิศวะแค่ฟิสิกส์ก็กระอักเลือดแล้วจะเอาเวลาไหนมาปั่นการบ้าน  ทางรอดก็คือจ้างไอ้หมีจดไปตามระเบียบซึ่งมันก็เห็นแก่เงินอยู่แล้วอ่ะน่ะ

“หน้า 56-72  ไม่ต้องเสล่อวาดรูปมานะมึง”

“แค่จดมือกูก็หงิกแล้วมั้ย   จะเอาความติสที่ไหนไปวาดแผนที่ประเทศไทยให้มึง”

“เผื่อมึงขยัน”

“ฝั๊น”  มันพูดพลางออกเสียงสูงก่อนจะรวบหนังสือภูมิศาสตร์และสมุดสังคมของผมมาวางบนโต๊ะใกล้ๆแล้วทิ้งตัวลงนอนบนตักผมอีกครั้งเหมือนเป็นหมอนมันอย่างนั้นแหละ

ผมละสายตาจากมันก่อนจะหันไปมองม๊าซึ่งกำลังยกแก้วเหล้าเคล้าน้ำตาจากดราม่าเรื่องหวยซึ่งคงโดนไปหลายตัวไม่ต่างจากน้าเหมียว  เวลานี้เป็นช่วงสี่โมงเย็นซึ่งนักเรียนเลิกเรียน คนเลิกงานจึงทำให้น้าเหมียวไม่มีเวลาปลอบใจเพื่อนเพราะต้องขายข้าวแต่ก็ยังคอยมายกแก้วเหล้าเข้าปากอยู่เรื่อยๆไม่ขาดมือ

ชีวิตของผมก็วนลูปเดิมแบบนี้เนี่ยแหละครับ  เป็นชีวิตเด็กมัธยมธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษอะไรนัก  ม๊าขายทองแต่ฝากร้านไว้กับลูกน้องเพราะต้องมาก๊งเหล้ากับเพื่อนขายข้าวทุกวันจึงลากผมมาด้วยตลอด   ถึงจะไม่ได้ดีอะไรนักแต่ชีวิตแบบนี้ก็ไม่แย่เท่าไหร่

“มึงไม่อ่านหนังสือบ้างหรอวะ”   ผมเอ่ยถามไปงั้นถึงจะรู้ว่ามันไม่เคยสนใจเรื่องเรียนเลยก็เถอะ

“ไม่”

“ไม่อ่านหนังสือ?”

“ไม่อยากเรียนต่อละ  ออกมาขายข้าวกับแม่กูก็ไม่ตายอ่ะ”   มันตอบด้วยความหน้าด้าน  “มึงยังจะอ่านแพท 3 ดั้นด้นเอาวิศวะอีกหรอวะ  ตอนแรกนึกว่ามึงพูดเล่นนะเนี่ย”

“คิดภาพกูใส่ช็อปดิวะ  เท่จะตาย”

“บ้านมึงพาใส่ช็อปขายทองหรอ”

“กูเป็นวิศวะจะไปขายทองทำซากอะไรล่ะ”  ผมพูดพลางเอามือหนาตีเข้าที่หัวมันดังป้าบจนมันหลับตาปี๋แล้วเอามือลูบหน้าผากด้วยความแสบ   พูดมากแบบไอ้หมีต้องโดนตีแบบนี้แหละครับเคล็ดลับคือห้ามตีเบา  จงตีลงไปให้เท่ากับความหมั่นไส้ที่มีต่อมัน

“โอ๊ยสารเลวไอ้พี่ตี๋”

“เดี๋ยวมึงจะโดนอีกรอบ”

“ใจเย๊นนน”  ไอ้หมียกมือขึ้นป้องกันตัวทำให้ผมวางมือลงแต่เพียงเท่านั้น  แต่ในขณะที่กำลังวางมือลงผมก็เพิ่งสังเกตได้ว่าไอ้หมีใส่แค่เสื้อกล้ามสีขาวตัวบางๆกับกางเกงนักเรียนทำให้ผมเห็นผิวขาวของมันแบบชัดเจน

หืมมม  นี่มึงขาวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ยอมรับเลยว่าอยู่ด้วยกันมาแต่เด็กก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไรกับมันมานักหรอกแต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงมองต้นแขนมันไม่หยุดแบบนี้   ไหนจะเสื้อกล้ามที่มันใส่มาซึ่งเอาจริงๆมันก็ใส่แบบนี้เป็นปกติคงมีแต่ผมที่เผลอมองนานไปเอง   จะไม่ให้มองนานได้ไงวะก็เสื้อมึงบางไม่พอเสือกลึกไปจนจะเห็นหัวนมแล้วเนี่ย

แต่ปกติมันก็ใส่แบบนี้ทุกวันป่ะวะ

“เห้ยพี่ตี๋!

“หะ...ห้ะ  อะไรมึง?”   ผมสะดุ้งจากภวังค์ของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงมัน   ความรู้สึกเหมือนกำลังจะขโมยตังค์ม๊าแต่ได้ยินเสียงกระแอมไอของม๊าอย่างไงอย่างงั้น

“เป็นไรเนี่ย?  ตกใจห่าไร?”   ไอ้หมีขมวดคิ้วพร้อมจ้องผมด้วยความสงสัยแต่ผมเลือกที่จะส่ายหน้าปฏิเสธไป

“กูตกใจเสียงมึงเนี่ย  มีอะไรก็พูดมา”

“พี่มิกซ์เลี้ยงชาบูเว้ย  มันถูกหวย”   ไอ้หมีตาลุกวาวแพรวพราวดาวลูกไก่หลังอ่านข้อความไอ้มิกซ์ซึ่งส่งมาในกลุ่มไลน์   ในกลุ่มนั้นก็มีผมด้วยนั่นแหละแต่ผมไม่ค่อยติดโทรศัพท์เท่าไอ้หมีเลยไม่ค่อยเปิดอ่านสักเท่าไหร่  “ไปป่ะมึงๆๆ”

“เลี้ยงวันนี้หรอวะ?”

“เอ้า! ถูกหวยวันนี้มึงจะเลี้ยงสงกรานต์หรอ   แดกวันนี้สิวะ”

“กวนตีนละ”

“พี่มันนัดทุ่มนึง   เอารถมึงไปนะ”  ไอ้หมีพูดพลางเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมามองหน้าผม  ปกติมึงก็ไม่เคยเอารถมึงออกมาใช้หรอกไอ้คนหน้าด้าน  อ้างแต่ว่าเปลืองน้ำมันสุดท้ายก็ซ้อนกูไปตลอด  เหลือแต่ไปกลับโรงเรียนเนี่ยแหละที่มึงไม่ซ้อนมอไซค์กูไป

“กูยังไม่ทันบอกเลยว่าจะไป”

“อ้าว  มึงไม่ไปหรอ?”

“ไปสิวะ  ของฟรี” 

“เอ้าไอ้พี่นี่!  กูก็นึกว่าจะหยิ่งไม่กินถ้าคนเลี้ยง”  ไอ้หมีบ่นอุบอิบแล้วหันมาเล่นโทรศัพท์ต่อไป  โถ  มึงคิดว่ากูเป็นใครถึงจะไม่สนใจชาบูไอ้มิกซ์เจ้าเด็ดร้านดัง  นี่กูคบมันเป็นเพื่อนอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะหวังแดกชาบูมันฟรีเนี่ยแหละ

“ไอ้หมี!!  มาช่วยกันขายของสิเว้ย!”  เสียงแหลมของน้าเหมียวดังมาจากหน้าบ้านด้วยความหัวร้อนระดับสิบและอย่าให้แกหัวร้อนไปมากกว่านี้เลยเพราะอาจมีทัพพีแกงส้มเขวี้ยงมาโดนหัวไอ้หมีแน่  

“แปปดิแม่!”  ไอ้หมีตะโกนตอบรับเสียงดังก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นจากตักผมแล้วรีบวิ่งไปช่วยน้าเหมียวตักแกงให้ลูกค้าที่มีทั้งใส่ถุงกลับบ้านและนั่งกินที่ร้าน

ร้านข้าวแกงน้าเหมียวขายดีที่สุดในซอยเพราะมีเจ้าเดียวแถมยังอร่อยจนคนในซอยบอกต่อไปถึงซอยอื่นทำให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแม้ว่าแม่ค้าจะปากจัดในบางที   ร้านเปิดตั้งแต่เช้าปิดตอนช่วงหกโมงเย็นเห็นจะได้  หลังจากนั้นร้านข้าวแกงก็จะกลายร่างเป็นร้านยาดองไว้นั่งดริ๊งค์สำหรับชาวแก๊งซอยสามที่ทิ้งผัวทิ้งเมียมารวมตัวกันจนถึงดึกดื่น

หนึ่งในนั้นก็แม่ผมนั่นแหละ  ลูกค้าขาประจำ

ในแก๊งน้าเหมียวที่มานั่งลุ้นหวยกันก็ไม่ได้มีแค่แม่ผมนะ  ยังมีป้าๆลุงๆบ้านอื่นมารวมตัวกันด้วยซึ่งก็สนิทกันเป็นอย่างดีทั้งนั้นแต่แค่บ้านอื่นเขาไม่มีลูกสาวลูกชายวัยใกล้กันกับผมและไอ้หมีจึงไม่มีเด็กที่ไหนมารวมแก๊งกับพวกผม  ซึ่งก็ดีแล้วแหละเพราะแค่ไอ้หมีคนเดียวก็ปวดหัวจะตาย

ไล๊น์!

ผมหันขวับไปตามเสียงแจ้งเตือนไลน์ที่เสียงเย็นๆแบ๊วๆเหมือนผีเด็กเหมาะกับไอ้เจ้าของโทรศัพท์มันนั่นแหละเพราะไอ้นี่น่ะเด็กผีของแท้   วางโทรศัพท์ทิ้งไว้แบบนี้คงกลัวจะโดนทัพพีฟาดหัวเลยลืมแน่ๆ

โอเคค่ะ  พรุ่งนี้เจอกันนะพี่หมี <3’

สายตาโคนันของผมที่จ้องหน้าจอโทรศัพท์พลางมองข้อความที่ถูกส่งมาจากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นรุ่นน้องซะด้วย   เห็นผมสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านแบบนี้แต่ผมไม่ใช่พวกไร้มารยาทหยิบโทรศัพท์คนอื่นมาเล่นนะครับ  ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยากเผือกมากแค่ไหนก็ตาม

ใครวะ?

หรือว่าจะเป็นแฟนมัน  แต่ไอ้หมีก็ไม่น่าจะมีแฟนนี่หว่า  วันๆก็เที่ยวเล่นกับเพื่อน สับไพให้แม่  รินเหล้าให้ม๊า  ขายข้าวแกง รับจ้างจดงานให้ผมเป็นบางครั้ง  แค่เวลาอ่านหนังสือมันยังไม่มีเลย (เปล่าหรอก  มันขี้เกียจ) จะเอาเวลาไหนไปจีบสาววะ

รุ่นน้องธรรมดารึเปล่า  แต่รุ่นน้องที่รู้จักกันธรรมดาคงไม่ติดอิโมจิหัวใจมาแน่นอนแหละ  ถ้าเป็นรุ่นน้องที่สนิทก็ไม่น่าจะมีนี่หว่าหรือจะเป็นแฟนมันจริงๆวะ  คนสังคังแบบนี้เนี่ยนะจะมีแฟนได้ 

มึงมีแฟนตอนไหนเนี่ย?

หรือไม่ใช่แฟนวะ

มาคิดดูอีกทีก็อาจจะเป็นไปได้ที่มันจะมีแฟนโดยที่ผมไม่รู้เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาผมก็ไม่เคยถามเรื่องสาวกับมันสักครั้ง  เรื่องแบบนี้พวกผู้ชายก็ไม่ค่อยถามไถ่กันเท่าไหร่ด้วย  โดยเฉพาะผมกับมันเนี่ยเจอหน้ากันแต่ละทีก็มีแต่เล่นเกม  นั่งดูหนัง  เฝ้าม๊าเล่นไพ่  อะไรไม่มีแก่นสารก็ทำหมดแต่ไม่ค่อยยุ่งเรื่องชีวิตของกันและกันหรอก

“ตี๋ไปซื้อน้ำแข็งให้แม่หน่อย!”  เสียงม๊าตะโกนมาจากหน้าร้านทำให้ผมสะดุ้งขึ้นจากภวังค์อีกครั้งก่อนจะเคลียร์ถุงไก่ทอดแล้วหันไปจ้องหน้าจอโทรศัพท์ไอ้หมีเป็นครั้งสุดท้าย

ช่างเถอะ! เป็นใครก็ไม่เกี่ยวกับกูนี่หว่า

 

 

เวลาต่อมา

@ มิกซ์ชาบู

ตอนนี้ผมกับไอ้หมีก็ได้หอบสารร่างมาจนถึงร้านชาบูไอ้มิกซ์ซอยห้าที่เก่าขาประจำซึ่งไม่ห่างจากซอยบ้านเรามากนักแต่ชื่อเสียงชาบูหมูกระทะของมันนี่โด่งดังไปไกลหลายซอย  ไอ้มิกซ์เป็นคนใจดีมีเมตตาและชอบเล่นหวยซึ่งเจ้ามือก็คือไอ้หมีที่แยกสาขามาจากน้าเหมียว  พอมันถูกหวยทีก็ปิดร้านเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆทุกที

เอาจริงแก๊งเพื่อนผมก็มีกันไม่กี่คนหรอกที่สนิทสนมกันจริงๆ  มีกันทั้งหมด 5 คนคือไอ้มิกซ์  ไอ้หมี  ไอ้อุ๋ง  อีเจ๊จุนและผม  ไอ้มิกซ์กับอีเจ๊จุนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับผมครับโดยอีเจ๊เป็นตุ๊ดหนึ่งเดียวที่เรียกได้ว่าเป็นตุ๊ดเถื่อน  อยู่ได้กับทุกกลุ่มแต่สนิทสุดก็กลุ่มพวกผมส่วนไอ้อุ๋งน่ะรุ่นเดียวกับไอ้หมีแต่สนิทกันเพราะไอ้หมีลากมาด้วยบ่อยๆ

เพื่อนสนิทมีกันอยู่แค่นี้ทำให้ไอ้มิกซ์ไม่ต้องปิดซอยเลี้ยงฉลองในวันถูกหวยแต่พวกผมห้าคนกินบุฟเฟ่ต์แต่ละทีก็ไม่ต่างกับเอาคนห้าซอยมาช่วยกันกินหรอกครับ  กินล้างกินผลาญไม่หวั่นว่าจะต้องกลิ้งกับบ้านหรือร้านเจ๊ง  เตาร้อนคือสงครามพอเตามอดจะกลายเป็นงานการกุศล  ต้มเนื้อให้เพื่อนแสดงน้ำใจชั่วๆที่กินไม่หมดเลยเกี่ยงกันกิน

 “มึงไปได้เลขตัวไหนมาวะอีมิกซ์  งวดหน้ากูจะไปขอมาบ้าง”  เจ๊จุนเอ่ยพลางคีบเนื้อหมูสไลด์ชุ่มน้ำจิ้มเข้าปากไปอย่างสบายอารมณ์

“เออจริงพี่  เรื่องนี้ต้องขยาย”   ไอ้หมีก็เหมือนจะต้องการเลขเด็ดไม่ต่างกันจึงให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษส่วนไอ้มิกซ์ผู้ใจดีที่กำลังรินโค้กให้เพื่อนๆก็ปิดฝาขวดก่อนจะตอบไป

“กูก็มีที่ดีที่เด็ดสิวะ”

“เห้ยพี่บอกน้องด้วยดิโว้ยยย”   ไอ้หมีกับเจ๊จุนหูผึ่งทันทีที่ได้ยินแบบนั้นในขณะที่ไอ้มิกซ์ทำทีเป็นเล่นตัว  ไอ้หมีกับเจ๊จุนจึงลุกไปนั่งขนาบข้างมันซ้ายขวาแล้วกอดแขนไอ้มิกซ์เหมือนมันเป็นเสี่ยใหญ่ในผับ  “พี่มิกซ์จ๋าาา  ถือว่าทำบุญทำทานช่วยน้องช่วยเพื่อนให้รวยไปด้วยกันนะ”

“ใช่เลยอีมิกซ์เพื่อค่าเครื่องสำอางและค่าทำนมในอนาคตของกู”  เจ๊จุนไม่ยอมแพ้ร่วมด้วยช่วยกันออดอ้อนไอ้มิกซ์จนมันเริ่มขยะแขยงไม่ต่างจากผมที่มองไอ้หมีด้วยความหมั่นไส้

ขี้อ้อนจังเลยมึงเนี่ย  เรื่องเงินเรื่องทองนี่ไม่ได้เลยถึงกับไปนั่งเกาะแขนเขาเฉย

“ดูไอ้หมีดิอ้อนเหลือเกิน  นี่มึงอยากได้โพยหวยหรือร้านชาบู”  ผมบ่นพึมพำให้อุ๋งซึ่งกำลังนั่งดูดวุ้นเส้นเข้าปากอย่างตั้งใจยิ่งกว่าสอบชีวะ

“มันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วป่ะพี่”

“...”

“?”

“เออว่ะ”   ผมฉุกคิดเพียงเท่านั้น  ปกติไอ้หมีมันก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้วด้วยความออเซาะของมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลยสักนิดแต่ทำไมวันนี้มันน่าหมั่นไส้กว่าทุกวันวะ

“กูบอกให้ก็ได้  แต่พวกมึงต้องเหยียบให้มิดเลยนะเว้ยไม่งั้นไม่ขลังนะมึง”  ไอ้มิกซ์พูดพลางใช้สองแขนรวบคอไอ้สองตัวด้านข้างเข้ามารวมหัวกันกับพวกผมเพื่อบอกเรื่องท็อปซีเคร็ตเหมือนมึงลืมไปว่าทั้งร้านก็มีแค่พวกเราห้าคน 

“กูจะรูดซิปปากเงียบเลยค่ะ”  เจ๊จุน

“กูจะเก็บไว้ในใจอสงไขยเวลา”  ไอ้หมี

“กูไปขอพรกับเจ้าแม่หน้าบานมาเว้ย”

“ใครวะ?”   ผมเอ่ยขึ้นทันทีพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ  เจ้าแม่อะไรของมึงชื่อหน้าบาน  เจ้าแม่มึงอ้วนหรือกินเค็มจนหน้าบวมน้ำ

“เป็นศาลหลังซอยกูเองเว้ย  ไม่ค่อยมีใครรู้หรอกว่าท่านให้หวยได้”

“คือกูต้องไปถูเลขหรอ?”  ไอ้หมีเอ่ยถาม

“ไม่เว้ย  ให้ขอพรเอา  ถ้ามึงอยากได้อะไรมึงก็ขออันนั้นแล้วเอากระทะไปถวาย”

“อ๋ออออ”

“ขอพรได้ทุกเรื่อง  โดนตรงๆแม่นๆเลยมึง  กูได้ยินลูกค้าที่มากินร้านกูบอกว่าของานก็ได้งาน ขอผัวก็ได้ผัว”

“กรี๊ดดดด  กูจะไปขอผัวพรุ่งนี้เลย!!”  เจ๊จุนกรีดร้องคนแรกเมื่อได้ยินแบบนั้นจนพวกผมต้องกระชากหัวมันเพื่อสงบสติอารมณ์เสียก่อน  ไหนมึงบอกจะขอหวยทำไมวกไปที่ขอผัวเฉยเลยวะ

“ทำไมต้องเอากระทะไปถวายวะพี่?”  ไอ้อุ๋งถามทั้งที่หมูกับวุ้นเส้นยังคาปาก   ไอ้มิกซ์จึงใช้มือตบโต๊ะดังป้าบครั้งนึงก่อนจะเม้าท์มอยด์ต่ออย่างออกรส

“มันเคยมีเรื่องเล่าว่าเจ้าแม่หน้าบานเคยเข้าฝันคนในซอยกู  บอกว่าไม่มีใครเจียวไข่ไปถวายเลยขอกระทะหน่อย  อยากแดกอะไรจะได้ทำแดกเอง  พอไอ้นั่นเอากระทะไปถวายปุ๊บ  คุณตันอิชิตันก็แห่รถมามอบเงินให้มันถึงบ้านเลยเว้ย!

“เชรดดดด  ไม่ธรรมดา  อื้อหื้ม ไม่ธรรมดา”  ไอ้หมีร้องเป็นเพลงออกมาตามอารมณ์  ถามจริงว่ามึงเกิดทันได้ไง

“เอาล่ะเว้ยไม่ได้ผัวก็ได้ตังค์ล่ะกู”  เจ๊จุนพูดอย่างแน่วแน่

“กูรับพรีออเดอร์กระทะ  แม่กูมีร้านประจำคุยได้ราคาดีไม่มีแพง”  ไอ้หมีรีบหาทางรวยหันมาทางอีเจ๊จุนที่พร้อมควักเงินในกระเป๋าเหมากระทะทั้งตลาด

“จัดไปสองใบ  ชีวิตกูขอแค่เงินกับผัวก็พอละ”

“เจ๊ใจเย็น  เผื่อเรื่องเรียนไว้ด้วย”  ไอ้อุ๋งเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ

“ถ้ากูได้ผัวรวยก็ไม่ต้องเรียนแล้วมั้ยล่ะ”   เจ๊จุนรับตอบกลับก่อนจะตักหมูจากหม้อมาใส่ถ้วยตัวเองแล้วใช้ตะเกียบคีบมันจิ้มน้ำจิ้ม  “ว่าแต่เจ้าแม่หน้าบานนี่ช่วยเรื่องผัวจริงหรอวะ”

“จริงสิเจ๊  สดๆร้อนๆก็แม่กูเนี่ย  ได้ผัวเด็กมาครองแล้ว”   ไอ้มิกซ์เอ่ย

“ว๊ายยย  กูขอเพิ่มกระทะเป็นสี่ใบ!”  เจ๊จุนกรีดร้องเสียงดังพลางควักเงินออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ไอ้หมีอย่างรวดเร็วซึ่งแน่นอนว่าไอ้หมีรับไว้อย่างไว

“แต่พวกมึงต้องไปไหว้ตอนเช้าๆนะเว้ย  ช่วงเจ็ดโมงเช้ากำลังดีเพราะได้ผลเร็ว อันนี้แม่กูบอกมา”   ไอ้มิกซ์พูดเสริมก่อนที่ไอ้หมีจะย้ายกลับมานั่งที่ตัวเองแล้วกอดแขนผมเขย่าจนหัวผมสั่นไปด้วย

“กูคงต้องไปเสาร์อาทิตย์ว่ะ  พรุ่งนี้ทำเวร”   เจ๊จุนบ่นพึมพำอย่างเสียดาย

“พอดีเลยพี่ตี๋พรุ่งนี้วันหยุดพากูมาขอพรหน่อยนะ”  มันพูดพลางมองผมตาแป๋วในขณะที่ผมได้แต่นั่งกรอกตาบนด้วยความเหนื่อยใจ  นี่กูต้องตื่นเช้าเพราะเจ้าแม่มึงหรอเนี่ย “น๊าพี่ตี๋  ช่วยน้องหน่อยยยย”

“มึงจะขอพรอะไร?”

“หวยกูไงพี่  ถ้าถูกหวยมาจริงๆกูให้มึง 2% เลยนะ”

“เยอะมากมั้ง  คุ้มกับค่าตื่นกูมั้ย”

“คุ้มดิพี่  ไปเป็นเพื่อนกันหน่อย อีเจ๊มันก็ไปไม่ได้อ่ะ”  ไอ้หมีเริ่มงอแงก่อนจะกอดรัดแขนผมแน่นขึ้นแถวเขยิบตัวมาซบไหล่ผมด้วยความออดอ้อนชวนให้หมั่นไส้  ถ้าเป็นคนอื่นก็คงเห็นว่าน่ารักแหละแต่สำหรับผมเห็นแต่ความกวนตีนของมัน  เวลาอยากได้อะไรนี่ไม่เคยพ้นกูเลย “พี่ตี๋สุดหล่อ  พาน้องมาหน่อยนะ  สนับสนุนให้กูเป็นเศรษฐีไงพี่”

“พูดงี้ทีไรโดนหวยแดกทุกที”

“โหยยยย  เผื่อรอบนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงไงพี่  ดูไอ้พี่มิกซ์ดิถูกหวยเฉยเลย”  มันพูดพลางชี้ไปทางเจ้าของร้านชาบูที่โซ้ยหมูเข้าปากพร้อมยักคิ้วอย่างผู้มีชัย  ผมหันกลับมามองไอ้หมีอีกครั้งก็พบว่ามันเปลี่ยนจากการเกาะแขนเป็นการเขยิบเข้ามากอดผมจากด้านข้างทั้งตัว

เดี๋ยวมึงกอดกูเลยหรอ  ใจเย็น!

กูเนี่ยใจเย็น!

ไม่รู้ว่าตัวผมเองเป็นอะไร  พอเห็นมันกอดแบบนั้นก็สะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที คือเคยมีคนบอกมึงมั้ยวะหมีว่าอย่ากอดใครไปทั่วแบบนี้  แล้วทำไมกูต้องหัวใจเต้นแรงหน้าแดงทุกทีเป็นพี่ป้าง นครินทร์ด้วยวะ   มันแปลกเกินไปมั้ยที่ผู้ชายคนนึงอ้อนผู้ชายอีกคนให้ไปขอหวยด้วยการกอดกลางร้านชาบูแบบนี้

คือมึง  ทำไมกูเขิน?

ไม่ๆๆ  ผมว่าผมแค่รู้สึกแปลกๆไปเองนั่นแหละ   มันไม่ได้มีอะไรเลยสักนิดอีกอย่างคือไอ้หมีก็เหมือนจะมีแฟนไปแล้วส่วนผมเองก็คงไม่ได้ชื่นชอบอะไรกับมันแน่นอน  ไม่จริงอ่ะ  มันไม่ใช่แนวของตี๋  ตี๋รับไม่ได้

“มึงขี่มอไซค์มาเองก็ได้มั้ยอีหมี  จะไปไหนก็วิ่งไปกอดอ้อนไอ้ตี๋ทุกงานสงสารวิศวะอ่านหนังสือสอบดึกหน่อย”  เจ๊จุนพูดขึ้นกระตุกความคิดผมชั่ววูบขึ้นมาได้

จะไปไหนก็วิ่งไปกอดอ้อนไอ้ตี๋ทุกงาน

เออว่ะ  ปกติมันก็กอดผมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนะ  คือต้องอธิบายก่อนว่ามันเป็นพวกชอบแตะเนื้อต้องตัวชาวบ้านเวลาจะกวนหรืออ้อนใครซึ่งก็เป็นมาตั้งแต่เด็กจนผมชินชาไปแล้วเหลือแต่ความหมั่นไส้และรำคาญมันแทน

แต่วันนี้ทำไมมึงน่ารักวะ

ไม่สิตี๋มึงเมาโค้กแล้วตี๋  มึงใจเย็น!

“แม่ดิไม่ให้กูเอารถไปใช้  แกจะเอาไว้ใช้เองกูถึงได้โหนรถเมล์ไปเรียนไงเจ๊”   ไอ้หมีบ่นอย่างใส่อารมณ์  ลับหลังมานี่เก่งนักพออยู่ต่อหน้าทีก็แม่จ๊ะแม่จ๋า

ไม่สิตี๋มึงจะไปสังเกตมันทุกอากัปกิริยาขนาดนั้นทำไม

“แล้วจะไปไหว้เนี่ยมึงซื้อกระทะแล้วหรอ?”  ไอ้อุ๋งเอ่ยถามหลังเอาแต่กินเงียบๆมานาน  ถ้าตั้งใจเรียนมากกว่าตั้งใจกินป่านนี้มึงคงติดหมอไปแล้ว

“ขากลับนี่กูจะแวะซื้อพอดี  ร้านแถวซอยบ้านกูเอง”

“ฝากซื้อด้วยดิ”

“นั่นแน่มึงก็จะไปขอพรใช่ป่ะ?”

“เปล่า  คือกระทะที่หอกูเสียอ่ะ  ไม่มีไรต้มมาม่ากับทอดไข่กินตอนดึกเลย”

“โอ๊ยไอ้อุ๋ง!”  ไอ้หมีสบถออกมาก่อนจะหันไปคีบหมูเข้าปากคำนึงแล้วหันมาคุยต่อ  “กูว่าถ้ายังมีคนถูกหวยเพราะเจ้าแม่หน้าบานอยู่นะอีกไม่นานคงมีคนมาขอกันเต็มเลยว่ะ”

“เจ้าแม่ก็จะดังเปรี้ยงปร้าง”  เจ๊จุน

“กูควรตั้งสำนักเจ้ามือหวยใกล้ๆศาลเลยมั้ยวะ  เผื่อคนมาขอพรจะได้แทงหวยง่ายๆส่วนกูก็ได้ลูกค้าหน้าใหม่มาหมุนระบบ”

“โอ๊ยอีหมีมึงจะสานต่อธุรกิจแม่มึงให้ได้เลยใช่มั้ย”  เจ๊จุนตะคอกไปก่อนจะหัวเราะลั่นออกมาพร้อมคนอื่นๆในโต๊ะ  ไอ้หมีก็แบบนี้แหละครับ  ไม่ตั้งใจเรียนแต่หาทางรวยทุกรูปแบบ  พอได้ยินเจ๊จุนพูดแบบนั้นมันเลยหลุดขำไปด้วย  ดูสิ  หัวเราะจนตาเหลือขีดเดียวแล้วเวลามันยิ้มหรือหัวเราะจนหาหยี  ตาของไอ้หมีก็จะคล้ายๆพระจันทร์เสี้ยวเนอะ

ไม่สิตี๋มึงจะจ้องตามันขนาดนั้นทำไม  ดึงสติหน่อยตี๋

“เพราะฉะนั้นเพื่อธุรกิจอันรุ่งโรจน์ของกู  พี่ตี๋จ๋าาา”

จ๋าาาา

ไม่สิตี๋ไม่จ๋าสิตี๋  ไม่จ๋า!

“เออๆๆ  เดี๋ยวกูพาไป  หกโมงจะไปรับ” 

“เย้มึงนี่เป็นพี่ที่ประเสริฐจริงๆไอ้พี่ตี๋”    ไอ้หมียิ้มกว้างออกมาทันทีก่อนจะกระโจนเข้ามาซบไหล่ผมอีกครั้ง  แม้จะแอบขนลุกกับท่าทางเด็กๆของมันแต่หัวมันหอมดี  ให้อภัย

ไม่สิตี๋ไม่หอม

โอ๊ยยย  กูเป็นอะไรไป  นี่กูเมาโค้กจริงๆหรอทำไมใจสั่นแบบนี้




--------------------------------------------------------------------------

เปิดเรื่องใหม่เป็นที่เรียบร้อยยยย   เอาไปอ่านกันคลายเครียด ถ้าถูกใจมาเม้าท์กันที่ #ไม่สิตี๋ ได้เล้ยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #3 DayLemons (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 10:06

    พรี่ตี๋ใจเย็นๆหนาาา น้องหมีก็บ้าหวยไปจ้าา5555

    #3
    0
  2. #2 weivweivxc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 00:15
    พี่ตี๋ใจเย็น ๆ
    #2
    0